หัวข้อ กลอนสุภาพ (กลอน ๘)
กลอน ชุมชนชาวกวี บ้านกลอนไทย
25 ตุลาคม 2014, 09:45:am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Like เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1] 2 3 4 5
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หัวข้อ กลอนสุภาพ (กลอน ๘)  (อ่าน 69637 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
06 ธันวาคม 2009, 09:02:am
webmaster
  ผู้ดูแลระบบ
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 168
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,608



myspace poemwebboard barbor
« เมื่อ: 06 ธันวาคม 2009, 09:02:am »

ห้องแต่งกลอนตามฉันทลักษณ์มีกติกาไม่เหมือนห้องอื่น...รบกวนอ่านก่อนนะครับ โดยคลิ๊กที่นี่

กลอนสุภาพ
       เป็นคำประพันธ์อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันทั่วไป เพราะเป็นร้อยกรองชนิดที่มีความเรียบเรียงง่ายต่อการสื่อความหมาย และสามารถสื่อได้อย่างไพเราะ ซึ่งกลอนแปดมีการกำหนดพยางค์และสัมผัส มีหลายชนิดแต่ที่นิยมคือ กลอนสุภาพ

        กลอนสุภาพนับเป็นกลอนหลักของก่อนทุกชนิด ซึ่งจำแนกเป็นกลอน ๖ กลอน ๗ กลอน ๘ และกลอน ๙ ซึ่งมีหลักของการแต่งคล้ายคลึงกัน ในที่นี้จะกล่าวถึงหลักการแต่งกลอน ๘ ซึ่งเป็นกลอนที่นิยม ดังนี้

1. จำนวนคำของกลอนแต่ละวรรคมี 8 คำ หรือ 9 คำ , 2 วรรคเป็นหนึ่งบาท , สองบาทเป็นหนึ่งบท
2. คำสุดท้ายของวรรคหน้า (วรรคที่ 1) ต้องสัมผัสกับ คำที่ 3 หรือคำที่ 5 ของวรรคหลัง(วรรคที่2)
3. คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 ต้องสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ 3
4. คำสุดท้ายของวรรคที่ 3 ต้องสัมผัสกับ คำที่3 หรือคำที่ 5 ของ วรรคที่ 4 ( แต่งครบ 4 วรรค หรือ สองบาท เป็น หนึ่งบท )
ถ้าจะขึ้นบทใหม่ ต้องให้คำสุดท้ายของวรรคที่ 4 ของบทที่หนึ่ง สัมผัสกับคำสุดท้ายของ วรรคที่ 2 ของบทใหม่ คล้องจองอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ดังแผนผังข้างล่าง



สัมผัสในกลอนแปด
กลอนแปดจะมีลักษณะการสัมผัส 4 ลักษณะ ดังนี้
1. สัมผัสสระ
เป็นสัมผัสระหว่างคำที่ใช้สระเสียงเดียวกัน ถ้าเป็นคำที่มีตัวสะกดก็ต้องอยู่ในมาตราเดียวกันด้วย เช่น รบ พบ จบ คบ แต่มีข้อควรระวัง คือ ห้ามใช้สระเสียงสั้นกับสระเสียงยาวมาสัมผัสกัน เช่น คำ กับ คร้าม เป็นต้น
2. สัมผัสอักษร (สัมผัสพยัญชนะ) 
เป็นสัมผัสระหว่างคำที่ใช้พยัญชนะต้นตัวเดียวกันหรือเสียงพยัญชนะพ้องกัน โดยไม่จำกัดสระและวรรณยุกต์ เช่น กก กอ กิ่ง แก้ว เป็นต้น
3. สัมผัสนอก 
เป็นสัมผัสบังคับที่ส่งและรับสัมผัสจากวรรคหนึ่งไปยังอีกวรรคหนึ่งในบทเดียวกัน รวมทั้งสัมผัสระหว่างบทด้วยกัน ถือว่าเป็นสัมผัสบังคับของร้อยกรองทุกประเภท แต่ต้องจำให้ดีว่าสัมผัสนอกจะใช้สัมผัสสระเท่านั้น
ภาพความหลัง ยังตราตรึง คะนึงคิด ในดวงจิต เปี่ยมรัก แม่หนักหนา
สุดซาบซึ้ง ถึงความรัก ความเมตตา ดวงอุรา ที่งดงาม มิเคยเลือน …………จบบทที่ 1
เฝ้าถนอม กล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดูบุตร ลออสุด น้ำใจ หาใครเหมือน
เฝ้าอบรม บ่มนิสัย เฝ้าตักเตือน แม่เหมือนเพื่อน เฝ้าปลอบใจ ยามลูกตรม………….จบบทที่ 2
4. สัมผัสใน 
เป็นสัมผัสที่ส่งและรับภายในวรรค ใช้ได้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร เพราะสัมผัสในไม่ใช่สัมผัสบังคับ แต่เป็นสัมผัสที่ช่วยให้ร้อยกรองมีความไพเราะมากยิ่งขึ้น และเป็นการแสดงฝีมือของผู้แต่งด้วย
ภาพความหลัง ยังตราตรึง คะนึงคิด ในดวงจิต เปี่ยมรัก แม่หนักหนา
สุดซาบซึ้ง ถึงความรัก ความเมตตา ดวงอุรา ที่งดงาม มิเคยเลือน …………จบบทที่ 1
เฝ้าถนอม กล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดูบุตร ลออสุด น้ำใจ หาใครเหมือน
เฝ้าอบรม บ่มนิสัย เฝ้าตักเตือน แม่เหมือนเพื่อน เฝ้าปลอบใจ ยามลูกตรม………….จบบทที่ 2

