พิมพ์หน้านี้ - ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์

ชุมชน บ้านกลอนไทย

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => ห้องรวบรวมบทกลอน,บทกวีจากที่อื่น.. => ข้อความที่เริ่มโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 กรกฎาคม 2018, 07:06:AM



หัวข้อ: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 กรกฎาคม 2018, 07:06:AM
 emo_79 emo_79
ความรัก

ความรักไม่ต้องการแค่วันเดียว
ความรักไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหน
ความรักไม่ต้องมีเวลาใด
ความรักไม่ต้องใช้ให้ใครชี้

ความรักไม่ต้องมีข้อวิจารณ์
ความรักไม่ต้องการการกดขี่
ความรักไม่ต้องให้ใครตราตี
ความรักไม่ต้องมีเส้นพรมแดน

ความรักไม่ต้องรอข้อพิสูจน์
ความรักไม่ต้องพูดตามแบบแผน
ความรักไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
ความรักไม่ต้องแค่นหัวใจคน

ความรักไม่ต้องการการเป็นต่อ
ความรักไม่ต้องรอขอเหตุผล
ความรักไม่ต้องย้ำความมีจน
ความรักไม่ต้องทนที่จะรัก

ความรักคือหัวใจให้แก่กัน
ความรักคือนิรันดร์มั่นสมัคร
ความรักคือศรัทธาสามิภักดิ์
ความรักคือความประจักษ์ในใจเรา

ความรักคือนิยายไร้นิยาม
ความรักคือความงามใช่ความเขลา
ความรักคือหมอกควันอันบางเบา
ความรักคือการเฝ้าเข้าใจกัน

ความรักคือสำเนียงเสียงปลอบปลุก
ความรักคือความทุกข์และสุขสันต์
ความรักคือเสน่หาสารพัน
ความรักคือความฝันอันตราตรู

ความรักคือศิลปะของหัวใจ
ความรักคือสายใยโยงใจอยู่
ความรักคือการให้ไม่หมายรู้
ความรักคือใจผู้รู้ค่ารัก


  เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์

เผยแพร่ในงานคอนเสิร์ต "เริ่มที่หัวใจ" : พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
 26/6/53

 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 กรกฎาคม 2018, 07:43:AM
                          emo_79 emo_79         
                     สร้อยคู่สะคราญ

                         เมื่อกายแกร่งแข็งจิต ใฝ่คิดฝาก
                         ผลงานจากชีวิต ใฝ่คิดฝัน
                         เรียบเรียงถ้อยร้อยพจน์ บทรำพัน
                         ร่วมสร้างสรรค์ภาพพจน์ บทรำพึง

                         ด้วย สร้อยคู่สะคราญ ผลงานนี้
                         ฝากไว้ที่วงการ ผลงานหนึ่ง
                         มิอาจหวังจะให้ ใครติดตรึง
                         ขอเพียงครึ่งหัวใจ ใครติดตาม

                         ปีสองสี่คิดได้ ไม่คิดหวง
                         ใครตักตวงเล่นได้ ไม่คิดห้าม
                         สร้อยคู่สะคราญเห็น เป็นนิยาม
                         อย่ามองข้ามความเห็น เป็นนิยาย

                         ขอปลอบขวัญคนที่ มีความหมอง
                         ยินร้อยกรองกลนี้ มีความหมาย
                         คนรักเคยเคียงคู่ อาจดูดาย
                         เล่นลวดลายให้รู้ อาจดูดี

                         นักเลงกลอนร้อนใจ ไม่หลบหน้า
                         ร่วมศรัทธาคว้าไว้ ไม่หลบหนี
                         เล่นกลกลอนสนุก ทุกท่าที
                         เสริมศักดิ์ศรีมีสุข ทุกท่าทาง

                         นำเน้นมาอย่าเห็น เป็นตัวยุ่ง
                         เพียรมั่นมุ่งให้เห็น เป็นตัวอย่าง
                         งาม สร้อยคู่สะคราญ สวย ด้วยสื่อกลาง
                         เชิญชวนสร้างสรรค์ชื่อ ด้วยสื่อกลอน

                               ชาญชนะ ฆังคะโชติ
                           ผู้ประดิษฐ์ กลบทสร้อยคู่สะคราญ
                              จาก หนังสือ ลีลา อารมณ์


                              emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 19 กรกฎาคม 2018, 10:52:AM


กลอนของฉันสั้นหน่อยไม่ค่อยสวย
เพราะเป็นด้วยอ่อนด้อยไม่ค่อยใส
อีกทั้งเหงาเศร้าอยู่ขาดคู่ใจ
ไม่มีใครเอ็นดูขาดคู่จอง

คิดอยากเรียนเขียนกลอนยังค่อนหม่น
เจียมใจตนอิดอ้อนยังค่อนหมอง
สักวันหนึ่งพึงร่ำตัองทำนอง
วันไหนน้องต่อคำต้องทำเนียน





หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 20 กรกฎาคม 2018, 06:49:AM
 emo_100

สู้สู้นะ สู้สู้ มีครูสอน
อยากแต่งกลอนแบบไหนใฝ่อ่านเขียน
ท่าน @free มีฝันต้องหมั่นเรียน 
จะพากเพียร..หาครูให้ชูชม..

ขอเชิญนักกลอนทุกท่านนำเสนอผลงานของกวีคนโปรดลงในกระทู้นี้ได้เลยนะคะ
ฝากพิเศษ..ด้วยรักค่ะ

                 
“ ขวัญอรุณกรุ่นอวลมวลบุปผา
ขวัญทิวาเบิกบานบรรสานสม
ขวัญราตรีคีตวรรณรำพันชม
ขวัญนิยมบูชิตประดิษฐ์กานท์

ผูกสายโคลงโยงลักษณ์จำหลักมั่น
ผูกสายฉันท์ทยอยคืบหวังสืบสาน
ผูกสายกลอนเรียงร้อยพร่างพร้อยลาน
ผูกร่ายขานกาพย์แก้วเพริศแพร้วกล..

ด้วยผูกพันฉันมิตรร้อยจิตถึง
ด้วยตราตรึงอักษรอมรผล
ด้วยสำนึกฝึกปรือนั่นคือตน
ด้วยดวงมนมุ่งหมายสายสัมพันธ์

รักอ่านกลอนสอนจิตพินิจอ่าน
รักขับขานบทพิเราะเสนาะสรรพ์
รักนักกลอนพรพจน์ร่ายรสบรรณ
รักนิรันดร์..ร้อยกรองทำนองไทย.  ”

..พี.พูนสุข..

(https://preview.ibb.co/j3kg8d/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 20 กรกฎาคม 2018, 07:15:AM
 emo_79 emo_79
เสมอ  กลิ่นหอม

กวีแห่งปี 1995  ของสมาคมกวีนานาชาติ  รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา
บทกวียอดเยี่ยม  ได้รับรางวัลชนะเลิศ  เงินรางวัล 5,000 เหรียญ
เกิด ปี 2481  บ้านทุ่งเสาธง  ต.พังราด  อ.แกลง จ.ระยอง
นามปากกา - ขุน รำยอง,  อัคคี บางยี่ขัน,  ภุมริน ราชปักษา, จักร สุริยน 


กู คือ ตะวัน
ภาคฟ้า
* กู คือ ตะวัน   พระจันทร์และดวงดาว
เมฆหมอกในหนหาว คือภาระต้องดูแล ฯ
ภาคดิน
* กู คือ ตะวัน ปั้น ดิน น้ำ ลม ไฟ
บี้เล่นแล้วปั้นใหม่ เป็นเรื่องราวแห่งมายา ฯ
* กู คือ ตะวัน กระสันแห่งตัณหา
อุปาทานอวิชชา คือขุนเขาจักต้องพังฯ
* กู คือ ตะวัน กูเชื่อมั่นในพลัง
นิพพานังปรมัง สูญญังจักรวาลฯ
* สองมือสองแขนขา หยิบปัญญาเป็นเหล็กจาร
จารึกส่งข่าวสาร ให้โลกรู้และหลงใหลฯ
* ตา หู จมูก ลิ้น จบสิ้นทั้ง กาย ใจ
อุทิศทุ่มทอดลงไป สู่เบ้าหลอมสัจจธรรมฯ
* ร้อนแรงแสงตะวัน   จักแบ่งปันผู้ต้อยต่ำ
แสงสว่างคือทางนำ   สัตว์มนุษย์เดรัจฉานฯ
* เฮ้ย.. สัตว์โลกทุกเรือนร่าง จงหยุดสร้างความสาธารณ์
ข้าวคนที่ล้นจาน   จะทับถมมึงจมดินฯ
* ตะวันประกาศิต   ขอลิขิตฝากแผ่นดิน
ก่อนเรือนร่างกูพังภินท์   เชิญฟ้าดินเป็นพยานฯ
* โอม... กู คือ ตะวันแดง   จักร้อนแรงนิรันดร์กาล
รุกรบประจัญบาน   คนเรียกขาน..."ขุน รำยอง"ฯ

--------------------------------
เสมอ กลิ่นหอม
17 กุมภาพันธ์ 2515-6 พฤศจิกายน 2523

(อ.พีรชาติ นิลวณิช แปลบทกวี  กู คือ ตะวัน เป็นภาษาอังกฤษให้ชื่อว่า  I am the Sun)

 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 20 กรกฎาคม 2018, 11:36:AM



ผูกสายโคลงโยงลักษณ์จำหลักมั่น
ผูกสายฉันท์ทยอยคืบหวังสืบสาน
ผูกสายกลอนเรียงร้อยพร่างพร้อยลาน
ผูกร่ายขานกาพย์แก้วเพริศแพร้วกล..

..พี.พูนสุข.

 เข้าสำนักภัคดีฝึกฝีมือ
หวังนับถือครูสั่งสักครั้งหน
บ้านกลอนไทยได้ช่วยด้วยสักคน
ได้ฝึกฝนครูดีคงมีแวว

แด่ครูกลอนอ่อนน้อมค้อมศรีษะ
คารวะร้องขอนั่งต่อแถว
เรียนกลอนชอบตอบถามแบบตามแนว
ดีใจแล้วเป็นที่ศิษย์มีครู





หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 20 กรกฎาคม 2018, 01:55:PM
  emo_79

ชื่นใจนักภักดีเป็นที่ตั้ง   
ต้องระวังศีรษะนะพ่อหนู
วางรูปอีตรงศอใครขอดู   
อยากเคียงคู่ทรงผมหน้าคมคาย

ขอสักหนึ่งสำนวนใคร่ครวญเถิด
สำนวนเลิศรังสรรค์นิรันดร์ฉาย
จากกวีกานท์เก็จดุจเพชรพราย 
เพื่อขวนขวายเสริมส่งธำรงไทย

สั่งงานแล้วหนา..ศิษย์โข่ง..
  emo_100

..พี.พูนสุข..
(https://preview.ibb.co/j3kg8d/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 20 กรกฎาคม 2018, 06:47:PM




สายฝนพรมลมอวลใคร่ครวญถึง 
สำนวนหนึ่งเสริมส่งธำรงฝัน
เฝ้าขีดเขียนเวียนอ่านเนิ่นนานวัน
ทำนองนั้นหวังต้องทำนองไทย

ฝนปรายฟ้าอารมณ์ชวนชมชื่น
ร่ายเริงรื่นบทกวีสิดีไหม
กลอนกานท์เก่าเราว่าค้นคว้าไว้
จะเพียงไหนเพียงหมายสายสัมพันธ์








หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 กรกฎาคม 2018, 06:40:AM
 emo_95

ใจเย็นเย็นเป็นกระทู้เทิดครูสอน
เรานักกลอนเห็นทางตามสร้างสรรค์
ผลงานครูสูงส่งชูวงวรรณ
จัดกำนัลชื่นชมรื่นรมย์ใจ

วันละแบบวันละบทหลายรสชาติ
ล้วนเปรื่องปราดแสดงยุคทุกสมัย
พลังคำสรรคำร้อยคำใด
สังเกตไป..โอ้กวีศรีแผ่นดิน..

ส่งงานซะทีนะพ่อคุณ อย่ามาทำเฉไฉ.. emo_100

..พี.พูนสุข..

(https://preview.ibb.co/cLNypJ/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 กรกฎาคม 2018, 06:46:AM
 emo_79
แม่สาย

     ๏ขุนน้ำคือนาคควักรอย        ขุดควักดินดอย
เป็นด่านเป็นแดนดึกดำบรรพ์

    ๏ขุนดอยคือสิงหนวัน      หนวัติผาดผัน
เพื่อขุนต่อขุนต่อคาม

     ๏ต่อคนต่อฝั่งยังยาม       โยนกนาคนาม
ลุ่มน้ำละว้ามหานที

     ๏คือน้ำแม่สายแม่สี      แม่สร้างบุรี
บุราณบุรมรักษา

   ๏เป็นเวียงพางคำภารา      พรหมมหาราชา
เชื้อสิงห์เชื้อสายเชียงแสน

     ๏ขุนน้ำขุนดอยคือแดน       คนท่งคนแถน
แปลงถิ่นแปลงที่แปลงสถาน

   ๏ถากดอยต่อยผาผ่าธาร      กั้นขุนน้ำสนาน
กั้นดอยกั้นแดนแผ่นดิน

   ๏ดาบเมืองเปรื่องปราบธรณิน       พินาศชลสินธุ์
แม่สายแม่สายสุดสยาม ๚ะ๛

เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
พ. ๒ ม.ค. ๒๕๓๔
พระธาตุดอยเวา  อ.แม่สาย  จ.เชียงราย
จากหนังสือ เขียนแผ่นดิน
..กาพย์ฉบัง..

 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 21 กรกฎาคม 2018, 02:52:PM



ขอบฟ้าขลิบทอง

มิ่งมิตร...
เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น
ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน
ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม

ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว
ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม
ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม
ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน

ที่จะแล่นเริงเล่นเช่นหงส์ร่อน
ที่จะถอนใจทอดกับยอดสน
ที่จะหว่านสุขไว้กลางใจคน
ที่จะทนทุกข์เข้มเต็มหัวใจ

ที่จะเกลาทางกู้สู่คนยาก
ที่จะจากผมนิ่มปิ้มเส้นไหม
ที่จะหาญผสานท้านัยน์ตาใคร
ที่จะให้สิ่งสิ้นเธอจินต์จง

ที่จะอยู่เพื่อคนที่เธอรัก
ที่จะหักพงแพรกแหลกเป็นผง
ที่จะมุ่งจุดหมายปรายทะนง
ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา

เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น
เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา
เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา
เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ


   โดย อุชเชนี
 ๒๔๙๕


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: weazu123 ที่ 21 กรกฎาคม 2018, 07:38:PM
มืดมนมานานตรึงม่านสมัย

จวบมืดกรายใกล้รำไรอุษา

จึงเหมือนมืดล้วนเรรวนชะตา

พิศวงเวลาล้าเล่ห์ระบาย

ชะรอยเสื่อมกฤติยาแห่งกาฬปักษ์

หรือน้ำหนักราตรีเพียงพลีสลาย

ปาฏิหาริย์ลึกลับพลอยดับวาย

สับสนมากมายปลายมืดมัว

เสมอโรยราพลังผิดสังเกต

ดื่นดวงดาเรศสังเวชสลัว

สงัดเย็นก็แปรเปลี่ยนเพียรแยกตัว

เรื้อร้างไปทั่วทั้งมณฑล


อารมณ์อรุณ โดย อ.แรคำ ประโดยคำ เรื่อง ในเวลา

--------------------------------------------
********************************

ไม่ทันดึกเสี้ยวเดือนก็เลื่อนลับ

ไม่ทันหลับดาวรายก็ร่ายหลบ

ไม่ทันมองเมฆทะมึนก็ขึ้นครบ

ไม่ทันฟ้าต้องกลบก็ฝนพราย


โดย อ.แรคำ ประโดยคำ  กระผมได้จดบันทึกไว้เนิ่นนาน แต่ด้วยความสะเพร่า จึงมิได้จด เรื่องเอาไว้....... ขออภัย ขออภัย



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 กรกฎาคม 2018, 07:03:AM
 emo_79 emo_79

ว้าว...ให้รางวัลถูกใจค่ะ  คุณ@free และ คุณweazu123  emo_28 emo_28

ด้วยจิตคารวะ
“อุชเชนี“ อาจารย์ประคิณ  ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ  ปี ๒๕๓๖
“แรคำ ประโดยคำ” รองศาสตราจารย์ สุพรรณ  ทองคล้อย  กวีซีไรต์ ปี ๒๕๔๑

 emo_126

     งามศรัทธางามถ้อยทยอยส่ง     
บันทึกลงหน้าหนึ่งตราตรึงสรร
    กวีนิพนธ์ฉายแสงนำแบ่งปัน   
ฉายนิรันดร์ทุกที่ถ้ามีรัก!


..พี.พูนสุข..
(https://preview.ibb.co/mxYuGy/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 กรกฎาคม 2018, 07:13:AM
 emo_79

ความรักคือสิ่งใด
(กลบทช้างชูงวง)

รักใช่เป็นเช่นดวงดาวพราวพร่างแสง
ใช่ร้อนแรงแห่งตะวันอันฉายส่อง
รักใช่เป็นเช่นสิ่งใดให้จับจอง
แต่รวมผองของความหมายสายสัมพันธ์

รักใช่เป็นเช่นผกาน่าถนอม
ใช่พะยอมหอมละมุนกรุ่นใจฝัน
รักใช่เป็นเช่นสิ่งใดให้แบ่งปัน
แต่รักนั้นมั่นคงอยู่คู่ดวงใจ

หานิยามความหมายที่มีต่อรัก
หายากนักจักนิยามความไหนไหน
รักคือหวานปานน้ำทิพย์จิบหทัย
รักหวามไหวใจหวามหวานซ่านแทรกทรวง

เมื่อยามร้างห่างรักลับกลับความหมาย
ความหวานกลายหายห่างแหนแสนห่วงหวง
รักคือพิษฤทธิ์ชั่วร้ายหมายหลอกลวง
รักคือบ่วงห่วงกรรมหมองคล้องฤทัย

เมื่อรักร้าวราวรุกรานผลาญดวงจิต
รักคือพิษฤทธิ์ซ่อนเร้นเป็นไฉน
รักคือทุกข์รุกรานทำช้ำดวงใจ
คือสิ่งใดไหนเล่าหรือคือความรัก


วันเนาว์  ยูเด็น
รอยทราย   พิมพ์ครั้งที่ ๑  ปี ๒๕๔๐

 emo_126

อ่านกลบทนี้ทีไร ทำให้คิดถึงเพลงประทับใจ เพลงนี้ค่ะ
ca3bx9MF6K8

 emo_100 emo_100 emo_100


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 25 กรกฎาคม 2018, 07:16:AM
 emo_79
ศรัทธา

มีศรัทธาอย่างเดียวเฉลียวจิต
ทางชีวิตเราอาจพลาดถลำ
เมื่อใดจิตมีปัญญามาประจำ
จึ่งจะนำชีวิตไปได้ถูกทาง

มีปัญญาเห็นธรรมอำไพแสง
มุ่งแสวงความจริงสิ่งต่างต่าง
เลือกวิถีดำเนินเดินสายกลาง
ไม่อ้างว้างเปลี่ยวจิตเพราะชิดธรรม.

(https://preview.ibb.co/mCnxPT/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

ภาษาไทย

ขาดอะไรในโลกไม่โศกเศร้า
เหมือนกับเราไทยทั้งชาติขาดภาษา
คงติดขัดอัดอั้นตันอุรา
มองนัยน์ตาก็ไม่ชัดรหัสใจ

ยลศิลาจารึกนึกแน่จิต
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่
เราชาวไทยรู้คุณค่าภาษาไทย
เทิดทูนไว้คู่ชาติพิลาสเอย.

(https://preview.ibb.co/mCnxPT/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง
พิมพ์ครั้งแรก  ปี ๒๕๓๔

 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 28 กรกฎาคม 2018, 09:08:AM
(https://image.ibb.co/j818oo/buddha.jpg) (https://imgbb.com/)

 emo_126 emo_126 emo_126
เปิด-เปิด-เปิด

เปิด-เปิดตา : ให้รับแสง แห่งพระธรรม
ยิ่งมืดค่ำ ยิ่งเห็นชัด ถนัดถนี่
สมาธิมาก ยิ่งเห็นชัด ถนัดดี
นี่วิธี เปิดตามใจ ให้กันมาฯ

เปิด-เปิดหู : ให้ยินเสียง สำเนียงธรรม
ทั้งเช้าค่ำ มีก้องไป ในโลกหล้า
ล้านล้านปี ฟังให้ชัด เต็มอัตรา
คือเสียงแห่ง สุญญตา ค่าสุดใจฯ

เปิด-เปิดปาก : สนทนา พูดจาธรรม
วันยังค่ำ อย่าพูด เรื่องเหลวไหล
พูดแต่เรื่อง ดับทุกข์ได้ โดยสัจจนัย
ไม่เท่าไร เราทั้งโลก พ้นโศกแลฯ

ปิด-ปิด-ปิด

ปิด-ปิดตา : อย่าสอดส่าย ให้เกินเหตุ
บางประเภท แกล้งทำบอด ยอดกุศล
มัวสอดรู้ สอดเห็น จะเป็นคน
เอาไฟลน ตนไป จนไหม้พอง;

ปิด-ปิดหู : อย่าให้แส่ ไปฟังเรื่อง
ที่เป็นเครื่อง กวนใจ ให้หม่นหมอง
หรือเร้าใจ ให้ฟุ้งซ่าน พาลลำพอง
ผิดทำนอง คนฉลาด อนาถใจ;

ปิด-ปิดปาก : อย่าพูดมาก เกินจำเป็น
จะเป็นคน ปากเหม็น เขาคลื่นไส้
ต้องเกิดเรื่อง เยิ่นเย้อ เสมอไป
ถ้าหุบปาก มากไว้ ได้แท่งทองฯ

พุทธทาส  อินทปัญโญ
คำกลอนสอนธรรม
หนังสือดี ๑๐๐ ปี พุทธทาส

 emo_126 emo_126 emo_126






หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 28 กรกฎาคม 2018, 11:25:AM
(https://image.ibb.co/nzsbr8/o33pen2n7_F3nn_Vjm_Co1_o.jpg) (https://imgbb.com/)
 emo_126 emo_126 emo_126

อาสาฬหบูชา

ชมจันทร์วันเพ็ญเด่นสรวง
โชติช่วงผ่องพรรณหรรษา
วันอาสาฬหบูชา
นับเป็นมหามงคล

วันแรกที่องค์พระพุทธ
ปัญญาพิสุทธ์โกศล
ประกาศพุทธธรรมอำพน
เริ่มต้นควรเขมเปรมปรีดิ์

วันแรกพระสงฆ์องค์เอก
ฟังธรรมวิเวกสุขศรี
ซาบซึ้งธรรมนั้นทันที
ไตรรัตน์รูจีครบองค์

ควรเราเยาวชนสนจิต
บูชิตไตรรัตน์สูงส่ง
เพื่อเทิดพุทธธรรมดำรง
ยืนยงคู่หล้าฟ้าดิน

เดือนแปดวันเพ็ญเด่นหล้า
ศรัทธาชื่นชมสมถวิล
จรรโลงธรรมในใจจินต์
วิถีชีวินวัฒนา

ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง
..กลอนหก..
 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 28 กรกฎาคม 2018, 11:42:AM
(https://image.ibb.co/bZzaJo/31120001_0_20130727_171639.jpg) (https://imgbb.com/)

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา
 มีความเป็นมา           แต่ครั้งพุทธกาล
พระพุทธบัญญัติ      ธ ตรัสบรรหาร
ให้สงฆ์เนาสถาน       ตลอดหน้าฝน

อยู่จำพรรษา
ถือศีลภาวนา           ณ ที่ของตน
  ให้หยุดเดินทาง        ต่างถิ่นดั้นด้น
        มุ่งกิจโกศล               เรียนธรรมคำสอน

ไทยถือพุทธศาสตร์
จัดเป็นโอกาส          บ่มบุญสุนทร
  สงฆ์จำพรรษา        ประชาราษฎร
ถือศีลสังวร            กายวาจาใจ

ชวนกันไปวัด
ฟังธรรมปฏิบัติ          ขัดเกลานิสัย
แห่เทียนพรรษา         วัดวาใกล้ไกล
ประเพณีไทย              ถือมาช้านาน

กิจกรรมนานา
 ทำด้วยศรัทธา            อย่าทิ้งแก่นสาร
   ฝึกจิตชิดธรรม            นำฟอกสันดาน
 เพื่อปัญญาญาณ         ดลพ้นทุกข์แล


ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง
..กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘..

 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 28 กรกฎาคม 2018, 10:48:PM



ยามเช้าเข้าวัด
ภักษาหารจัด          ตั้งส้ตย์แน่วแน่
สังฆทานพร้อม       ศีลน้อมนำแด
ใจเฟื้อเผื่อแผ่          มุ่งทางแห่งตน

ฟังเทศนา
มรรคแปดศึกษา          สัมมาคือหน
อริยสัจ                         ขจัดทุกข์พ้น
ชีวิตมงคล                    ถึงธรรมบูชา


หัวข้อ: Re: ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 29 กรกฎาคม 2018, 11:39:AM
(https://image.ibb.co/h69pUT/image_big_5b49ff616c76e.jpg) (https://imgbb.com/)

ฮีตศรัทธา  ราชธานีแห่งเทียน

๏ ลือเลื่องกระเดื่องนาม
ต้นเทียนงามอร่ามตา
ใหญ่โตมโหฬาร์
ประณีตศิลป์ถิ่นบัวหลวง

๏ แห่เทียนประเพณี
ชนวิถีปลื้มเปรมทรวง
ริเริ่มเสริมทั้งปวง
เสียงเล่าลือคือสืบสาน

  ๏ เรืองรัตน์หัตถศิลป์
เทียนหลอมรินช่างเชี่ยวชาญ
มือฉมังอลังการ
ฉลุจักสลักเหลา

   ๏ ประดิษฐ์เทียนติดพิมพ์
เนื้อเทียนนิ่มแกะกรีดเกลา
กลีบกาบทาบงามเงา
ตะลึงแลชะแง้ชม

๏ ค้อมเศียรเทียนโบราณ
จำเนียรกาลยังนิยม
จัดเรียงเคียงงามสม
ลวดลายขดขนดภุชงค์

๏ เทิดองค์ทศมินทร์
ภูบดินทร์ยิ่งยศยง
เปี่ยมธรรม ธ ดำรง
เทินเทียนทองซ้องรัชกาล

๏ ออนซอนฟ้อนร่ายรำ
วัฒนธรรมชาวอีสาน
โปงลางพิณกังวาน
กลองตุ้มเติ่งเซิ้งกรีดกราย

๏ ขบวนถ้วนครรลอง
ฮีตสิบสองคล้องใจหมาย
ชาวอุบลร่วมใจกาย
บุญพื้นบ้านขานถิ่นไทย

๏ เซ็งแซ่แห่แหนชม
กราบประนมเอิบอาบใจ
ญาติมิตรสนิทไกล
  นัดพบวันเข้าพรรษา

..ฮีต เป็นคำนามภาษาอีสาน แปลว่า จารีต ประเพณี..

jtQ8riBS-TA&feature

๏  ยอนบอภิวาทน์
ตามรอยบาทพระศาสดา
   จารีตฮีตศรัทธา     
    หลอมรวมศิลป์ถิ่นเทียนทอง ๚ะ๛

 emo_126

..พี.พูนสุข..
๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๑
"วันเข้าพรรษา"

(https://preview.ibb.co/mEJipT/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 01 สิงหาคม 2018, 06:51:AM
(https://image.ibb.co/nAcHoz/10110124.jpg) (https://imgbb.com/)
 emo_126 emo_126 emo_126
ความหมายของศีลธรรม

ศีลธรรม ตามปกติ ตามธรรมชาติ
ศีลธรรม ตามอำนาจ คนจัดสรร
ศีลธรรม คือสุข-สะดวก บวกเข้ากัน
ศีลธรรม คนทุกวัน หันหัวลง

ศีลธรรม นำปุถุชน ดลอริยะ
ศีลธรรม รวมฐานะ ที่พึงประสงค์
ศีลธรรม ทุกทุกส่วน ล้วนเส้นตรง
ศีลธรรม นำสูงส่ง ตรงต่อญาณ

ศีลธรรม ปริยัติ จัดฐานราก
ศีลธรรม มีวิบาก ล้วนสุขศานติ์
ศีลธรรม สะอาด สว่าง สงบ บรรจบงาน
ศีลธรรม ส่วนอวสาน นิพพานแลฯ

พุทธทาส  อินทปัญโญ
คำกลอนสอนธรรม
หนังสือดี ๑๐๐ ปี พุทธทาส

 emo_126 emo_126 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 01 สิงหาคม 2018, 06:59:AM
 emo_79 emo_79
ด้วยรัก

เมื่อไฟร้อนรอนแสงสิ้นแรงขับ
มือที่สามซุ่มทัพรีบรับช่วง
เมื่อข้างนอกสุกใสข้างในกลวง
ดาวจึงดับทีละดวงจนดาษดา

กาลเวลาเริ่มตัดตรงมัดหวาย
กาลเวลาจึงทำลายความแข็งกล้า
กาลเวลาเริ่มตัดตรงศรัทธา
กาลเวลาจึงเร้นความเป็นไป

มันคือความแปลกแยกความแตกต่าง
บนช่องว่างระหว่างวันซึ่งหวั่นไหว
ยิ่งดึงดันหันหลังยิ่งห่างไกล
ผลหัวใจบาดเจ็บต่างเก็บงำ

