ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
ชุมชน บ้านกลอนไทย
18 ตุลาคม 2019, 04:55:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์  (อ่าน 19433 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
12 มีนาคม 2019, 08:23:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #100 เมื่อ: 12 มีนาคม 2019, 08:23:AM »
ชุมชนชุมชน



พรมาลี..พรมาลัย
..กลบทสร้อยคู่สะคราญ..


 ๏ อักษราคราพิศ.. ลิขิตผัน
บ้างจำนรรจ์เนืองนิตย์.. ลิขิตเผย
บ้างอาทรห่วงใย.. ไม่ละเลย
บ้างคุ้นเคยอาลัย.. ไม่ละเลือน

ร้อยคำคมคลอเคียง.. สำเนียงหมาย
สร้อยคมคายสุ้มเสียง.. สำเนียงเหมือน
พร้องไพเราะปริ่มเปี่ยม.. ยามเยี่ยมเยือน
เสนาะเรือนลออเอี่ยม.. ยามเยี่ยมยล

ประกายคำพร่างพราย.. เพชรสายฝัน
พรั่งพรูพลันโปรยปราย.. เพชรสายฝน
กรุ่นไอรักอวลละออง.. ดั่งต้องมนต์
ปลุกชีพชนม์สมสนอง.. ดั่งต้องมาน

ได้ตื่นตนมิรู้สิ้น.. ถวิล, ขาม
พร้อมตื่นตามอาจิณ.. ถวิล, ขาน
ประสบซึ้งคารม.. ชื่นชมปราณ
ทรวงสบซ่านอภิรมย์.. ชื่นชมปรีดิ์

ดั่งสายธารรินรด.. งามสดใส
สายธารใจผ่องพจน์.. งามสดศรี
ดั่งฟ้าโปรยมวลลดา.. พรมาลี
พรมดอกคลี่อวลผกา.. พรมาลัย ๚ะ๛


พี.พูนสุข
๑๖  สิงหาคม  ๒๕๕๖


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, @free, สุวรรณ, บอม ซอง ดุ๊ก, พิณจันทร์, สดายุ, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 มีนาคม 2019, 10:52:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #101 เมื่อ: 23 มีนาคม 2019, 10:52:AM »
ชุมชนชุมชน



..สมานฉันท์ ๗..

      ** วาสนาใครหนอ.. ? **

     ๏ วาสนา..ชะตาลิขิต         
อาจพิชิต..สนามประชัน
                       ราชสีห์..ขมีขมัน                     
ร่ายกถา..มหาระรวย !..
                         
     ๏ เสียงนิยม..ถล่มทลาย         
             แต่ละฝ่าย..อำรุงอำนวย               
       น้อมกระพุ่ม..กระชุ่มกระชวย         
เสียงสวรรค์..คะยั้นคะยอ !..

       ๏ ศุภการณ์..สมานสมัคร       
โลกประจักษ์..ฉะนี้ละหนอ
                   ใครนะใคร..ไผทลออ                     
แสงเมลือง..จะเฟื่องจะฟู !..

     ๏ กาละโชค..กะโต๊กกะต๊าก   
ไข่จะมาก.. พะโล้กะหมู
    ท้องก็อิ่ม..กระหยิ่มล่ะตู   
   ยางก็แพง..จะแกล้ง ฤ จริง !..

     ๏ มาละเหวย..มิเฉยมิเชือน   
วันและเดือน..จะอ้างจะอิง
                   ชวนตะลึง..คะนึงคะนิง                   
สุขประสา..ละล้าละลัง !..

    ๏ ไปเถอะไป.. ระไวระวาด 
กากบาท..ระมัดระวัง !
           คนลำบาก..จะฝากจะฝัง--           
คนพิเศษ..ประเทศเจริญ !..


     ๏ คนละเสียง..เพราะเพียงเพราะกา   
เข้าสภา..จะสรรเสริญ
   มุ่งประโยชน์..วิโรจน์ดำเนิน   
มวลประชา..อธิปไตย !..


 หัวเราะยิ้มๆ อย่าลืม..  24 มีนา  เข้าคูหาเลือกตั้งกันเน้อ...โย่ว โย่ว โย่ว...!  หัวเราะยิ้มๆ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, บอม ซอง ดุ๊ก, พิณจันทร์, เนิน จำราย, toshare

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 มีนาคม 2019, 07:11:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #102 เมื่อ: 23 มีนาคม 2019, 07:11:PM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

ต้านพายุ

โพ้นเบื้องหน้าป่าเขาทอดเงาครึ้ม
แดดสีทึมทอดตัวสลัวสลด
ทางที่ทอดถึงเปลี่ยวถึงเคี้ยวคด
ใช่ที่เธอจะรันทดทอดอาลัย

เมื่อสังคมเส็งเคร็งและโสโครก
ความเศร้าโศกมิใช่เครื่องปลดเปลื้องได้
ถ้าเธอกล้าฝ่าฟันโดยมั่นใจ
เธอก็ก้าวต่อไปโดยไม่ท้อ