แหล่งที่มา : www.panyathai.or.th]

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
นัดเจอกันที่ห้องแช๊ทเม๊ากันทุกวันพุธสองทุ่มนะจ๊ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ธันวาคม 2009, 12:18:pm โดย webmaster » บันทึกการเข้า
06 ธันวาคม 2009, 06:32:pm
ระนาดเอก
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 754
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,546


~พลิ้วไหว..ดั่งสายน้ำ~


ธนเดช จตุคามฯ
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 06 ธันวาคม 2009, 06:32:pm »




~"เคล็ดลับการเขียนกลอนแปด?"~



๐ กำหนดจิตสู่ธรรมนำประทีป
บานเป็นกลีบบัวรับกานท์อักษร
อัญเชิญจิตบรมคุณท่านสุนทร
พร่างคำกลอนดุจคล้ายสายธารา

๐ เป็นไอเย็นอ่อนอุ่นละมุนถ้อย
ใครยินคล้อยหลงใหลไอภาษา
ดั่งปี่แก้วพระอภัยฯร่ายมนตรา
เชิญท่านมาดื่มด่ำทิพย์คำกลอน..

๐ แต่งให้บ่อยน้องพี่ดีที่สุด
เพราะคือจุดสำคัญกว่าการสอน
ยิ่งจะคิดเขียนงานกานท์บวร
ถ้านิ่งนอนที่ไหนใครจะเป็น

๐ เขียนเยอะเยอะเขียนไว้มันไม่เสีย
ไม่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงแจ้งให้เห็น
เพียงเขียนกลอนรู้ไว้ใจเย็นเย็น
ลองเคี่ยวเข็ญความเก่งเบ่งบานมา

๐ เพียงแต่เราปล่อยอารมณ์จะสมจิต
มิยึดติดคำใดเอาไว้หนา
หากเช่นนั้นจะเวียนเศียรทันตา
เพราะรอท่าแก้คำแค่คำเดียว

๐ การเล่นคำมีมากอยู่หลากหลาย
แต่ความหมายต่างกันพลันเฉลียว
หากงงงันเปิดตำราอย่าช้าเชียว
อย่าได้เที่ยวใช้คำนอกตำรา

๐ สื่อกฎเกณฑ์ความหมายจะได้รู้
มิให้ใครหยามหลู่สู่ภาษา
สรรพนามครั้งใดใช้ทุกครา
ทั้งขึ้นหน้าลงท้ายต้องคล้ายกัน

๐ เพราะบางคนขึ้นฉันลงท้ายผม
ใส่ผสมเขียนมาช่างน่าขัน
ควรสังเกตให้ดีชี้ให้ครัน
เวลาสรรค์งานได้ไม่อายคน

๐ เวลาแต่งคิดเรื่องให้หลากหลาย
แต่งบรรยายเรื่องราวเคล้าเหตุผล
ควรสร้างงานเป็นเอกเฉกของตน
อย่าไปสนลอกใครนั้นไม่ดี

๐ หากได้ดูผลงานของท่านอื่น
มาปรับฟื้นงานตนจะถูกที่
ดูเป็นแนวพัฒนาอย่ารอรี
จะทวีฝีมือระบือไกล

๐ ถ้าหากย่ำรอยเท้าเก่ากับที่
เหมือนชีวีมิก้าวเข้าใจไหม
แต่งก็วนเรื่องก็วนทนอ่านไป
เดี๋ยวก็ได้ปิดฉากจากบทกลอน

๐ ด้วยจะเป็นกวีนี้ควรคิด
เพียงอยู่ติดเรื่องฝันนั้นไว้ก่อน
หากกวีขาดฝันพลันม้วยมรณ์
แต่งทุกตอนจะกร่อยด้อยค่าลง

๐ เหมือนครูกลอนสุนทรภู่ดูเป็นหลัก
คิดผูกยักษ์รักคนชนใหลหลง
แนวกวีมีวิญญาณงานบรรจง
เยี่ยมที่ตรงคิดได้แล้วร่ายกานท์

๐ แต่งไปเถอะมานะจะสนุก
น้องจะสุขในทิพย์หยิบความหวาน
หนึ่งในร้อยน้อยใครได้พบพาน
แต่ผู้จารงานกลอนพบก่อนใคร?"

ระนาดเอก

อายแบบน่ารัก



..ระนาด..ที่ไหลอย่างสายน้ำ..                      ..สื่อทำนอง..ท่องห้วงทิพย์..



"เทคนิคการเขียนกลอน ๖ บทครับ?"



๐ การร่ายพจน์รดใจมีหลายหลาก
ควรเริ่มจากเรื่องราวเตรียมกล่าวอ้อน
คิดพล็อตเรื่องซึ้งซึ้งตรึงสุนทร
บทแรกก่อนขึ้นให้ใคร่ติดตาม

๐ คิดพยางค์คำคมอารมณ์ใส่
คนอ่านไซร้เพลิดเพลินเกินหักห้าม
ฝึกหัดเขียนหกบทสร้างพจน์ความ
คล้ายในนามเรื่องสั้นบรรยายไป

๐ ปูท้องเรื่องสองบทสะกดจิต
แต่งแต้มนิดเติมหน่อยปล่อยคำไข
บทสาม,สี่ผูกปมกลมเกลียวใย
ชักชวนให้ใครอ่านพานติดลม

๐ บทที่ห้าพาทีที่เร่งเร้า
เตรียมส่งเข้าบทท้ายคล้ายเพาะบ่ม
พอเข้าสู่บทหกฉกฉวยปม
เร่งระดมปิดฉากกระชากใจ

๐ เสร็จแล้วตรวจเนื้อเรื่องอย่าเคืองขัด
ถ้อยอึดอัดแย้งกันอย่าพลันใส่
ดูสัมผัสฉันทลักษณ์หลักกลอนไทย
เสียงที่ใช้ไล่ทวนถ้วนต้น,ปลาย

๐ ชิงสัมผัสหรือซ้ำย้ำอย่าใช้
เรื่องถูกใจแต่คำทำเสียหาย
แล้วอย่าลืมตั้งชื่อสื่อคมคาย
คนอ่านดูก็ฉายลายคำกลอน..