โดยกฎของสงครามของความรัก
ใครถึงหลักแล้วย่อมมิค้อมต่ำ
เกียรติภูมิวันนี้เปื้อนสีดำ
เฝ้าร้องร่ำใช่จะร้อยสานรอยร้าว

แม้วันมืดต้องยืดอกอย่างอาจอง
ถึงมั่นคงก็คอยฆ่าความตาขาว
กล้ารับผิดถ้าพลั้งทุกครั้งคราว
คือเกียรติยศยืนยาวและยองใย

ก้าวต่อเถิดถึงบางครั้งจะพลั้งพลาด
หินจะบาดแรงจะเหือดเลือดจะไหล
วันเวลา, กระแสน้ำ ความเป็นไป
ไม่เคยหยุดฉันใดก็ฉันนั้น

หยาดน้ำตาแม้ตกนองเต็มท้องถนน
หยาดน้ำตามิเคยย่นระยะสั้น
ความเจ็บแค้นคั่งคุปะทุควัน
ยากจะสร้างความใฝ่ฝันให้เป็นจริง

หากสมองและสองมืออันมุ่งมั่น
นั่นแหละสิ่งสร้างสรรค์ทุกทุกสิ่ง
มือที่สามมิอาจล่วงเข้าช่วงชิง
ขอเพียงอย่าทอดทิ้งความอดทน
(นาฏกรรมบนลานกว้าง)

คมทวน  คันธนู
กวีซีไรต์  ปี ๒๕๒๖

 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 สิงหาคม 2018, 02:58:PM
(https://image.ibb.co/hpH3iz/49261_348014.jpg) (https://imgbb.com/)

ละครโรงใหญ่

การศึกษาเปรียบโรงละครใหญ่
จัดฉากงามตามวัยอย่างเหมาะเหม็ง
ฉากเด็กเล็กล่อเด็กให้ครื้นเครง
ทุกวันต้องร้องเพลงเล่านิทาน

สลับฉากเรื่อยไปไม่หยุดยั้ง
มุ่งปลูกฝังนิสัยให้รากฐาน
คล้ายวิพิธทัศนาอ่าโอฬาร
ไม่มีทุกข์สนุกสนานเบิกบานกัน

ฉากที่สองลองชมประถมวัย
ภาษาไทยอ่านเขียนเรียนกันลั่น
อุปกรณ์การสอนเป็นสำคัญ
งานครูนั้นดูเห็นเหมือนเล่นกล

คือจะต้องคล่องจัดคัดบทเรียน
ให้คิดเขียนอย่างสนุกทุกทุกหน
ก็คล้ายหัสนาฏกรรมอ่าอำพน
เรียนรู้ปนกับเล่นเป็นของดี

ฉากที่สามตามมาก็น่าชม
ได้แก่ฉากมัธยมของเรานี่
เริ่มซ้อมซักยักย้ายหลายวิธี
วิชามีมากนักชักเรื่อยไป

มีเคล็ดอยู่ที่ครูสร้างปัญหา
ให้เด็กสางสร้างวิชาขึ้นมาได้
นี่แหละสุขนาฏกรรมอ่าอำไพ
ความเป็นห่วงบ่วงใยยังไม่มี

แล้วเปิดเห็นเวทีที่กว้างใหญ่
มหาวิทยาลัยเป็นฉากสี่
ศิลปวิทยาอาชีพมี
เรียนเรื่องชีวิตมนุษย์รุดหน้าไป

ท่านอาจารย์ท่านไม่ใคร่จะสอน
ให้ค้นคว้าหาก่อนเป็นข้อใหญ่
โศกกับสุขมักคลุกเคล้ากันไป
เหมือนเรื่องในมหาอุปรากร

หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล
ศิลปินแห่งชาติ  สาขาวรรณศิลป์  ปี ๒๕๓๐

 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 สิงหาคม 2018, 09:59:PM
 
            emo_79 emo_79

               ดูภูเขา
   
     ๏ โดยใช้ตาเนื้อ-จึงเหนื่อยเนื้อ
โดยใจไม่เอื้อ-จึงไม่ถึง
โดยผูกใจมัด-จึงรัดรึง
โดยห่วง-ใจจึงเหมือนตรึงใจ
   
     ๏ คล้ายไกล-จึงคล้ายมองไม่เห็น
สีเก่าจึงเป็นเหมือนสีใหม่
คล้ายเพ่ง-จึงพร่องไม่ว่องไว
ภาพนิ่งจึงไหว-ในวงตา

      ๏ เห็นไม้-เพียงเห็นเป็นหมู่ไม้
เห็นเมฆ-เพียงคล้ายประหนึ่งว่า
เป็นกลุ่มสิ่งทึบ  ขาว-เทาทา
พร้อมพร้อมพร่าพร่าในตาตัว

     ๏ ทั้งทั้งคล้ายคล้ายจะไร้แดด
แต่ร้อนคล้ายแผดอยู่ถ้วนทั่ว
ตาใส-แต่ตากลับพร่ามัว
ด้วยหัวใจยังกลัว-ยังกริ่งเกรง ฯ

     ๏ บัดนี้, ภูเขาเบื้องหน้ายังผ่าเผย
สงบนิ่งวางเฉย-ไม่ร้อนเร่ง
รอรับตาเห็น-เช่นนั้นเอง
และคล้ายคล้ายยังสร้างเพลงแห่งอิสรา ๚ะ๛

      emo_54 emo_54 emo_54 emo_54 emo_54 emo_54 emo_54 emo_54 emo_54

           ปีกเริง

     ๏ โดยบ่ายเบิกลมมาห่มบ่าย
จึงร่อนใบไม้จากในสวน
คว้างคว้างในบ่ายเป็นกระบวน
ขณะไม้ดอกอวลกรุ่นกลิ่นกราย

     ๏ เป็นลมห่มปีกผีเสื้อป่า
อันเร้นร่างมากับลมบ่าย
บอบบาง, สีฉาบอาบระบาย
เลื่อมเหลืองสลับลาย – ละลานตา

     ๏ ปีกเริงร่อนร่างในทางรก
ซึ่งแต้มสีปก - ดอกไม้ป่า
โดยใดจึงรู้ – จึงเร่งมา
ไฉนจึงรู้ว่า  ดอกไม้บาน

     ๏ ไฉนจึงรู้ทางอันร้างรก
ที่ป่าคลุมปกเป็นดงด่าน
แรงขับแรงฝันใดบันดาล
ให้ลุแอ่งน้ำหวาน – เรณูนวล

     ๏ ในบ่ายอันลมไล้ห่มแดด
อันลามลงแผดอยู่ทุกส่วน
ผีเสื้อไม่ตอบ – ไม่ถามทวน
แสดงเพียงภาพขบวนการโบยบิน ๚ะ๛

            พนม  นันทพฤกษ์
(https://preview.ibb.co/mV9t5e/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
พนม  นันทพฤกษ์  เป็นนามปากกาของ
นายสถาพร  ศรีสัจจัง  เป็นชาวพัทลุง
ใช้นามปากกานี้สำหรับวรรณกรรมเยาวชน
นวนิยาย  รวมเรื่องสั้น และกวีนิพนธ์
ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ
ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์  ปี ๒๕๔๘ 

 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 08 สิงหาคม 2018, 10:08:PM
               emo_79 emo_79

          ดาวประดับราตรี

หนึ่ง   เราต่างเป็นดวงดาวกลางราวฟ้า
          ประกายกล้าริบหรี่ - หรือปรี่แสง
          อยู่ที่ผลของงานผสานแสดง
          จะร้อนแรงหรือหรุบหรู่กลางหมู่ดาว
          ห้วงนภาคราแรมไม่แจ่มแสง
          เมื่อมีแรงดาริกาประดับหาว
          แต่ละดวงรัศมีสีสกาว
          บ้างเพริศพราวบ้างกะพริบระยิบระยับ

สอง   นักดาราศาสตร์ชี้มีความหมาย
          บางดาวพรายนามเพราะเสนาะศัพท์
          หากสะท้อนสุริย์ศรีที่แวววับ
          จึ่งประทับจับในหัวใจคน
          แต่บางคราวที่ช่วงโชติโรจน์รังสี
          ที่ตนมีสีสว่างกระจ่างหน
          อานเลือนรางกลางแสงสุริยน
          กลับถกลก่องเก็จเพชรราตรี

สาม   กวีแก้วแพร้วพร่างกลางบรรณภิภพ
         บ้างเลอลบบ้างแพรวพร่างบ้างริบหรี่
         อาจเรืองรองอาจหมองหม่นบนราตรี 
         แต่กวีคือกวี...ล้วนมีแวว
         จะเรืองรองผ่องพิภพนพรัตน์
         เจิดจรัสเพริศพจีกวีแก้ว
         แต่ก็ต่างเป็นดาวอันพราวแพรว
         ซึ่งล้วนแล้ว"แวว"ประดับกับราตรี

  สี่   อย่าดูหมิ่นมวลกวีเลย...ที่รัก
       แม้จำเรียงเพียงประจักษ์เพื่อศักดิ์ศรี
       อาจต่ำต้อยด้อยราคามีราคี
       แต่กวีก็ดั่งดาวพรั่งพราวฟ้า
       จักรวาลล้านล้านดาวพร่าพราวแสง
       อาจเรืองแรงช่วงโชติรุ่งโรจน์หล้า
       อาจริบหรี่เพียงระยิบพริบนภา
       แต่หลากล้วนเป็น"ดวงตาแห่งราตรี"

               ประยอม  ซองทอง   

(https://preview.ibb.co/mBbjiz/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)

      ไหน...ศรัทธาอันยืนยง

เมื่อเหม่อดูหมู่ดาวกลางราวฟ้า
ดาริกาล้วนระยิบกะพริบแสง
หากดวงเดียวเทียวที่เพริศเจิดแจรง
ประกายแกร่งก่องโฉม...คือ"โคมทอง"
ผองผกากรุ่นกลิ่นประทิ่นฉม
ล้วยซบซมเมื่อรังสีรวีส่อง
แต่ดอกที่เด่นไร้ใครเป็นรอง
บังอาจจ้องแสงฉาน...คือ"ทานตะวัน"
เชิงชายหาดลาดยาวทรายพราวยิบ
ลิ่วไกลลิบลับฟ้าโก่งมากั้น
แม้ด้นดั้นฟั้นฤดีอยู่กี่วัน
ก็สุดสรรเพียงเพชรสักเม็ดเดียว
ในดอนดงพงลำเนาโขดเขาสูง
ทั้งยางยูงหลากสล้างใช่ร้างเปลี่ยว
แต่ที่กล้าแบกลมเป็นคมเคียว
มี"สน"เทียวที่กล้าแกร่งยอดแทงฟ้า
ฉันดั้นด้นค้นหาเป็นบ้าหลัง
ไหนที่ตั้งจิตมาดปรารถนา
ไหน"คน"ที่ยืนหยัดด้วยศรัทธา
ไม่อ่อนข้อท้อท่าในอาธรรม

        ประยอม  ซองทอง

            มิถุนายน  ๒๕๐๒
(https://preview.ibb.co/mBbjiz/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
นายประยอม  ซองทอง  เป็นชาวนครพนม
ใช้นามปากกาว่า  ลักขณ์ เรืองรอง,  ระฆังทอง,
เจ้าพระยา,  ธารทอง,  เพรืองชมพู  และ สุดสงวน
ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ
ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ  สาขาวรรณศิลป์  ปี ๒๕๔๘

 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 10 สิงหาคม 2018, 01:47:PM


 พินิจจันทร์วันเพ็งขึ้นเปล่งแสง
กระจ่างแจ้งแจ่มวงทั้งทรงกลด
สี่พี่เลี้ยงเคียงพร้อมน้อมประณต
พระเลี้ยวลดแลแสวงดูแสงเดือน
ดูเก๋งก่อต่อเตาเห็นเงาคล้าย
เขม้นหมายมุ่งไปก็ไม่เหมือน
เห็นเงาไม้ไหวหวั่นให้ฟั่นเฟือน
จนเดือนเคลื่อนคล้อยฟ้าให้อาวรณ์

นิราศอิเหนา   
สุนทรภู่


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 10 สิงหาคม 2018, 03:56:PM
 emo_79

มณฑาทิพกลีบบานตระการกลิ่น
ภุมรินหรือจะร้างห่างเกสร
จงทราบความตามใจอาลัยวอน
เดชะกลอนกล่าวปลอบให้ตอบคำ
 
จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท
แม้นเหมือนมาดหมายจะชิมให้อิ่มหนำ
ถ้าครั้งนี้มิได้เยื้อนยังเอื้อนอำ
จะต้องคร่ำคร่าเปล่าแล้วเราเอย

 (นิราศวัดเจ้าฟ้า - สุนทรภู่)
emo_126
 


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 10 สิงหาคม 2018, 04:02:PM
 emo_79

อ่านทุกบทงดงามสื่อความชัด 
ทำนองผลัดเสนาะเสียงจำเรียงหลง
อ่านดังดังฟังขันแม้บรรจง   
นานนานส่งเสียงขับต้องปรับคีย์

 emo_100
..พี.พูนสุข..

(https://preview.ibb.co/hQnP5p/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 11 สิงหาคม 2018, 01:07:PM

(https://preview.ibb.co/bWJW39/7.png) (https://ibb.co/hvOyi9)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 13 สิงหาคม 2018, 04:25:PM
 emo_79 emo_79
(https://image.ibb.co/igoVi9/72061e770.jpg) (https://imgbb.com/)

                   ดอกเอ๋ยดอกมะลิ                   
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
    สดสะอาดปราศสีราคีระคน      
เหมือนกมลใสสดหมดระคาย
   กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง   
   เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
   อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย     
   ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย

  คำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ “แม่จ๋า”
 ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา

  emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 16 สิงหาคม 2018, 01:24:PM
       
(https://image.ibb.co/dQo1Vp/C_BMx_K9_Xs_AAU2_Es.jpg) (https://imgbb.com/)
 
บทชมธรรมชาติ
 ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

๏ สะอาดเอี่ยมประเปี่ยมน้ำ     สลอนส่ำสโรชมี
พบูบานผสานสี                       สล้างกลีบกุสุมสรรพ์
๏ สำแดงดวงดำรูเด่น               ประดับเบญจพิธพรรณ
พิโดรฉมระงมคัน-                    ธรสรื่นบำเรอฆาน
๏ ภมรมั่วประทุมมาศ               มิรู้ขาดสถานธาร
ชะลอเอาละอองมาล-                ยเมื้อมุ่งอำรุงรวง
๏ สลาบโรยก็หล่นลอย              กระแสสร้อยสลายพวง
สะพราดพันธุปลาปวง              ประเนืองน่านเฉนียนนอง
 ๏ ฉวัดว่ายเฉวียนวน                กระโดดพ่นละอองฟอง
ระเมียรมัจฉะคลอครอง            บ คลาดคู่คระไลลอย
๏ ชะโดดุกกระดี่โดด                  สลาดโลดยะหยอยหยอย
กระเพื่อมน้ำพะพร่ำพรอย         กระฉอกฉานกระฉ่อนชล
๏ กระสร้อยซ่าสวายซิว             ระรี่ริ้วระวาดวน
ประมวลมัจฉะแปมปน             ประหลาดเหลือจะรำพัน
๏ สถานพุธดาบส                      บำเพ็ญพรตพรหมจรรย์
ตปาการประกอบกรรม์             อุกฤษฏ์บ่มบำรุงบุญ
๏ อิลาแลกระแสใส                    สำราญในมโนสุน-
ทราอรจะผ่อนอุณห์                  อุทกอาบพระอินทรีย์ ฯ

(https://preview.ibb.co/kw2BVp/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
อิลราชคำฉันท์
บทประพันธ์ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน  สาลักษณ)
กวีในสมัยรัชกาลที่ ๖

(https://preview.ibb.co/kw2BVp/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 16 สิงหาคม 2018, 09:39:PM
(https://image.ibb.co/bV8NNe/bj.jpg) (https://imgbb.com/)

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

(๑) ตอนวัสสการพราหมณ์ถูกเนรเทศแล้วเดินทางไปยังนครเวสาลี

     แรมทางกลางเถื่อน     ห่างเพื่อนหาผู้
หนึ่งใดนึกดู                     เห็นใครไป่มี
หลายวันถั่นล่วง              เมืองหลวงธานี
นามเวสาลี                       ดุ่มเดาเข้าไป 
     ผูกไมตรีจิต                เชิงชิดชอบเชื่อง
กับหมู่ชาวเมือง               ฉันท์อัชฌาสัย
เล่าเรื่องเคืองขุ่น              ว้าวุ่นวายใจ
จำเป็นมาใน                     ด้าวต่างแดนตน
     เขาแสนสมเพช          สังเกตอาการ
แห่งเอกอาจารย์              ท่าทีทุกข์ทน
ภายนอกบอกแผล           แน่แท้ทุพพล
เห็นเหตุสมผล                ให้พักอาศัย
     ข่าวคราวกล่าวกัน     อื้อพลันแพร่หลาย
ลือล่ำกำจาย                    แจ้งรั่วทั่วไป
มนตรีกราบทูล               เค้ามูลขานไข
แด่องค์ท้าวไท                แหล่งหล้าลิจฉวี

(๒) ตอนราชาลิจฉวีแตกความสามัคคีไม่ไปร่วมประชุมเหมือนเดิม
 
     จึ่งให้ตีกลอง           ป่าวร้องทันที
แจ้งข่าวไพรี                 รุกเบียนบีฑา
เพื่อหมู่ภูมี                   วัชชีอาณา
ชุมนุมบัญชา                ป้องกันฉันใด
     ราชาลิจฉวี              ไป่มีสักองค์
อันนึกจำนง                  เพื่อจักเสด็จไป
ต่างองค์ดำรัส               เรียกนัดทำไม
ใครเป็นใหญ่ใคร           กล้าหาญเห็นดี
     เชิญเทอญท่านต้อง    ขัดข้องข้อไหน
ปรึกษาปราศรัย              ตามเรื่องตามที
ส่วนเราเราใช่                  เป็นใหญ่ยังมี
ใจอย่างผู้ภี                      รุกปราศอาจหาญ
     ต่างทรงสำแดง          ความแขงอำนาจ
สามัคคีขาด                     แก่งแย่งโดยมาน
ภูมิศลิจฉวี                      วัชชีรัฐบาล
บชุมนุมสมาน                 แม้แต่สักองค์

(https://preview.ibb.co/naodvz/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
สามัคคีเภทคำฉันท์
บทประพันธ์ของ นายชิต  บุรทัต
กวีในสมัยรัชกาลที่ ๖   

(https://preview.ibb.co/naodvz/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 17 สิงหาคม 2018, 10:51:AM
 emo_79 emo_79

จากตัวอย่างฉันท์ ๒ ชนิดที่ยกมาให้อ่านข้างต้นนี้
คือ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒  และ วิชชุมมาลาฉันท์ ๘
ได้ข้อสังเกตวิธีการใช้คำครุ คำลหุ ของกวี ๒ อย่าง
และควรจะยึดถือเป็นหลักการแต่งฉันท์ชนิดอื่น ๆ ต่อไปได้

๑. การใช้เสียงสระ อำ ในการแต่งฉันท์

โดยทั่วไป เสียง /อำ/ เป็นเสียง สระ /อะ/ มีเสียงพยัญชนะสะกด /ม/  ใช้ในรูป  -ำ
เช่น กำ  กรำ  กล้ำ, ขำ, คำ  ค่ำ  ค้ำ  คล้ำ, งำ  ง้ำ, จำ  จ้ำ, ฉ่ำ ชำ ช้ำ, ดำ  ด่ำ,
ทำ, ตำ  ต่ำ, นำ  หนำ, พรำ  พร่ำ,  ยำ  ย่ำ, รำ  ร่ำ  ส่ำ, อำ  อ้ำ ฯลฯ
คำเหล่านี้เป็นคำที่มีพยางค์เดียวและมีความหมายสมบูรณ์
จัดเป็นคำที่มีเสียงหนัก คือ คำครุ
หรือใช้ประกอบกับคำอื่น ทำให้มีความหมายชัดเจนขึ้น กว้างขึ้น
เช่น  กำมือ  กล้ำกลืน  คร่ำครวญ  จำความ  ต่ำเตี้ย ทำกิน  นำผล   พร่ำเพ้อ  ฯลฯ

คำเหล่านี้ จัดเป็นคำ ครุ/ครุ  ทั้ง ๒ คำ/พยางค์
ถ้าแยก คำ/พยางค์ แล้ว ยังมีความหมายทั้ง ๒ คำ/พยางค์
***********
เสียงสระ อำ  อนุโลมให้เป็น คำลหุ ได้
เสียง /อำ/ จะใช้เป็นเสียง ลหุ ในการแต่งฉันท์ได้อย่างไร

จะใช้ได้เมื่อ เสียง อำ ประสมในคำมูล
        เป็นคำที่มีมาแต่ดั้งเดิมและมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง
        อาจเป็นคำไทยหรือเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นก็ได้
แต่มีความหมายเดียว ถ้าแยกกัน ความหมายจะไม่สมบูรณ์หรือเปลี่ยนไป

ส่วนใหญ่เป็นคำที่มี ๒ พยางค์   เช่น
สำแดง ดำรู บำเรอ อำรุง บำเพ็ญ บำรุง สำราญ (จากตัวอย่าง ภุชงประยาตฉันท์ ๑๒)
กวีใช้เป็นเสียง  ลหุ/ครุ  ทั้งหมด
คำอื่น ๆ เช่น
กำจาย    คำนึง  จำนง  จำนรรจ์  จำเนียร  จำเริญ
ดำบล    ดำรัส  ตำนาน  ตำรวจ  ทำนอง  ธำรง  บำนาญ
 บำรุง  บำราศ  บำเรอ รำคาญ  รำเพย  รำไพ  ลำเค็ญ  ลำเนา
สำคัญ   สำนวน  สำรวม   สำรวล    สำเร็จ อำนวย  อำพน  ฯลฯ
กวีหลายท่าน จะใช้คำลักษณะนี้เท่านั้นเป็นคำลหุ ตรงตำแหน่งที่บังคับ
ตามฉันทลักษณ์  และจะยกตัวอย่างของกวีท่านอื่นในโอกาสต่อไป

๒. การใช้เสียงสระ อะ ลดรูป

เสียง /อะ/ ใช้ในรูป  - ะ  ออกเสียง อะ เต็มเสียง เช่น กะ  กระ  จะ  คะ  คละ  ปะ  ประ
สระลดรูป ออกเสียง อะ ไม่เต็มเสียง เช่น  กวี (กะ-วี)  ฉวี (ฉะ-หฺวี)  รัฐบาล (รัด-ถะ-บาน) สมาน (สะ-หฺมาน)

กวีใช้แต่งในวิชชุมมาลาฉันท์ที่บังคับคำครุล้วนได้
แสดงว่า คำที่ผสมด้วยสระอะ ลดรูป ออกเสียง อะ ไม่เต็มเสียง
ใช้เป็น คำครุ ได้เมื่อจำเป็นนั่นเอง

คำอื่น ๆ เช่น  วลี   ทวี  นที  พสก  สถิต  สราญ  สรีร์  สวัสดิ์
คำที่เป็นอักษรนำ เช่น  ขยัน  ขยับ  ขยาย  สลัว สวาท  สวิง สวาย ฯลฯ
นับเป็นคำครุ  ๑ พยางค์  หรือเป็น ลหุ กับ ครุ  ๒ พยางค์ ก็ได้ค่ะ

ขอให้สนุกในการอ่านฉันท์และแต่งฉันท์ หรือผู้ที่คิดจะแต่งฉันท์เป็นครั้งแรกนะคะ  โชคดีค่ะ

 emo_95

..พี.พูนสุข..
(https://preview.ibb.co/d0fJCe/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 17 สิงหาคม 2018, 12:33:PM
 
 (https://image.ibb.co/dd1wkz/spd_20120718142326_b.jpg) (https://imgbb.com/)
              emo_79 emo_79
             ขันติธรรม
ธรรมอันเป็นอาภรณ์ของปราชญ์

     ขันตีนี้ธรรม     นำใจให้สงบ
ยามใดพานพบ       เรื่องไม่สมหวัง
ขันตีปลอบใจ         ช่วยให้เกิดพลัง
บังคับยับยั้ง            ใจไม่วู่วาม
      ขันตีสุนทร       อาภรณ์นักปราชญ์
มั่นคงองอาจ          ข่มใจไม่หยาม
ขันตีช่วยขจัด         ปัดทุกข์ลุกลาม
ขันตีหักห้าม            ความโกรธได้จริง
(https://preview.ibb.co/gEhq8K/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

            ความคิดสร้างสรรค์

     ความคิดสร้างสรรค์     ความฝันบรรเจิด
งานศิลป์ก่อเกิด                 ความงามความดี
หลากล้ำธรรมชาติ             ภาพวาดสอดสี
เพลินพจน์บทกวี               ชีวิตชื่นบาน
     งานศิลป์ชิ้นสวย           เกิดด้วยมือคน
ทั่วหล้าสากล                     ยกย่องกล่าวขาน
สรรพศิลป์สุนทร              ดับร้อนรำคาญ
สร่างทุกข์สุขศานติ์           รสธรรมกำจาย

          ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
       ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง
           ..วิชชุมมาลาฉันท์ ๘..     

(https://preview.ibb.co/gEhq8K/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 18 สิงหาคม 2018, 06:55:AM
emo_101


เราจะลาจากกันแล้ววันนี้
ทั้งทั้งที่หวาดผวาและว้าเหว่
ฉันคือเรืออิสระล่องทะเล
จะโล้เร่ร้างไกลฝั่งใจเธอ

เสียดายวันสงสารวัยความใกล้ชิด
ไกลกันนิดก็ปานว่าน้ำตาเอ่อ
ละไมยิ้มพิมพ์หัวใจละไมละเมอ
คงยิ้มเก้อแล้วละหนอต่อแต่นี้

โถ...รอยเท้าก้าวหรือถอยก็รอยเท้า
เมื่อเราก้าวกันใกล้ในทุกที่
จะเร้นรอยให้ฝันร้ายอีกหลายปี
เมื่อไม่มีรอยเท้ามาก้าวเคียง

เสียงหัวเราะเคยล้อต่อกระซิก
รินระริกดังน้ำรินก็สิ้นเสียง
เคยสำเหนียกลำนำถ้อยสำเนียง
จะเหลือเพียงลำนำในสำนึก

คืนที่เคยนั่งคู่กันดูดาว
จะนั่งเดียวเดี่ยวหนาวเมื่อคราวดึก
ตาสบตาบอกความหมายล้ำลึก
จะรู้สึกได้อย่างไรเมื่อไกลตา

หวั่นว่าห่วงเสน่หาลับลาหาย
มั่นใจหมายกลับมาเห็นเพ็ญดวงหน้า
นี่มิใช่คำมั่นแห่งสัญญา
แต่ทว่า เป็นคำฝากจากหัวใจ

รักแค่เพียงคำพูดพิสูจน์ยาก
แต่เมื่อจากคงพิสูจน์คำพูดได้
ใจของเราเราย่อมรู้อยู่ที่ใคร
กับคนใกล้หรือคนไกลใจคงรู้

ฉันมิใช่ขุนน้ำมีตำหนัก
เพียงมีแรงแห่งรักเป็นนักสู้
เธอคือคนที่จะเปิดประตู
ฉันไปสู่สนามชัยในชีวิต

ขอบคุณอย่างมากจากหัวใจ
ที่กล้าให้โอกาสซึ่งอาจผิด
เพราะอย่างน้อยชีวิตนี้ก็มีทิศ
หมายนิมิตสิ่งซึ่งฝันถึงมัน

ไม่ต้องคิดถึงวันที่ฉันกลับ
ไม่ต้องนับวันเวลารอท่าฉัน
ขอให้คิดถึงบ้างเพียงบางวัน
และสวดมนต์ให้กันเท่านั้นพอ

เก็บดอกไม้แห่งกมลไว้บหิ้ง
อย่าทอดทิ้งให้เศร้าอับเฉาช่อ
ขอน้ำตาสักหนึ่งหยดรดไว้คลอ
และการรอจะช่วยให้ดอกไม้บาน

ฉันลาก่อน...เขียนกลอนลาว้าเหว่นัก
และกลอนรักคงจะไร้ยามไกลบ้าน
หลังการลาเริ่มการรอทรมาน
ฉันเกรงการกลับมาเก้อ เมื่อเธอลืม

 
 วาณิช จรุงกิจอนันต์


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 18 สิงหาคม 2018, 12:47:PM
 emo_79 emo_79

การเคลื่อนไหว

ษาแสงแห่งอุษาขับฟ้าสาง
นวลสว่างกระจ่างแสงแห่งอุษา
ดับดาวแวมแรมเดือนให้เลือนลา
วันชีวานับวันผ่านผันไป

สายลมแห่งฤดูกาลยังผ่านพัด
ทุกเลี้ยวลัดชลาสินธุ์ยังรินไหล
ต้นไม้ยังแตกกอผลิหน่อใบ
การเคลื่อนไหวย่อมมีในชีวิต

ลมหายใจออกเข้าของเราสิ้น
ใช่ก้อนหินหยุดกลิ้งนิ่งสนิท
ต้องเติบโตโลดเต้นอยู่เป็นนิจ
มีนิมิตหมายในหัวใจเรา

เมื่อคืนวันผันเวียนเปลี่ยนและแปลก
เป็นคนแรกและอย่าทนเป็นคนเก่า
วันไม่เคยย้อนทบความซบเซา
จึงวัยเยาว์ล่วงลับไม่กลับย้อน

แม้นเป็นนายนั่งในดวงใจกล้า
ก็อาจท้าทุกข์ถอดการทอดถอน
มีความตายเท่านั้นนิรันดร
ใครจะนอนรอสิ่งนิ่งนิรันดร์

เมื่อแสงสางส่องเดือนการเคลื่อนไหว
ให้มันส่องหัวใจเราใฝ่ฝัน
วาดชีวาเคลื่อนไหวไปกับวัน
และจงมั่นใจในชัยชนะ

วาณิช  จรุงกิจอนันต์
เรียงร้อยถ้อยคำ  พิมพ์ครั้งที่ ๓  ปี ๒๕๔๒

(https://preview.ibb.co/hdoRkz/m26_2.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 สิงหาคม 2018, 10:22:AM
(https://image.ibb.co/dYz2tK/large.jpg) (https://imgbb.com/)

ตัวอย่างการใช้เสียง อำ เป็น คำลหุ
จากเรื่อง สรวงปกาสิตคำฉันท์  ของ สุภร  ผลชีวิน
พิมพ์เผยแพร่ปี  ๒๕๓๘

(https://preview.ibb.co/gWsmne/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)

๑. สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙  ทุกบทประกอบด้วย  ครุครุครุ ลหุลหุครุ ลหุครุ ลหุลหุลหุครุ / ครุครุ ลหุครุครุ / ลหุครุ

       ขอจงมั่นมนะคิดพินิจพิพิธเลศ
ตรองหาประดาเหตุ                        จะเห็น
       ดับหมองครองสติตนประดนทุรลำเค็ญ
ห่อนนานจะผ่านเข็ญ                          พิบัติ

๒. อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑  ทุกบาทประกอบด้วย  ครุครุ ลหุครุครุ /  ลหุลหุครุ ลหุครุครุ 
  
       รังนานทะยานร้อง      นิรน้องก็นานเกิน
ชมพูพระชมเพลิน             ดุจสีสไบนวล
        ดอกบัวคะนึงบัว        นุชยั่วลำยองยวน
พิลาปพิไลครวญ                ดุจพี่พิลาปคราง

๓. ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒   ทุกวรรคประกอบด้วย  ลหุครุครุ ลหุครุครุ

         สกุณชาติประหลาดหลาย      สลาบลายและหลากสี
ระเริงล่องพนาลี                             ประโลมกันและจรรจา
         และบางรายก็ผายผัน             แสวงสรรพภักษา
สำเร็จแล้วก็ลีลา                              ลุลูกอ่อนและป้อนปรน   

๔. กมลฉันท์ ๑๒   ทุกวรรคประกอบด้วย  ลหุลหุครุ ลหุครุครุ 

         อุระเต้นตระดกตื้น            ธ ก็ฟื้นประทมพลัน
ธ ก็เพรียกพระโหรอัน                วุฒิเชี่ยวชำนาญทาย
          ธ ระบายระบิลบอก          ทิชพรอกพระมนต์หาย
มนะครุ่นมิวุ่นวาย                      และก็แจ้งกระจ่างใจ
           ทิชทูลทำนายความ         คติตามสุบินไท
บ่ มิมีกลีใด                                ดลสู่พระภูบาล   

๕. มาณวกฉันท์ ๘  ทุกวรรคประกอบด้วย  ครุลหุลหุครุ

       แล้ววรนาฏ      ราชธิดา
วันทนลา                 มาตุบิดร
เนา ณ นิเวศน์          เขตตสิขร
ร่วมกะสมร              มวลพระกำนัล

(https://preview.ibb.co/gWsmne/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
                           emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 20 สิงหาคม 2018, 06:20:PM
(https://image.ibb.co/dFdayK/i5.jpg) (https://imgbb.com/)

เรื่องนี้ มีชื่อเรื่องเต็ม ๆ ว่า
เพลงยาวอยุธยาวสาน
ผู้แต่ง  จินตนา  ปิ่นเฉลียว

บทร้อยกรองที่ได้รับรางวัลเคนเนดี้ทางวรรณคดี
ของมูลนิธิ  จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ แห่งประเทศไทย
               สำหรับปี  ๒๕๑๖
ความยาว  ๕๐๐ บท  ๑๐๐๐ คำกลอน

(https://preview.ibb.co/iXONCe/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
ขอยกตัวอย่างบางตอนบางบทที่ชอบเป็นพิเศษและชอบที่สุดนะคะ

ชอบที่สุด  ชอบหลายบทที่กวีเล่นคำโดยวิธีย้ำคำ “เสีย” ได้อย่างงดงาม
และรู้สึกสะเทือนใจตามไปด้วย.. เมื่อครั้ง.. อยุธยาล่มสลาย..