ร้องไห้เถิดถ้าจะร้องเพื่อจะลุก
แต่อย่าร้องเพื่อจะทุกข์เถิดร้องขอ
ซึ่งน้ำตาแต่ละหยดที่รดออ
จะเหมือนตรวนแต่ละข้อคอยยึดยื้อ

ไม่มีดอกเทวดาบนฟ้านี้
ป่วยการหมายบารมีมายึดถือ
มีแต่ตัวมีแต่ตีนมีแต่มือ
ที่จะลงที่จะรื้อที่จะทำ

ทุกทุกย่านหย่อมหญ้าที่ย่างเหยียบ
ใช่ปูพรมราบเรียบให้เหยียบย่ำ
ล้วนหนามคมหินแข็งคอยแทงตำ
ทั้งผงฝุ่นหมุนคล่ำกระหน่ำวน

ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด
ไม่มีใครไม่เคยขลาดมาแต่ต้น
เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน
หลังพายุผ่านพ้นจึงสร่างซา

แด่เธอที่หาญท้าสู้พายุ
ด้วยใจมุมุ่งมั่นโหมฟันฝ่า
ประสานใจ,  ประสานตน,  ประสานตา
ก็รู้ว่าเธอจะชนะมัน.

                คมทวน  คันธนู
นาฏกรรมบนลานกว้าง - บทกวีซีไรต์ ปี 2526

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, พิณจันทร์, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
27 มีนาคม 2019, 08:36:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #103 เมื่อ: 27 มีนาคม 2019, 08:36:PM »
ชุมชนชุมชน

      งง.... งง....

                                คำติง

       แผลงฤทธิ์ว่ารอบรู้                     เหลือหลาย
ตาเหยียดใจหยันหยาม                     ปากเย้ย
ยิ่งเห็นยิ่งใจหาย                                หดหู่
กูนี่แหละเว้ยเฮ้ย                                อรหันต์

       ดาวยังเด่นอยู่ได้                         โดยแสง             
กูเกิดกูผลักดัน                                   รอบด้าน
สรรพสิ่งบ่เคยแปลง                           แปรรูป
กูเกิดกูกล้ากร้าน                                 เพราะกู

       เขานั่งสร้างสถูปขึ้น                   ครอบเขา
เอาอักขระอันหรู                               แต่งรั้ง
เอาอัตตะเอาเงา                                 ร้อยเงื่อน
ต่างกระดูกไว้ตั้ง                                ต่างคน

       คำเตือนจากเพื่อนด้วย                หวังดี
เมื่อรักการก่อถนน                             ถนัดโน้น               
อย่าเพื่อนอย่าย่ำยี                               มนุษยชาติ
คนอาจมีเป้าโพ้น                               บ่แผกกัน
             
             วิสัยคนข้ามคนคือคับแคบ
             ตลบแอบอวดอ้างล้วนสร้างสรรค์
             วิสัยตนยกตนย่อมตีบตัน
             มิเห็นใครสำคัญสำหรับใคร

             เมื่อมีมืออย่าประเมินความสามารถ
             มือคนอื่นไม่อาจถือเทียบได้
             มีเท้าแล้วอย่าถลำก้าวล้ำไกล       
             เมื่อทุกคนมีหัวใจเอาไว้เดิน

             ถึงเวียนว่ายแวดวงก็เวิ้งว้าง
             ถ้ายังต่างแตกต่างยังห่างเหิน
             แยกศัตรูแยกมิตรแล้วคิดเมิน
             ใครฤๅกล้าล่วงเกินหรือด่าทอ

             ตรองให้ลึกนึกให้รอบตอบให้ถ้วน
             จะร่ายทวนถือตนอยู่บนหอ
             หรือจะลงจากยอดมากอดคอ
             ร่วมกันก่อถนนใหม่ใกล้ใกล้กัน. 

                              คมทวน  คันธนู
              นาฏกรรมบนลานกว้าง - บทกวีซีไรต์ ปี 2526

                  
                                            ซึ้งจัง ซึ้งจัง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, พิณจันทร์, เนิน จำราย, สุวัฒน์ ไวจรรยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
13 เมษายน 2019, 10:53:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #104 เมื่อ: 13 เมษายน 2019, 10:53:AM »
ชุมชนชุมชน

ขันน้ำใจ...
๐ ขันน้ำขันน้อยเคียงคอยหอม
โอบอ้อมโอบอุ่นหนุนนำผล
น้ำสุขน้ำใสไกลกังวล
พรมหม่นพรมหมองปัดป้องภัย !..
                                   ..พี.พูนสุข..