ระนาดเอก

อายแบบน่ารัก



..ระนาด..ที่ไหลอย่างสายน้ำ..                      ..สื่อทำนอง..ท่องห้วงทิพย์..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กันยายน 2010, 02:39:am โดย ระนาดเอก »

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, สล่าผิน, จารุทัส, pat-q, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

07 ธันวาคม 2009, 02:55:pm
แมวเหมียว
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 67
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 175


จะเป็นดอกไม้ในใจเธอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2009, 02:55:pm »

ลองแต่งดูนะคะ

กลอนสุภาพแปดคำจำต่อวรรค
ฝึกรู้จักถักทอก่อภาษา
ได้ลองแต่งกลอนรักปักอุรา
ไว้ครั้งหน้ามาอ่านสำราญใจ


แต่บางครั้งทั้งเจ็ดและก็เก้า
ยังนำเอามาต่อให้พอไหว
แบ่งวรรคอ่านให้เหมาะไพเราะไป
ไม่ว่าใครฝึกบ่อยจะค่อยดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 กุมภาพันธ์ 2010, 06:08:pm โดย แมวเหมียว »

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, เพรางาย, จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 ธันวาคม 2009, 03:07:pm
เพรางาย
ผู้ดูแลบอร์ด

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,235


ทุกคำถามจะนำมาซึ่งคำตอบ


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2009, 03:07:pm »

คุณงายชอบกลอนเจ็ด
ขอเอามาใส่ไว้ด้วยนะคะ  ถือว่าอยู่ในประเภทกลอนเช่นเดียวกัน
กลอนเจ็ดจะรับส่งสัมผัสเช่นเดียวกับกลอนแปด  ต่างตรงที่จำนวนพยางค์ในวรรคจะมีแค่เจ็ดพยางค์ 
ถ้าแบ่งพยางค์ในวรรคของกลอนแปดเป็น
000/00/000
กลอนเจ็ดจะออกมาเป็น
00/00/000

ซึ่งคุณงายจะชอบเพราะรู้สึกว่ามันกระชับกว่า  ถ้าเป็นกลอนบทละครหรือบทร้องเพลงไทยเดิม  ใช้กลอนเจ็ดจะร้องได้ง่ายกว่าด้วย
ส่วนนี้เป็นเรื่องของนานาจิตตังค่ะ
แต่อยากเอามาเพิ่มเติมให้รู้เพิ่ม  เผื่อมีใครสงสัยบางงานของคุณงายว่าทำไมไม่ครบแปด

กลอนไม่ได้มีแค่กลอนแปดหรอกค่ะ
ที่คุณงายชอบมีกลอนเจ็ด  กลอนหก  กลอนสี่  ตามลำดับ  จะเลือกแต่งตามอารมณ์กลอนที่เจ้าตัวคิดว่าน่าจะเหมาะที่สุด

ลองแต่งกลอนเพื่อเป็นตัวอย่างกลอนเจ็ด  ให้สองบทค่ะ


ที่ใดไม่มีรอยชีวิต
คาดคิดสิทธิ์สู่ประตูหวัง
ย่อมไร้ใครลอบมอบพลัง
คนตั้งใจวาดยังขาดคน

ที่ไหนใดที่มีชีวิต
ดวงจิตคิดได้ไม่สับสน
บากบั่นฝันพร้อมยอมอดทน
ดึงตนสู่หวังสมตั้งใจ

ยกนิ้วให้ ... โดย : จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 21 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

คนที่กำลังไล่ตามความฝัน  ท่ามกลางความผกผันของเวลา
14 ธันวาคม 2009, 09:43:pm
ระนาดเอก
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 754
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,546


~พลิ้วไหว..ดั่งสายน้ำ~


ธนเดช จตุคามฯ
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2009, 09:43:pm »

๐ ที่นี่ พร่างพรม อารมณ์ฝัน
ล้วนกลั่น อักษร อย่างอ่อนไหว
พลิ้วพลิ้ว ริ้วลม ห่มฤทัย
งามใส ยามล่วง หลงบ่วงกลอน

๐ คุณงาย ฉายอ้อน ถึงกลอนเจ็ด
แววเพชร เลอค่า กล้ากระฉ่อน
ถ้อยกวิน แห่งฟ้า จะขจร
สะท้อน วิถี กวีไทย..