๔๖๓.  วันสงกรานต์อังคารเข้าเก้าค่ำนั้น
           ศกสองพันสามร้อยสิบ  เดือนห้า
           วันวิโยคโศกยับอัปรา
           อยุธยายศล่มลงจมดิน

๔๖๔.  พม่าเข้าเผาเมืองทุกเบื้องบท
           แสนสลดล่มไผทไปทั่วถิ่น
           ศพทะแกล้วทหารก่ายเลือดรายริน
           ปกผืนดินแดงเดือดด้วยเลือดทา

๔๖๕.  ถูกพม่าฆ่าฟันมันสังหาร
           วัง  วัด  บ้านเรือนวอดตลอดหล้า
           ทองที่หุ้มคลุมพระปฏิมา
           ก็เผาลอกออกคร่ากล้าทำลาย

๔๖๖.  เพราะมือไพร่ถ่อยทหารมาผลาญชาติ
           จึงพินาศหมดสิ้นแผ่นดินสลาย
           เป็นการสูญเสียเกินประเมินทาย   
           ด้วยเสียหายทุกท่าทั่วหน้ากัน

๔๖๗.  เสียทรัพย์สินสิ้นสมบัติรัฐแสวง
            เสียเรี่ยวแรงอ่อนเปลี้ยและเสียขวัญ
            เสียชีวิตทหารกล้าประชานันต์
            เสียเมืองอันเกิดเกล้าชาวไทยไป

๔๖๘.  เสียเสรีเอกราชชาติถนอม
            เสียศักดิ์พร้อมเกียรติภูมิกลุ้มไฉน
            เสียดายด้วยนิยามความเป็นไทย
            เสียยศไท้เป็นทาสอนาถนาน
   
๔๖๙.  ทั้งเสียชื่อเสียหน้าพาเสียศรี
           เพราะเสียทีศึกระเหี่ยเสียแรงหาญ
           เสียเมืองมิ่งทิ้งกากเป็นซากกราน
           เสียสถานศรัทธาวัดวาปวง

๔๗๐.  โอ้เสียทัพอัปยศหมดวาสนา
            เสียสรรเพชญพุทธาน้ำตาร่วง
            ทั้งวัดวังพังพินาศอนาถทรวง
            เสมอดวงดอกฟ้ามาแหลกลาญ
 
๔๗๑.  เสียดายโอ้องค์มหาปราสาทศรี
           ทุกพระที่นั่งเนาถูกเผาผลาญ
           ตรีมุขเอยอนาถใจถูกไฟกราน
           พระวิหารสมเด็จเล่าสิ้นเค้าทรง

๔๗๒.  สูญอาถรรพ์สรรเพชญปราสาทราช
           สุริยาสน์อมรินทร์สิ้นศักดิ์ส่ง
           จักรวรรดิไพชยนต์ฤาทนคง
           อีกบรรยงก์รัตนาสน์ประลาตลาญ 
 
๔๗๓.  เสียแผ่นดินสิ้นยศหมดเกียรติศักดิ์
           อาณาจักรบรรลัยเพราะใครผลาญ
           คิดให้ดีมิใช่พ่ายไพรีราญ
           หากแพ้พาลที่ในหัวใจคน

๔๗๔.  ละเมอสุขเสพปลื้มลืมประมาท
           จึงพาชาติวิบัติลงขัดสน
           เสื่อมสามัคคีพาจลาจล
           รอยด่างบนประวัติศาสตร์อนาถอาย ฯ
 (https://preview.ibb.co/iXONCe/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)

                                 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 สิงหาคม 2018, 07:11:AM
           emo_79 emo_79
ชอบเป็นพิเศษ ระยะหลังอ่านเรื่อง "เพลงยาวอยุธยาวสาน” คราใด
ทำให้นึกถึงพระเอกนางเอกในละครดังสองเรื่อง คือ
 “บุพเพสันนิวาส” กับ “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว”
ต้องย้อนกลับไปดูบางตอนอีกหลายรอบ
ดูได้ดูดีมิเคยเบื่อเลยหนา..  emo_45 emo_45 emo_45
ที่พิเศษจริง ๆ ก็เพราะกวีกล่าวถึงยุคทองของวรรณคดีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ 
อ่านแล้ว..เหมือนรู้จักกวีหลายท่านมาแต่ชาติปางก่อนเจ้าค่ะ  emo_50 emo_50 emo_50

๓๖๔.  ทุกกิจการบ้านเมืองเปรื่องประสิทธิ์
           ล้วนสัมฤทธิ์ด้วยพระผลานิสงส์
           อีกปรีชาเชี่ยวอักษรกาพย์กลอนทรง
           พระเกียรติยงเยี่ยงศรีกวีชาญ

๓๖๕.  พระราชสำนักนั้นบันลือเลื่อง
           เป็นยุคทองอันประเทืองเบื้องบทสาร
           ชั้นแต่นายประตูโอ่โต้กลอนกานท์
           กวีจารพจีเพริศเกิดหลายคน

๓๖๖.  อาทิศรีปราชญ์ผู้ไพรูลักษณ์
           เชี่ยวชาญนักโคลงฉันท์ประพันธ์ผล
           อนิรุทธ์  กำสรวล  ล้วนนิพนธ์
            ตายแต่ตนแต่ชื่อยังลือชา

๓๖๗.  พระโหราธิบดีพจีแจ้ง
           ผู้สรรแต่งจินดามณีศรีภาษา
           บทเรียนแรกของเหล่ากุมารา
           ปรากฏมาจวบลุปัจจุบัน 

๓๖๘.  พระมหาราชครูปราชญ์ผู้ใหญ่
           แต่งเสือโคคำฉันท์ไว้ให้กล่าวขวัญ
           สมุทรโฆษตอนต้นยุบลบรรณ
           ประดับวรรณศิลป์ศรีกวีวาร

๓๖๙.  ศรีมโหสถปราชญ์ราชบัณฑิต
           เริ่มลิขิตกาพย์ห่อโคลงจรรโลงสาร
           โคลงอักษรสามหมู่ดูตระการ
            ยอพระเกียรติ  นิราศขานกานท์กวิน

๓๗๐.  อีกกวีนิรนามผู้งามพจน์
           จารจรดวรรณกรรมล้ำค่าศิลป์
            คือลิลิตพระลอยอระบิล
            เป็นงานชิ้นเลอเลิศชนเทิดทูน

๓๗๑.  สมเด็จพระนารายณ์เองเชลงลิขิต
           โคลงภาษิตสามระบิลไม่สิ้นสูญ
           สมุทรโฆษคำฉันท์อันจำรูญ
           บ่งพิบูลปรีชากล้ากวี

๓๗๒.  เจ้านายฝ่ายหน้าในล้วนใฝ่พจน์
            ทวาทศมาสของปราชญ์สี่
            นิราศหริภุญไชยไว้วาที
            พระเทพีฝ่ายในไกรนามเนือง

๓๗๓.  รัชกาลนานยาวอันก้าวหน้า
            สามสิบสองพรรษาธานีเฟื่อง
             ครั้นสิ้นบุญอุ่นเกล้าเศร้าใจเคือง
            ไทยทั้งเมืองหม่นไหม้อาลัยลาญ ฯ

(https://preview.ibb.co/eqFDne/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)
                                 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 สิงหาคม 2018, 08:36:AM
                   emo_79 emo_79

ประทับใจที่สุด  ช่วงสุดท้าย กวีกล่าวสดุดีพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยาม
 และปรารถนาไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก..

๔๙๑.  ด้วยพระกรุณามหากษัตริย์
           สยามรัฐรุ่งระบิลไม่สิ้นสูญ
           ที่เคยยับกลับยิ่งพริ้งไพบูลย์
           เคยอาดูร   ดับเข็ญเย็นบุญญา

๔๙๒.  หลายครั้งแล้วแก้วสยามอันวามวับ
           เจียนจะดับด้วยพิษมวลมิจฉา
           หากพระคุณอุ่นอุระพระปรีชา
            ดลพารารุ่งฟื้นคืนสราญ

๔๙๓.  ไทยจักไม่สิ้นไทยไม่สูญชาติ
            ด้วยพระราชกฤษฎาภินิหาร
            เราล้มแล้วลุกได้ในไม่นาน
            ด้วยวิญญาณสยามกล้ากู้ธานิน

๔๙๔.  ไม่หวนไปเป็นดุจอยุธย์ล่ม
            ไม่ซานซมซบให้ใครดูหมิ่น
            พึ่งพระเดชเมตตาพระบารมินทร์
            ดลรัตนโกสินทร์ภิญโญเย็น

๔๙๕. ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท
          ไทยทั้งชาติผ่านยุคความขุกเข็ญ 
          เพราะพระบารมีป้องให้ผ่องเพ็ญ
          ไทยจึงเป็นไผทไทยได้ยืนยง

๔๙๖.  ตราบเรายังอยู่ภายใต้ร่มฉัตร
           ย่อมรักษ์รัฐราชรมย์สมประสงค์
           ข้าพระพุทธเจ้าชาวไทยใต้บาทบงสุ์
           เทิดพระองค์สยามมินทร์จวบสิ้นใจ ฯ           

(https://preview.ibb.co/cCBXiK/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)

                               emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 สิงหาคม 2018, 06:51:AM
(https://image.ibb.co/gzcdse/44_CC2_EF6_ED9_B406794_E252_E9_FC3_DDDE6.jpg) (https://imgbb.com/)
 emo_126 emo_126 emo_126

บทนำ

คำประพันธ์ บทพระธรรม ไม่จำเพาะ
ว่าจะต้อง, ไพเราะ เพราะอักษร
หรือสัมผัส ช้อยชด  แห่งบทกลอน
ที่อรชร เชิงกวี  ตามนิยมฯ

ขอแต่เพียง ให้อรรถ แห่งธรรมะ
ได้แจ่มจะ ถนัดเห็น เป็นปฐม
แล้วได้รส แห่งพระธรรม  ด่ำอารมณ์
ที่อาจบ่ม  เบิกใจ  ให้เจริญฯ

ให้นิสัย  เปลี่ยนใหม่  จากก่อนเก่า
ไม่ซึมเศร้า สุขสง่า น่าสรรเสริญ
เป็นจิตกล้า  สามารถ ไม่ขาดเกิน
ขอชวนเชิญ  ชมธรรมรส งดกวีฯ

 
(https://preview.ibb.co/d1DZXe/whitecoco1.gif) (https://imgbb.com/)

เป็นมนุษย์หรือเป็นคน?

เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา

ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันต์จริง

ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย

คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา; อย่าเชือนเอยฯ
 

พุทธทาส  อินทปัญโญ
คำกลอนสอนธรรม
            หนังสือดี  ๑๐๐ ปี  พุทธทาส       
   
(https://preview.ibb.co/d1DZXe/whitecoco1.gif) (https://imgbb.com/)
 emo_126 emo_126 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 25 สิงหาคม 2018, 09:20:AM
 emo_79 emo_79
(https://preview.ibb.co/c0ip3U/1240056758.gif) (https://imgbb.com/)

 ๒๕  สิงหาคม   วันรำลึกถึง..
ท่านอังคาร  กัลยาณพงศ์
"กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์"

(https://image.ibb.co/jwDdxp/20120831095200r_SPK.jpg) (https://imgbb.com/)

(https://image.ibb.co/fiaVA9/233377ec6.jpg) (https://ibb.co/dJivcp)

ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์  ปี ๒๕๓๒
และได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี ๒๕๒๙ จากกวีนิพนธ์เรื่อง ปณิธานกวี

(https://preview.ibb.co/c0ip3U/1240056758.gif) (https://imgbb.com/)
emo_126

http://www.klonthaiclub.com/index.php?topic=21532.0
..ปลายพู่กันสะบัดจารงานอักษร...อาลัยท่านอังคาร..




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 กันยายน 2018, 08:58:PM
(https://image.ibb.co/jV1Fhz/978_616_90443_5_2_618x1024.jpg) (https://imgbb.com/)

 เรื่องนี้..อ่านกันแล้วรึยัง..?
                       emo_79
 
เปิดอ่านเรื่องนี้..สะดุดตาทันที..
ตรง..รูปแบบการนำเสนอคำประพันธ์ประเภท กาพย์
กวีจัดเรียงเป็นย่อหน้า ๆ  ในหนึ่งย่อหน้าจะมีกาพย์หลายบท 
เรียงต่อบทกันไปยาวจนจบความ
รู้สึกฉงนมาก ๆ  กวียุคนั้นกล้าแหวกแนวในการนำเสนอ
เคยชินจากที่เคยเห็นเรื่องอื่น ๆ  ที่จัดย่อหน้าเพียงบทเดียว  
ดูง่ายว่าเป็นคำประพันธ์ประเภทใด
จากคำนำของผู้จัดพิมพ์ใหม่ในครั้งที่ ๖ นี้ บอกไว้ว่า
พิมพ์ตามต้นฉบับที่จัดพิมพ์ครั้งแรกโดยโรงพิมพ์หมอสมิธ  ในสมัยรัชกาลที่ ๕ 
ส่วนเนื้อเรื่องนั้น สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขื้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
โดยสังเกตจากการสมมุติเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
และในสมัยนั้นมีนิทานชาดกให้อ่านเล่นกันเรื่องหนึ่ง คือ “ธนญชัยบัณฑิต”   
ศรีทะนนไชย  แต่งเป็นนิทานคำกาพย์  ประเภท กาพย์ยานี กาพย์สุรางคนางค์ และกาพย์ฉบัง
ที่สำคัญไม่ปรากฏนามผู้แต่ง
เล่มใหม่นี้ จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖  สำนักพิมพ์โฆษิต
อ่านเพลิน..ตั้งแต่ต้นจนจบ..  แต่อย่าให้ใครมาว่าเราเป็นศรีทะนนไชยหนา...ขอบอก !  emo_45

เชิญอ่านย่อหน้าแรกค่ะ ว่าเป็นกาพย์ประเภทใด และมีจำนวนบทกี่บท

         ๏ ข้าขอยอหัตถ์ นบนิ้วโสมนัส เหนือเกล้าเกศี ถวายอภิวาท วรบาทมุนี คุณลํ้าโลกีย์ อเนกครามครัน พระพุทธองค์ทรงสวัสดิ์ ปราโมทย์โปรดสัตว์ สิ้นสุดมนุษย์สวรรค์ พรหมินอินทร์องค์ สุริยงวงจันทร์ ไม่เทียบเทียมทัน ทุกชั้นเทวา อมรมารมนุษย์ หมู่พราหมณ์พรหมบุตร ยุติขัติยา บรรดาปัจจามิตร ตามติดศาสนา พ่ายแพ้อัปรา เดชาชินวร ปลดปลงสงสัย มุนีเวไนย สรรพสัตว์สโมสร แก้ทั้งทุกขา ปัญหาพยากรณ์ โปรดสัตว์ตัดรอน ลุถึงนฤพาน พระทรงธรรเมศ ประเสริฐวิเศษ สูงสุดวิมานเทวามนุษย์ เทพบุตรกราบกราน ถวายวันทนาการ บ่ได้เว้นวาย พระอริยวงศ์ สาวกพระสงฆ์ ทรงศีลสืบสายสลัดตัดเภท ละกิเลสทำลาย ลุล่วงขวนขวาย ราคร้ายราคี ไหว้คุณอาจารย์ สอนเรียนเขียนอ่าน ให้รู้บาลี ไหว้คุณบิตุเรศ ปกเกศเกศี อีกทั้งชนนี ที่เลี้ยงประคอง พระคุณเลิศล้น ธรณีแนวชล บ่เปรียบถึงสอง หากอุประมา คุณาเนืองนอง แห่งท่านทั้งสอง อเนกครามครัน พรรณนานับคุณ ถ้วนแล้วบริบูรณ์ โดยลำดับกัน ขอแต่งทำนอง จงคุ้มครองฉัน ตามเรื่องราวนั้น ท่านเล่าสืบมา หญิงชายผู้ใด อ่านเล่าเจนใจ จำไว้เถิดนา ผิดบ้างพลั้งพลาด อย่าประมาทนินทา ติเตียนตัวข้า ปัญญาโฉดเขลา ข้าพึ่งคิดแต่ง ลิขิตคลางแคลง อักษรหนักเบา ท่านผู้รู้แท้ ช่วยแก้แต่งเอา ผิดชอบข้าเจ้า อย่าถือโทษา ฯ

                               (https://preview.ibb.co/fjf2LU/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)


คำตอบ   เป็นกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘   จำนวน  ๑๑ บท

 คอยติดตามอ่านเนื้อเรื่องบางย่อหน้าต่อไปนะคะ  
 (https://preview.ibb.co/eRgSUp/plm88.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 16 กันยายน 2018, 06:48:PM
เนื้อเรื่อง..  ย่อหน้าต่อไป เป็นกาพย์สุรางคนางค์เช่นเดิม

     ๏ จักกล่าวนิทาน เรื่องราวบุราณ แต่ก่อนโพ้นมา ยังมีกษัตริย์ จักรพรรดิราชา เสวยราชนัครา อยุธยากรุงไทย นามกรภูเบศ สืบวงศ์พงศ์เพศ เจษฎาภารไกร เลื่องลือปรากฏ ยศศักดิ์ศิลปชัย เมืองขึ้นนับได้ ร้อยเอ็ดนครา มีหมู่กุญชร สินธพอัสดร นิกรโยธา เศรษฐีวาณิช ประมวลพฤฒา ประเทศพารา กรุงไกรภูบาล เสนาน้อยใหญ่ ตำรวจนอกใน พลไกรทหาร กลาโหมมหาดไทย เฝ้าในราชการ นบนอบหมอบกราน ครามครันมากมี องค์อัครชาเยศ ทรวดทรงวิเศษ สมศักดิ์แจ่มใส ชื่ออนงคมาลี โฉมศรีประไพ ชาติเชื้อเนื้อไข มัทราชบุรี สนมกำนัล ถ้วนหมื่นหกพัน อเนกนารี แวดล้อมภูเบศร์ ทวยเทศขันที พิณพาทย์ดีดสี ร้องรับขับขาน ปราสาทสวยสุด วิมานเทวบุตร แม้นเหมือนประมาณ ประดับประดิษฐ์ วิจิตรชัชวาล นพรัตน์แกมกาญจน์ ตระหง่านอัมพน กำแพงป้องกัน ป้อมค่ายหลายหลั่น เจ็ดชั้นชอบกล หอรบรายเรียง เคียงกันสับสน สำหรับจุมพล กษัตริย์สืบมา ฝ่ายทิศอุดร ลำเนาสิงขร ใกล้กับพารา หนทางนั้นโสด ถึงโยชน์คณนา เหย้าเรือนแน่นหนา ชื่อว่าบ้านบึง เรือนหนึ่งนั้นเล่า ผัวเมียสองเจ้า ชวนกันรำพึง เป็นนิจนิรันดร์ ทุกวันคำนึง เช้าคํ่ารำพึง บ่ได้เว้นวาย ปลูกศาลเพียงตา บายศรีซ้ายขวา ตกแต่งมากมาย บวงสรวงเทวา บูชาของถวาย ขอลูกหญิงชาย เกิดแก่อาตมา ฯ

ย่อหน้าถัด ๆไป  เมื่อเปลี่ยนประเภทของกาพย์   กวีจะระบุชื่อกาพย์ไว้ต้นย่อหน้าจนจบความ..จบเรื่อง..

     ๏ ยานี ฯ บัดนั้นท้าวโกสีย์ อยู่ในที่แท่นไสยา ผาดเพ่งเล็งลงมา เห็นสองราน่ารำคาญ ชวนกันไปบูชา ตั้งสัตยาธิษฐาน ขอเกิดลูกนงคราญ ผู้เยาวมาลย์ยอดเสน่หา ถ้ากูนี้มิไปช่วย เห็นจะม้วยชีพชีวา ไม่ได้สืบบุตรา ทั้งสองราจะบรรลัย สมเด็จท้าวอินทรา พิจารณารู้แจ้งใจ พินิจคิดสงสัย ไม่เห็นใครจะสมควร จึงเห็นเทวบุตร ผู้ใจสุทธิ์พอสงวน ท่านนี้เห็นสมควร ลงไปเกิดด้วยง่ายดาย เทวบุตรรับบัญชา ท้าวอินทราแล้วผันผาย กราบลามาโดยหมาย จากวิมานอันโอฬาร์ จุติมาบัดดล เข้าปฏิสนธินางเหรา วันนั้นนางกัลยา เป็นมหามหัศจรรย์ เทวาแกล้งอาเพศ นำเอาเหตุมาด้วยพลัน ใกล้รุ่งคืนวันนั้น นางจึงฝันประหลาดใจ ฝันว่าไปเที่ยวเล่น เขาพระเมรุอันสูงใหญ่ ปิดทางขวางหน้าไว้ จะเดินไปยากนักหนา นางจึ่งยื่นมือไป จับเมรุไตรยอดบรรพตา เดินเหยียบเลียบไปมา แล้วจึ่งคว้าเอาพระจันทร์๑ นางตื่นขึ้นทันที ปลุกสามีด้วยเร็วพลัน เล่าความตามอัศจรรย์ ซึ่งฝันนั้นทุกประการ นันทาตื่นขึ้นแล้ว กอดเมียแก้วยอดสงสาร ว่าพรุ่งนี้นงคราญ ไปหาท่านที่อาราม ให้ทำนายช่วยทายทัก แจ้งประจักษ์ซึ่งเนื้อความ ร้ายดีพี่จะถาม นางโฉมงามเจ้าฝันเห็น ชรอยเจ้าจะมีครรภ์ เหตุอันนั้นบังเกิดเป็น จึ่งให้นิมิตเห็น เช่นนี้ไซร้ไม่เคยมี ครั้นรุ่งสว่างแล้ว นางผ่องแผ้วเกษมศรี จัดแจงแต่งถ้วนถี่ นางจรลีด้วยเร็วไว บัดเดี๋ยวถึงอาวาส ค่อยยุรยาตรเดินเข้าไป เจ้าคุณอยู่หรือไม่ ข้านี้ไซร้ต้องกังวล เจ้าเณรจึ่งร้องว่า เชิญสีกามาข้างบน จงบอกอนุสนธิ์ จะทำวลว่ากระไร สมภารท่านไปฉัน จะคอยท่านอยู่ที่ไหน ลูกเต้าจะร้องไห้ เร่งรีบไปเถิดสีกา นางว่าน่าบัดสี เณรองค์นี้พูดมุสา เอาลูกที่ไหนมา แกล้งว่าฉันน่าอาย สีกาปรับทุกข์พลัน ตามเรื่องฝันสิ้นทั้งหลาย จักให้ท่านทำนาย ดีหรือร้ายไม่รู้เลย เจ้าเณรแกล้งเจรจา เป็นลับมาว่าเฉยเฉย สีกายังไม่เคย อย่ากลัวเลยในสุบิน ปีนี้คงมีบุตร งามบริสุทธิ์หมดมลทิน เป็นชายโฉมเฉิดฉิน ประกอบสิ้นในลักขณา จะเป็นตลกหลวง เราไม่ลวงเล่นดอกหนา ไปเถิดนะสีกา ฟังรูปว่าอย่าวุ่นวาย สีกาลาจรลี จากกุฎีค่อยผันผาย กำหนดเณรทำนาย ว่าวุ่นวายไม่เป็นอัน ครั้นมาถึงเคหา บอกภัสดาผู้ผัวขวัญ ไปหาท่านไม่ทัน พบเณรนั้นช่วยทำนาย บอกเล่าให้ผัวฟัง ตามเณรสั่งสิ้นโดยหมาย ผัวเมียค่อยสบาย เขาทักทายมิเป็นไร แต่พอนางเหรา กลับเข้ามาบัดเดี๋ยวใจ สมภารเดินไวไว ขึ้นกุฎีใหญ่ล้างบาทา เจ้าเณรบอกอาการ ว่าชาวบ้านเขามาหา แจ้งความตามสีกา เขาเล่ามาให้ฉันฟัง จึงเล่าอภิปราย เรื่องทำนายมาแต่หลัง สมภารครั้นได้ฟัง ดูน่าชังเณรจังไร ฝันดีทายว่าร้าย มึงทำนายให้ผิดไป สุบินเช่นนี้ไซร้ ดีพ้นใจในตำรา เขาจักมีลูกชาย งามพรรณรายด้วยบุญญา จะได้ครองพารา ในใต้ฟ้าไม่เทียมทัน ฯ



                                                                                          อ่านเล่นเพลิน ๆ นะคะ
                                                          (https://preview.ibb.co/iJ0nPz/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 18 กันยายน 2018, 09:29:AM
(https://image.ibb.co/hqqvhK/spd_20150512212218_b.jpg) (https://imgbb.com/)

“หัวใจของบทกวีนั้น
อยู่ที่ความงาม  ความไพเราะ
ให้ความรู้สึก
และความหมายที่ดี”

เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
(https://preview.ibb.co/fA8Rpz/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

“ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญชำนาญการเขียน
แตกฉานในการใช้ภาษาขนาดไหนก็ตาม
ถ้าความคิดเป็นความคิดที่ใช้ไม่ได้แล้ว
ฝีมือที่มีอยู่เกือบจะเรียกว่า
ไม่ได้ช่วยอะไรเอาเลย”

วาณิช  จรุงกิจอนันต์

(https://preview.ibb.co/fA8Rpz/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