         ๏ หอมกลิ่นดอกไม้ที่                นับถือ
หอมแต่ตามลมฤๅ                              กลับย้อน
หอมแห่งกลิ่นกล่าวคือ                       ศีลสัจ   นี้นา
หอมสุดหอมสะท้อน                          ทั่วใกล้ไกลถึง

         ๏ น้ำใช้ใส่ตุ่มตั้ง                        เต็มดี
น้ำอบอ่าอินทรีย์                                 อย่าผร้อง
น้ำปูนใส่เต้ามี                                     อย่าขาด
น้ำจิตอย่าให้ข้อง                                ขัดน้ำใจใคร

         ๏ น้ำเงินน้ำนากแม้                     มัวแสง
น้ำซ่มต้มย้อมแปลง                            ผ่องได้
น้ำจิตวิปริตแหนง                               มัวหม่น
น้ำอื่นเอาลูบไล้                                    ห่อนล้างใจเคือง     
   (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

          ๏ น้ำลึกพานเชี่ยวซึ้ง                   สุดพาย
หยั่งได้แต่โดยสาย                                ดิ่งทิ้ง
น้ำใจจักบรรยาย                                   เหลือยาก
ยกแต่ผู้เผาปิ้ง                                       เกลศแห้งหากเห็น

                  (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า)


        
            ..ขอบคุณเจ้าของภาพขันน้ำอันหอมกรุ่นค่ะ..

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : toshare, สุวรรณ, พิณจันทร์, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
30 เมษายน 2019, 08:30:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #105 เมื่อ: 30 เมษายน 2019, 08:30:PM »
ชุมชนชุมชน

 งง....
เมื่อวาน..
๐ ฟ้าครืน..ยืนสั่นงันงก
ฝนตก..ลมอื้อหวือไหว
ฝาโอ่งโด่งดิ่งกลิ้งไกล
น้ำไหลเจิ่งนองร่องตัน
๐ หมาพล่านย่านครางหงีดหงิง...
วนวิ่งใต้ถุนหุนหัน
ฟ้าแลบแพล็บแพล็บ.. แอบกัน
ฟ้าลั่นหนาวร้อน..ซ่อนตัว

นับวัน..
๐ ค่อยค่อย...ตั้งหลักหนักแน่น
ลมแล่นลุกขึ้นมึนหัว
ตาปรอยลอยล่องมองมัว
จับรั้วแม้ทันสั่นเทา
๐ โธ่เอ๋ย...เคยอยู่รู้ย่าง
แถวทางเคยเพลินเดินเข้า
เดี๋ยวนี้...เซเยือนเหมือนเมา
ค้ำเอาสามขาพาจร...
   ..พี.พูนสุข..




    ๏ หมอแพทย์ทายว่าไข้                   ลมคุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม                            โทษให้
แม่มดว่าผีกุม                                        ทำโทษ
            ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้                         ก่อสร้างมาเอง

     ๏ กายเกิดพยาธิโรคร้าย                 ยาหาย
      แต่พยศยาไป่วาย                                ตราบม้วย
 ชาติเสือห่อนหายลาย                          ลบผ่อง
              กล้วยก็กล้วยคงกล้วย                         กลับกล้ายฤๅมี
         (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

          ๏ เมื่อร้อนให้น้ำด้วย                    เย็นใจ
เมื่อหนาวท่านให้ไฟ                               อุ่นเนื้อ
    เมื่อยากให้ทรัพย์ใส                                 สว่างโศก
               เมื่อทุกข์ช่วยแก้เกื้อ                                 สุดแล้วคุณเสมอ
         (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า)




ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : บอม ซอง ดุ๊ก, สุวรรณ, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
18 พฤษภาคม 2019, 08:32:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #106 เมื่อ: 18 พฤษภาคม 2019, 08:32:AM »
ชุมชนชุมชน



      วันวิสาขบูชา  มหาศรัทธาชาวพุทธ
              
       ๐ ธารธรรม ทำทาน กรานกราบ 
       เอิบอาบ ล่องลอย คล้อยเคลื่อน
       ธรรมทาน..นานเนื่อง..เรืองเรือน 
       มานเหมือน ผ่องผุด บุษบัน !..
                                         ..พี.พูนสุข..



     ๏ ทำบุญบุญแต่งให้                   เห็นผล
คือดั่งเงาตามตน                            ติดแท้
ผู้ทำสิ่งอกุศล                                 กรรมติด   ตามนา
ดุจจักรเกวียนเวียนแล้                   ไล่ต้อนตีนโค   

     ๏ ใจบุญบุญนักรู้                         เร็วทำ
ใจบาปทำบาปกรรม                        ง่ายแท้
ใจบุญก่อบาปลำ                               บากยาก  จิตนา
ใจบาปทำบุญแล้                               ยิ่งนั้นแสนทวี

      ๏ ศาสตร์ใดจะล้ำเท่า                   ธรรมาน
ทรัพย์สิ่งใดไกรทาน                          ที่ให้
รักใดจักปูนปาน                                รักสัจ  ศีลนา
สุขสิ่งใดจักได้                                    สุขเพี้ยงนฤพาน 
      (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