ยิ้มแก้มแดง

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

16 ธันวาคม 2009, 08:15:pm
nontawit
Special Class LV1
นักกลอนผู้เร่ร่อน

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87



« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 08:15:pm »



  อยากให้คุณ  Webmaster  มาบอกวิธีการเล่นอักษร หรือที่เรียกว่า "กลบท-กลอักษร"น่ะครับ เพราะอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และอีกอย่าง
  ผมไปหาแล้วมันมีแค่นิดเดียวเอง  ถ้าหาได้ก็ขอบคุณมากครับ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ

  ด.ช.นนท์
   ยิ้มหน้าใส

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

...จอมยุทธ์อินทรีเหิน likimaru...
24 ธันวาคม 2009, 04:13:pm
Kotchanan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 ธันวาคม 2009, 04:13:pm »



อยากฝึกหัดแต่งกลอนวอนมาต่อ
เงียบเหงาหนอห้องนี้มีคนไหน
มาทายทักรักพี่มีแก่ใจ
ต่อกันไปไมตรีก็ผลิบาน

นับจากหนึ่งถึงร้อยค่อยค่อยฝึก
ร่วมจารึกสักคำนำขับขาน
ฉันทลักษณ์ถูกก็รอมินาน
มอบแด่ท่านบวกหนึ่งซึ้งน้ำใจ

แต่งให้เป็นเรื่องเดียวและเกี่ยวเนื่อง
พี่เริ่มเรื่องกลอนรักจักดีไหม
โดยระวังสัมผัสอย่าปัดไป
กลอนจักได้ไพเราะเพราะช่วยกัน


(หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม)


"หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง"


 สาวน้อยหัวเราะ

ยกนิ้วให้ ... โดย : จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 17 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
24 ธันวาคม 2009, 05:44:pm
สุมาเจียว
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 292
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


จินตนาการในความว่างเปล่า


« ตอบ #7 เมื่อ: 24 ธันวาคม 2009, 05:44:pm »



อยากฝึกหัดแต่งกลอนวอนมาต่อ
เงียบเหงาหนอห้องนี้มีคนไหน
มาทายทักรักพี่มีแก่ใจ
ต่อกันไปไมตรีก็ผลิบาน

นับจากหนึ่งถึงร้อยค่อยค่อยฝึก
ร่วมจารึกสักคำนำขับขาน
ฉันทลักษณ์ถูกก็รอมินาน
มอบแด่ท่านบวกหนึ่งซึ้งน้ำใจ

แต่งให้เป็นเรื่องเดียวและเกี่ยวเนื่อง
พี่เริ่มเรื่องกลอนรักจักดีไหม
โดยระวังสัมผัสอย่าปัดไป
กลอนจักได้ไพเราะเพราะช่วยกัน


(หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม)


"หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง"


 สาวน้อยหัวเราะ


คนขี้เมาเหล้าเร่เซแท่ดแท่ด
เดินหน้าแปดถอยหลังเก้าเท้าเขย่ง
เซเข้าสวนม้วนหน้าข้ามิเกรง
มวลแมกไม้บานเบ่งล้มกระจาย

มือนั้นกอดขวดเหล้าเท่าชีวิต
ใครจะคิดชิงข้านั้นอย่าหมาย
ตั้งสติยืนหยัดระมัดกาย
ก็มิวายเซไถลไปอีกที

เห็นนกยูงสูงลิ่วอยู่บนต้น
แปลกกมลเอ๊อะไรที่ไหนนี่
จึงสอดส่ายสายตาสุรามี
ยกกระดกอีกทีอย่างจงใจ

เมื่อสุขสมล้มครืนลงอีกรอบ
ใครช่วยตอบผมทีว่าที่ไหน
แล้วขี้เหล้าคนนี้เขาเป็นใคร
ช่วยต่อกลอนต่อไปให้เข้ากัน

                dokkrajaiw ยิ้มหน้าใส ยิ้มหน้าใส

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

24 ธันวาคม 2009, 06:26:pm
ระนาดเอก
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 754
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,546


~พลิ้วไหว..ดั่งสายน้ำ~


ธนเดช จตุคามฯ
เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 24 ธันวาคม 2009, 06:26:pm »



อยากฝึกหัดแต่งกลอนวอนมาต่อ
เงียบเหงาหนอห้องนี้มีคนไหน
มาทายทักรักพี่มีแก่ใจ
ต่อกันไปไมตรีก็ผลิบาน

นับจากหนึ่งถึงร้อยค่อยค่อยฝึก
ร่วมจารึกสักคำนำขับขาน
ฉันทลักษณ์ถูกก็รอมินาน
มอบแด่ท่านบวกหนึ่งซึ้งน้ำใจ

แต่งให้เป็นเรื่องเดียวและเกี่ยวเนื่อง
พี่เริ่มเรื่องกลอนรักจักดีไหม
โดยระวังสัมผัสอย่าปัดไป
กลอนจักได้ไพเราะเพราะช่วยกัน


(หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม)


"หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง"


 สาวน้อยหัวเราะ


๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา..

ยิ้มแก้มแดง

ยกนิ้วให้ ... โดย : จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

24 ธันวาคม 2009, 11:59:pm
Kotchanan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 24 ธันวาคม 2009, 11:59:pm »


หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 ธันวาคม 2009, 05:41:pm โดย กชนันท์ »

ยกนิ้วให้ ... โดย : จอมขวัญ, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
25 ธันวาคม 2009, 02:29:pm
Kotchanan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 25 ธันวาคม 2009, 02:29:pm »

หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


>> หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง      (กชนันท์)


>>  คนขี้เมาเหล้าเร่เซแท่ดแท่ด
เดินหน้าแปดถอยหลังเก้าเท้าเขย่ง
เซเข้าสวนม้วนหน้าข้ามิเกรง
มวลแมกไม้บานเบ่งล้มกระจาย