ได้หนังสือเล่มนี้มาเมื่อ ปี ๒๕๔๒  ตรงกับพิมพ์ครั้งที่ ๓
อ่านรวดเดียวจบ.. แล้วยังอ่านบางตอนซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ
ชื่นชอบกวีทั้งสองท่านมาก่อนแล้ว..
พอได้อ่านประสบการณ์ที่ท่านเล่าถึงการเป็นกวีและเป็นนักเขียนได้อย่างไรนั้น
ยิ่งตราตรึงใจ !  ได้ทั้งเกร็ด  ทั้งเคล็ด  และแรงบันดาลใจ
นำไปบอกต่อ และให้บริการยืมอ่านอย่างไม่ขาดสาย...
คุ้ม ! เกิน ๑๓๐ บาท
ขอยกตัวอย่างบางตอน ของท่านอาจารย์เนาวรัตน์
จากชื่อเรื่องว่า  “ฉันท์หรือฉันทะความพอใจ”

ขอคัดข้อเขียนของท่านมาเล่าสู่กันฟังนะคะ


          “ผมเองเคยแต่งฉันท์เล่นระหว่างอยู่ชุมนุมวรรณศิลป์ ธรรมศาสตร์ โดยแต่งเป็นบทละครก็มี  ต่อมาเห็นว่ายากนักก็เลยละวางเสีย
          ที่ว่ายากก็คือ คำฉันท์ หรือคณะของฉันท์ไม่เอื้อต่อคำไทย ต้องใช้คำบาลี สันสกฤตเป็นหลัก เรียกว่าอ่านแล้วต้องแปลจึงรู้ความ 
          อ่านไม่รู้เรื่องไม่รู้ความ ก็ได้แต่ฟังขลัง ๆ ดีไปเท่านั้น นี่คือลักษณะพิเศษของฉันท์
          เพื่อนผมคนหนึ่ง ชื่อ คุณนิพนธ์  ขำวิไล  ชื่อเล่นว่า ได๋  แกเป็นลูกของอาจารย์ฉันท์   ขำวิไล   ผู้แต่งหนังสือแบบเรียนเร็วใหม่   ที่มีประโยคว่า  ป้ากะปู่ กู้อีจู้  นั่นแหละ
 คุณนิพนธ์หรือได๋  แกเป็นคนติดอ่าง  มีฝีมือทางเขียนเรื่องได้ฉกาจฉกรรจ์นัก วันหนึ่งแกนึกครึ้มขึ้นมาอย่างไรไม่รู้ แกก็แต่งฉันท์ชื่อ อารมณ์ขันอารมณ์อ่าง ในลีลาวสันตดิลกฉันท์
          ขออนุญาตคัดลอกมาให้อ่านกัน  เห็นไหมครับว่าแต่งฉันท์ให้สนุก โดยไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก ๆ  ก็อาจทำได้ ถ้าคุณมีอารมณ์ขันอารมณ์อ่างอย่างคุณนิพนธ์  ขำวิไล  ดังนี้”

               อารมณ์ขัน  อารมณ์อ่าง

๏ เอ่ยเอ่ยกระอึกและละกระอัก       ริจะรักก็ตรมตรม
ติดอ่างอุราละก็ระบม                     กลุกลุกลุ้มนะตัวกู
๏ เป็นเป็นโปะปมดะดะเดาะด้อย    ระเราะร้อยก็มีอยู่
หนึ่งเดียวนะดูเถอะวะเถอะดู          ผิวะรู้ยะอย่าเลือน
๏ ติดหญิงก็ติดสิวะก็ตัด                 สะสลัดนะแนบเนียน
ติดติดบุหรี่ก็ก็เพียะเพียร               เลอะละเลิกสบายเรา
๏ ติดเหล้าก็เมาประดุจหมา          แหละจะบ้าก็เลิกมา
ติดเงินสิจนอุอุระเศร้า                  ก็คึคึนขะเขาไป
๏ ติดอ่างมิหายขะขะขะขาด         นะอนาถอเน็จใจ
พูดพูดกะเพื่อนและกะคะใคร       วะก็ขบก็ขันขำ
๏ เขาหัวหัวะหัวเราะเยาะเยาะเยือก   ดุจเสือกกะหนามตำ
หักคาอุราละก็ระกำ                         เถอะมิคร่ำมิครางครวญ
๏ กูนี้มิมีละวะจะโกรธ                 โทะโทะโทษจะไห้หวน   
หวนไห้ทำไมละวะกัวะกวน       นะนะน้ำตะตาตน
๏ สุขโศกนะโลกประดะประดับ   สะสำหรับจะใจคน
กูอ่างก็อ่างเถอะวะจะจน           จะมิบ่นจะทนเอา
๏ มีปากก็เป็นประดุจตูด            ผิจะพูดก็อายเขา
งาบงาบพะเงิบเงอะงะนะเรา     ตะละถ้อยยะยากเย็น
๏ เป็นเป็นกระวีสิวะกระจ้อย      เพราะวะฝอยมะไม่เป็น
ถึงใครมิรู้และจะมิเห็น              เถอะจะเฉยมิพูดโว
๏ เสียแรงนะกูสะเออะจะเกิด     ก็มิเลิศคุคุยโต
ลึกลึกน่ะอยากกระแดะจะโม้     อพุโธ่พะพูดทัน
๏ แต่งแต่งก็ติดตะกุตะกุก          เถอะสนุกก็แล้วกัน
ติดบ้างก็ช่างมะมะมะมัน           เพราะกระสันตลก เอย


                 (https://preview.ibb.co/fA8Rpz/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

       ฝากให้ คุณ toshare อ่านฉันท์บทนี้เป็นพิเศษค่ะ   emo_45
(https://preview.ibb.co/e0MfHK/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 20 กันยายน 2018, 05:50:AM
 emo_79
ทางลัด

แม้ก้าวเท้าจะก้าวหนึ่งหรือครึ่งก้าว
จะก้าวสั้นก้าวยาวใช่เรื่องใหญ่
ขอให้รักเรื่องราวการก้าวไป
ไกลเท่าไกลก็จะถึงสักหนึ่งวัน

ระยะทางโค้งทอดตลอดลิบ
เคยหรือของมีให้หยิบระยะสั้น
แม้หยิบของหยิบได้ดังใจพลัน
ตีนของคนจะสำคัญได้ฉันใด

มีทางลัดเลี้ยวเลาะเฉพาะแห่ง
อาจมิต้องลงแรงให้เหงื่อไหล
แต่จะรู้ลู่ทางได้อย่างไร
ว่าทางไหนทางร้างหรือทางลัด

มีเสือสิงห์จิ้งจอกในซอกซ่อน
เนื้ออ่อนอ่อนจะถูกยำขย้ำกัด
เมื่อทางลัดเรื้อรกป่าปรกชัฏ
สารพัดย่อมสารพันอันตราย

ชีวิตวางความหวังเริ่มตั้งต้น
แต่ละครั้งแต่ละคนมีจุดหมาย
แต่ละหนแต่ละแห่งลงแรงกาย
ใช่เสี่ยงทายทุกสิ่งปวงเอาดวงวัด

ระยะทางเหยียดยาวต้องก้าวย่าง
สัจธรรมเส้นทางอย่าขืนขัด
สวยและสาวอาจสร้างหนทางลัด
หากเสี่ยงคมเขี้ยวกัดของสัตว์ร้าย

วาณิช  จรุงกิจอนันต์
เรียงร้อยถ้อยคำ  ภาคบทกวี  ความรัก

(https://preview.ibb.co/iHzJ7K/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 กันยายน 2018, 10:35:AM
(https://image.ibb.co/kQyQXU/spd_20130822131328_b.jpg) (https://imgbb.com/)

"ขับกล่อมลูก  ผูกสร้อยขวัญ  สรรทำนอง.."

 emo_79 emo_79 emo_79

อ่านนิทานคำกลอนของคุณ ส. เลี้ยงถนอม ด้วยอารมณ์สุนทรีย์
ใส่ทำนองร้องขับด้วยเสียงและลีลากาพย์กลอนจนลูกหลับใหล
ไม่คิดมาก่อนเลยว่าหนังสือเล่มนี้จะได้ใช้เป็นเพลงกล่อมเด็ก
เล่มเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ จริง ๆ นะ ไม่ได้โม้..
ลูกหลับด้วยเสียง..เอื้อนเอ่ยเอย..ของแม่หาใช่เนื้อความไม่
พอลูกโตขึ้น จึงรู้ว่าลูกก็ซึมซับรับอิทธพลจากแม่ไปเต็ม ๆ
มีงานเสริมเป็นนักร้องและ ดี.เจ.จัดเพลง
ส่วนแม่ก็ได้ความชำนาญในการขับทำนองเสนาะ
นำไปถ่ายทอดให้ลูก ๆ ของท่านอื่น ๆ ฟังจนบัดนี้...
ขอบคุณ ผู้แต่ง  ส. เลี้ยงถนอม 
นามปากกาของท่าน    ส่งผลถึง ยอม..  ถนอมกล่อมเกลี้ยง..ให้เดียงสา..

(https://preview.ibb.co/fxtZsU/8calbl9zd_zacunkkum.gif) (https://imgbb.com/)

ขอยกตัวอย่างนิทานที่ใช้กล่อมลูก ๑ เรื่อง  จาก  ๓๕  เรื่องนะคะ

เรื่องที่ ๑๕    “เจ้าจอมจักรวาล”   (กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘)

     ๏ มีเรื่องน่าขัน    สัตว์คิดสำคัญ   ว่ามันกล้าหาญ
สุดที่โง่เขลา   เป็นเจ้าจักรวาล   จนเกิดนิทาน   เล่าขานต่อมา
     ๏ สามสัตว์เป็นเพื่อน   ไม่ยอมแชเชือน   เหมือนใจเจตนา
หากินที่ใด   ร่วมใจนำพา   จะไปจะมา   ต้องไปด้วยกัน
     ๏ มิเคยขึ้งโกรธ   จับผิดเอาโทษ   เหี้ยมโหดหุนหัน
ร่วมทุกข์ร่วมสุข   กันทุกทุกวัน   กลับเกิดอัศจรรย์  ถึงขั้นพิสดาร
     ๏ คางคกกระโดด   ด้วยความลิงโลด   ไปตามสถาน
เหยียบริมกะลา   ครอบมาทันกาล   สามสัตว์ดิรัจฉาน   ถูกขังไว้พลัน
     ๏ กะลาใบใหญ่   พลิกมาครอบไว้   ต่างออกไม่ทัน
ทุกตัวจนใจ   ใคร่ปรึกษากัน   ใครหนอลงทัณฑ์   กักกันพวกเรา
     ๏ คิดจนเหนื่อยอ่อน   ทุกตัวลงนอน   พักผ่อนซบเซา
อยู่ในกะลา   ถึงเพลาเช้า   แต่ยังง่วงเหงา   เพรามืดหนักหนา
     ๏ ต่างบิดขี้คร้าน   เพื่อแก้รำคาญ   ปวดเหนื่อยเมื่อยล้า
คางกยกตัว   หัวชนกะลา   ประกาศว่าข้า   สูงเท่าวิมาน
     ๏ กิ้งกือเหยียดตัว   ทั้งหางทั้งหัว   จนสุดสถาน
ชนขอบกะลา   หลงว่าจักรวาล   ใครจะยาวปาน  ข้านี้ไม่มี
     ๏ หิ่งห้อยได้ยิน   จึงคิดถวิล   เปล่งแสงรัศมี
ภายในกะลา   เจิดจ้าเหลือที่   ร้องว่าข้าดี  เทียมเท่าสุริยัน
     ๏ แย่งความยิ่งใหญ่   กันอยู่ภายใน  ตามใจคิดฝัน
แตกความเป็นมิตร   เพราะคิดสำคัญ   ว่าตนเองนั้น   เป็นเจ้าจักรวาล
     ๏ ต่างโมโหหัน   จึงเกิดโรมรัน   ประจัญประหาร
คางคกโมโห   โดดโผทะยาน   หัวชนวิมาน   กะลาจึงหงาย
     ๏ มองเห็นโลกกว้าง   สุดแสนอ้างว้าง   พากันละอาย
หากินต่อไป   มิใคร่คิดหมาย   หวังเป็นเจ้านาย   แห่งจอมจักรวาล


                                             emo_100

"หนังสือเล่มนี้เป็นมรดกตกทอดของครอบครัว ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒  ปกแข็ง  ราคา ๓๘ บาท"
     (https://preview.ibb.co/jerpZz/plm88.gif) (https://imgbb.com/)





หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 22 กันยายน 2018, 05:48:PM
555 ขอบคุณครับ คุณพี พูนสุข
ที่นำ
"อารมณ์ขัน  อารมณ์อ่าง" มาให้บันเทิง

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

@ ขอบคุณสหายจิต(ะ)คะนึง....มน(ะ)ซึ้งประจักษ์ใจ
ขำขันสนุกก็จะริให้..................ประทุปัน ณ ฉันท์นี้

@ "คุณครูคะหนูวจนะด้วย.........คุรุช่วยสดับที
'ตุ๊ด'ครูนะเป็น ฤ? กิระมี...............ดนุน้อยประสงค์ถาม"

@ ไยเธอฉงนเฉพาะนะเรื่อง......สิสะกิดตลกตาม
"ด้วยครูก็ชอบ'ค่ะ คะ'ปะยาม.... เจอะประสบละเล่นกัน"

ฮา
(เอ๊ะ ขำไหมนี่)

กิระ ว. เล่าลือ เช่น คำกิระ หมายความว่า คำเล่าลือ. (ป.).


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 26 กันยายน 2018, 07:06:AM
(https://preview.ibb.co/eSAOMp/image_superlarge.jpg) (https://ibb.co/dnssE9)

(https://preview.ibb.co/gv401p/image_superlarge_1.jpg) (https://ibb.co/ebBf1p)

"ขวัญสงฆ์"  นวนิยายที่เขียนเป็นกลอนแปดทั้งเรื่อง

ขอบคุณกรอบข้อความจาก  ไทสมาคมสร้างสรรค์  Tai Wisdom Association
emo_126

(https://preview.ibb.co/csp5Z9/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 27 กันยายน 2018, 11:35:AM
 emo_79 emo_79

วางอักษรอ่อนช้อยเหมือนร้อยแก้ว 
พออ่านแล้วคล้องรับเสียงขับขาน
   สร้างรูปลักษณ์วรรคตอนเป็นกลอนกานท์   
เปิดวิมานนวนิยายร่ายทำนอง
เรื่อง “ขวัญสงฆ์” กำพร้ากล้าชีวิต   
พระลิขิตหรือใครไยเกี่ยวข้อง
“ชมัยภร แสงกระจ่าง” ร่างพล็อตกรอง 
เสียงยกย่อง ดีเด่น งามเช่นไร ?

(https://preview.ibb.co/fWpDrp/48197_1.gif) (https://imgbb.com/)..พี.พูนสุข..

ร้อยแก้วมีทำนอง
ร้อยกรองเป็นนวนิยาย

ขอยกตัวอย่าง ตอนที่  ๓  แก้เผ็ด   หน้า ๑๗ - ๑๙
อ่านออกเสียงเต็มเสียงด้วยนะคะ จะให้คะแนน..
emo_45

        ได้สามขวบเจ้างามดั่งดวงแก้ว  เจรจาเจื้อยแจ้วยินถนัด เจ้าตามหลวงตา
ไปอยู่วัด  เป็นรุ่นจิ๋วไว้จุกรัดหนังสติ๊ก  วิ่งเล่น ณ ลานวัดพร้อมขวดนม  เจ้าส่ง
เสียงครืนขรมเล่นตุกติก  ถ้าพี่แกล้งเจ้าร้องไห้กระซิกกระซิก  ฟ้องหลวงตา
ยิกยิกให้ด่าทอ  หลวงตารักดังแก้วตาทั้งสองข้าง  ขวัญมาฟ้องก็โดดผาง-
        “เอาะ เอ๊าะ อ๋อ เดี๋ยวนี้พวกโตใหญ่ไม่เคยพอ  มาหยอกล้อแกล้งน้อง
ให้ร้องแง...”
        พวกเด็กวัดตัวงอระย่อย่น  ค่อยหลีกหลบเลี่ยงพ้น-กลัวโดนแส้  เจ้าหัวจุก
น้อยน้อยค่อยเหลือบแล  สงสารพี่ที่แพ้เพราะมายา
        พออายุห้าขวบกำลังซน  เดินตามพระลุกลนดักหลังหน้า  หลวงตาร้อง
“เบา ๆ  วิ่งช้า ๆ  ไอ้หนูเอ๋ยมีเวลาอีกมากนัก”
        เจ้าสะพายย่ามพระเดินอาดอาด  ตามพระไปบิณฑบาตอยู่หยึกหยัก
พวกญาติโยมเห็นจ้องร้องทายทัก
        “เจ้าหัวจุกน่ารัก....”
        ชักเอ็นดู
        “ชื่ออะไร  ลูกใครที่ไหนนี่...”
        เจ้าตอบคำทันทีเหมือนรออยู่
        “หนูเป็นลูกพระเจ้าใครเขารู้  เกิดจากรูไม้ไผ่ที่ในวัด”
        คนเฮฮาฟังคำตอบชอบเลียนล้อ  ขวัญสงฆ์หนอพูดไปไม่ติดขัด
บ้างเก็บเสื้อของลูกผูกร้อยรัด  ใส่ถุงจัดให้เจ้าเอาไปใช้
        ขวัญสงฆ์เอ๋ยน่ารักเป็นนักหนา  เจ้าเกิดมาจากไหนจะไปไหน  ไร้คน
รู้กำพืดเผ่าเจ้าเป็นใคร  ไม่มีใดไม่มีตัวไม่มีตน

(https://preview.ibb.co/fWpDrp/48197_1.gif) (https://imgbb.com/)..มีต่อค่ะ


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 29 กันยายน 2018, 07:15:AM
  emo_79 emo_79

        วัดหลวงตาเป็นวัดชานเมืองเก่า  ผู้คนยังบางเบาไม่เกลื่อนกล่น  ถนน
สายใกล้วัดน้อยรถยนต์  เจ้าซุกซนหวือหวาไม่ว่ากัน
         วันหนึ่งมีรถเก๋งแล่นเข้าวัด เฉวียนฉวัดเร็วไวน่าไหวหวั่น  เจ้าขวัญสงฆ์
กระโดดก๋าออกมาพลัน 
         “รถเก๋ง รถเก๋ง”  เจ้าร้องลั่นอัศจรรย์ใจ
         คนลงรถลงมาเป็นหญิงสาว  เธอผิวขาวตาโตแก้มกลมใส  อีกคนหนึ่ง
เป็นชายหนุ่ม-ว่องไว  ชี้หน้าเด็กทันใด
         “ไม่หลบรถ...เอ็งอยากตายหรือไง  ไอ้เด็กบ้า”
         ขวัญสงฆ์ฟังวาจา  แสนกำสรด
         “ก็รถน้า-นั่นสิ  มันเลี้ยวลด  มันคิดคดไม่หลบเด็กเล็กเล็กเลย...”
        พอพูดจบเจ้าเอามือเข้าลูบปาด  “ เนื้อหนังเจ้าประหลาด  เจ้ารถเอ๋ย
เนื้อเจ้าแข็งเป็นมัน...”
         ไม่ทันภิเปรย  เจ้าของรถร้อง  “เฮ้ย...เอ็งถอยไป”
         “อาตมาไม่ถอยหรอก  โยม  อาตมาไม่ถอย”  เจ้าตัวน้อยยื่นหน้าเถียง
เสียงดังใหญ่  หญิงสาวยิ้มนิดนิดเพราะติดใจ  เด็กอะไรพูดจาเป็นพระเณร
จึงหันบอกชายหนุ่มเสียงอ่อนหวาน
         “เออนา...พี่ชัยชาญ  เด็กเขาเล่น  อย่าโกรธเด็กโกรธเล็กเป็นวรรคเวร
วันนี้เป็นวันเกิดน้อง  ต้องทำบุญ”
          นายชัยชาญคลายคิ้วเลิกนิ่วหน้า  หันมาพูดจ๊ะจ๋า-เสียงอบอุ่น
          “เอาเถิดนะ  ผมยอมเห็นแก่คุณ...”
          เปิดท้ายรถวายวุ่นหยิบ  ‘สังฆทาน’
          เจ้าขวัญสงฆ์หมั่นไส้ไม่อยากช่วย  แต่เดินตามไปด้วยสนุกสนาน
เจ้ากระโดดโลดเต้นเห็นเบิกบาน  หญิงสาวถาม  “หนู บ้าน อยู่ไหนจ๊ะ”
          เจ้าชี้มือตรงแหนวไปเบื้องหน้า  กุฏิใหญ่หลวงตาเห็นจะจะ
          สาวหน้านิ่ว  “นั่นมันกุฏิพระ...”
          เด็กน้อยร้อง  “นั่นละ  บ้านเราเอง”
          “อย่าไปฟังไอ้นี่...มันเด็กวัด  สารพัดดีดวดมันอวดเก่ง  เห็นผู้ใหญ่ผู้ดี
ไม่มีเกรง...ไปเถอะ  เร่งไปกราบท่านกันเถอะเรา”
          เจ้าขวัญสงฆ์เปลี่ยนใจไม่เดินตาม  คนอย่างนี้หยาบหยามกันเปล่าเปล่า
เจ้าวิ่งตื๋อไปหาพี่ที่ต้นกันเกรา  กระซิบกระซาบเบาเบาพอเข้าใจ
          เจ้าเด่นเป็นหัวโจกผงกหัว  กระซิบกลับ  “ซ่อนตัวอย่าไปไหน...”
          แล้วพี่เด่นแสนดีก็รี่ไป  ปล่อยลมยางรถให้ครบสี่ล้อ


(https://preview.ibb.co/c6WV7U/48197_1.gif) (https://imgbb.com/) มีกลอนกี่บทเอ่ย...?


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 02 ตุลาคม 2018, 09:09:AM
46jZnC7RmRQ
(https://preview.ibb.co/fX8nTe/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

“เพลงพรแผ่นดิน”

รอนรอนอัสดง ดับฟ้าราตรี
ฟ้าใหม่ยังมี รังสีอรุณรุ่งฟ้าตาวัน
ราตรีประดับดาว ห้วงหาวเพ็ญจันทร์
ฟ้าไม่เคยไหวหวั่น
เหมือนเดือนตะวัน ยังสาดรังสี
ดับแผ่นดิน สิ้นแล้วดวงดาว
หนาวหยาดน้ำตา พระธรณี
ดั่งแผ่นดินสิ้นรังสี
แต่ชีวีไม่สิ้นความหวัง

*เพลงพรแผ่นดิน มิ่งขวัญบันดาล
เหมือนดั่งความฝัน เติมฝันต่อไฟร่วมร้อยพลัง
ดวงเทียนต่อเทียน ให้เห็นเส้นทาง
ฟ้ามืดแล้วสว่าง
หัวใจไม่จางไม่ห่างไม่หัน
ร่วมพลังร่วมฝันร่วมใฝ่
หมายส่องแสงเยือนเหมือนดวงตาวัน
ปณิธาน มั่นสนอง
แผ่นดินทอง แผ่นดินธรรม
(ซ้ำ *)
(https://preview.ibb.co/fX8nTe/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
เพลง : เพลงพรแผ่นดิน
คำร้อง: เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
ทำนอง : สุรินทราหู 2 ชั้น
เรียบเรียง : อภิสมัย  ภาวะสิทธิโชติ | ฐานชน  จันทร์เรือง | พงษ์พันธ์  เสาวดี
ขับร้อง : พัชราวลี  ดำรงค์ธรรมประเสริฐ
ประสานเสียง: ชมรมขับร้องประสานเสียง โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

(https://preview.ibb.co/fX8nTe/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 09 ตุลาคม 2018, 08:18:PM
            emo_79 emo_79

         สร้อยสักวา

    ๏ สักวามาถึงบึงพระราม
เมื่อเย็นยามสายัณห์ตะวันย่ำ
บัวเคยบานดอกเด่นเป็นประจำ
บัวจะร่ำลาแล้วหรือแก้วบัว

ใครจะเด็ดดอกไม้ไปไหว้พระ
ที่ริมสระหนองโสนโพล้เพล้สลัว
ทั้งโทนทับกรับฉิ่งเคยหริ่งรัว
วันนี้มัวมืดแล้วแก้วพี่เอย ฯ

    ๏ สักวาเพลินฟังยังจำได้
เสียงขับไม้มโหรีที่วังหลวง
ทั้งกาพย์เห่เรือหงส์ประยงค์ยวง
ลอยโพยมโลมล่วงพระทรวงไทร

ภูเขาทองนองน้ำเคยย่ำทุ่ง
เก็บผักบุ้งสันตวาราน้ำใส
สร้อยดอกรักสักวาโอ้อาลัย
เป็นห่วงใยอยุธยาลับลาเอย ๚ะ๛


     เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
          อ. ๑๑  ส.ค.  ๒๕๓๔
          ๑๘.๔๕ - ๑๙.๐๕ น.
     บึงพระราม  อ.เมือง  จ.อยุธยา

             เขียนแผ่นดิน

(https://preview.ibb.co/gFGkyp/824595vgem2zpoof.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 12 ตุลาคม 2018, 04:24:PM
            emo_79 emo_79

          ทับทิมสยาม

๏ เบิกแผ่นดินหินผามาแผ่เผย
ให้ฝนพรำรำเพยภูผาหอม
เบิกตะวันกั้นพงผจงจอม
ไพรพนอมภูพนมผนึกมณี

เจียระไนเนื้อดินจนนวลแดง
หยาดระยับจับแสงกระจ่างสี
เกล็ดประกายฉายรุ้งรุ่งรวี
เป็นผลึกแห่งปฐพีผ่องประพาฬ

เขาสมิงหนองบอนจนบ่อไร่
ตลาดกลางกว้างใหญ่แผ่ไพศาล
กระจายนิ้วแจงน้ำจนชำนาญ
ระรวยรินวิญญาณอันแกร่งไกร

วิญญาณแห่งเลือดเนื้อที่ในดิน
วิญญาณแห่งผาหินที่กลั่นให้
เป็นทับทิมสยามชาติหยาดพิไล
หยาดน้ำใจเมืองตราดผุดผาดนัก ๚ะ๛

       
         เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
            พ. ๒๔  มิ.ย.  ๒๕๓๕
              อ.หนองบอน  จ.ตราด

               เขียนแผ่นดิน 

(https://preview.ibb.co/b7qGTp/wgr13.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 13 ตุลาคม 2018, 09:11:AM

(https://image.ibb.co/bMhCm9/S-4366426.jpg) (https://imgbb.com/)

jp6ydvYO0Gk
ในดวงใจนิรันดร์
(https://preview.ibb.co/eU5GB9/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
บทเพลงพระราชนิพนธ์ :  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง/ทำนอง :  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
คำร้องภาษาไทย :  ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ  ณ นคร
(https://preview.ibb.co/eU5GB9/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

I can't get you off my mind,
However I try.
The flame kindled in my heart
Keeps burning high.

Though time has the power to quell,
It really cannot dispel.
The magic touch of your hand,
So gentle in mine.

When night's curtain starts to fall
And light fades away,
My thoughts fly back to that day
You were so near.

This song will never, never end
And time we cannot suspend.
You'll be ever and ever
Still on my mind.