      ๏ สวรรค์  แสวงสุขได้                   เสียกรรม
ในอก   อิ่มบุญธรรม                            เที่ยงได้
นรก  รักบาปนำ                                   ไปสู่  ทุกข์แฮ
ในใจ  ให้สุขให้                                     ทุกข์ด้วยใจเอง                     

      ๏ พระธรรมดูดุจแก้ว                    จินดา
ให้เกิดเชาวน์ปัญญา                             เลิศด้วย
ให้ตระกูลยศถา                                   ใหญ่ยิ่ง
เกิดสวัสดิ์เท่าม้วย                               มุ่งฟ้าเสวยสวรรค์
                   (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า) 

          


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, พิณจันทร์, @free, toshare, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
04 มิถุนายน 2019, 11:48:AM
@free
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 322



« ตอบ #107 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2019, 11:48:AM »
ชุมชนชุมชน



                 https://youtu.be/eBDiBGkqhWM

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, เนิน จำราย, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
04 มิถุนายน 2019, 12:34:PM
toshare
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,068



« ตอบ #108 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2019, 12:34:PM »
ชุมชนชุมชน


@ แท้! ธรรม สันติสงบ ให้.....ร่มเย็น
แท้ เมตตาผู้เข็ญ................เด่นล้ำ
แท้ สามัคคีเป็น..................หมุดมุ่ง
แท้ "ปฏิบัติ"ยึดย้ำ..............จรัสแจ้งสม่ำเสมอ


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, เนิน จำราย, @free, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
05 มิถุนายน 2019, 07:37:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #109 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2019, 07:37:AM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง ซึ้งจัง

ขอขอบคุณ คุณ@free มาก ๆ ค่ะ
กรุณามาช่วยเติมเต็ม “..อักษรารังสรรค์”  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ขอฝากคุณtoshare   คุณเนิน  จำราย และผู้อ่านทุกท่าน
ลองทบทวนการอ่านทำนองเสนาะตามที่ได้แปลงร่างมาให้แล้วดังนี้นะคะ




      ๏ ให้ท่านท่านจักให้                     ตอบสนอง
นบท่านท่านจักปอง                         นอบไหว้
รักท่านท่านควรครอง                       ความรัก   ไว้นา
สามสิ่งนี้เว้นไว้                                 แต่ผู้ทรชน

        ๏ รักกันอยู่ขอบฟ้า                     เขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียว                         ร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียว                               ตาต่อ   กันนา   
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง                        ป่าไม้มาบัง 


  (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)        
   
                                   เคารพรัก

 

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สดายุ, @free, เนิน จำราย, พิณจันทร์, toshare

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
05 มิถุนายน 2019, 09:13:PM
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,161



« ตอบ #110 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2019, 09:13:PM »
ชุมชนชุมชน



หวนหากาลเก่าคล้อย   นานเนา
พวกเพื่อนพ้องผองเรา   หลากแท้
หนุ่ม,สาว,แก่,วัยเยาว์   คับคั่ง กลอนเอย
รอแต่วันหวนแล้   จึ่งจ้องรอเพลง

เนิน จำราย

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พิณจันทร์, @free, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
11 มิถุนายน 2019, 04:04:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #111 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2019, 04:04:PM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

กัญชายาดี
กัญชาหมาเห่าเมาแล้วง่วง
ทั้งปวงคน,สัตว์เดรัจฉาน
ดูด ดื่ม กินคละพอประมาณ
สำราญบันเทิงรื่นเริงพัก

ใช้พอก่อเกิดบรรเจิดแผ้ว
มึนแล้วล้มนอนเพื่อผ่อนหนัก
เมามากยากคุมรุ่มร่ามนัก
เห็นปลักเป็นทะเลรวนเรคิด !
                           เนิน  จำราย




                             กัญชา 

คำ ๆ นี้ปรากฏครั้งแรกในประวัติวรรณคดีไทยเมื่อไหร่
อ๋อ..ตอนเรียนมัธยมปลาย  ยิ้มหน้าใส ยิ้มหน้าใส หัวเราะยิ้มๆ

พระมหามนตรี (ทรัพย์)  ท่านนำคำว่า กัญชา มาใช้เป็นคนแรก
ในบทละครเรื่องระเด่นลันได ซึ่งเป็นวรรณคดีไทยสมัยรัชกาลที่ ๓
ในสมัยนั้นมีวรรณคดีที่มีชื่อเสียงมากเรื่องหนึ่ง คือ บทละครเรื่องอิเหนา
กวีจึงแต่งเรื่องนี้เพื่อล้อเรื่องอิเหนา เริ่มเรื่องก็ตลกขบขันชนิดวางไม่ลง
เน้นเรื่องความรักระหว่างตัวละครสามตัว คือ ระเด่นลันได  นางประแดะ
และท้าวประดู่  ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับเรื่องอิเหนา ที่กล่าวถึงความรัก
ของตัวละครสามตัวเช่นกัน คือ ระเด่นอิเหนา  นางบุษบา  และท้าวจรกา

บทละครเรื่องนี้ ปรากฏคำว่า “กัญชา” เป็นครั้งแรกในประวัติวรรณคดีไทย
และเป็นอีกคำ ที่บ่งบอกว่า "เมืองไทยใช้กัญชามานานโขแล้ว.."