มือนั้นกอดขวดเหล้าเท่าชีวิต
ใครจะคิดชิงข้านั้นอย่าหมาย
ตั้งสติยืนหยัดระมัดกาย
ก็มิวายเซไถลไปอีกที

เห็นนกยูงสูงลิ่วอยู่บนต้น
แปลกกมลเอ๊อะไรที่ไหนนี่
จึงสอดส่ายสายตาสุรามี
ยกกระดกอีกทีอย่างจงใจ

เมื่อสุขสมล้มครืนลงอีกรอบ
ใครช่วยตอบผมทีว่าที่ไหน
แล้วขี้เหล้าคนนี้เขาเป็นใคร
ช่วยต่อกลอนต่อไปให้เข้ากัน       (dokkrajaiw)


>> ฤทธิ์ดีกรีพลุ่งพล่านซ่านในเลือด
ราวอัคคีไหม้เดือด หน้าเผือด,สั่น
อลหม่านผ่านคืนฝืนอีกวัน
มิแผกผันเม็ดน้ำยังก่ำตา

ใครหนอคนขี้เมาผมเผ้าปรก
ย้อมหัวอกเปราะบางอย่างสิ้นท่า
ท่านมิเข้าถึงอก ฟกอุรา
ถึงเฮฮาจิตใจอ่อนไหวนัก

เคลิ้มไปกับสายลมที่พรมพลิ้ว
เหมือนปลิดปลิวอ่อนยวบอย่างจมปลัก
ตาสนิมก่ำแดง-แฝงด้วยรัก
แต่เกินตักตวงไว้ในสายตา

เคยหรือเปล่า? เหงางันอยู่เงียบ-เงียบ
แต่ละก้าวย่ำเหยียบอย่างไร้ค่า
มันปวดร้าวราวกับเพิ่งผ่านมา
และเกินกว่าน้ำเมาเข้ากดทับ!

ช่อตระหง่านท้าตะวันแล้วผันพลิก
ยกกระติกกรอกคอก่อนเคลิ้มหลับ
เหม็นเปรี้ยว,เรอ.. เออ..หนอ คออ่อนพับ
หางนกยูงเควี้ยวขวับ.. ซับน้ำตา           (กชนันท์)

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
25 ธันวาคม 2009, 07:15:pm
สุมาเจียว
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 292
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,210


จินตนาการในความว่างเปล่า


« ตอบ #11 เมื่อ: 25 ธันวาคม 2009, 07:15:pm »

หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


>> หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง      (กชนันท์)


>>  คนขี้เมาเหล้าเร่เซแท่ดแท่ด
เดินหน้าแปดถอยหลังเก้าเท้าเขย่ง
เซเข้าสวนม้วนหน้าข้ามิเกรง
มวลแมกไม้บานเบ่งล้มกระจาย

มือนั้นกอดขวดเหล้าเท่าชีวิต
ใครจะคิดชิงข้านั้นอย่าหมาย
ตั้งสติยืนหยัดระมัดกาย
ก็มิวายเซไถลไปอีกที

เห็นนกยูงสูงลิ่วอยู่บนต้น
แปลกกมลเอ๊อะไรที่ไหนนี่
จึงสอดส่ายสายตาสุรามี
ยกกระดกอีกทีอย่างจงใจ

เมื่อสุขสมล้มครืนลงอีกรอบ
ใครช่วยตอบผมทีว่าที่ไหน
แล้วขี้เหล้าคนนี้เขาเป็นใคร
ช่วยต่อกลอนต่อไปให้เข้ากัน       (dokkrajaiw)


>> ฤทธิ์ดีกรีพลุ่งพล่านซ่านในเลือด
ราวอัคคีไหม้เดือด หน้าเผือด,สั่น
อลหม่านผ่านคืนฝืนอีกวัน
มิแผกผันเม็ดน้ำยังก่ำตา

ใครหนอคนขี้เมาผมเผ้าปรก
ย้อมหัวอกเปราะบางอย่างสิ้นท่า
ท่านมิเข้าถึงอก ฟกอุรา
ถึงเฮฮาจิตใจอ่อนไหวนัก

เคลิ้มไปกับสายลมที่พรมพลิ้ว
เหมือนปลิดปลิวอ่อนยวบอย่างจมปลัก
ตาสนิมก่ำแดง-แฝงด้วยรัก
แต่เกินตักตวงไว้ในสายตา

เคยหรือเปล่า? เหงางันอยู่เงียบ-เงียบ
แต่ละก้าวย่ำเหยียบอย่างไร้ค่า
มันปวดร้าวราวกับเพิ่งผ่านมา
และเกินกว่าน้ำเมาเข้ากดทับ!

ช่อตระหง่านท้าตะวันแล้วผันพลิก
ยกกระติกกรอกคอก่อนเคลิ้มหลับ
เหม็นเปรี้ยว,เรอ.. เออ..หนอ คออ่อนพับ
หางนกยูงเควี้ยวขวับ.. ซับน้ำตา           (กชนันท์)


ความบรรยายยาวย้ำล้วนลำบาก
นั่นต่างหากบทกระทำดั่งคำว่า
อ่านแล้วจึงสมเพศเวทนา
จะกล่าวหานั้นสุดแท้แต่น้ำคำ


ที่จริงแล้วไม่ใช่ใครคือไอ้ฟัก
ถ้าคุณไม่รู้จักก็น่าขำ
เป็นภารโรงอยู่โรงเรียนเพียรประจำ
แต่เพราะฟ้าชะตากรรมจึงเมามาย

ถูกสังคมรุมประณามแลหยามเหยียด
แถมยังเบียดเบียนกรรมถึงทำร้าย
ทิ้งชีวิตความดีปรีชาชาย
อยู่กับม่ายสมทรงข้างโรงเรียน

             dokkrajaiw



   อะไรวะ...งง ว่ะ อะไรวะ...งง ว่ะ งอนแล้วด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ธันวาคม 2009, 06:48:pm โดย dokkrajaiw »

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

28 ธันวาคม 2009, 03:34:pm
เพรางาย
ผู้ดูแลบอร์ด

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,235


ทุกคำถามจะนำมาซึ่งคำตอบ


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 28 ธันวาคม 2009, 03:34:pm »



หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
โอ้..จอมขวัญ หนึ่งใครยังเพรียกหา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?


ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลก
เลือน
ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

คนที่กำลังไล่ตามความฝัน  ท่ามกลางความผกผันของเวลา
28 ธันวาคม 2009, 05:39:pm
Kotchanan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 28 ธันวาคม 2009, 05:39:pm »


หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?
(กชนันท์)

ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลก
เลือน(เพรางาย)

แตะเพียงแผ่วแว่นกลีบยับลีบปรุ
พลันทะลุย่อยแหลกเยิ้มยางเฝื่อน
ฝากสีสันแสดแสบไว้แนบเตือน
เซ่นคนเถื่อน เปื้อนตมก่อนจมลับ (กชนันท์)
ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
29 ธันวาคม 2009, 10:17:am
เพรางาย
ผู้ดูแลบอร์ด

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 511
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,235


ทุกคำถามจะนำมาซึ่งคำตอบ


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2009, 10:17:am »

หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)


๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)


ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร? (กชนันท์)


ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลกเลือน(เพรางาย)


แตะเพียงแผ่วแว่นกลีบยับลีบปรุ
พลันทะลุย่อยแหลกเยิ้มยางเฝื่อน
ฝากสีสันแสดแสบไว้แนบเตือน
เซ่นคนเถื่อน เปื้อนตมก่อนจมลับ (กชนันท์)

เหลือหลายดอกแย้มเยือนเรือนใบยอด
รอวันทอดพรมส้มลมขยับ
เล่ห์ลมหวานหว่านลูบจูบประทับ
ตะวันดับร่วงรายตายตามกัน

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

คนที่กำลังไล่ตามความฝัน  ท่ามกลางความผกผันของเวลา
29 ธันวาคม 2009, 10:47:am
ตะวันฉาย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 426
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,158



« ตอบ #15 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2009, 10:47:am »


หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?
(กชนันท์)

ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลก
เลือน(เพรางาย)

แตะเพียงแผ่วแว่นกลีบยับลีบปรุ
พลันทะลุย่อยแหลกเยิ้มยางเฝื่อน
ฝากสีสันแสดแสบไว้แนบเตือน
เซ่นคนเถื่อน เปื้อนตมก่อนจมลับ (กชนันท์)


เหลือหลายดอกแย้มเยือนเรือนใบยอด
รอวันทอดพรมส้มลมขยับ
เล่ห์ลมหวานหว่านลูบจูบประทับ
ตะวันดับร่วงรายตายตามกัน (เพรางาย)

ลู่ลมแรงแข่งขยับวับวาวไหว
ดอกก้านใบร่วงหล่นยลเพียงฉัน
ยืนต้นตายรายเรียงเคียงตะวัน
ถูกฝนพลัน ชูช่อดอก ออกเชยชม
  (ตะวันฉาย)

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ว่างเปล่า
29 ธันวาคม 2009, 10:46:pm
แงซาย
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 40
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 109



« ตอบ #16 เมื่อ: 29 ธันวาคม 2009, 10:46:pm »


หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?
(กชนันท์)

ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลก
เลือน(เพรางาย)

แตะเพียงแผ่วแว่นกลีบยับลีบปรุ
พลันทะลุย่อยแหลกเยิ้มยางเฝื่อน
ฝากสีสันแสดแสบไว้แนบเตือน
เซ่นคนเถื่อน เปื้อนตมก่อนจมลับ (กชนันท์)


เหลือหลายดอกแย้มเยือนเรือนใบยอด
รอวันทอดพรมส้มลมขยับ
เล่ห์ลมหวานหว่านลูบจูบประทับ
ตะวันดับร่วงรายตายตามกัน (เพรางาย)

ลู่ลมแรงแข่งขยับวับวาวไหว
ดอกก้านใบร่วงหล่นยลเพียงฉัน
ยืนต้นตายรายเรียงเคียงตะวัน
ถูกฝนพลัน ชูช่อดอก ออกเชยชม
  (ตะวันฉาย)

สะบัดพริ้วปลิวว่อนตอนลมพัด
ผลิดอกผลัดใบหล่นปนแสดส้ม
ลอยละลิ่วปลิวคว้างตามทางลม
สีแสดส้มพรมพื้นดื่นดาษ
ตา (แงซาย)

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

"พรสวรรค์ หรือจะสู้ การแสวงหา
      ลิขิตฟ้า หรือจะสู้ มานะตน"
30 ธันวาคม 2009, 07:24:pm
วฤก
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 151
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 138



เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2009, 07:24:pm »



  อยากให้คุณ  Webmaster  มาบอกวิธีการเล่นอักษร หรือที่เรียกว่า "กลบท-กลอักษร"น่ะครับ เพราะอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และอีกอย่าง
  ผมไปหาแล้วมันมีแค่นิดเดียวเอง  ถ้าหาได้ก็ขอบคุณมากครับ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ

  ด.ช.นนท์
   ยิ้มหน้าใส




กลอนกลบทสะบัดสะบิ้ง


กำหนดให้คำท้ายวรรคเปลี่ยนเป็นคำซ้ำอักษรสองคู่

ตัวอย่างเช่นกลอนแปดเดิมนิยมแบ่งคำเป็น 000 00 000

เมื่อจะเขียนแบบกลบทสะบัดสะบิ้งสามคำหลังจะต้องเปลี่ยนเป็นคำซ้ำอักษรสองคู่ดังนี้ 000 00 XYXY
นั่นคือซ้ำอักษร X กับ Y

เมื่อขยายสามคำหลังเป็นคำซ้ำสองคู่แล้ว สามคำนี้จะอ่านได้ 4 พยางค์ ซึ่งอาจทำให้เสียงของวรรคกลอนเยิ่นเย้อไปได้
ดังนั้นท่านจึงนิยมให้ X เป็นลหุ หรือคำเสียงสั้น ส่วน Y ให้เป็นคำเสียงหนัก
เมื่อเขียนอย่างนี้แล้ว จังหวะการอ่านกลอนก็จะไม่ยืดยาดจนเกินไป

ยกนิ้วให้ ... โดย : รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 14 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

30 ธันวาคม 2009, 11:33:pm
ระนาดเอก
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 754
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,546


~พลิ้วไหว..ดั่งสายน้ำ~


ธนเดช จตุคามฯ
เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2009, 11:33:pm »


หางนกยูงปลิดไป.. หัวใจหล่นตาม


หางนกยูงสีส้มโน้มกิ่งลู่
กลีบ,ละอองเรณูพรูไหวสั่น
สะบัดช่อพลิ้วลมพัดโรมรัน
ริ้วตะวันหลุบย้อมพร้อมกลีบเคว้ง (กชนันท์)

๐ ดอกสีส้มชูชันบานสลวย
ล่อภู่ผึ้งรื่นรวยด้วยสีเก่ง
พิศเกสรไกวก้านขานบทเพลง
วอนรวีอย่าเร่งเปล่งเดชา.. (ระนาดเอก)

ใจระรัวแอบพ้อเพราะหวาดหวั่น
มาศตะวันส่องระยับจับเกศา
หางนกยูงเบ่งบานเต็มม่านฟ้า
แล้วรักเราโรยราหรืออย่างไร?
(กชนันท์)

ปลิดกลีบส้มพรมพื้นยืนอดสู
รักที่ดูเจิดจ้าฟ้าสดใส
ชั่วพริบตาขั้วโยกโลกคว่ำใบ
เท้าของใครย่ำกดบดแหลก
เลือน(เพรางาย)

แตะเพียงแผ่วแว่นกลีบยับลีบปรุ
พลันทะลุย่อยแหลกเยิ้มยางเฝื่อน
ฝากสีสันแสดแสบไว้แนบเตือน
เซ่นคนเถื่อน เปื้อนตมก่อนจมลับ (กชนันท์)


เหลือหลายดอกแย้มเยือนเรือนใบยอด
รอวันทอดพรมส้มลมขยับ
เล่ห์ลมหวานหว่านลูบจูบประทับ
ตะวันดับร่วงรายตายตามกัน (เพรางาย)

ลู่ลมแรงแข่งขยับวับวาวไหว
ดอกก้านใบร่วงหล่นยลเพียงฉัน
ยืนต้นตายรายเรียงเคียงตะวัน
ถูกฝนพลัน ชูช่อดอก ออกเชยชม
  (ตะวันฉาย)

สะบัดพริ้วปลิวว่อนตอนลมพัด
ผลิดอกผลัดใบหล่นปนแสดส้ม
ลอยละลิ่วปลิวคว้างตามทางลม
สีแสดส้มพรมพื้นดื่นดาษ
ตา (แงซาย)
๐ ความรุจีอัศจรรย์โลกสรรค์สร้าง
ก็กระจ่างพร่างพื้นชื่นบุปผา
บ้างค่อยปลิดดอกร่วงควงหล่นมา
บอกเพลาเก่าก่อนไว้สอนใจ..(ระนาดเอก)

ยิ้มแก้มแดง
ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

07 มกราคม 2010, 04:45:am
Kotchanan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 07 มกราคม 2010, 04:45:am »



เพิ่มเติมคำอธิบายฉันทลักษณ์
เรื่อง : เสียงท้ายวรรคและการผันเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค

 

วิธีใช้วรรณยุกต์ ในคำสุดท้ายของแต่ละวรรค


คำท้ายวรรค สดับ (วรรคหนึ่ง) ใช้ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ไม่นิยมสามัญ


คำท้ายวรรค รับ (วรรคสอง) ห้ามใช้ สามัญและตรี นิยมใช้ จัตวา เป็นส่วนมาก


คำท้ายวรรค รอง  (วรรคสาม) ใช้ สามัญ หรือ ตรี ห้ามใช้ เอก โท จัตวา


คำท้ายวรรค ส่ง (วรรคสี่) ใช้ สามัญหรือตรี ห้ามใช้ เอก โท จัตวา นิยมสามัญ



การผันเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค

การแต่งกลอนแปดนั้น "การผันเสียงวรรณยุกต์ถือตามเสียง ไม่ใช่ถือตามวรรณยุกต์ที่ปรากฎ"..
เวลาลงเสียงท้ายวรรคแต่ละวรรค ผู้แต่งควรไล่เสียงในใจก่อน ก็จะได้คำและเสียงในใจทันที..
โดยเอาเสียงตามความเป็นจริง ไม่ถือรูปวรรณยุกต์ เพราะรูปวรรณยุกต์บางรูปเสียงอาจจะหลอก (อ้างอิงจากคุณระนาดเอก)