อยากลืมลืมรักลืมมิลง
กลับพะวงหลงเพ้อเงา
เปรียบปานเพลิงรักรุมสุมเศร้า
เปลี่ยวเปล่าร้าวรอน

แต่เพียงกาลเวลาอันหมุนเวียน
ฤๅอาจผลัดเปลี่ยนเบียนรักคลอน
รสรักจากกรกอดสวมกร
ยังถาวรติดเตือน

เมื่อยามอาทิตย์ลอยคล้อยต่ำ
ย่ำยามท้องฟ้าเลือน
ยังหวังเชยชิดกันฉันเพื่อน
ติดเตือนตรึงใจ

สุดประพันธ์บรรเลงให้ครบครัน
วันอาจจะผ่านเวียนผันไป
รักนั้นจะเนาแน่นแฟ้นใน
ดวงใจนิรันดร์


(https://preview.ibb.co/eU5GB9/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
 (https://preview.ibb.co/kXVJb9/1.jpg) (https://ibb.co/dpXWw9)
(https://preview.ibb.co/eU5GB9/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
 


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 15 ตุลาคม 2018, 02:32:PM
          emo_79 emo_79

 emo_28 emo_28 นิทานโบราณ  emo_28 emo_28

        ความแตกต่าง

     “แถลงปางอยุธเยศเรื้อง      ศิวิไลซ์
ปฐพีเจ้าเสือไกร                          เกริกก้อง
บำเทิงราชหฤทัย                         ชลมารค  นั้นเฮย
เรือกระบวนต้นผ้าง                     พรั่งพร้อมพลอินทร์

     วารินไหลรี่ท้น                  เทกระแส
เรือพระที่นั่งแปร                   อึดกว้าง
พลพายหนึ่งเหนื่อยแล           สบมหาด  เล็กฮา
นายหนึ่งเอกเขนกข้าง            ธิราชเจ้าไอศวรรย์

     สบพลันพลันเขม่นด้วย    โทษา
ออนี่มากมายา                        ยิ่งแท้
กูพายแทบมรณา                    เกลอนั่ง  สบายแฮ
จำจักประชดแก้                      เกี่ยงด้วยลิ้นลม

     ชมดูเถิดเพื่อนผู้               มิตรสหาย
คนสิต่างกันหลาย                  หลากล้ำ
กล่าวพลางแกว่งกวัดพาย       ผิดเพื่อน  เขาเฮย
เหยอวเฉิบโฉบฉาบย้ำ            พจน์พ้องปริศนา

     ‘อะหา ! พระพุทธเจ้าท่าน     ทรงสดับ
ทิดนี่คิดการกลับ                          เดือดร้อน
ไป่ตรองหยุดยอมรับ                     ฐานะ  ตนแล
ทรงติดำริข้อน                              ขอดไว้ในพระทัย

     ครรไลจวบถิ่นท้าว                   พำนัก
เสียงหนึ่งแว่วประจักษ์                 โสตไท้
บรรหารหนุ่มพายทัก                    โทนสืบ  เสียงฮา
ครู่หนึ่งหนุ่มทูลไสร้                     แม่นแท้เสียงหมา

     พรรณนากว่าหมดข้อ              มูลขยาย
หนุ่มสืบสังเกตหลาย                    เที่ยวล้ำ
ครั้งเดียวมหาดเล็กถวาย              ทูลกราบ  เกลี้ยงพ่อ
ลูกสี่แดงดำคล้ำ                          หนึ่งผู้เมียสาม

     ‘งามไหมไอ้ทิดผู้                  ลืมหลง
คนสิต่างกันตรง                         เล่ห์นี้
ตรัสพลาง ธ จำนง                     โบยสั่ง  สอนนอ
ออหนุ่มปากเปราะปี้                  เนตรน้ำตานอง


                 อุทิศ  กุมาร  ผู้เล่า
        จาก หญ้าแพรกดอกมะเขือ  ๒๕๑๒


(https://preview.ibb.co/c8aOvf/plm88.gif) (https://imgbb.com/)บรรยายเรื่องได้กระชับรัดกุมดีมากค่ะ  emo_28 emo_28 emo_28


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 ตุลาคม 2018, 08:45:AM
(https://image.ibb.co/iztRd0/lamyai.jpg) (https://imgbb.com/)

                    ลำไยต้นหมื่น

    ๏ดีอกดีใจ                        ลำไยต้นหมื่น
บ้านหนองช้างคืน                แม่ยืนต้นอยู่
อายุแม่มั่น                            ขวัญย่าขวัญปู่
ช่วยค้ำช่วยชู                        อยู่ร้อยพันปี

     ๏แม่แตกต้นก่อ                แม่ต่อกิ่งก้าน
ออกลูกออกหลาน                 หว่านไปทุกที่
แม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง                      เป็นมิ่งเป็นศรี
คู่บุญบารมี                            คู่เมืองลำพูน 

      ๏แม่ผ่านหมอกหนาว        แม่ผ่าวแดดร้อน
ผ่านฝนเปียกปอน                   อุดมสมบูรณ์
ได้เก็บได้กิน                            ไม่สิ้นไม่สูญ
ได้เกื้อได้กูล                            บุญคุณแม่นัก

     ๏ชื่นอกชื่นใจ                    ลำไยลำพูน
ช่วยค้ำช่วยคูณ                      ช่วยกันปกปัก
ช่วยปลูกช่วยปัน                   ช่วยกันพิทักษ์
รู้จักรู้จัก                                ลำไยลำพูน ๚ะ๛
  

         เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
            ศ. ๑๔  ธ.ค.  ๒๕๓๓
                 บ้านหนองช้างคืน
                 อ.เมือง  จ.ลำพูน
                 เขียนแผ่นดิน
                  ..กาพย์ขับไม้..

                   emo_79
                    มอบให้ คุณรพีกาญจน์ ชื่นชมเป็นพิเศษค่ะ
(https://preview.ibb.co/f0jPy0/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 ตุลาคม 2018, 10:20:AM
 emo_79 emo_79

(https://image.ibb.co/bHxNLf/v9.jpg) (https://imgbb.com/)

 emo_126
วรรณคดีไทยเรื่องแรกที่กล่าวถึงชนกลุุ่มน้อย

คิดถึง นางลำหับ กับ ซมพลา
คิดถึงมาก..


  emo_95
    (https://image.ibb.co/h1WPGL/images.jpg) (https://imgbb.com/)

นางลำหับ  เป็นตัวเอกฝ่ายหญิง มีรูปโฉมสวยงามแบบสาวเงาะป่าซาไก
ทำให้หนุ่ม ๆ พากันหมายปอง  จนเกิดโศกนาฏกรรม
เป็นนางในวรรณคดีระดับชาวป่าที่ไม่เคยลืม..อีกนางหนึ่ง
เพราะนางรักเดียวใจเดียวและใจเด็ดเดี่ยวมาก
  emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

บทชมโฉม  ตอนฮเนาคู่หมั้นชื่นชมนางขณะเข้าพิธีแต่งงาน 

       พิศพักตร์เพียงประยงเมื่อทรงกลด      ลออหมดมิได้มีรอยฝีไฝ
เนตรคมขำดำดังเซดสลักใจ                        แลวิไลปากหูดูติดตา
เรือนผมกลมขมวดเสมอสม่ำ                      เส้นอ่อนดำดูอร่ามงามนักหนา
กรกรายคล้ายนางกินรา                               นัขาฝ่าแดงดังแกล้งย้อม
อุระรัดครัดเคร่งตูมเต่งตั้ง                           ตะโพกผายพอกำลังไม่อ้วนผอม
ลำขาบาทาก็เรียวพร้อม                              งามละม่อมประมวลสิ้นทั้งอินทรีย์


มีใจเด็ดเดี่ยว ตอนนางฆ่าตัวตายตามซมพลา ด้วยความถือมั่นในความรัก

       โอ้ว่าซมพลาของเมียเอ๋ย            ไฉนเลยมาสั่งดังนี้ได้
พ่อเดาจิตเมียผิดเป็นพ้นไป               ด้วยนึกว่าเป็นนิสัยนารี
คงกลัวตายหมายแต่จะหาสุข            ถึงยามทุกข์เข้าสักหน่อยก็ถอยหนี
อันฝูงหญิงจริงอยู่ย่อมมากมี             แต่ใจของน้องนี้ไม่เหมือนกัน
พ่อตายฤๅจะหมายมีผัวใหม่               ให้กินใจกันเป็นนิจคิดหวาดหวั่น
ว่าเคยสองคงปองสามไม่ข้ามวัน        รสรักนั้นคงจะจางด้วยหมางใจ
รักของน้องปองแต่ให้แท้เที่ยง            ไม่หลีกเลี่ยงให้เข็ดขามตามวิสัย
จะให้พ่อวายชนม์พ้นห่วงใย               เมื่อเกิดไหนจะได้พบประสบกัน
 
 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

ซมพลา   เป็นตัวเอกฝ่ายชาย เป็นเงาะหนุ่มรูปร่างใหญ่
ร่างกายแข็งแรงล่ำสัน   คล่องแคล่วว่องไว  กล้าหาญ
มีความสามารถในการล่าสัตว์ ใช้อาวุธโดยเฉพาะ
การเป่าบอเลาและลูกดอก และมีวิทยาอาคมต่าง ๆ
สมกับเป็นชาวเงาะป่า ที่มักเชื่อเรื่องผีสาง
 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

บทกลอนกล่าวถึงบุคลิกของซมพลา

        มาจะกล่าวบทไป                   ถึงเงาะดอลซมพลาเป็นหนุ่มใหญ่
มีกำลังวังชาว่องไว                         ขึ้นต้นไม้แกล้วกล้าเหมือนวานร
หกคะเมนเอนหงายกายห้อยโหน   โจมกระโจนร่ายไม้ไม่หยุดหย่อน
ล่ำสันสมชายทั้งกายกร                   เหมือนภมรหมุนคว้างกลางมรคา

(บทละครเรื่องเงาะป่า : เป็นกลอนบทละคร  ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้เพียง ๘ วัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๙)

(https://preview.ibb.co/k5a40f/plm88.gif) (https://imgbb.com/)ขอบคุณผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะ


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 ตุลาคม 2018, 06:54:AM
(https://preview.ibb.co/kxstyA/image.jpg) (https://ibb.co/mUSRJA)
(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

อักษราวรรณศิลป์ปิ่นกวี รัชกาลที่ ๕
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

ร่าย
     ๏ สรวมสวัสดิวิไชย           เกริกกรุงไกรเกรียงยศ
เกียรดิปรากฏขจรขจาย         สบายทั่วแหล่งหล้า
ฝนฟ้าฉ่าชุ่มชล                      ไพสพผลพูลเพิ่ม
เหิ่มใจราษฎร์บำเทิง               รื่นเริงรัฐมณฑล
สกลราชอาณาเขต                 ประเทศสยามชื่นช้อย
ทุกข์ขุกเข็ญใหญ่น้อย            นาศไร้แรงเกษม
โสตเทอญ ๚

โคลง ๔
     ๏ บารมีพระมากพ้น         รำพัน
พระพิทักษ์ยุติธรรม์               ถ่องแท้
บริสุทธิ์ดุจดวงตะวัน             ส่องโลก  ไซร้แฮ
ทวยราษฎร์รักบาทแม้            ยิ่งด้วยบิตุรงค์ ฯ

     ๏ เวลามีสุขล้น                 เหลือเหลิง
ปล่อยจิตคิดระเริง                 โล่งแล้ว
ถึงทุกข์แทบป่นเปิง               เปลืองชีพ
เพ้อนักมักไม่แคล้ว                เหตุร้ายเร็วถึง ฯ
   
(ลิลิตนิทราชาคริต : ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ๒๙ วัน เมื่อปี ๒๔๒๑
เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ในวันขึ้นปีใหม่)

     (https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 ตุลาคม 2018, 09:53:AM
         emo_79 emo_79

อักษราวรรณศิลป์ปิ่นกวี รัชกาลที่ ๕
(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

เห่ชมโฉม
       ยลพักตร์ผิวผ่องเพี้ยง           ศศิธร
สบเนตรยิ่งคมศร                         บาดช้ำ
ฟังเสียงสุดอาวรณ์                       หวังสวาท
งามท่วนล้วนลักษณ์ล้ำ                 แหล่งหล้าหาไหน
       ยลพักตร์ผิวผ่องผุด               งามบริสุทธิ์เล่ห์จันทร 
สบเนตรเนตรยิ่งศร                      รอนจิตช้ำล้ำเหลือคม
       พิศขนงวงดังวาด                   นาสิกผาดพองามสม
พิศปรางปรางน่าชม                      ปรางทองเปรียบไม่เทียบทัน
       พิศโอฐโอฐแฉล้ม                    ยามยิ้มแย้มเห็นรายฟัน
ดำขลับยับเป็นมัน                          ผันพักตร์เยื้อนเอื้อนอายองค์

(กาพย์เห่เรือ : ทรงพระราชนิพนธ์รวม ๔ บท คือ บทชมสวน ชมไม้ ชมนก และชมโฉม
เพื่อใช้เห่เรือหลวงเวลาเสด็จลงลอยพระประทีปเท่านั้น)   
 

(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

โคลง ๔
       ฝูงชนกำเนิดคล้าย             คลึงกัน
 ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ            แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน                   กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง                     อ่อนแก้ฤๅไหว
        ความรู้คู่เปรียบด้วย           กำลัง  กายเฮย
สุจริตคือเกราะบัง                      ศาสตร์พ้อง
ปัญญาประดุจดัง                       อาวุธ
กุมสติต่างโล่ป้อง                       อาจแกล้วกลางสนาม 

(ประชุมโคลงสุภาษิต : ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ
และพิมพ์ลงในหนังสือ)
(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

ชมกระบวนรถไฟซึ่งเป็นพาหนะชนิดใหม่และการส่งจดหมายทางไปรษณีย์แบบใหม่ในสมัยนั้น

       รถเอยรถกลไฟ                       ถึงไม่ใช่เทียมสัตว์ไม่ขัดขวาง
แล่นฉิวดังปลิวในนภางค์               ไปตามรางเหล็กไว้รับล้อ
รถหน้านั้นเป็นรถเครื่องจักร          พอโยกหลักเดินหน้าก็มาปร๋อ
เพราะก้านสูบลูกเล็กติดลูกล้อ         สติมออกจากหม้อให้สูบพัด
คนที่ไปอยู่ในรถที่พ่วง                    โยงติดพวงเป็นระนาวยาวถนัด
รถสลูนกลางย่านสำราญชัด            เป็นที่สำหรับกษัตริย์เสด็จลง

         บัดนั้น                                      ไปรษณีย์บุรุษคนขยัน
ถึงเวลาก็มาไขตู้นั้น                            หยิบหนังสือพิมพ์พลันถือไป
         ครั้นถึงออฟฟิซมิทันนาน         ส่งเจ้าพนักงานยิ่งใหญ่
ชั่งตรวจสอบแสตมป์ด้วยว่องไว        ตีตราดำส่งให้คนไปรษณีย์


ต้อนรับแขกเมือง

         เมื่อนั้น                                เทวราชรัศมีเฉิดฉัน
วางวิ่งไปรับฉับพลัน                    กอดโยเสพนั้นด้วยยินดี
แลเห็นกวินไวท์โฉมยง                 พระทรงคำนับมารศรี
นางยื่นหัตถ์ให้ภูมี                        จับหัตถ์เทวีก้มจนงอ


การรักษาโรคแบบสมัยใหม่

       บัดนั้น                                   กัปตันครั้นเห็นก็ใจหาย
เรียกหาดอกเตอร์อยู่วุ่นวาย          ไพร่นายอุตลุดช่วยกัน
ถอดเครื่องติดตัวที่ติดอยู่               เห็นร้องวู้วู้หนาวสั่น
เองบาแลงเก็ตหนาเข้ามาพัน         เรียกยาแก้เมานั้นมาให้กิน


(วงศ์เทวราช : ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้เป็นกลอนบทละคร
เพื่อล้อคนแต่งคนเดิมและบุคคลอื่น ๆ ในสมัยนั้น
ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษแทรกเพื่อให้ขบขัน)

(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/n5aA8A/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)
         

(https://preview.ibb.co/h5DKJA/plm88.gif) (https://imgbb.com/) emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 25 ตุลาคม 2018, 11:37:AM
(https://image.ibb.co/kdwNAq/image.jpg) (https://imgbb.com/)
(https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

อักษราวรรณศิลป์ปิ่นกวี รัชกาลที่ ๕
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    (https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

สามสิ่งควรรัก
ความกล้า  ความสุภาพ  ความรักใคร่

       ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย            ทั้งหทัย  แท้แฮ
สุวภาพพจนภายใน                       จิตพร้อม
ความรักประจักษ์ใจ                       จริงแน่  นอนฤๅ
สามสิ่งควรรักน้อม                         จิตให้เสมอจริง
       

สามสิ่งควรกระทำให้มี 
หนังสือดี  เพื่อนดี  ใจเย็น      

       หนังสือสอนสั่งข้อ             วิทยา
เวันบาปเสาะกัลยาณ์                  มิตรไว้
หนึ่งขาดปราศโทสา                   คติห่อ  ใจเฮย
สามสิ่งควรมีให้                          มากยั่งยืนเจริญ


สามสิ่งควรเตรียมรับ
อนิจจัง  ชรา  มรณะ        

       สิ่งใดในโลกล้วน                 เปลี่ยนแปลง                     
หนึ่งชราหย่อนแรง                    เร่งร้น
ความตายติดตามแสวง              ทำชีพ  ประลัยเฮย
สามส่วนควรคิดค้น                   คติรู้เตรียมคอย

(โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ : กล่าวถึงสิ่งที่ควรปฎิบัติและสิ่งที่ควรละเว้น
๑๖ หมวด  หมวดละ ๓ ข้อ  รวม ๔๘ ข้อ )
 

    (https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 28 ตุลาคม 2018, 03:59:PM
                     emo_79 emo_79
อักษราวรรณศิลป์ปิ่นกวี รัชกาลที่ ๕
    (https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

      บัณฑิตวินิจแล้ว            แถลงสาร  สอนเอย
ทศนฤทุมนาการ                 ชื่อชี้
เหตุผู้ประพฤติปาน             ดังกล่าว  นั้นนอ
โทมนัสเพราะกิจนี้              ห่อนได้เคยมี ฯ


         ๑. เพราะทำความดีทั่วไป

     ทำดีไป่เลือกเว้น             ผู้ใด  ใดเฮย
แต่ผูกไมตรีไป                    รอบข้าง
ทำคุณอุดหนุนใน                การชอบ  ธรรมนา
ไร้ศัตรูปองมล้าง                 กลับซ้องสรรเสริญ ฯ


          ๒. เพราะไม่พูดร้ายต่อใครเลย

     เหินห่างโมหะร้อน           ริษยา
สละส่อเสียดมารษา              ใส่ร้าย
คำหยาบจาบจ้วงอา-             ฆาตขู่  เข็ญเฮย
ไปหมิ่นนินทาป้าย                โทษให้ผู้ใด ฯ


          ๓. เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน

     ยินคดีมีเรื่องน้อย             ใหญ่ไฉน  ก็ดี
ยังบ่ลงเห็นไป                       เด็ดด้วน
ฟังตอบสอบคำไข                 คิดใคร่  ครวญนา
ห่อนตัดสินห้วนห้วน            เหตุด้วยเบาความ ฯ

(โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ :  กิจ ๑๐ ประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ )

         (https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)(https://preview.ibb.co/nLDPOA/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

                                   emo_126
(https://preview.ibb.co/b6rH0q/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 30 ตุลาคม 2018, 05:19:PM
      (https://image.ibb.co/fF5byL/DSCF9450.jpg) (https://imgbb.com/)

                        กาพย์มหาวชิรปันตี
         
     ๏ จุดมุ่งหวังข้างหน้า                 มิใช่เพียงว่าดุ่ยไป
  เจอสิ่งใดกีดขวาง                          อยู่บนหนทางฝ่าฟัน
  พบทางตันก็ถอย                           มิเฝ้ารอคอยวาสนา
  หรือหาญท้าขุนเขา                        โดยถือว่าเราคนตรง
     ๏ ต้องรู้จักปรับเปลี่ยน                แต่ไม่ผิดเพี้ยนประสงค์
  มั่นจำนงเช่นเดิม                            พลิกแพลงแต่งเติมวิธี
  เมื่อยามมีอุปสรรค                         ปัญญาหาหลักแก้ไข
  มีหัวใจนักสู้                                    หากควรต้องรู้ออมแรง

                            emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 

                          กาพย์พรหมคีติ
   
     ๏ เจอคนหลอกลวงคน              เพียงหนึ่งหนจำจนตาย
  ดินฟ้าจะสลาย                              ให้ลืมหลงจงอย่าหวัง
  ซ่อนเจ็บไว้ภายใน                         ครั้งต่อไปได้ระวัง
  อย่าหมายหลอกหลายครั้ง             กับคนที่มีหัวใจ
      ๏ หลอกคนทั่วพารา                  นานเวลาจะหลอกใคร       
  รู้เช่นเห็นนิสัย                                ต่างก็เบื่อมิเชื่อคำ
  เคยหลอกคนโน้นนี้                        พอหลายทีคนไม่จำ
  หลอกแล้วยังหลอกซ้ำ                    ท้ายช้ำชอกหลอกตนเอง

                          emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

                         กาพย์มัณฑุกคติ

   ๏ ผิเสนอมธุรส                            บริบทวิธีใด
เมื่อชี้แจงอย่างจริงใจ                      มีเหตุผลทุกคนฟัง
ถูกหรือผิดพิสูจน์ผล                        มิกังวลพร้อมรับมัน
ผิพลาดผิดคิดใหม่กัน                      กล้าจะชี้ทุกช่องทาง
   ๏ ปริสุทธิ์วจนา                             มุทิตามิอำพราง
ความคิดใครไม่ขัดขวาง                   ร่วมวิเคราะห์และวิจารณ์
ให้เด่นชัดทุกมุมมอง                        ด้วยปรองดองสานสัมพันธ์
เมื่อความสามัคคีมั่น                         ยากเพียงไหนสู้ใจหาย   
         
                         ( แดนคนธรรพ์ - ธนุ  เสนสิงห์)           


(https://preview.ibb.co/khLtv0/plm88.gif) (https://imgbb.com/)

   


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 31 ตุลาคม 2018, 06:25:PM
         
                            emo_79 emo_79

                      ภัททวิราชฉันท์ ๒๑

      ๏ ลืมตัวขณะจิต                       ก็ผิดมนุษย์ครรลอง
หากไร้สติครอง                              กระทำ ฤ ถูกควร
      ๏ พลั้งพลาดก็เพราะเผลอ         ละเมออุรารัญจวน
พาตนละขบวน                              สิอันตรายหลาย
      ๏ ลุ่มหลงเพราะกระสัน            ฉกรรจ์ลุชีพวางวาย
ไม่รู้มิติหมาย                                  เตลิดกระเจิงไกล
     ๏ ใคร่ครวญตริพินิจ                  พิชิตอธรรมโพยภัย
โดยหลักนิรนัย                               ณ จิตพลังดี

                           emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

                        รุมมวดีฉันท์ ๑๐

      ๏ รักก็เพราะว่ารัก                  ภักดิ์รติสำคัญ
ใช่เพราะกระสันกัน                      หมายสุขในกาม
      ๏ รักนะเพราะเข้าใจ               ใช่จะเพราะความงาม         
ทุกขณะทุกยาม                            ไม่ละคะนึงหา
      ๏ ยอมสละใจกาย                   ตายก็มินำพา
จักทะนุรักษา                                ยอดอรทัยขวัญ
      ๏ กาลสิมิอาจเลือน                  เตือนมนผูกพัน
ตราบประลุอาสัญ                          มั่นปฏิพัทธ์เธอ 

                   (แดนคนธรรพ์ - ธนุ  เสนสิงห์)           


(https://preview.ibb.co/iXeDhf/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 31 ตุลาคม 2018, 07:56:PM
             
                                   emo_79 emo_79

                            โคลงกลบทอักษรล้วน    
 
     ๏ หมายเมืองแมนแม่นแม้น              มากมี
ดาวเด่นโดยดาลดี                                  โด่งได้
เรียมรักร่วมรอรี                                    ราร่วง
คิดคลั่งเคลียคลอไคล้                             เคลื่อนคล้อยคลาเคียง     
     ๏ เพียงเพ็ญพิศเพริศแพร้ว               แพรวพราย
ลอยล่องเลยละลาย                                ล่วงแล้ว
เสกสรรสิ่งแสงสาย                                สูงสุด
จากเจอะเจอแจ่มแจ้ว                             เจิดจ้าจบจม

                                    emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28
     
                                    กลอนกลบทกินนรรำ

     ๏ ผิร้างรักมิทักท้วงก็หน่วงหนัก                    สลัดโลกวิโมกข์มักจะหักหาญ
พระธรรมแท้จะแก้กลและมนต์มาร                   หทัยทานก็ผ่านพ้นสกลไกร
     ๏ ประเสริฐศีลมิสิ้นศรีวิถีถ่อง                       จะเรืองรองและผ่องผุดวิสุทธิ์ใส
ละโลกีย์นทีทุกข์กระจุกใจ                                  มิหมกไหม้เกาะใจจิตสนิทนาน
     ๏ ประเทืองธรรม์สิสรรค์สุขละขุกเข็ญ          และอยู่เย็นเพราะวางวงละสงสาร
มิย่นย่อและรอรีฤดีดาน                                      วิกลกาลเพราะพาลพิษและฤทธิ์ร้าย
     ๏ วิบัติบาปจะสาปส่งประจงจัด                     มิต่อตัดจะปัดปิดนิมิตหมาย
ละรานรบสยบเย็นบ่เว้นวาย                               ก็ยักย้ายสลายล้างลุทางธรรม

                               (แดนคนธรรพ์ - ธนุ  เสนสิงห์)

 "ขอขอบคุณ คุณธนุ  เสนสิงห์ ผู้เขียนหนังสือล้ำค่าเล่มนี้มาก ๆ นะคะ
           ยังเรียนรู้การแต่งร้อยกรองทุกชนิดรวมทั้งกลบทแบบเก่าแบบใหม่อย่างไม่รู้จบต่อไปค่ะ"

                                             emo_126           


(https://preview.ibb.co/iXeDhf/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 04 พฤศจิกายน 2018, 01:05:PM
(https://image.ibb.co/dsvRSf/530daaff94cc6.jpg) (https://imgbb.com/)

หนังสือดี ๑ ใน ๑๐๐ เล่มที่คนไทยควรอ่าน

  ผู้แต่ง  ครูเทพ 
นามแฝงของ
มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี  (สนั่น  เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

(https://image.ibb.co/fVKjf0/r28-2.png) (https://imgbb.com/)

         
                 emo_79 emo_79

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เป็นนักปราชญ์ นักการศึกษา
และนักประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ ๖ - รัชกาลที่ ๘
ได้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมไทยและเหตุการณ์สำคัญ
ของโลกในสมัยนั้น เผยแพร่ลงในหนังสือและวารสารต่าง ๆ
เช่น หนังสือวชิรญาณ   วารสารประมวญมารค
โดยใช้คำประพันธ์หลายชนิดทั้ง โคลง กลอน กาพย์ และฉันท์
ท่านใช้ถ้อยคำภาษาง่าย ๆ และโวหารสมัยใหม่

ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รวบรวมจัดพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรก จำนวน ๓ เล่ม (เล่ม ๑ - เล่ม ๓)
ต่อมามีหน่วยงานและสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ได้จัดพิมพ์เพิ่มอีกหลายครั้ง
ขอยกตัวอย่าง ๓ เล่มที่ห้องสมุดวชิรญาณได้จัดพิมพ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ  ๒  เมษายน  ๒๕๕๘

หนังสือโคลงกลอนของ ‘ครูเทพ’ ทั้ง ๓ เล่มนี้ มีเนื้อหาเพียง ๑๔๗ บท(เรื่อง)
นอกนั้นยังกระจัดกระจายอยู่ในหนังสือและวารสารอื่น ๆ 
โดยมากเกี่ยวกับการศึกษาและเศรษฐศาสตร์การเมือง
ท่านเขียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๖ - ๒๔๘๖ อันเป็นปีที่ท่านเสียชีวิต

โคลงกลอนของ ‘ครูเทพ’ เล่ม ๑   มี  ๓๕ บท(เรื่อง)
โคลงกลอนของ ‘ครูเทพ’ เล่ม ๒   มี  ๗๗ บท(เรื่อง)
โคลงกลอนของ ‘ครูเทพ’ เล่ม ๓   มี  ๓๕ บท(เรื่อง)
จะขออนุญาตนำตัวอย่างคำประพันธ์ เล่มละ ๑ บท(เรื่อง) มาให้อ่านเป็นลำดับ ๆ ต่อไป..
                  ขออภัยไม่สามารถนำมาเสนอได้ค่ะ

              (https://image.ibb.co/kaquYL/r28-2.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 พฤศจิกายน 2018, 09:05:PM
K49l8RdzJd4

เพลง คิดถึง
บันทึกเสียงครั้งแรก ปี พ.ศ. 2494
ผู้ขับร้อง  เฉลา  ประสพศาสตร์

เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี  แต่งเนื้อร้อง เมื่อปี พ.ศ. 2477
โดยใช้ทำนองเพลง “ยิบซีแอร์” ของ Pablo de Sarasate (SARASATE:Gypsy Air, Op.20)

  “...จันทร์กระจ่างฟ้า นภาประดับด้วยดาว
โลกสวยราวเนรมิตประมวลเมืองแมน
ลมโชยกลิ่นมาลากระจายดินแดน
 เรียมนี้แสนคะนึงถึงน้องนวลจันทร์
.....งามใดหนอ จะพอทัดเทียบเปรียบน้อง
เจ้างามต้องตาพี่ ไม่มีใครเหมือน
 ถ้าหากน้องอยู่ด้วยและช่วยชมเดือน
โลกจะเหมือนเมืองแมนแม่นแล้วนวลเอย....”

8Ti5JDVtdxA

คิดถึง - กุ้ง  กิตติคุณ  เชียรสงค์ 
อัลบั้ม "อมตะซูเปอร์คลาสสิค 2"
เผยแพร่เมื่อ  31 มี.ค. 2017

(https://image.ibb.co/kaquYL/r28-2.png) (https://imgbb.com/)
คิดถึงละครย้อนยุคเรื่อง บุพเพสันนิวาส
ผู้แต่งให้นางเอกร้องเพลงนี้ด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่ง "ปดิวรัดา" เจมส์จิร้องเพลงนี้ได้ไพเราะยิ่งนัก..

 emo_79
(https://image.ibb.co/kaquYL/r28-2.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 พฤศจิกายน 2018, 04:46:PM

๐๐ ไร้จันทร์ ๐๐
บทเพลงอมตะ
เพลงพระราชนิพนธ์   เพลงของพ่อ

(https://preview.ibb.co/cTbFN0/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
เพลงพระราชนิพนธ์ ไร้จันทร์ หรือ ไร้เดือน หรือ No Moon เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่  39
ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. 2508
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย ชื่อ “ไร้จันทร์”
ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวายชื่อ “ไร้เดือน”
(https://preview.ibb.co/cTbFN0/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

เพลง  ไร้จันทร์
คำร้อง/ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
คำร้องภาษาไทย : อาจินต์   ปัญจพรรค์

ขับร้อง : ไพบูลย์เกียรติ   เขียวแก้ว

(https://preview.ibb.co/cTbFN0/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

ไร้จันทร์
ฉันไม่นึกห่วงแสงโสมผ่อง
รักยิ้มแสนหวานส่อง
เปรียบประกายทองของจันทร์

มิเคยมีสิ่งใดไกลเกินหวัง
แม้นมั่นใจในรักฉัน
มิหวั่นภัยใดขวางกั้น
ทางรักสุขสันต์สดใส

ไร้ดาว
ฉันไม่นึกห่วงดาวน้อยใหญ่
แววตาเธอแทนได้
ส่องทางไปดังดารา

ถึงใครอื่นมุ่งชมจันทร์
และหมายมั่นดาวเด่นฟ้า
แต่ตัวฉันสุข
ทุกเวลาคราชิดเธอ


No Moon
 
No Moon,
What do I care 'bout moonlight,
I have your smile, love,
That's shining just as bright.