ตอน เปิดตัวบรรยายถึงนางประแดะ


        ๏   เมื่อนั้น                                     นางประแดะหูกลวงดวงสมร
ครั้นรุ่งเช้าท้าวประดู่ภูธร                      เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว
โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา                          บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว
แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว                     หวีหัวหาเหาเกล้าผมมวย
ได้ยินแว่วสำเนียงเสียงหมาเห่า             คิดว่าวัวเข้าในสวนกล้วย
จึงออกมาเผยแกลอยู่แร่รวย                  ตวาดด้วยสุรเสียงสำเนียงนาง
พอเหลือบเห็นระเด่นลันได                   อรไทผินผันหันข้าง
ชม้อยชม้ายชายเนตรดูพลาง                 ชะน้อยฤๅรูปร่างราวกับกลึง
งามกว่าภัสดาสามี                                 ทั้งเมืองตานีไม่มีถึง
เกิดกำหนัดกลัดกลุ้มรุมรึง                    นางตะลึงแลดูพระภูมี
                                          ฯ ๑๐ ฯ
                      ระเด่นลันได - พระมหามนตรี (ทรัพย์)

กวีใช้คำเพื่อล้อการใช้คำราชาศัพท์และสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตของแขกแถวเสาชิงช้า แถวโบสถ์พราหมณ์
แขกผู้หญิงนิยมเกล้าผมมวย  มีเหา  เจาะหูกลวงรูกว้าง
แขกผู้ชายชอบเลี้ยงวัว ขอทาน ขายนม สูบกัญชา



                         ตบมือให้ ตบมือให้ ตบมือให้ ตบมือให้ ตบมือให้
 
ยังมีอีกตอน ตอนเปิดตัวระเด่นลันได..


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เนิน จำราย, @free, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
11 มิถุนายน 2019, 09:36:PM
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,161



« ตอบ #112 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2019, 09:36:PM »
ชุมชนชุมชน

 
หน้าม่าน
         เมื่อนั้น     ท้าวประดู่ภูธรสังหรณ์จิต     
บรรทมเพลินเกินเหตุสังเกตนิมิต     ถูกหรือผิดนางประแดะเคาะแคะเอา
ร่วมชีวิตผิดถูกเกิดลูกหลาน     แม่สามานย์สมรวมกลับสวมเขา
ระเด่นลันไดใฝ่สูง"ยูง"ตาเบา   คิดจะเอาเมียข้ามุ่งมาเมือง
ประเดี๋ยวเข้าหานางทางตำหนัก   สอบถามซักเจ้ากูให้รู้เรื่อง
เห็นถาดวางสมหวังมลังเมลือง  เจ้าลืมเคืองจ้อง"ตะบัน"กับ"กัญชา"

เนิน จำราย

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, @free

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
12 มิถุนายน 2019, 05:30:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #113 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2019, 05:30:PM »
ชุมชนชุมชน



อ่านเรื่องนี้แล้ว..
ประทับใจเรื่องนี้มาก ๆ ตั้งใจอ่านตั้ง..สองวันจบ
กวีสามารถแต่งล้อวรรณคดีที่มีพระเอกเป็นกษัตริย์
ทั้ง ๆ ที่ ระเด่นลันไดเป็นเพียงขอทาน
ดำเนินเรื่องได้ขบขัน ทั้งการใช้คำราชาศัพท์ และองค์ประกอบอื่น ๆ
ขำตั้งแต่ต้นจนจบ   กวีเก่งจริง ๆ
นับเป็นแนวความคิดใหม่ในวงวรรณกรรมไทย
ยังจำตอนเปิดเรื่องได้มิลืม..


ตอน เปิดตัว ระเด่นลันได

    ช้าปี่
       ๏  มาจะกล่าวบทไป                            ถึงระเด่นลันไดอนาถา
เสวยราชย์องค์เดียวเที่ยวรำภา                   ตามตลาดเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์
อยู่ปราสาทเสาคอดยอดด้วน                      กำแพงแก้วแล้วล้วนด้วยเรียวหนาม
มีทหารหอนเห่าเฝ้าโมงยาม                        คอยปราบปรามประจามิตรที่คิดร้าย
                                                  ฯ ๔ ฯ
       
        ๏  เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง          เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย
ไม่มีใครชิงชังทั้งหญิงชาย                                  ต่างฝากกายฝากตัวกลัวบารมี
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์                                ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่
บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี                      ภูมีซบเซาเมากัญชา
                                                    ฯ ๔ ฯ   


                        กัญชา  คำแรกในประวัติวรรณคดีไทย

                 ระเด่นลันไดเป็นวรรณคดีล้อเลียนเล่มแรกของไทย 
                ได้รับยกย่องว่ามีฝีปากเป็นเลิศ
                 อารมณ์ขันอย่างนี้จะมีเรื่องใดหนอมาเทียบได้ !