วิธีการไล่เสียงวรรณยุกต์

เสียงในภาษาไทยมีอยู่ ๕ เสียง คือ เสียงสามัญ  เสียงเอก  เสียงโท  เสียงตรี และเสียงจัตวา
เริ่มผัน ตัวอย่าง เช่น กา  ก่า  ก้า  ก๊า  ก๋า
ไตรยางค์พยัญชนะ ๔๔ ตัว  แบ่งเป็นอักษรสูง ๑๑ ตัว    อักษรกลาง  ๙ ตัว  และอักษรต่ำ  ๒๔ ตัว

สำหรับอักษรสูงพื้นฐานเป็นเสียงจัตวา
ส่วนอักษรกลางกับอักษรต่ำพื้นฐานเป็นเสียงสามัญ

ปัญหาอยู่ที่ว่า  สำหรับคนที่ใช้ภาษาถิ่น เช่นจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน เมื่อผันเสียงอาจเพี้ยนได้

ขอนำเคล็ด(ไม่)ลับง่ายๆ  (จากหนังสือต้มยำทำกลอน)มาฝากค่ะ

วิธีเรียนลัดต้องจำไว้ก่อน (เข้าใจทีหลัง) โดยเฉพาะคำเป็นเท่านั้น 
ถ้าเป็นอักษรกลางผันด้วยรูปวรรณยุกต์อะไรต้องเป็นเสียงนั้นวันยังค่ำ
ส่วนอักษรต่ำ เช่น  คน  เติมรูปวรรณยุกต์โท (้) เป็นเสียงตรี (๊)    เติมรูปวรรณยุกต์เอก (่) เป็นเสียงโท (้)  เป็นต้น
ถ้าอักษรสูง เช่น ขอ เสียงจัตวา  เติมรูปวรรณยุกต์โท  เอก  ก็เป็นเสียงนั้นอยู่แล้ว


ขอขอบพระคุณเวปไซต์ http://www.st.ac.th/bhatips/glon.htm
คำแนะนำเรื่องการผันเสียงวรรณยุกต์จากคุณระนาดเอก
และเคล็ดไม่ลับ..จากหนังสือต้มยำทำกลอน

และส่งท้ายด้วย


เพชรน้ำหนึ่ง
ประพันธ์โดย : ส. เชื้อหอม



กลอนเก้าคำ จำไว้ ด้อยไพ"เราะ"   
เขียนให้"เหมาะ"  แปดคำ เพชรน้ำ"หนึ่ง"
แต่ละวรรค หนักแน่น ดุจแกน"กลึง"
กลอนจะ"ซึ้ง" ติดใจ และให้"คุณ"

คำสุดท้าย วรรคแรก แยกพิ"เศษ"
สามัญ"เขต" หวงห้าม ตามเกื้อ"หนุน"
ท้ายวรรคสอง ต้องรู้ อยู่เป็น"ทุน"
เอก-โท"จุน" จัต- วาประ"พนธ์"

ท้ายวรรคสาม วรรคสี่ นี้จำ"มั่น"
เสียงสา"มัญ" -ตรีใช้ ได้ทุก"หน"
สัมผัสซ้ำ จำจด งดปะ"ปน"
จงคิด"ค้น"  ถ้อยคำ ที่จำ"เป็น"

ไม้ไต่คู้ ใช้กับ ไม้ไต่"คู้"
เมื่อฟัง"ดู" เด่นดี ดั่งที่"เห็น"
เสียงสั้นยาว ก้าวก่าย หลายประ"เด็น"
อย่าบำ"เพ็ญ" พ้องกัน นิรัน"ดร"

อย่าเขียนให้ ใจความ ตามเพ้อ"นึก"
จงตรอง"ตรึก" ตระหนัก เรื่องอัก"ษร"
คติธรรม นำใส่ ให้สัง"วร"
รวมสุน"ทร" ถ้อยไว้ ให้งด"งาม"

จุดจบก็ ขอให้ กินใจ"หน่อย"
มิควร"ปล่อย" เปะปะ เหมือนสะ"หนาม"
จบให้เด่น เห็นชัด จำกัด"ความ"
ให้ตรง"ตาม" เค้าโครง เรื่องโยง"ใย"

เขียนเสร็จสรรพ กลับมา ตรวจตรา"ผิด"
ตรวจช"นิด" เรียงตัว ทั่วกัน"ใหม่"
เมื่อเห็นเพราะ เหมาะดี จี้หัว"ใจ"
จึงเผย"ให้" ประชา ชนตรา"ตรึง"

กลอนเก้าคำ จำไว้ ด้อยไพ"เราะ"
เขียนให้"เหมาะ" แปดคำ เพชรน้ำ"หนึ่ง"
แต่ละวรรค หนักแน่น ดุจแกน"กลึง"
ผู้อ่าน"จึง" จะชอบ ชมขอบ"คุณ".





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม 2012, 11:06:pm โดย บ้านกลอนไทย »

ยกนิ้วให้ ... โดย : จารุทัส, รัตนาวดี

ข้อความนี้ มี 22 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

คำคม    ทํานายฝัน    ดูดวง    กราฟชีวิต       กลอน วิธีลดน้ําหนัก ทำนายความฝัน คําคมโดนๆ

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s