There's nothing I cannot do, dear,
If you love me true, dear,
I have nothing to fear,
My way is always clear.

No stars,
I have no use for starlight,
I've your twinkling eyes
To guide me quite all right.

Others may need the moon.
And even the stars too.
But l'm happy,
Whenever I'm with you.

(https://preview.ibb.co/cTbFN0/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)

qjespUKhmFs
(https://preview.ibb.co/cTbFN0/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
 emo_126


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 พฤศจิกายน 2018, 12:05:PM
(https://image.ibb.co/m0sOjq/spd-20160710222415-b.jpg) (https://imgbb.com/)

     ๏ เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้             ทุกเรือน
อกแผ่นดินดูเหมือน                      จักขว้ำ
            บเห็นตะวันเดือน                         ดาวมืด  มัวนา
               แลแห่งใดเห็นน้ำ                           ย่อมน้ำตาคน ฯ

           emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28


เสน่ห์โคลง ๔
การซ้ำคำในบาทที่ ๔ 

เป็นเสน่ห์แรกที่จะกล่าวถึงในหัวข้อนี้
ดูจากวรรณคดียุคต่าง ๆ มีหลายเรื่องหลายบทที่มีการซ้ำคำ
กวีนิยมให้คำท้ายวรรคหน้าซ้ำกับคำที่ ๒ ของวรรคหลังในบาทที่ ๔
ขอยกตัวอย่างจากวรรณคดีเรื่อง ลิลิตพระลอ
เป็นลิลิตสุภาพเรื่องแรกของไทย และได้รับยกย่องว่า เป็นยอดของลิลิต
นับโคลงที่มีลักษณะเช่นนี้ ได้ ๑๕ บท
แต่ขอยกมาเพียง ๗ บทนะคะ

    ๏ ลูกรักแก้วแม่เอ้ย                 ปรานี  แม่รา
พระบาทบงกชศรี                       ใส่เกล้า
ฤๅบาปิ่นภูมี                               ทัดแม่  ใยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้า                        สั่งเจ้าจอมใจ ฯ

     ๏ เล็บมือนางนี้ดั่ง                  เล็บนาง  เรียมนา
ชมม่านนางหวังต่าง                   ม่านน้อง
ชมพูสไบบาง                             นุชคลี่  ลางฤๅ
งามป่านี้ไม้ปล้อง                       แปลกปล้องคอศรี ฯ

     ๏ แขกเต้าเต้นเต้าแขก           ขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักร                    ปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชัก                          เชิญราช แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้า                      ค่อยเคล้าคลอสมร ฯ

    ๏ นายแก้วทูลกล่าวแก้             ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์                       แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณ                 ทั้งคู่  งามนา
พระจะสมน้องหน้า                     หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ     

    ๏ สองนาฎพิศราชรื้อ              วางตา
จอมราชพิศพักตรา                     อ่อนไท้
บวางเนตรเลยนา                         บานร่อ  สองรา
สองนาฎไหว้แล้วไหว้                 เล่าไหว้บทมาลย์ ฯ

    ๏ บเริ่มเขาสี่ไส้                       ยังตาย
เผือเผ่ากษัตริย์ฤๅผาย                 จากไท้
รักตัวแต่กลัวอาย                        หฤโหด  พระเอย
รักราชตายด้วยได้                       อยู่ได้ฉันใด ฯ  


(https://preview.ibb.co/ntotHA/plm88.gif) (https://imgbb.com/) ยังมีต่อค่ะ  emo_50 emo_54  emo_45


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 พฤศจิกายน 2018, 04:45:PM
(https://image.ibb.co/iONLVV/wanagamlogniti2.jpg) (https://imgbb.com/)

     คบกากาโหดให้                   เสียพงศ์
พาตระกูลเหมหงส์                   แหลกด้วย
คบคนชั่วจักปลง                      ความชอบ  เสียนา
ตราบลูกหลานเหลนม้วย          ไม่ม้วยนินทา

     รูปชั่วมักแต่งแกล้ง               เกลาทรง
ใจขลาดมักอาจอง                      อวดสู้           
น้ำพร่องกะละออมคง                กระฉอก  ฉานนา
เฉาโฉดโอษฐ์อวดรู้                    ว่ารู้ใครเทียม

     ใครทำโทษโทษนั้น                แทนทด
ใครคิดจิตคดคด                         ต่อบ้าง
ใครจริงจึ่งจริงจรด                     รักต่อ  กันนา
ใครใคร่ร้างเร่งร้าง                      รักร้างแรมไกล
        (สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

     มารดาหฤโหดห้วน              วาจา
พ่อชั่วมักหึงสา                          พวกพ้อง
บิดามารดาชา                             ตรีเผ่า  สุทธินา
ใจซื่อสัตย์คำพร้อง                     เพราะพร้องเอาใจ

     เขาใดมีถ้ำราช                       สีห์มา
สระมีบุษบาหงสา                      ว่อนรู้
ต้นไม้ใบชัฏหนา                        นกมาก  ชุมนา
สาวหนุ่มหนีตามชู้                     เพราะชู้ชอบใจ
                         (สำนวนเก่า)         

(https://preview.ibb.co/ntotHA/plm88.gif) (https://imgbb.com/)  emo_45 emo_45 emo_45


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 24 พฤศจิกายน 2018, 06:59:AM
   (https://image.ibb.co/i6ZsvV/spd-20100322235309-b.jpg) (https://imgbb.com/)

    แม้นดวงกมลาศได้             มาดล
โดยสถานแถวสถล                 ที่นี้
จักชวนแม่ชมบน                    บรรพต  โพ้นแฮ
พลางแม่ชมเรียมชี้                  แม่ชี้เรียมชม

     เล็บมือนางนี้หนึ่ง              นขา  นางฤๅ
ต้องดั่งต้องบุษบา                   นิ่มน้อง
ชงโคคิดชงฆา                         นุชนาฏ  เหมือนฤๅ
เรียมระเมียรเดื่อปล้อง            ดั่งปล้องศอสมร

     ชมพูพิศพ่างผ้า                  ชมพู  แม่ฤๅ
นกขมิ้นเหลืองดู                      ดั่งเจ้า
สร้อยทองเทียบสร้อยพธู        อ่าอาตม์
แอ่นว่าแอ่นองค์เคล้า               พี่เคล้าคลึงสมร

     สัตวาวานเห็จห้อง            หาวโพยม
ยังอนุชเฉิดโฉม                      ฟ่องฟ้า
เชิญสมรแม่มาโลม                 ลาญเทวษ  เรียมเอย
จงพี่พลันพบหน้า                   แม่หน้านวลเฉลิม 
     (สมเด็จฯ  กรมพระปรมานุชิตชิโนรส)


             ในเรื่องนี้พบเพียง ๔ บทค่ะ
                                              emo_126
(https://preview.ibb.co/b7PsvV/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 ธันวาคม 2018, 11:44:AM
(https://i.ibb.co/g41XRFC/spd-2012042403321-b.jpg) (https://imgbb.com/)

กาพย์เห่เรือ
บทเห่ชมเรือขบวร

โคลง
   ๏ ปางเสด็จประเวศด้าว       ชลาไลย
ทรงรัตนพิมานไชย                 กิ่งแก้ว
 พรั่งพร้อมพวกพลไกร             แหนแห่
                       เรือกระบวนต้นแพร้ว               เพริศพริ้งพายทอง ฯ

ช้าลวะเห่
     ๏ พระเสด็จโดยแดนชล             ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
   กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย                  พายอ่อนหยับจับงามงอน

     ๏ นาวาแน่นเป็นขนัด         ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือริ้วทิวธงสลอน                   สาครสั่นครั่นครื้นฟอง

             ๏ เรือครุฑยุดนาคหิ้ว           ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
 พลพายกรายพายทอง             ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

     ๏ สรมุขมุขสี่ด้าน           เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา            หลังคาแดงแย่งมังกร

     ๏ สมรรถไชยไกรกาบแก้ว       แสงแวววับจับสาคร
เรียบเรียงเคียงคู่จร                     ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน

     ๏ สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย         งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์              ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

     ๏ เรือไชยไวว่องวิ่ง        รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม              ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน ฯ

 emo_126


เสน่ห์กาพย์ยานี
เสียงสัมผัสประภัสสร

เจ้าฟ้าธรรมธิเบศหรือเจ้าฟ้ากุ้ง
ทรงเป็นกวีเอกพระองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
ทรงพระนิพนธ์เรื่องกาพย์เห่เรือได้อย่างดีเยี่ยม
กรมศิลปากรยกย่องให้เป็นฉบับครู เป็นแบบในการแต่งกาพย์เห่เรือตลอดมา
และเป็นบทกวีชิ้นอมตะที่มีชีวิตชีวาตลอดกาล

กระบวนกาพย์ยานีในเรื่องนี้ ช่างไพเราะจับใจข้าพเจ้าเหลือเกิน..  emo_54 emo_54


เจ้าฟ้ากุ้งทรงนิยมให้คำท้ายวรรคที่ ๓ ส่งสัมผัสกับคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ของวรรคที่ ๔
และมีสัมผัสในวรรค

  emo_54 ยามอ่านออกเสียงดัง ๆ ไพเราะยิ่งนัก
emo_54

    ๏ ซึมทราบกาพย์ยานี       ร้อยวาทีผูกสัมพันธ์
ซ้ำเสียงเรียงรับกัน               สรรคำกรองซ้องโสภา ฯ


       เป็นความชอบส่วนตัว  ยังมีต่อนะคะ  emo_50 emo_50 emo_50 

(https://i.ibb.co/dMPxDCH/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 ธันวาคม 2018, 07:57:PM
          emo_79 emo_79

กาพย์ยานี  บทพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้ง จากเรื่องอื่น ๆ

    ๑. บทเห่เรื่องกากี

           บทเห่สังวาส
           ๏ สุบรรณสำแดงฤทธิ์          ให้มืดมิดปิดอัมพร
      ร่อนลงตรงบัญชร                     จรสู่น้องแก้วกากี
           ๏ กล่าวรสพจนาท                สายสุดสวาทเจริญศรี
      ผินหน้ามาพาที                         พี่คือชายชาญสกา
           ๏ ประสงค์จำนงรัก                จึงลอบลักเข้ามาหา
       หวังเชิญแก้วกานดา                  ไปสู่ฟ้าพิมานจันทร์ ฯ
                 
          บทเห่ครวญ
           ๏ ลิ่วลิ่วจันทร์แจ่มฟ้า              เหมือนพักตราหน้านวลผจง
       สูงสวยรวยรูปทรง                       ส่งสีเจ้าเท่าสีจันทร์
           ๏ เอวอ่อนชอ้อนองค์                โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์
      หาไหนไม่เทียมทัน                       ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก
           ๏ ขาวสุดพุดจีบจีน                   เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์
       ทั้งวังเขาชังนัก                             แต่พี่รักเจ้าคนเดียว ฯ
 
    ๒. กาพย์ห่อโคลง  นิราศธารโศก

         กล่าวรำพันถึงคนรัก

         พรรณนาเป็นโมง
         ๏ เพลาสามโมงเช้า       เจ้าแต่งองค์ทรงน้อยงาม
     พูดจาว่าถ้อยความ           ตามมีกิจนิตย์เนืองมา ฯ

        พรรณนาเป็นยาม
        ๏ สามยามความรักกัน      เร่งโศกศัลย์หวั่นใจถึง
     ยามค่ำร่ำรำพึง                     ถึงสามยามตามกรุณา ฯ

        พรรณนาเป็นวัน
       ๏ วันศุกร์รสสมพาส        เจ้าสุดสวาทอาจเสมอใจ
    วันศุกร์จะสุขไฉน               ด้วยไกลข้างร้างแรมสมร ฯ

       พรรณนาเป็นเดือน
      ๏ เดือนสิบเจ้าสร้อยสวาท       พิธีราชตามโบราณ
    ช้างม้าอ่าสระสนาน                   ผัดพานไล่ไม่เห็นอร ฯ

        พรรณนาเป็นปี
         ๏ ปีจอร่อแร่นัก              อกหอกสลักจักจำตาย
     ครวญนักรักโฉมฉาย         พี่ชายห่างร้างแรมศรี ฯ

                           emo_28 emo_28 emo_126 emo_28 emo_28
                                              ยังมีต่อค่ะ
(https://i.ibb.co/YZ0vqFM/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 11 ธันวาคม 2018, 08:07:AM
               emo_79 emo_79

    นานแค่ไหน..ก็ยังจำได้..
   บทไหว้ครูบทนี้
   จาก กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา
                   ของ 
                 สุนทรภู่

                           emo_126

emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

ยานี ๑๑

    ๏ สาธุสะจะขอไหว้       พระศรีไตรสรณา
พ่อแม่เเลครูบา                  เทวดาในราศี
   ๏ ข้าเจ้าเอา ก ข              เข้ามาต่อ ก กามี
แก้ไขในเท่านี้                    ดีมิดีอย่าตรีชา 
    ๏ จะร่ำคำต่อไป            พอล่อใจกุมารา
ธรณีมีราชา                       เจ้าพาราสาวะถี
    ๏ ชื่อพระไชยสุริยา       มีสุดามเหสี
ชื่อว่าสุมาลี                       อยู่บุรีไม่มีภัย
   ๏ ข้าเฝ้าเหล่าเสนา          มีกิริยาอัชฌาศัย
พ่อแม่มาแต่ไกล                ได้อาศัยในพารา
  ๏ ไพร่ฟ้าประชาชี            อยู่บุรีก็ปรีดา
ทำไร่ข้าวไถนา                  ได้ข้าวปลาแลสาลี
   ๏ อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า            ก็หาเยาวนารี
ที่หน้าตาดีดี                       ทำมโหรีที่เคหา
   ๏ ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ             เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา                    โลโภพาให้บ้าใจ
   ๏ ไม่จำคำพระเจ้า           เหไปเข้าภาษาไสย
ถือดีมีข้าไทย                     ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา ฯ

  *ตรีชา  แปลว่า  ตำหนิ ติเตียน

อีกบทหนึ่งที่ไพเราะ งดงาม สุนทรภู่แต่งด้วย แม่ กก เป็นแม่หลัก
หลายท่านคงจำได้นะคะ

     ๏ ขึ้นกกตกทุกข์ยาก             แสนลำบากจากเวียงไชย
มันเผือกเลือกเผาไฟ                  กินผลไม้ได้เป็นแรง
     ๏ รอนรอนอ่อนอัสดง          พระสุริยงเย็นยอแสง
ช่วงดังน้ำครั่งแดง                     แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร
     ๏ ลิงค่างครางโครกครอก     ฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอน
ชะนีวิเวกวอน                           นกหกร่อนนอนรังเรียง
     ๏ ลูกนกยกปีกป้อง               อ้าปากร้องซ้องแซ่เสียง
แม่นกปกปีกเคียง                     เลี้ยงลูกอ่อนป้อนอาหาร ฯ

                     emo_50 emo_50 ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ  emo_50 emo_50

(https://i.ibb.co/r74942c/plm88.gif) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 11 ธันวาคม 2018, 05:55:PM
              emo_79 emo_79

กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา
นอกจากความไพเราะของกาพย์ยานีแล้ว
สุนทรภู่ยังแต่งกาพย์ฉบัง ๑๖ กล่าวชมธรรมชาติ
โดยใช้คำที่มีตัวสะกดในมาตรา แม่ กง  เป็นแม่หลัก
มีคำที่สะกด ในแม่อื่น ๆ ประกอบบ้างเล็กน้อย
พรรณนาได้เห็นภาพ   ได้ยินเสียง   ได้เห็นการเคลื่อนไหวอย่างแจ่มชัด 
และได้ความไพเราะของคำที่มีทั้งเสียงสัมผัสนอกและเสียงสัมผัสใน
ลองอ่านออกเสียงดัง ๆ ดูนะคะ


ฉบัง ๑๖

        ๏ ขึ้นกงจงจำสำคัญ          ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
        ๏  ไกรกร่างยางยูงสูงระหง         ตลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
        ๏ มะม่วงพลวงพลองช้องนาง           หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
        ๏ เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน        เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
        ๏ เขาสูงฝูง หงส์ลงเรียง          เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง
        ๏ กลางไพรไก่ขันบรรเลง         ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
        ๏ ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง          เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสดาลขานเสียง
        ๏ กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง          พระยาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
        ๏ ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง            เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
        ๏ ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง            คางแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
         ๏ ป่าสูงยูงยางช้างโขลง            อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป

                          emo_28 emo_28 emo_126 emo_28 emo_28
 
 emo_50 emo_50 ความไพเราะในบทนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้อยากแต่งกาพย์ฉบังไม่มากก็น้อยล่ะนะ.. emo_50 emo_45

               (https://i.ibb.co/dj69YVt/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 ธันวาคม 2018, 09:03:AM
(https://i.ibb.co/0D3h7Bg/2.jpg) (https://ibb.co/kHFQ73R)

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๒  สวัสดีปีกุนหมูอยู่ยั่งยืน

                   เรื่องหมูหมูอย่าคิดว่าเป็นหมู
   พิเคราะห์ดูไม่มีอะไรง่าย
                รายละเอียดซับซ้อนและมากมาย
    ปัญญาฉายส่องให้ทำได้ดี
 ปีกุนหรือปีหมูดูให้แน่
           ว่าของแท้งามเลิศเกิดศักดิ์ศรี
        กุศลกรรมเป็นทุนหนุนชีวี
ให้สุขีปีหมูอยู่ยั่งยืน


(https://i.ibb.co/gZpsVJT/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 ธันวาคม 2018, 10:01:AM
(https://i.ibb.co/MVqcPWh/s.jpg) (https://ibb.co/pzCf4GP)

     ส.ค.ส. ๒๕๖๒  ปีกุน - หมู
     อย่าทิ้งงานไว้เป็นดินพอกหางหมู

            การงานอย่าทอดทิ้ง        หมักหมม
คนเก่าท่านอบรม                 ว่าไว้
         กำหนดศกกุนนิยม               อย่าปล่อย
                 ดินพอกหางหมูไซร้              เดือดร้อนอากูล


                 (https://i.ibb.co/pfQRf8D/md3-1.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 ธันวาคม 2018, 10:20:AM
        emo_82 emo_82 emo_82

          ไม่รู้จักหน้าที่

เกิดเป็นแมว    ทำไมนี่     ขี้เกียจหา
เกิดเป็นหมา    ทำไมนี่     ขี้เกียจหอน
เกิดเป็นหมู      ทำไมนี่     ขี้เกียจนอน
เกิดเป็นหนอน  ทำไมนี่    ขี้เกียจคลาน

เกิดเป็นงู          ทำไมนี่     ขี้เกียจเลื้อย
เกิดเป็นเลื่อย    ทำไมนี่     ไม่หนีขวาน
เกิดเป็นขุน       ทำไมนี่     ไม่ขี่คาน
เกิดเป็นห่าน     ทำไมนี่     ขี้เกียจฮ้อง

เกิดเป็นพระ      ทำไมนี่     ดีแต่ขอ
เกิดเป็นหมอ     ทำไมนี่      ดีแต่ถอง
เกิดเป็นครู        ทำไมนี่      ดีแต่ท่อง
เกิดเป็นอ๋อง      ทำไมนี่      ดีแต่เออฯ

      พุทธทาส  อินทปัญโญ
          คำกลอนสอนธรรม
    หนังสือดี  ๑๐๐ ปี  พุทธทาส 

    (https://i.ibb.co/vQ427Mh/whitecoco1.gif) (https://imgbb.com/)
            emo_126 emo_126 emo_126



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 ธันวาคม 2018, 10:58:AM
(https://i.ibb.co/HD51MF3/300x158.jpg) (https://imgbb.com/)

              สิ้นปี
              ***
      สิ้นเอ๋ย สิ้นปี
ชีวิตเรายังมีควรหรรษา
ย้อนรำลึกเหตุการณ์ที่ผ่านมา
มีเวลาทุกข์สุขคลุกเคล้ากัน

เป็นบทเรียนชีวิตน่าคิดขบ
สิ่งที่พบล้วนแต่เปลี่ยนแปรผัน
ไม่อาจถือจังจริงสักสิ่งอัน
รู้เท่าทันธรรมดาอย่าเศร้าเอย.
     (https://i.ibb.co/kqm3Tcz/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

            สิ้นปีแล้ว
                 ***
      สิ้นปีแล้วแก้วตาอย่าเศร้าโศก
มองดูโลกหมุนไปให้เห็นขัน
เหมือนเราเล่นละครชีวิตไม่ผิดกัน
สุขทุกข์นั้นให้เห็นเป็นธรรมดา

บทของใครเล่นดีก็มีชื่อ
อย่ายึดถือโศกศัลย์และหรรษา
เล่นจบฉากรู้ทันเกิดปัญญา
เปิดฉากใหม่ปีหน้าเล่นอีกเอย.
     (https://i.ibb.co/kqm3Tcz/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

          สิริมงคล
               ***
     ศกใหม่ย่างเยือนเตือนจิต
สิริมงคลคิดเป็นไฉน
น้อมสิริสู่กมลดลใจ
เพื่อให้เกิดสุขสวัสดี

สิริอยู่ที่คิดพูดทำ
น้อมนำให้ถูกวิถี
มงคลย่อมบังเกิดมี
ตลอดปีชีวิตไพจิตรเอย.
     (https://i.ibb.co/kqm3Tcz/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

                          ปีใหม่
                       ***

     ตั้งต้นปีใหม่ด้วย         ศรัทธา
กอบกิจใช้ปัญญา              ก่อเกื้อ
สงเคราะห์เพื่อเมตตา       เพื่อนมนุษย์  นาพ่อ
ชีพจักยืนยึดเยื้อ               อยู่ด้วยสุขสันต์   
           (https://i.ibb.co/kqm3Tcz/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)

        ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
       ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง

           (https://i.ibb.co/kqm3Tcz/thpinkheartsdivider.gif) (https://imgbb.com/)
                      emo_126




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 28 ธันวาคม 2018, 08:31:PM
       
    emo_79 emo_79

       อีกก้าวเถิด

       มิตรจ๋า
เบื้องหน้าเราโน้นดาวเหนือ
แมกเมฆเมียงซุ่มคลุมเครือ
หรี่เหลือราวแรงเรานี้
        โลกแล้งแห้งเกราะเราะราย
ราวทรายลวกช้อนร้อนหนี
อีกก้าวเถิดก้าวคนดี
ที่นี่ใช่ทางค้างแรม
        เลือนเลือนเหมือนฝันนั่นไม้
เงาไล้รื่นล้อกอแขม
ลมโรยโชยริ้วพลิ้วแซม
เกลือกแย้มบัวยิ้มพริ้มพราย
       กลางน้ำฉ่ำใจไหลเย็น
แทรกเร้นกายโรยโหยหาย
ชีวิตหวาดว้างกลางทราย
เหนื่อยหน่ายยอกหนามหยามนัก
       อีกก้าวเถิดก้าวคนดี
ชีวีค่าทรงคงศักดิ์
เมื่อคนแทนนอนผ่อนพัก
รู้จักเรืองดาวก้าวเดิน
       กลางดึกกลางแดดแผดดิน
กลางหินกรวดกร้าวเขาเขิน
เงาดาวปลั่งจิตชิดเชิญ
ใจเหินสู่หาวก้าวไป
       อีกก้าวหนึ่งก้าวเท่านั้น
ความฝันจักใกล้แสนใกล้
ถึงธารทิพย์เราเมื่อไร
ดวงใจ, จักช้อนป้อนเปรอ
น้ำจืดเจือจานหวานชิด
กลั้วเกลียวน้ำมิตรนำเสนอ
กันดารเกลื่อนเกลี้ยงเพียงละเมอ
ยามเกลอแก้วก้าวเข้าเคียง
       ดาวเด่นเห็นดวงช่วงชัด
เร่งรัดเรียกแล้วแว่วเสียง
อีกก้าวเถิดก้าวใจเกรียง
สู่เวียงศานตินิรันดร์

      อุชเชนี
      (๒๔๙๖)

(https://i.ibb.co/Fsp2xKC/8wkr3uqek0o.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 01 มกราคม 2019, 12:25:AM
(https://i.ibb.co/0rJ9Fk3/614735.jpg) (https://imgbb.com/)

สวัสดีปีหมู.. ยิ้มสู้ไว้ !
..กลบทจตุรงคนายก..

               ๐ ปีโชคปีไชย ปีใหม่ปีหมู               
ต้องยิ้มต้องอยู่ ต้องสู้ต้องสร้าง
        เป็นเงินเป็นงาน  เป็นการเป็นกลาง       
 รู้ทำรู้ทาง รู้ต่างรู้ติง

๐ เลือกปลูกเลือกเป็น เลือกเข็นเลือกข้าม     
ถึงง่ายถึงงาม ถึงยามถึงยิ่ง
                             ใครรอใครรัก ใครพักใครพิง                             
อิ่มใจอิ่มจริง อิ่มนิ่งอิ่มนาน

          ๐ มุ่งสร้างมุ่งเสริม มุ่งเติมมุ่งไต่           
ตามคว้าตามไขว่ ตามใส่ตามสาน
            เต็มเหนี่ยวเต็มนิจ เต็มกิจเต็มการ             
กล้าให้กล้าหาญ กล้าทานกล้าทัน

    ๐ รู้ควรรู้ครอง รู้ตรองรู้แต่ง         
จักแบกจักแบ่ง จักแกร่งจักกลั่น 
             ไม่ใช่ไม่ชิด ไม่ติดไม่ตัน               
จึงผ่านจึงผัน จึงดั้นจึงดล   
     
            ๐ ปีหมูปีใหม่ ปีไทปีทอง               
ปีคุ้มปีคล่อง ปีผ่องปีผล
       เมืองแก้วเมืองโก้ เมืองโตเมืองตน       
สร้างคุณสร้างคน สร้างชนม์สร้างชัย

๐ สุขศรีสุขสันต์ สุขพลันสุขพร้อม     
ยิ่งนบยิ่งน้อม ยิ่งยอมยิ่งใหญ่ 
                      แจ่มคิดแจ่มคำ แจ่มจำแจ่มใจ                         
งามนอกงามใน งามวัยงามวงศ์ฯ

“โชคดีปีหมู อยู่ดีมีสุขตลอดปีและตลอดไปค่ะ”

  ..พี.พูนสุข..
 ๑  มกราคม  ๒๕๖๒

(https://i.ibb.co/B4hjCMc/c2883e84e254246c94f5cb6f5c21794a.jpg) (https://imgbb.com/)
อู๊ดอู๊ด..อู๊ดอู๊ด..มาแล้วจ้า..

(https://i.ibb.co/M6CVjJb/md3-1.gif) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 16 มกราคม 2019, 05:48:AM
(https://i.ibb.co/bWcqkRL/01.jpg) (https://imgbb.com/)
                             emo_126

            นมามิหํ
       (กลบทสิงหลวาท)

ปาเจราจริยาอาจารย์ก่อน     
โหนฺติย่อมสั่งสอนทุกสิ่งสรรพ์
คุณุตฺตราคุณานันต์               
นุสาสกามั่นบอกบ่มบุญ
ปญฺญาวุฑฺฒิผลิผลเลิศ           
กเรเตเตเกิดก่อเกื้อหนุน
ทินฺโนวาเทคำคอยค้ำจุน       
นมามิหํคุณขอบูชา
 (https://i.ibb.co/TgMy2tQ/image.jpg) (https://imgbb.com/)

         ครูสอน ก. ข.
         (กลบทตรีเพชรพวง)

ครูสอนกอก่อก้อขอคอเขียน                  
เรารู้เรียนอักษรซ้อนซอนสอน
ผันกาก่าก้าก๊าก๋าอาทร                           
ออนอ่อนอ้อนอ๊อนอ๋อนยังย้อนจำ

เสียงว้านหวานหว่านเสียงสำเนียงใส     
ครูสอนให้ทุกคำค่ำค้ำขำ
จากก่อก้อกอกามาเป็นคำ                     
ยังยั้งยั่งยืนย้ำดื่มด่ำคุณ

อ่านกอไก่ไกไก๋เขียนให้ถูก                     
เฝ้าฝังปลูกปรานีนี่นี้หนุน
ไม่ลืมคุณคุ้นขุนในนาบุญ                       
ครูการุญสอนกอขอข้อคอ   
   
          วันเนาว์  ยูเด็น
  รอยทราย : ชุดวรรณกรรมนำสุขใจ
  (กวี  "รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์"  ปี ๒๕๖๑)

 (https://i.ibb.co/hHqLbpG/116663090-1411300776-razdel-anyut-glazki.png) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 16 มกราคม 2019, 05:56:PM
(https://i.ibb.co/7NbK6mN/12-233x263.jpg) (https://imgbb.com/)

             ครูศิษย์

      ครูรักศิษย์ศิษย์รู้ว่าครูรัก
จะคึกคักแข็งขยันหมั่นศึกษา
เติบโตไปได้ดีมีหน้าตา
ไม่ลืมว่ารักของครูชูชีวิต

ศิษย์รักครูครูรู้ว่าศิษย์รัก
จะคึกคักแข็งขยันด้วยมั่นจิต
เมตตาธรรมบำเพ็ญอยู่เป็นนิจ
ยามเห็นศิษย์ดีได้ชื่นใจแท้.

       ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
       ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง 
(กวี  "รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์"  ปี ๒๕๔๕)

(https://i.ibb.co/TTC1D4P/116663090-1411300776-razdel-anyut-glazki.png) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 17 มกราคม 2019, 02:35:PM
(https://i.ibb.co/p1Fw0xt/http-www-sobkroo.jpg) (https://imgbb.com/)

             สวัสดีครับคุณครู
          ..กลบทดวงเดือนประดับดาว..

๐ ครูครับ.. นับ "หนึ่ง"  จึงจดจ่อ
เติมต่อ คลอเคียง เสียงเซ็งแซ่
"สิบ" ไซร้ ใคร่ครวญ ถ้วนถ่องแท้
เหลียวแล แผ่พบ ลบเลือนราง

๐ ครูครับ.. ขับขานอ่านเอื้อนออก
ใบ้บอกพอกเพิ่มเติมแตกต่าง
กอ ไก่ ไล่เลียงเพียงพากย์พลาง
ออ อ่าง วางไว้ใส่เสียงซ้อม

๐ ครูครับ.. รับรู้สู้สอนศิษย์
กอปรกิจจิตแจ้งแหล่งหล่อหลอม
เสริมส่งจงใจในนอบน้อม
พรักพร้อมล้อมเรียนเพียรเพิ่มพูน

๐ แนะแนวแวววางสร้างสรรค์สุข
ปลอบปลุกทุกข์ท้อส่อสิ้นสูญ
ขันแข่งแต่งตนกลเกื้อกูล
ค้ำคูณทูนธรรมล้ำเรืองรอง

๐ ครูครับ... ขับเคี่ยวเชี่ยวเชิงชาญ
เบิกบานงานงามยามยกย่อง
ปรับแปลงแบ่งบั่นกลั่นกล่อมกรอง
ปกป้องผองภัยใจเจือจุน

๐ ครูครับ.. จับจิตศิษย์สรรเสริญ
ดั่งเดินเพลินแพร่งแสงสีสุนทร์
ครูครับ.. จับใจใบบ่มบุญ
โอบอุ่น ..คุณครู.. ชูเชิดชม ๚ะ๛

        "ด้วยจิตคารวะ"
                    emo_126
                 พี.พูนสุข

(https://i.ibb.co/YttqX0c/116663090-1411300776-razdel-anyut-glazki.png) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 29 มกราคม 2019, 02:18:PM
     
        emo_79 emo_79

                     เพลงโคราช

     ๏ พ่อมารำมาร่าย          แม่ก็รับก็ร้อง
ใช่สำหรับจะรับรอง           หรือว่าเล่นร่ำไร
รักแม่หน่อไม้อ่อน             นึกสะออนอยู่ไม่อิ่ม
เดินรำตามริม                    ได้แต่กระแอมกระไอ

     ๏ พี่อยากอยู่ร่วมวัง       เหมือนอย่างสังข์ทอง
น้องทำไมไม่มอง                เห็นเป็นมายาสาไถย
ดูแต่สำเภาทอง                   เขายังปองสร้างท่า
งามหมดจดรจนา               ขอเชิญเจ้าจาระไนฯ

      ๏ พรำพรำหน้าฝน        บนลานย่าโม
พ่อตอบแม่โต้                      ไชยะฉ่าไช
ยกมือป้องหู                        รู้จิตรู้ใจ
รำแต้แก้ไข                          ด้นคิดด้นคำ

      ๏ แสนเสนาะสำเนียง      น้ำเสียงโคราช
จังหวะฉะฉาด                      ช่างร้องช่างรำ
จำแลงใจลง                           ยืนยงคงคำ           
ครึ้มครึ้มพึมพำ                    บทเพลงแผ่นดิน ๚ะ๛
         (กลอนเพลงผสมกาพย์ : เขียนแผ่นดิน)

              เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
                   พ.  ๒๓  ต.ค.  ๒๕๓๔
                        อ.เมือง  จ.นครราชสีมา

   (กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)

  (https://i.ibb.co/S682xnK/sy100.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 30 มกราคม 2019, 09:34:AM
emo_82

เสียงกวี

๏ ไม่มีกวีโลกนี้ก็อยู่ได้ 
จะอยู่กันอย่างไรนั่นน่ะหรือ 
ก็อยู่กันอย่างช้างม้าโคกระบือ 
อยู่กันอย่างกึ้งกือไส้เดือนดิน 

๏ อยู่กันอย่างมดแมงแมลงเม่า 
อยู่กันอย่างหอยเต่าหมดทั้งสิ้น 
อยู่กันอย่างยุงเหลือบเรือดริ้น 
จ้องเกาะกินดูดเลือดไปวันวัน 

๏ หากโลกนี้มีกวีเป็นศรีศักดิ์ 
ย่อมมีรักหว่านโรยโปรยสีสัน 
ห้ามสงครามนิวเคลียร์ได้ทันควัน 
สร้างสวรรค์บนแผ่นดินกินดาวเดือน 

๏ ห้ามมนุษย์ฉุดคร่าข่มขืนโลก 
ลบรอยทุกข์โศกที่เปรอะเปื้อน 
ปลุกสำนึกค่ำเช้าทุกเหย้าเรือน 
ดุด่าตักเตือนสัตว์เทคโนโลยีเอย ฯ

             ขุน รำยอง
นามปากกาของ "เสมอ  กลิ่นหอม"
(กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)

(https://i.ibb.co/x7C9G5x/sy100.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 กุมภาพันธ์ 2019, 09:10:AM
emo_79 emo_79

            แม่

ดื่นดึกหนาวดาวเด่นเย็นยะเยียบ
เสียงความเงียบเสียดแทงในแท่งหิน
ล้อแห่งกาลผ่านเลื่อนเหมือนโบยบิน
เสียงแม่ดินรินร่ำคำห่วงใย

แม่โอบเอื้อเผื่อแผ่แก่ลูกสิ้น
อกแม่ดินตระหนี่เคยมีไหม
หากลูกรักรักคืนแม่ชื่นใจ
แม้ลูกไหนไม่รักไม่หักราน

ในรวงข้าวแม่ผสมนมอร่อย
ในลำอ้อยแม่ผสมน้ำนมหวาน
กลีบดอกเอื้องแม่แต่งสีแบ่งบาน
ชูช่อก้านคลี่พวงยวงระย้า

เรียงลำไผ่แม่สอนให้อ่อนพลิ้ว
ขับเพลงผิวแผ่วกล่อมถนอมป่า
หยาดน้ำค้างพร่างแพรวแนววนา
คือน้ำตาเต็มตื้นแม่ชื่นชม

ขอลูกผอง ของแม่ แผ่ความรัก
ร่วมทอถัก แทนแพร ให้แม่ห่ม
คุ้มแรงร้อน ผ่อนแสง ร้อนแรงลม
หยุดเคืองข่มงอแงรังแกกัน

        มะเนาะ   ยูเด็น
ข้ามขอบฟ้า  :  พิมพ์เผยแพร่ปี ๒๕๔๒
(กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)

(https://i.ibb.co/YT5KGqb/sy100.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2019, 08:31:AM
emo_79 emo_79

"วันที่ดอกไม้โรย"

"ดอกโสนโรยร้าว
ดอกคัดเค้าโรยรา
ดอกประดู่ร่วงนักหนา
ไม่มีวันกลับมาแล้วเอย"

ทุกทุกสิ่งแล้วล้วนชวนถวิล
ดูด่วนสิ้นโรยราผกาเอ๋ย
ขอมองไว้อีกสักนิดไว้ชิดเชย
เมื่อยามเลยลาลับไม่กลับคืน

จะเก็บภาพประทับใจไว้ถวิล
ไว้แอบรินน้ำตาแอบสะอื้น
ไว้เยือกเย็นกับน้ำค้างที่พร่างชื้น
เก็บไว้ตื่นตาฝันนิรันดร

นับแต่นี้น้ำตาจะหาง่าย
ขาดคนหมายซับมันเหมือนวันก่อน
มือเย็นเยียบเมื่อสายัณห์ตะวันรอน
ใครจะซ้อนมือนุ่มเกาะกุมมัน

จะเดินเปลี่ยวเดียวดายในสายแดด
ชีวิตแวดด้วยความหลังและความฝัน
ฝันถึงวันที่ผกานานาพันธุ์
ปลิดดอกอันเหลืองอร่ามท่ามกลางเรา

         นิภา  บางยี่ขัน
              24/01/2510
หรือ “บุษบาท่าพระจันทร์”  สมญาของ นิภา  อยู่ถาวร
     (กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)
    (https://i.ibb.co/9ctMyGk/r28-2.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:15:PM
 
emo_79 emo_79

                                   วิมานน้ำค้าง
                                  (https://i.ibb.co/51880r0/817505rmsyub7qsw.gif) (https://imgbb.com/) 

      ๏ วิมานน้ำค้างสร้างด้วยธาตุฝัน                เอาไกวัลเป็นหอห้องแก้ว
อัจกลับระยับระย้าอยู่พรายแพรว                     คือแววรุ้งรัตนาดาราราย ฯ
      ๏ หาดทรายอ่อนฉะอ้อนดั่งบรรจถรณ์       หมอนท่อนไม้คือเขนยฟ้าถวาย
ธาราบ่าเซาะหินดินทราย                                  คือนางไม้ขับกล่อมอ้อมใจ ฯ
      ๏ ละเมอผวาหาเสี้ยวเดือนทอง                    คือน้องนางแก้วแววขวัญสมัย
อ่อนไท้โลมไล้ทิพย์ละมุนละไม                         แสงเสน่ห์ใสสุดสวาทบ่วาย ฯ
      ๏ น่านำน้องท่องหล้ามหาสมุทร                  สุดฝั่งฝันกว่าสวรรค์จะหาย
หมั้นเจ้าด้วยค่าฟ้าพรรณราย                            สุดสายใจบุรุษรัตน์รมณีย์ ฯ
      ๏ นั่นผาชะโงกโตรกชะง่อนง้ำเงื้อม             อาจเอื้อมเอาดาววาววิเศษศรี
หรือช่อปาริชาตสุดแสนดี                                  หรือวิถีมิติฝันอนันตกาล ฯ
      ๏ พู้นทางช้างเผือกผุดผ่องสกาว                  บางดวงดาวพุทธเจ้าประดิษฐาน
บางเอกภพคือทิพยนิรพาน                               คลื่นอดีตผ่านนานนับกัปป์กัลป์ ฯ
      ๏ ปุยเมฆหอมเกสรรังร่วง                           มาทวงมโนคติหล้าอาถรรพณ์
ดาวไถไถทุ่งฟ้าวิลาวัณย์                                    จะเกี่ยวข้าวขวัญค่าชีวาใด ฯ
      ๏ น้ำค้างดงดึกดื่นสะอื้นโศก                       ชลเนตรโลกวิปโยคหรือไฉน
หมู่มนุษย์น้อยอหังการ์ฆ่าใคร                           ฆ่าพิภพสบสมัยสุดสามานย์ ฯ     
      ๏ ไม่รักทะนุถนอมคุณค่าโลก                      จะทุกข์โศกไปตราบฟ้าอวสาน
ยุคมนุษย์จะสุดสิ้นมิช้ามินาน                            เป็นพยานเถอะสายธารที่จาบัลย์ ฯ
      ๏ น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง                           ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างฝัน
ฆ่าชีวาคือพร่าคืนวัน                                         จะกำนัลโลกนี้มีงานใด ๚ะ๛

                                      อังคาร  กัลยาณพงศ์
                     ลงพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือกวีนิพนธ์  ปณิธานกวี
                              โดยสำนักพิมพ์กะรัต  พ.ศ. ๒๕๒๙

                  (https://i.ibb.co/d74k4CC/0sda4ctzrd3.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019, 04:31:PM
emo_79 emo_79

                                          กาพย์กลอน
                                        (https://i.ibb.co/51880r0/817505rmsyub7qsw.gif) (https://imgbb.com/)

    ๏ กาพย์กลอนอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง           เจ้ารู้ซึ้งว่าคืออะไรไหม
ฤๅตามืดหูมิดไร้จิตใจ                                    ไม่รู้รสทิพย์ฝันวรรณคดี ฯ
    ๏ เพชรพลอยแห่งถ้อยคำทิพย์                   จิบดื่มดุจอำมฤตวิเศษศรี
พร้อมแง่ญาณปัญญาบารมี                            ลำนำดนตรีเพริศพริ้งพราย ฯ
    ๏ ลายสือขวัญอันหลั่งไหลหอม                  ย่อมเป็นกาพย์กลอนอันเฉิดฉาย
พร้อมคติธรรมลึกซึ้งคมคาย                          ซ่อนไว้ประเสริฐสวยด้วยอารมณ์ ฯ
    ๏ ดั่งดาริการะย้าระยับสวรรค์                     นั้นคือกาพย์กลอนสวยซึ้งสม
รจนาจากฟากฟ้ามหาพรหม                           ณ ครั้งปฐมกัปป์จับใจรัก ฯ
    ๏ กลอนกาพย์ซาบซึ้งไพเราะเลิศ                 เกิดจากวิญญาณอันสูงศักดิ์
เสียสละปัญญายิ่งยงนัก                                   ประณีตรักค่าวิสุทธิ์ยุติธรรม ฯ
    ๏ โลกนี้มีกาพย์กลอนซ่อนนิ่ง                       ในสรรพสิ่งสุนทรีย์ลึกล้ำ
ทุกดินน้ำลมไฟเก็บงำ                                       คติธรรมอมตะสะอาดงาม ฯ 
    ๏ อดีตมหากวีธรณีและฟ้า                            เคยรจนาภาษากล่อมโลกสาม
กาพย์โศลกขวัญอันนิรนาม                              ละลายลอยตามสวรรค์อนันตกาล ฯ
    ๏ หลายกาพย์กลอนฉะอ้อนลมบน                ปนลมหายใจชีพไหวสะท้าน
นฤมิตกุศลจิตรนานาประการ                           กว่าหว่านทานแก้วแหวนเงินทอง ฯ
    ๏ คืออดีตมหากวีมีมรดก                              ตกทอดหล้าเล่ห์ส่วยฟ้าฉลอง
แววตาใดคมรุ้งเรืองรอง                                    มองเห็นบ่ห่อนหมดบทกวี ฯ
    ๏ ในหฤทัยของใครบ้าง                                 ที่ไร้ร้างกาพย์แก้ววิสุทธิ์ศรี
ในใจสัตว์เศรษฐกิจไม่มี                                     แม้แต่ธุลีละอองของวรรณกรรม ฯ
    ๏ ชาติงกโลภหลงกอบโกยกิน                        ไม่สุดสิ้นกิเลสมารมากล้ำ
รังเกียจนักกักขฬะอธรรม                                 ทำโลกระยำอำมหิตนิจกาล ฯ
    ๏ ขอบทกวีมีขึ้นประดับโลก                          ช่วยดับโศกทั่วฟ้ามหาสถาน
นำสัตว์พ้นอาภัพสรรพภัยพาล                          เริ่มกาลพระศรีอาริย์เมตไตรย ฯ
    ๏ กระทั่งสัตว์กินเมืองเฟื่องฟู                         รู้ฉลาดกว่าสัตว์เลื้อยคลานใหญ่
นั่นแหละยุคทองของกวีไทย                              รอฟ้าใหม่ร้อยกัปป์นับเทอญ ๚ะ๛

                                       อังคาร    กัลยาณพงศ์     
                  จากหนังสือ  “ปานมณีรุ้ง”  บทกวีนิพนธ์คัดสรร   
                         ของศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์   
 

              (https://i.ibb.co/d74k4CC/0sda4ctzrd3.gif) (https://imgbb.com/)

"อ่านยามอากาศร้อนอบอ้าว.. ตื่นใจนักแล.." emo_126




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019, 06:02:PM
emo_79 emo_79

                                    เราชุบด้วยใด?
                                    (https://i.ibb.co/51880r0/817505rmsyub7qsw.gif) (https://imgbb.com/)

      ฉันใคร่เห็นเธอก้าวไป               กลางไพรเกลื่อนพฤกษ์ลึกหนา
กลางแดดแผดลวกมรรคา               กลางฟ้าปริปรวนครวญครืน
      กลางน้ำกรรชากกรากเชี่ยว       กลางเกลียวฝนกราดฟาดฝืน
กลางโคลนคลุกครูดดูดกลืน           กลางคืนครอบคิดมิดมูล
      ก้าวไปแม้ไฟล่มโลก                  ก้าวไปแม้โชคดับสูญ
ก้าวไปแม้ไร้คนทูน                          ก้าวไปแม้พูนคนชัง
      สัจจะอาจถูกถมทับ                   ความดีแหลกยับคับคั่ง
อธรรมอาจเปรื่องประดัง                 ความชั่วฉายชั่งนั่งเมือง
      น้ำตาฟายฟกตกดิน                   รวยรินยิ้มกร้าวเข้าเปลื้อง
ปวดเหน็บเจ็บหายรายเรือง             พิศเฟื่องแสงลิบขลิบฟ้า
      คนแพ้คือคนชนะ                       แม้จะถูกเข็ญเข่นฆ่า
คนล้มเพื่อลุกทุกครา                        เหล็กกล้าเราชุบด้วยใด?

                                        อุชเชนี
                                         (๒๔๙๖) 
                 จากหนังสือ  “ปานมณีรุ้ง”  บทกวีนิพนธ์คัดสรร   
                       ของศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์   

             (https://i.ibb.co/d74k4CC/0sda4ctzrd3.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019, 07:45:AM
 emo_79 emo_79

ชัยชนะจะสมปองต้องต่อสู้
(https://i.ibb.co/51880r0/817505rmsyub7qsw.gif) (https://imgbb.com/)

          ชัยชนะจะสมปองต้องต่อสู้
มิใช่อยู่ที่กราบไหว้ให้เขาหยัน
      ให้พระคุณอุ่นเกล้าเห็นเป็นสำคัญ
  โลกจะพลันเยาะเย้ยเอ่ยให้อาย

               ศักดิ์ของเราเราต้องคงทะนงล้ำ
     ความเป็นธรรมศรัทธาอยู่อย่ารู้หาย
  เกียรติของเราเรารักษากว่าจะตาย
มิยอมขายวิญญาณให้แก่ใครกัน

              เหนืออื่นใดในมนุษย์สุดสูงส่ง
คือธำรงสิทธิ์และศักดิ์รักษามั่น
 สู้เถิดสู้!  สู้ด้วยแรงแกร่งกล้านั้น
 จงร่วมมานสมานฉันท์ต่อสู้ไป!

            ทวีปวร           
    (ธรรมจักร – ๒๔๙๔)
นามปากกาของ  นายทวีป  วรดิลก
ศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์   ปี พ.ศ. ๒๕๓๘

(https://i.ibb.co/d74k4CC/0sda4ctzrd3.gif) (https://imgbb.com/)

 


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019, 08:10:AM

@ แลกายใจอย่าท้อ......ถอยสยบ
แพ้พ่ายแม้พันครบ.........คิดสู้
เด็กน้อยไป่หลีกหลบ.....ละเลิก
ผู้ใหญ่วันนี้รู้.................ระลึกย้อนตรองเสนอ

@ จงเสมอซึ่งสติพร้อม.....พลันทวี
ใช้ชีพประโยชน์พลี..........เพื่อหล้า
ปัญญายิ่งประจักษ์คดี.......เด่นกระจ่าง
ธรรมสถิตประเจิดจ้า.........แจ่มฟ้าโลกสวรรค์



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019, 08:47:PM
emo_79 emo_79

แด่  วัยดรุณของชีวิต
       (https://i.ibb.co/51880r0/817505rmsyub7qsw.gif) (https://imgbb.com/)

      วัยดรุณสุนทรีย์ชีวิต
เนื่องมิตรน้อยนี้ที่เห็น
บริสุทธิ์ผุดผ่องผองเพ็ญ
เปรียบเช่นอรุณโชติโรจน์ฟ้า

      แม้เกิดยุคทมิฬถิ่นนี้
อนาคตคงมีเบื้องหน้า
มืดมนอนธการผ่านมา
สุริยาจักกลบลบพลัน

      จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย
เกรียงไกรในพลังสร้างสรรค์
เพื่อความดีงามร่วมกัน
แห่งชั้นชาวชนคนงาน

      เข้ารวมร่วมพลังบังเกิด
แจ่มเจิดภพใสไพศาล
ชีพมืดชืดมาช้านาน
หรือจะทานแสงทองส่องฟ้า

      จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย
พลังใหม่เข้มแข็งแกร่งกล้า
พากเพียรเรียนรู้โลกา
เปลี่ยนแปลงสู่อารยยุค

      แรงอรุณหนุนเนื่องเรืองล้ำ
แรงดรุณจักนำสันติสุข
มืดมนอนธการทานทุกข์
มือสองจักปลุกประกายพลัน!

                 ทวีปวร
        (อักษรสาส์น - ๒๔๙๕)
จากหนังสือ  “ปานมณีรุ้ง”  บทกวีนิพนธ์คัดสรร   
     ของศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์

(https://i.ibb.co/d74k4CC/0sda4ctzrd3.gif) (https://imgbb.com/)
     


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 มีนาคม 2019, 07:40:AM
 emo_79 emo_79

หัวใจห้องที่ห้า

หุบลึก  บ้านเรือน  แม่น้ำไหล
รั้วขอบฟ้าสูงขึ้นไปหมู่เมฆขาว
ห่มขุนเขาเหยียดยอดทอดเทือกยาว
พราวพรืดพราวโอบอ้อมแขนกอดแผ่นดิน- -

ดวงใจใฝ่ฝันสันติสุข
ท่ามกลางทุกข์กระพือไฟไม่สุดสิ้น
ชีวิตหยัดอยู่และรู้ยิน
รักและหวังดั่งฝนรินลงดับร้อน

พรมหุบลึก  บ้านเรือน  แม่น้ำไหล
คืนดวงใจใฝ่ฝันอันเก่าก่อน
แผ่นดิน  ผืนฟ้า  เอื้ออาทร
เป็นบ้านเกิด  เรือนนอน  นานแสนนาน
เป็นบ้านเกิด  เรือนนอน  นานแสนนาน…

อังคาร   จันทาทิพย์
ปาย แม่ฮ่องสอน / ฤดูเข้าพรรษา 2550
กวีซีไรต์  ปี  2556

(https://i.ibb.co/k2VVMBD/5xocl.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 03 มีนาคม 2019, 08:17:AM
emo_79 emo_79

                          ผีเสื้อขยับปีก

สวยแสนผีเสื้อขยับ                         ปีกสยาย
สะพัดแรงลมปลาย                         ปีกน้อย
แสนสีและหลากสาย                       ใยสลัก
ลึกและไกลเกี่ยวร้อย                       ร่วมร้อยรัดกัน

หินโหดหฤหรรษ์ทุ่งเหี้ยม                สังหาร
เลือดหลั่งเลือด เนื้อลาญ                   แหลกสู้
อคติ อุดมการณ์                                รัก  เกลียด
ฝักฝ่าย ฝักใฝ่กู้                                  กอบเนื้อเลือดไฉน?

ไสความตายต่อหน้า                         เติมหนุน
เนื่องฆ่า อาฆาตหมุน                       ใหม่ซ้ำ
ดลดาลเดือดคืนดุล-                          ยภาพเก่า
ย้อนยอกมโนคติย้ำ                           ยอกย้อนร่มเย็น

เร้นใด ดีกับร้าย                                 แรงสะเทือน
สงบสุขหรือดินเฟือน                        ป่วนฟ้า
ไม้ดอกกับดาวเดือน                          เด็ด ปลูก
ใครเด็ดปีกผีเสื้อท้า                            เด็ดท้าทายใคร

ใต้เร้นไฟกรุ่นไหม้                             หมกหวัง
ท้องทุ่งสังหาร สัง-                             โยคเศร้า
ผิดพลาด หวาดระแวง วัง-                 วนว่าย   
ตายขับคนเป็นเข้า                              ขื่นแค้นประหารคน

หมื่นแสนวนว่ายเวิ้ง                           ปีกหวัง
ท่ามประทุษร้ายแรงยัง                       ยืดเยื้อ
สันติสุขสานพลัง                                แรงส่ง
ลมแห่งปีกผีเสื้อ                                 ลึกซึ้งขยับสาย...

                        อังคาร  จันทาทิพย์
          จาก  “หัวใจห้องที่ห้า”   รวมบทกวีนิพนธ์
      รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)
                                ปี  2556

     (https://i.ibb.co/k2VVMBD/5xocl.gif) (https://imgbb.com/)

 emo_54 เป็นหนังสือซีไรต์เล่มเดียวที่ไม่ได้ซื้อเอง 
ได้เป็นของขวัญจากเพื่อนนักกลอนคนหนึ่ง
ตอนนี้เขาหายไปค้นหาหัวใจห้องที่ห้าอยู่..  คงเจอบ้างแล้ว..  รีบกลับมาไว ๆ เถิด...
  emo_54 emo_45
(https://i.ibb.co/3NCKkcX/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 มีนาคม 2019, 04:45:PM
emo_79 emo_79

แลแผ่นดินทุ่งถิ่นไทย...  ฟังน้ำเสียงของกวี 
จากบทกวี...

อู่ข้าว – อดข้าว
บนแผ่นอกของแผ่นดิน
นิทานข้าวกับคน

 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

 emo_82

อู่ข้าว – อดข้าว

          อู่ข้าวอดข้าวคราวนี้
เคยมีคิดมั่นขันหมาย
    เริดร้างห่างมอดวอดวาย
ปรากฏอดตายใกล้มา

                      เมืองข้าวอดข้าวข่าวใหญ่
นาไร่แลโรยโหยหา
          เปลี่ยนคนเป็นควายไถนา
       กินหญ้าแทนข้าวข่าวดี

              ไชโยโห่ร้องก้องกึก
     อึกทึกอู่เปล่าข้าวหนี
นังนุงยุ่งยิ่งสิงคลี
      คนมีข้าวหมดอดตาย

              อู่ข้าวอดข้าวคราวยาก
       ชอกช้ำลำบากเหลือหลาย
 ในน้ำมีปลาน่าสบาย
อับอายข้าวไร้ในนา

             ชาตินี้เกิดมาอาภัพ
         รอกลับเกิดใหม่ชาติหน้า
ตื่นเช้าทำไร่ไถนา
    โลกบ้าหน้ามืดฝืดคอ

              อู่ข้าวอดข้าวคราวยาก
ทรกรรมลำบากลูกพ่อ
ข้าวหมดอดตายใจคอ
 จักรอชาติหน้าบ้าแล้ว !

          ทวีปวร
       เอกราช – ๒๔๘๙

(https://i.ibb.co/sWvd3PN/20cfietj6bo.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 มีนาคม 2019, 05:01:PM
emo_79 emo_79

                      บนแผ่นอกของแผ่นดิน

                                      ๑

      ๏ แผ่นอกแผ่นดินถิ่นไทย             สุดหล้าฟ้าไกล
มิสุดน้ำใจจากทรวง
      ๏ หล่อร่างเลี้ยงแรงแต่งรวง           เลือดรินเหงื่อร่วง
ก่อรูปเกิดรอยแห่งเรา
      ๏ หน่อเนื้อชาวนาแนบเนา             พลิกทุ่งสีเทา
เป็นทุ่งเป็นทางสีทอง
      ๏ เขียวเอยใบข้าวประคอง             เหลืองเรืองรวงรอง
ขาวเอยคำข้าวขาวหอม

                                       ๒

       ๏ กี่ดินกี่ด้าวเคยดอม                  กี่ตรมกี่ตรอม
เกิดดับกี่กัปกี่กัลป์
       ๏ กี่แรงเคยโหมโรมรัน                คันไถกี่คัน
คมเคียวกี่คมเคยคน
       ๏ กี่วัวกี่ควายว่ายวน                    กี่ทาสกี่ทน
กี่ทุกข์กระทั่งเกิดไทย
       ๏ กี่เหน็บกี่หนาวนอกใน              กี่ฝนกี่ไฟ
กี่ช้ำกี่ชัย - ชาวนา

                                        ๓

       ๏ แต่เบื้องแต่บรรพ์นานมา            เลือดเนื้อใครหนา
กระดูกใครหนอต่อนาม
       ๏ ต่อเนื่องตำนานนิยาม                 นิยายเขตคาม
ขานเล่าให้โลกได้ยิน
       ๏ ข้าวปลาปรานีชีวิน                      แผ่นน้ำมีสิน
แผ่นดินมีทรัพย์เสาะแสวง

                                       
 
        ๏ ล้อเกวียนเวียนหมุนรุนแรง          โลกาเปลี่ยนแปลง
แผ่นอกแผ่นดินสะเทือนไหว
        ๏ พิมพ์ภาพประทับกับใจ                พิมพ์คำเพื่อไข
คำนึงคำนับชาวนา
        ๏ ก่อนล้อแห่งกาลเวลา                    รุกรานผ่านมา
เหยียบย่ำหัวใจเกษตรสลาย ๚ะ๛


                          ไพวรินทร์   ขาวงาม
                      ม้าก้านกล้วย - ซีไรต์ ปี  ๒๕๓๘     

(https://i.ibb.co/sWvd3PN/20cfietj6bo.gif) (https://imgbb.com/)
       




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 มีนาคม 2019, 07:22:PM
 emo_82

นิทานข้าวกับคน
บทรำพึงโพ้นบรมสมกัลป์

ความสุขเรา  ความเศร้าใคร
หยั่งรากยากไร้
นับวันยิ่งลึกผนึกลง
บรมสมกัลป์ผันกง-
ล้อรอยทยอยยง-
หยัดเรื่องเคยเล่าเก่ากาล
เนิ่นแล้ว  ลำนำ  ตำนาน
แห่งรักหักราน
ข้าว คน เคยตระหนัก รักถนอม
เผื่อแผ่แต่โพ้น  โอนอ่อนพร้อม
พุทธ ผี ประนีประนอม
บ่งนัยตำนานผสานผสม
แปลงสาร เปล่งสุข ทุกข์ระทม
เป็นอื่น  กลืนกลม
เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่  ถ่ายเท

“ขวัญเอย ขวัญข้าว...
ขวัญชาวนาอุษาคเนย์
ขวัญอย่าลา  อย่าเร่
อย่าแรมร้าง  คว้างขวัญ...”