       

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Mr.music, เนิน จำราย, @free, สดายุ

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
12 มิถุนายน 2019, 09:55:PM
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,161



« ตอบ #114 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2019, 09:55:PM »
ชุมชนชุมชน


หลังม่าน

จินตนาการผ่านสมองอันคล่องแคล่ว    กาคาบแก้วโบยบินผ่านหินผา
แล้วลอยลงตรงฝั่งหลั่งน้ำตา   แม่คงคาปลอบปลุกเลิกทุกข์ร้อน
แก้วดวงใหญ่ในปากขอฝากฝัง   ท้าวหอยสังข์ดำนาเสร็จมาก่อน
พรานไพรพาโนราห์ผ่านนาดอน    ทศกัณฑ์วอนรับขวัญด้วยกัญชา

เนิน จำราย

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, พี.พูนสุข, สดายุ, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 มิถุนายน 2019, 11:05:AM
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,161



« ตอบ #115 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2019, 11:05:AM »
ชุมชนชุมชน




"ศัพย์ลี้หวน"

เป็นบทหนังตลุงเขียนโดยผู้ประสงค์จะไม่ออกนาม แต่หลักฐานในหนังสือฉบับดังกล่าวอ่านแล้วรู้ความว่ากวีเป็นชาว
นครศรีธรรมราช ผมเคยอ่านจากต้นฉบับสมัยเรียนป.5 เพื่อนพ้องน้องพี่คงเคยอ่านมาแล้า ว่าหน้าบท(เกริ่น)ดังนี้


ศัพท์ลี้หวนควรอ่านตามบ้านร้าง.  หนำ(ขนำนา)หรือห้างคลองทะเลนอกเคหา
จะดีร้ายปลายคำเป็นธรรมดา.  คีอภาษาเล่านิทานอ่านอย่าแปล
เป็นของเก่าเอาแต่ชื่อถือเป็นหลัก.  ถึงที่รักก็ให้เฉย(นิ่ง)อย่าเผยแผ(แพร่)
ให้อภัย หนุ่ม,สาว,บ่าว,เฒ่า,แก(แก่) . ผึ่ง(กาง)ขึ้นแล"หยบ"(แอบ)อ่านสำราญเอย

เริ่มเรื่อง "นักครัง(นักคะรัง เมือง)ยังมีเท่าผี...
กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศฐา....  ฯลฯ

เนิน จำราย

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, พี.พูนสุข, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 มิถุนายน 2019, 08:22:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #116 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2019, 08:22:PM »
ชุมชนชุมชน



เชลงกาล
สินไซ อีสาน


 ซึ้งจัง ซึ้งจัง ซึ้งจัง

น้ำตาจระเข้

กาพย์น้ำตาจระเข้

แกมกล หนกลับกลาย แปรเปลี่ยนเวียนย้าย โยกสายปลายสับสน
ตัวรอด สุดตลอดพ้น ผู้ตายหมายคน ประชาชนทนฝืน
แผ่นดิน กินกอบโกง ปลูกเรือนเถื่อนโรง แลลานโล่งโปร่งลื่น
ดอยพง ดงไม้ยืน บ่คงบ่คืน บนแผ่นพื้นย่อยยับ

ปกครอง ปองอำนาจ หัวเด็ดตีนขาด ใจมุ่งมาดคาดหา
คำวาท ชาตินำพา ชาตินี้ชาติข้า ชาติหน้าข้าก็รับ
ร่วมวง ปลงกินทาน สมบัติพัสถาน ป่าถูกผลาญรานดับ
ชี้เอา เหมาเรื่องนับ รุกแฝงแปลงปรับ ไถถมทับท่วมเท

ทางน้ำ ลำฉ่ำไหล สร้างขวางกลางไพร ในรางท่องร่องกลาง
ก่อกั้น กันระหว่าง รื้อถกถอนทาง อีกข้างยังเอียงเขว
สรรวาง สร้างตึกนำ หากเห็นเป็นทำ ร่ำน้ำตาจระเข้
ทำโศก โยกโย้โลเล เฉโกโฉเก ผวนเล่ห์เพทุบาย

เชิงดอน บ่อนอาศัย พลอยเห็นเป็นภัย สัตว์น้อยใหญ่ใช้ข้าม
ผ่อนคลาย หมายล่วงยาม รีสอร์ตทอดตาม ตกแต่งคามงามหลาย
กลบเกลื่อน เหมือนกลบหลุม ตัวบังสุมทุม เข้ามารุมมาร้าย
ต่ายแน่! แท้ต้องตาย! ทำลงทำลาย หมายก่นทับกับมือ


รีสอร์ตขวางกั้นคลองสาธารณะ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก




หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดค่ะ

๏ “เชลงกาล” เชวงวรรณ
ประเทืองสรรค์ประสบการณ์
ระรื่นรมย์นิยมขาน
พินิจถ้อยประดอยเคียง
                   ..พี.พูนสุข..

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เนิน จำราย, @free, พิณจันทร์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 มิถุนายน 2019, 08:59:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #117 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2019, 08:59:PM »
ชุมชนชุมชน

       
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                      ก้อยกะปอม

กลอนอ่านวชิรปันตีอีสาน

ดินแล้งกันดารเบื้อง                      ผืนแผ่นธรณี
อาหารมีแต่แคลน                         ถิ่นปลานาน้ำ
เรามานำกันเข้า                             หากินพงใหญ่
ร้อนนั่งใต้กกไม้                            มองขึ้นสบบน

แลตามโคนกิ่งก้าน                        หากอาจหนเห็น
กะปอมก่าเป็นตัวลาย                    อวดคอต่อตั้ง*
จักเกี่ยวรั้งเอาไว้                             จ้องรอคอยอยู่
ตามองดูห่างนิ่ง                             นิ่งไว้อย่าเผลอ

หากเมื่อเจอเท้าเทียบ                      ใกล้ห่างพอควร
พอถึงจวนได้ที่                              ไผ่ยาวยื่นไว้
บ่วงปลายไม้เงื่อนง้ำ                       คล้องคอดิ้นด่าว
ชักเข้ามาปลดเชือก                         พวงร้อยบ่หาย

ได้หลายตัวต่อพวง                          ถึงด่านสังหาร       
ปิ้งถ่านไฟหอมหวน                         กรุ่นอวลตรลบเหย้า
ป้องมือสับใส่หม้อ                            ปรุงหอมโชยกลิ่น
ร่วมกันกินสุขล้น                              แซบแท้อิ่มหนำ

ลองลิ้มคำล้วนให้                              แทบหลุดใจหมด
รสชาติถูกปากแสน                           หมู่มวลพี่น้อง   
อาหารของคนยาก                             แดนดงราวป่า
หน้าร้อนเราบ่สิ้น                               แหล่งเนื้อบ่อนหา

กะปอมก่าป่าตึกตั้ง                            นั่งเหม่อตามอง
ปลอกคอทองเลื่อมวาว                       สงบกายหยาบกร้าน 
ซุกซ่อนด้านชั่วชั้น                             เชิงเร้นบ่ายเบี่ยง
พบเพียงผิวสากด้าน                           ลอกคราบเปี่ยนสี

ซอกซอยมีแยกย่าน                            หากอาจหนเห็น
แฝงบังเงาสิ้นลาย                                หลบอายแอบข้าง
หลายตัวพรางลับลี้                              หมายตาคอยอยู่
ชูคอขึ้นหมดแล้ว                                 บ่วงคล้องกระตุกห้อย


เฉือนเนื้อซอยสับก้อย                          เลิศลิ้นอิ่มหนำ


      พ่อครัวตัวน้อยโชว์ปรุงเมนูเด็ดสไตล์อีสาน  “ก้อยกะปอม”
                                ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
                            ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา

                *กะปอมก่า (ถิ่นอีสาน) คือ กิ้งก่าชนิดคอสีคราม


๏  ประจงจัดมนัสพ้อง
ระเบียบจองสลับเรียง
ผสานศิลป์กวินเสียง
มโนนึกผนึกคำ
        ..พี.พูนสุข..


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, พิณจันทร์, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 มิถุนายน 2019, 02:20:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1268
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,088


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #118 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2019, 02:20:PM »
ชุมชนชุมชน

เชลงกาล - สินไซ อีสาน
           ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                 ขุนน้ำนางนอน

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

ทอดกายลงนอน                  ดงดอนแผ่นผืน
เย็นย่ำคำคืน                         สุดฝืนหวั่นไหว
มองจันทร์วันเพ็ญ                โดดเด่นราวไพร
หริ่งหริ่งเรไร                        กล่อมให้นางนอน

สายฝนใสสด                        รินรดชื่นป่า
เจ้าพรากจากลา                     ใจข้าทอดถอน
เหงาหงอยสร้อยเศร้า             อกเปล่าอาวรณ์
หากพี่ตัดรอน                        ม้วยมรณ์สิ้นลม               

ข้างในเงียบเชียบ                   เย็นเยียบเหลือหลาย
มากคนเคียงกาย                    ไม่วายขื่นขม
เหมือนห้วงเหวลึก                  สำนึกตรึกตรม
ขังโลกโศกข่ม                         อารมณ์อ้างว้าง

หอมดินกลิ่นฟ้า                      ภูผาหลวงใหญ่
หม้อข้าวกรุ่นไอ                      หอมให้ไม่ห่าง
ร่องน้ำล่วงไหล                       ล่องไปเลียบทาง       
มองเพื่อนข้างข้าง                   มองร่างไม่เห็น

หมู่ป่าเข้าโลง                           ลอดโพรงสับสน
เวียนวารผ่านวน                     รอพ้นหลีกเร้น
สุดแรงแห่งฝัน                        คืนวันเหมือนเป็น
เข้าเบ้าเข้าเมรุ                          กฎเกณฑ์ชีวิต

คลานเอื้อมคลำหา                   มือคว้าควานจับ
ต่างกำมั่นรับ                           พร้อมกับปลอบจิต
โหยแรงรำพัน                          หนาวสั่นพรั่นคิด
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์                        ทั่วทิศคุ้มครอง

ปล่องโล่งโถงถ้ำ                       ดั่งค้ำฝากั้น
หินทึบหลืบตัน                        ลาดชั้นหลั่นช่อง
โอ้หนอพ่อแม่                          ได้แต่นึกตรอง
หลั่งน้ำตานอง                         หวังปองพบพา

ทอดกายลงนอน                       นางรอนเหนื่อยหนัก
ขุนน้ำสืบหลัก                           ความรักสืบหล้า
นางเอ๋ยนางนอน                       วิงวอนเทวา
โปรดช่วยลูกยา                         เถิดหนานางนอน


ทีมฟุตบอลหมูป่าติดอยู่ในถ้ำขุนน้ำนางนอน เชียงราย
                    ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑
                   ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ


๏ ถนัดเสียงจำเรียงขับ 
ประนมรับสนองนำ
     สมานรักประจักษ์จำ     
ตระหนกคลายสบายใจ
               ..พี.พูนสุข..


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พิณจันทร์, เนิน จำราย, @free

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 มิถุนายน 2019, 09:07:PM
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,161



« ตอบ #119 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2019, 09:07:PM »
ชุมชนชุมชน

       
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                      ก้อยกะปอม

กลอนอ่านวชิรปันตีอีสาน

ดินแล้งกันดารเบื้อง                      ผืนแผ่นธรณี
อาหารมีแต่แคลน                         ถิ่นปลานาน้ำ
เรามานำกันเข้า                             หากินพงใหญ่
ร้อนนั่งใต้กกไม้                            มองขึ้นสบบน

แลตามโคนกิ่งก้าน                        หากอาจหนเห็น
กะปอมก่าเป็นตัวลาย                    อวดคอต่อตั้ง*
จักเกี่ยวรั้งเอาไว้                             จ้องรอคอยอยู่
ตามองดูห่างนิ่ง                             นิ่งไว้อย่าเผลอ

หากเมื่อเจอเท้าเทียบ                      ใกล้ห่างพอควร
พอถึงจวนได้ที่                              ไผ่ยาวยื่นไว้
บ่วงปลายไม้เงื่อนง้ำ                       คล้องคอดิ้นด่าว
ชักเข้ามาปลดเชือก                         พวงร้อยบ่หาย

ได้หลายตัวต่อพวง                          ถึงด่านสังหาร       
ปิ้งถ่านไฟหอมหวน                         กรุ่นอวลตรลบเหย้า
ป้องมือสับใส่หม้อ                            ปรุงหอมโชยกลิ่น
ร่วมกันกินสุขล้น                              แซบแท้อิ่มหนำ

ลองลิ้มคำล้วนให้                              แทบหลุดใจหมด
รสชาติถูกปากแสน                           หมู่มวลพี่น้อง   
อาหารของคนยาก                             แดนดงราวป่า
หน้าร้อนเราบ่สิ้น                               แหล่งเนื้อบ่อนหา

กะปอมก่าป่าตึกตั้ง                            นั่งเหม่อตามอง
ปลอกคอทองเลื่อมวาว                       สงบกายหยาบกร้าน 
ซุกซ่อนด้านชั่วชั้น                             เชิงเร้นบ่ายเบี่ยง
พบเพียงผิวสากด้าน                           ลอกคราบเปี่ยนสี

ซอกซอยมีแยกย่าน                            หากอาจหนเห็น
แฝงบังเงาสิ้นลาย                                หลบอายแอบข้าง
หลายตัวพรางลับลี้                              หมายตาคอยอยู่
ชูคอขึ้นหมดแล้ว                                 บ่วงคล้องกระตุกห้อย


เฉือนเนื้อซอยสับก้อย                          เลิศลิ้นอิ่มหนำ


      พ่อครัวตัวน้อยโชว์ปรุงเมนูเด็ดสไตล์อีสาน  “ก้อยกะปอม”
                                ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
                            ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา

                *กะปอมก่า (ถิ่นอีสาน) คือ กิ้งก่าชนิดคอสีคราม


๏  ประจงจัดมนัสพ้อง
ระเบียบจองสลับเรียง
ผสานศิลป์กวินเสียง
มโนนึกผนึกคำ
        ..พี.พูนสุข..



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, พิณจันทร์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s