ซ้อนรอยบรมสมกัลป์
เคยสดับ  นับวัน
ยิ่งใกล้เรื่องเก่าเล่ามา
แต่ละเม็ด  แต่ละคำ  ล้ำค่า
เคยตระหนัก  รักษา
ถนอมข้าวกล้าธัญญาหาร
แทนรักดูแล  แม่เจือจาน
เมื่อรักหักราน
แม่เร้นหลบลี้หนีไกล
บรมสมกัปกัลป์สมัย
หน่วงเหนี่ยวเกี่ยวนัย
หยั่งรากยากไร้ใหญ่หลวง
ฝากรอย  ปล่อยร้าง  ห่างรวง
น้ำตาใครไหลร่วง
เหงื่อใครไหลหลั่งถั่งเท...

“ขวัญเอย  แม่ขวัญข้าว...
ขวัญชาวนาอุษาคเนย์
ไยขวัญร้างห่างเร่
ไยแม่ลี้หนีหาย...”


บรมสมกัลป์  ผันกลาย
เรื่องเล่าเงาร้าย
ทาบรอยชัดเจนเป็นจริง!...


อังคาร   จันทาทิพย์
(13-15  ตุลาคม  2555)
หัวใจห้องที่ห้า - ซีไรต์ ปี 2556

(https://i.ibb.co/K6TvCWF/20cfietj6bo.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 08 มีนาคม 2019, 01:00:PM
emo_79 emo_79

มาฟังน้ำเสียงที่ต่างออกไป..
         emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28

       ยิ้มของแม่โพสพ


        เกร็งน่องเหยียบสากยกปล่อยตกตุบ                                 
ข้าวเปลือกยุบสากซ้ำลงตำใหม่
ขาท่อนแกร่งแข็งขยับรับทันใด
เหยียบลงไปตึกตักตุบยุบย้ำดัง
        ขาแคล่วคล่องน่องสาวไม่ขาวนิ่ม
ตวัดริมผ้านุ่งผึงดูขึงขัง
เท้ายกทับรับคานทะยานยัง
ย่ำแล้วยั้งสากกระดกตกกระทบ
        ตึกตักตุบ!   ตึกตักตุบ!   ยิ่งทุบถี่
พราวเหงื่อปรี่ปาดป้ายหลายตลบ
หากรอยยิ้มยินดียังมีครบ
มิรู้จบจากจริงใจให้ตื้นตัน
        หลายหลายคนขึ้นเรียงยืนเคียงไหล่
เหยียบต่อไปยกย่ำย้ำกระชั้น
เสียงครกตำต้ำตอกเสียงหยอกกัน
เสียงสรวลสันต์สาวเจ้ายิ่งเร้าใจ
        กระทั่งปริเปลือกข้าวร้าวแยกแล้ว
สารสวยแพรวเม็ดพราวขาวข้าวใหม่
สองมือน้อยค่อยกวาดรอบกอบขึ้นไป
จากครกใส่กระด้งบรรจงริน
        ทะระและ  แชะ  แชะ!   ทะระและ  แชะ  แชะ!
เม็ดข้าวแตะกระด้งกระดอนดิ้น
รำกระพือร่อนหลงลงกองดิน
ข้าวก็หมิ่นเหมือนจะหกแต่ตกตรง
        กระด้งเอียงเบี่ยงบ่ายยักซ้ายขวา
ด้วยลีลาอ่อนไหวชวนใหลหลง
ในความงามนี้แฝงแข็งมั่นคง
ในกระด้งนั้นมีข้าวเคล้าเหงื่อใคร?
        เมื่อเหงื่อไคลไร้คนมาปล้นปลิ้น
เหงื่อก็รินแรงหลั่งลงครั้งใหม่
เป็นน้ำแรงที่ละลายสายน้ำใจ
และเหงื่อไร้รอยร่ำริ้วน้ำตา
        ...ข้าวประชาชนนี้มีมามอบ
สนองตอบนักสู้ผู้หาญกล้า
แม่โพสพแบกกระบุงเดินมุ่งมา
ยิ้มในหน้า,   ปาดเหงื่อเหนือไรคิ้ว


     จิระนันท์   พิตรปรีชา
        (ริมแม่จัน,  เขตอุ้มผาง)
   ใบไม้ที่หายไป - ซีไรต์ ปี ๒๕๓๒

(https://i.ibb.co/B4vmSw9/1240051170.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 12 มีนาคม 2019, 08:23:AM
(https://i.ibb.co/FszkbMT/20109710431114077801.jpg) (https://imgbb.com/)

พรมาลี..พรมาลัย
..กลบทสร้อยคู่สะคราญ..


 ๏ อักษราคราพิศ.. ลิขิตผัน
บ้างจำนรรจ์เนืองนิตย์.. ลิขิตเผย
บ้างอาทรห่วงใย.. ไม่ละเลย
บ้างคุ้นเคยอาลัย.. ไม่ละเลือน

ร้อยคำคมคลอเคียง.. สำเนียงหมาย
สร้อยคมคายสุ้มเสียง.. สำเนียงเหมือน
พร้องไพเราะปริ่มเปี่ยม.. ยามเยี่ยมเยือน
เสนาะเรือนลออเอี่ยม.. ยามเยี่ยมยล

ประกายคำพร่างพราย.. เพชรสายฝัน
พรั่งพรูพลันโปรยปราย.. เพชรสายฝน
กรุ่นไอรักอวลละออง.. ดั่งต้องมนต์
ปลุกชีพชนม์สมสนอง.. ดั่งต้องมาน

ได้ตื่นตนมิรู้สิ้น.. ถวิล, ขาม
พร้อมตื่นตามอาจิณ.. ถวิล, ขาน
ประสบซึ้งคารม.. ชื่นชมปราณ
ทรวงสบซ่านอภิรมย์.. ชื่นชมปรีดิ์

ดั่งสายธารรินรด.. งามสดใส
สายธารใจผ่องพจน์.. งามสดศรี
ดั่งฟ้าโปรยมวลลดา.. พรมาลี
พรมดอกคลี่อวลผกา.. พรมาลัย ๚ะ๛


พี.พูนสุข
๑๖  สิงหาคม  ๒๕๕๖

(https://i.ibb.co/4ZghK5t/images-11.jpg) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 มีนาคม 2019, 10:52:AM
(https://i.ibb.co/C79Nw7m/35598530050-97b713da13-b.jpg) (https://imgbb.com/)

..สมานฉันท์ ๗..

      ** วาสนาใครหนอ.. ? **

     ๏ วาสนา..ชะตาลิขิต         
อาจพิชิต..สนามประชัน
                       ราชสีห์..ขมีขมัน                     
ร่ายกถา..มหาระรวย !..
                         
     ๏ เสียงนิยม..ถล่มทลาย         
             แต่ละฝ่าย..อำรุงอำนวย               
       น้อมกระพุ่ม..กระชุ่มกระชวย         
เสียงสวรรค์..คะยั้นคะยอ !..

       ๏ ศุภการณ์..สมานสมัคร       
โลกประจักษ์..ฉะนี้ละหนอ
                   ใครนะใคร..ไผทลออ                     
แสงเมลือง..จะเฟื่องจะฟู !..

     ๏ กาละโชค..กะโต๊กกะต๊าก   
ไข่จะมาก.. พะโล้กะหมู
    ท้องก็อิ่ม..กระหยิ่มล่ะตู   
   ยางก็แพง..จะแกล้ง ฤ จริง !..

     ๏ มาละเหวย..มิเฉยมิเชือน   
วันและเดือน..จะอ้างจะอิง
                   ชวนตะลึง..คะนึงคะนิง                   
สุขประสา..ละล้าละลัง !..

    ๏ ไปเถอะไป.. ระไวระวาด 
กากบาท..ระมัดระวัง !
           คนลำบาก..จะฝากจะฝัง--           
คนพิเศษ..ประเทศเจริญ !..


     ๏ คนละเสียง..เพราะเพียงเพราะกา   
เข้าสภา..จะสรรเสริญ
   มุ่งประโยชน์..วิโรจน์ดำเนิน   
มวลประชา..อธิปไตย !..


 emo_45 อย่าลืม..  24 มีนา  เข้าคูหาเลือกตั้งกันเน้อ...โย่ว โย่ว โย่ว...!  emo_45

(https://i.ibb.co/P9D9DBr/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 23 มีนาคม 2019, 07:11:PM
emo_79 emo_79

ต้านพายุ

โพ้นเบื้องหน้าป่าเขาทอดเงาครึ้ม
แดดสีทึมทอดตัวสลัวสลด
ทางที่ทอดถึงเปลี่ยวถึงเคี้ยวคด
ใช่ที่เธอจะรันทดทอดอาลัย

เมื่อสังคมเส็งเคร็งและโสโครก
ความเศร้าโศกมิใช่เครื่องปลดเปลื้องได้
ถ้าเธอกล้าฝ่าฟันโดยมั่นใจ
เธอก็ก้าวต่อไปโดยไม่ท้อ

ร้องไห้เถิดถ้าจะร้องเพื่อจะลุก
แต่อย่าร้องเพื่อจะทุกข์เถิดร้องขอ
ซึ่งน้ำตาแต่ละหยดที่รดออ
จะเหมือนตรวนแต่ละข้อคอยยึดยื้อ

ไม่มีดอกเทวดาบนฟ้านี้
ป่วยการหมายบารมีมายึดถือ
มีแต่ตัวมีแต่ตีนมีแต่มือ
ที่จะลงที่จะรื้อที่จะทำ

ทุกทุกย่านหย่อมหญ้าที่ย่างเหยียบ
ใช่ปูพรมราบเรียบให้เหยียบย่ำ
ล้วนหนามคมหินแข็งคอยแทงตำ
ทั้งผงฝุ่นหมุนคล่ำกระหน่ำวน

ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด
ไม่มีใครไม่เคยขลาดมาแต่ต้น
เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน
หลังพายุผ่านพ้นจึงสร่างซา

แด่เธอที่หาญท้าสู้พายุ
ด้วยใจมุมุ่งมั่นโหมฟันฝ่า
ประสานใจ,  ประสานตน,  ประสานตา
ก็รู้ว่าเธอจะชนะมัน.

                คมทวน  คันธนู
นาฏกรรมบนลานกว้าง - บทกวีซีไรต์ ปี 2526

(https://i.ibb.co/PFkfZ4y/52-aLp.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 27 มีนาคม 2019, 08:36:PM
      emo_82 emo_82

                                คำติง

       แผลงฤทธิ์ว่ารอบรู้                     เหลือหลาย
ตาเหยียดใจหยันหยาม                     ปากเย้ย
ยิ่งเห็นยิ่งใจหาย                                หดหู่
กูนี่แหละเว้ยเฮ้ย                                อรหันต์

       ดาวยังเด่นอยู่ได้                         โดยแสง             
กูเกิดกูผลักดัน                                   รอบด้าน
สรรพสิ่งบ่เคยแปลง                           แปรรูป
กูเกิดกูกล้ากร้าน                                 เพราะกู

       เขานั่งสร้างสถูปขึ้น                   ครอบเขา
เอาอักขระอันหรู                               แต่งรั้ง
เอาอัตตะเอาเงา                                 ร้อยเงื่อน
ต่างกระดูกไว้ตั้ง                                ต่างคน

       คำเตือนจากเพื่อนด้วย                หวังดี
เมื่อรักการก่อถนน                             ถนัดโน้น               
อย่าเพื่อนอย่าย่ำยี                               มนุษยชาติ
คนอาจมีเป้าโพ้น                               บ่แผกกัน
             
             วิสัยคนข้ามคนคือคับแคบ
             ตลบแอบอวดอ้างล้วนสร้างสรรค์
             วิสัยตนยกตนย่อมตีบตัน
             มิเห็นใครสำคัญสำหรับใคร

             เมื่อมีมืออย่าประเมินความสามารถ
             มือคนอื่นไม่อาจถือเทียบได้
             มีเท้าแล้วอย่าถลำก้าวล้ำไกล       
             เมื่อทุกคนมีหัวใจเอาไว้เดิน

             ถึงเวียนว่ายแวดวงก็เวิ้งว้าง
             ถ้ายังต่างแตกต่างยังห่างเหิน
             แยกศัตรูแยกมิตรแล้วคิดเมิน
             ใครฤๅกล้าล่วงเกินหรือด่าทอ

             ตรองให้ลึกนึกให้รอบตอบให้ถ้วน
             จะร่ายทวนถือตนอยู่บนหอ
             หรือจะลงจากยอดมากอดคอ
             ร่วมกันก่อถนนใหม่ใกล้ใกล้กัน. 

                              คมทวน  คันธนู
              นาฏกรรมบนลานกว้าง - บทกวีซีไรต์ ปี 2526

                  (https://i.ibb.co/kg9dCnm/424853j4irirtwxk.jpg) (https://imgbb.com/)
                                            emo_79 emo_79


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 13 เมษายน 2019, 10:53:AM
ขันน้ำใจ...
๐ ขันน้ำขันน้อยเคียงคอยหอม
โอบอ้อมโอบอุ่นหนุนนำผล
น้ำสุขน้ำใสไกลกังวล
พรมหม่นพรมหมองปัดป้องภัย !..
                                   ..พี.พูนสุข..

(https://i.ibb.co/jG9fQ96/spbrsk.png) (https://imgbb.com/)

         ๏ หอมกลิ่นดอกไม้ที่                นับถือ
หอมแต่ตามลมฤๅ                              กลับย้อน
หอมแห่งกลิ่นกล่าวคือ                       ศีลสัจ   นี้นา
หอมสุดหอมสะท้อน                          ทั่วใกล้ไกลถึง

         ๏ น้ำใช้ใส่ตุ่มตั้ง                        เต็มดี
น้ำอบอ่าอินทรีย์                                 อย่าผร้อง
น้ำปูนใส่เต้ามี                                     อย่าขาด
น้ำจิตอย่าให้ข้อง                                ขัดน้ำใจใคร

         ๏ น้ำเงินน้ำนากแม้                     มัวแสง
น้ำซ่มต้มย้อมแปลง                            ผ่องได้
น้ำจิตวิปริตแหนง                               มัวหม่น
น้ำอื่นเอาลูบไล้                                    ห่อนล้างใจเคือง     
   (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

          ๏ น้ำลึกพานเชี่ยวซึ้ง                   สุดพาย
หยั่งได้แต่โดยสาย                                ดิ่งทิ้ง
น้ำใจจักบรรยาย                                   เหลือยาก
ยกแต่ผู้เผาปิ้ง                                       เกลศแห้งหากเห็น

                  (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า)


        (https://i.ibb.co/f2rfGhm/111442946.gif) (https://imgbb.com/)
            ..ขอบคุณเจ้าของภาพขันน้ำอันหอมกรุ่นค่ะ..


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 30 เมษายน 2019, 08:30:PM
 emo_82
เมื่อวาน..
๐ ฟ้าครืน..ยืนสั่นงันงก
ฝนตก..ลมอื้อหวือไหว
ฝาโอ่งโด่งดิ่งกลิ้งไกล
น้ำไหลเจิ่งนองร่องตัน
๐ หมาพล่านย่านครางหงีดหงิง...
วนวิ่งใต้ถุนหุนหัน
ฟ้าแลบแพล็บแพล็บ.. แอบกัน
ฟ้าลั่นหนาวร้อน..ซ่อนตัว

นับวัน..
๐ ค่อยค่อย...ตั้งหลักหนักแน่น
ลมแล่นลุกขึ้นมึนหัว
ตาปรอยลอยล่องมองมัว
จับรั้วแม้ทันสั่นเทา
๐ โธ่เอ๋ย...เคยอยู่รู้ย่าง
แถวทางเคยเพลินเดินเข้า
เดี๋ยวนี้...เซเยือนเหมือนเมา
ค้ำเอาสามขาพาจร...
   ..พี.พูนสุข..

(https://i.ibb.co/xsMsGSG/94e6d392630f864bf4bad9aae1ade6a2.jpg) (https://imgbb.com/)
(https://i.ibb.co/LCTjKG9/kapook-41414.gif) (https://imgbb.com/)

    ๏ หมอแพทย์ทายว่าไข้                   ลมคุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม                            โทษให้
แม่มดว่าผีกุม                                        ทำโทษ
            ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้                         ก่อสร้างมาเอง

     ๏ กายเกิดพยาธิโรคร้าย                 ยาหาย
      แต่พยศยาไป่วาย                                ตราบม้วย
 ชาติเสือห่อนหายลาย                          ลบผ่อง
              กล้วยก็กล้วยคงกล้วย                         กลับกล้ายฤๅมี
         (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

          ๏ เมื่อร้อนให้น้ำด้วย                    เย็นใจ
เมื่อหนาวท่านให้ไฟ                               อุ่นเนื้อ
    เมื่อยากให้ทรัพย์ใส                                 สว่างโศก
               เมื่อทุกข์ช่วยแก้เกื้อ                                 สุดแล้วคุณเสมอ
         (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า)

(https://i.ibb.co/VBDbQg6/111442946.gif) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 18 พฤษภาคม 2019, 08:32:AM
(https://i.ibb.co/WDy0pc9/1165602.jpg) (https://imgbb.com/)

      วันวิสาขบูชา  มหาศรัทธาชาวพุทธ
              (https://i.ibb.co/h7qRxBJ/whitecoco2.gif) (https://imgbb.com/)
       ๐ ธารธรรม ทำทาน กรานกราบ 
       เอิบอาบ ล่องลอย คล้อยเคลื่อน
       ธรรมทาน..นานเนื่อง..เรืองเรือน 
       มานเหมือน ผ่องผุด บุษบัน !..
                                         ..พี.พูนสุข..

(https://i.ibb.co/Gnn0BbQ/page12.jpg) (https://imgbb.com/)

     ๏ ทำบุญบุญแต่งให้                   เห็นผล
คือดั่งเงาตามตน                            ติดแท้
ผู้ทำสิ่งอกุศล                                 กรรมติด   ตามนา
ดุจจักรเกวียนเวียนแล้                   ไล่ต้อนตีนโค   

     ๏ ใจบุญบุญนักรู้                         เร็วทำ
ใจบาปทำบาปกรรม                        ง่ายแท้
ใจบุญก่อบาปลำ                               บากยาก  จิตนา
ใจบาปทำบุญแล้                               ยิ่งนั้นแสนทวี

      ๏ ศาสตร์ใดจะล้ำเท่า                   ธรรมาน
ทรัพย์สิ่งใดไกรทาน                          ที่ให้
รักใดจักปูนปาน                                รักสัจ  ศีลนา
สุขสิ่งใดจักได้                                    สุขเพี้ยงนฤพาน 
      (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)

      ๏ สวรรค์  แสวงสุขได้                   เสียกรรม
ในอก   อิ่มบุญธรรม                            เที่ยงได้
นรก  รักบาปนำ                                   ไปสู่  ทุกข์แฮ
ในใจ  ให้สุขให้                                     ทุกข์ด้วยใจเอง                     

      ๏ พระธรรมดูดุจแก้ว                    จินดา
ให้เกิดเชาวน์ปัญญา                             เลิศด้วย
ให้ตระกูลยศถา                                   ใหญ่ยิ่ง
เกิดสวัสดิ์เท่าม้วย                               มุ่งฟ้าเสวยสวรรค์
                   (ประชุมโคลงโลกนิติ - สำนวนเก่า) 

          (https://i.ibb.co/db5t6nP/111442946.gif) (https://imgbb.com/)




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 04 มิถุนายน 2019, 11:48:AM

[youtube=425,350]

https://youtu.be/eBDiBGkqhWM/youtube]



                 https://youtu.be/eBDiBGkqhWM


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 04 มิถุนายน 2019, 12:34:PM

@ แท้! ธรรม สันติสงบ ให้.....ร่มเย็น
แท้ เมตตาผู้เข็ญ................เด่นล้ำ
แท้ สามัคคีเป็น..................หมุดมุ่ง
แท้ "ปฏิบัติ"ยึดย้ำ..............จรัสแจ้งสม่ำเสมอ




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 มิถุนายน 2019, 07:37:AM
emo_79 emo_79 emo_79

ขอขอบคุณ คุณ@free มาก ๆ ค่ะ
กรุณามาช่วยเติมเต็ม “..อักษรารังสรรค์”  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ขอฝากคุณtoshare   คุณเนิน  จำราย และผู้อ่านทุกท่าน
ลองทบทวนการอ่านทำนองเสนาะตามที่ได้แปลงร่างมาให้แล้วดังนี้นะคะ


eBDiBGkqhWM&t=77s

      ๏ ให้ท่านท่านจักให้                     ตอบสนอง
นบท่านท่านจักปอง                         นอบไหว้
รักท่านท่านควรครอง                       ความรัก   ไว้นา
สามสิ่งนี้เว้นไว้                                 แต่ผู้ทรชน

        ๏ รักกันอยู่ขอบฟ้า                     เขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียว                         ร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียว                               ตาต่อ   กันนา   
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง                        ป่าไม้มาบัง 


  (ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จฯ  กรมพระยาเดชาดิศร)        
   
                                   emo_126

 (https://i.ibb.co/99wRXh8/tacoe4mx02u-1.gif) (https://imgbb.com/)



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 05 มิถุนายน 2019, 09:13:PM


หวนหากาลเก่าคล้อย   นานเนา
พวกเพื่อนพ้องผองเรา   หลากแท้
หนุ่ม,สาว,แก่,วัยเยาว์   คับคั่ง กลอนเอย
รอแต่วันหวนแล้   จึ่งจ้องรอเพลง

เนิน จำราย


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 11 มิถุนายน 2019, 04:04:PM
emo_79 emo_79

กัญชายาดี
กัญชาหมาเห่าเมาแล้วง่วง
ทั้งปวงคน,สัตว์เดรัจฉาน
ดูด ดื่ม กินคละพอประมาณ
สำราญบันเทิงรื่นเริงพัก

ใช้พอก่อเกิดบรรเจิดแผ้ว
มึนแล้วล้มนอนเพื่อผ่อนหนัก
เมามากยากคุมรุ่มร่ามนัก
เห็นปลักเป็นทะเลรวนเรคิด !
                           เนิน  จำราย


(https://i.ibb.co/x7yprqK/fg1.jpg) (https://imgbb.com/)

                             กัญชา 

คำ ๆ นี้ปรากฏครั้งแรกในประวัติวรรณคดีไทยเมื่อไหร่
อ๋อ..ตอนเรียนมัธยมปลาย  emo_54 emo_54 emo_45

พระมหามนตรี (ทรัพย์)  ท่านนำคำว่า กัญชา มาใช้เป็นคนแรก
ในบทละครเรื่องระเด่นลันได ซึ่งเป็นวรรณคดีไทยสมัยรัชกาลที่ ๓
ในสมัยนั้นมีวรรณคดีที่มีชื่อเสียงมากเรื่องหนึ่ง คือ บทละครเรื่องอิเหนา
กวีจึงแต่งเรื่องนี้เพื่อล้อเรื่องอิเหนา เริ่มเรื่องก็ตลกขบขันชนิดวางไม่ลง
เน้นเรื่องความรักระหว่างตัวละครสามตัว คือ ระเด่นลันได  นางประแดะ
และท้าวประดู่  ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับเรื่องอิเหนา ที่กล่าวถึงความรัก
ของตัวละครสามตัวเช่นกัน คือ ระเด่นอิเหนา  นางบุษบา  และท้าวจรกา

บทละครเรื่องนี้ ปรากฏคำว่า “กัญชา” เป็นครั้งแรกในประวัติวรรณคดีไทย
และเป็นอีกคำ ที่บ่งบอกว่า "เมืองไทยใช้กัญชามานานโขแล้ว.."


ตอน เปิดตัวบรรยายถึงนางประแดะ


        ๏   เมื่อนั้น                                     นางประแดะหูกลวงดวงสมร
ครั้นรุ่งเช้าท้าวประดู่ภูธร                      เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว
โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา                          บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว
แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว                     หวีหัวหาเหาเกล้าผมมวย
ได้ยินแว่วสำเนียงเสียงหมาเห่า             คิดว่าวัวเข้าในสวนกล้วย
จึงออกมาเผยแกลอยู่แร่รวย                  ตวาดด้วยสุรเสียงสำเนียงนาง
พอเหลือบเห็นระเด่นลันได                   อรไทผินผันหันข้าง
ชม้อยชม้ายชายเนตรดูพลาง                 ชะน้อยฤๅรูปร่างราวกับกลึง
งามกว่าภัสดาสามี                                 ทั้งเมืองตานีไม่มีถึง
เกิดกำหนัดกลัดกลุ้มรุมรึง                    นางตะลึงแลดูพระภูมี
                                          ฯ ๑๐ ฯ
                      ระเด่นลันได - พระมหามนตรี (ทรัพย์)

กวีใช้คำเพื่อล้อการใช้คำราชาศัพท์และสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตของแขกแถวเสาชิงช้า แถวโบสถ์พราหมณ์
แขกผู้หญิงนิยมเกล้าผมมวย  มีเหา  เจาะหูกลวงรูกว้าง
แขกผู้ชายชอบเลี้ยงวัว ขอทาน ขายนม สูบกัญชา



                         emo_28 emo_28 emo_28 emo_28 emo_28
 
(https://i.ibb.co/kKmSchL/images-3.png) (https://imgbb.com/)ยังมีอีกตอน ตอนเปิดตัวระเด่นลันได..




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 11 มิถุนายน 2019, 09:36:PM
 
หน้าม่าน
         เมื่อนั้น     ท้าวประดู่ภูธรสังหรณ์จิต     
บรรทมเพลินเกินเหตุสังเกตนิมิต     ถูกหรือผิดนางประแดะเคาะแคะเอา
ร่วมชีวิตผิดถูกเกิดลูกหลาน     แม่สามานย์สมรวมกลับสวมเขา
ระเด่นลันไดใฝ่สูง"ยูง"ตาเบา   คิดจะเอาเมียข้ามุ่งมาเมือง
ประเดี๋ยวเข้าหานางทางตำหนัก   สอบถามซักเจ้ากูให้รู้เรื่อง
เห็นถาดวางสมหวังมลังเมลือง  เจ้าลืมเคืองจ้อง"ตะบัน"กับ"กัญชา"

เนิน จำราย



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 12 มิถุนายน 2019, 05:30:PM
(https://i.ibb.co/wcfcT4B/M11036251-7.jpg) (https://imgbb.com/)

อ่านเรื่องนี้แล้ว..
ประทับใจเรื่องนี้มาก ๆ ตั้งใจอ่านตั้ง..สองวันจบ
กวีสามารถแต่งล้อวรรณคดีที่มีพระเอกเป็นกษัตริย์
ทั้ง ๆ ที่ ระเด่นลันไดเป็นเพียงขอทาน
ดำเนินเรื่องได้ขบขัน ทั้งการใช้คำราชาศัพท์ และองค์ประกอบอื่น ๆ
ขำตั้งแต่ต้นจนจบ   กวีเก่งจริง ๆ
นับเป็นแนวความคิดใหม่ในวงวรรณกรรมไทย
ยังจำตอนเปิดเรื่องได้มิลืม..


ตอน เปิดตัว ระเด่นลันได

    ช้าปี่
       ๏  มาจะกล่าวบทไป                            ถึงระเด่นลันไดอนาถา
เสวยราชย์องค์เดียวเที่ยวรำภา                   ตามตลาดเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์
อยู่ปราสาทเสาคอดยอดด้วน                      กำแพงแก้วแล้วล้วนด้วยเรียวหนาม
มีทหารหอนเห่าเฝ้าโมงยาม                        คอยปราบปรามประจามิตรที่คิดร้าย
                                                  ฯ ๔ ฯ
       
        ๏  เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง          เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย
ไม่มีใครชิงชังทั้งหญิงชาย                                  ต่างฝากกายฝากตัวกลัวบารมี
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์                                ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่
บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี                      ภูมีซบเซาเมากัญชา
                                                    ฯ ๔ ฯ   


                        กัญชา  คำแรกในประวัติวรรณคดีไทย

                 ระเด่นลันไดเป็นวรรณคดีล้อเลียนเล่มแรกของไทย 
                ได้รับยกย่องว่ามีฝีปากเป็นเลิศ
                 อารมณ์ขันอย่างนี้จะมีเรื่องใดหนอมาเทียบได้ !

        (https://i.ibb.co/wYQvCD5/images-3.png) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 12 มิถุนายน 2019, 09:55:PM

หลังม่าน

จินตนาการผ่านสมองอันคล่องแคล่ว    กาคาบแก้วโบยบินผ่านหินผา
แล้วลอยลงตรงฝั่งหลั่งน้ำตา   แม่คงคาปลอบปลุกเลิกทุกข์ร้อน
แก้วดวงใหญ่ในปากขอฝากฝัง   ท้าวหอยสังข์ดำนาเสร็จมาก่อน
พรานไพรพาโนราห์ผ่านนาดอน    ทศกัณฑ์วอนรับขวัญด้วยกัญชา

เนิน จำราย


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 14 มิถุนายน 2019, 11:05:AM



"ศัพย์ลี้หวน"

เป็นบทหนังตลุงเขียนโดยผู้ประสงค์จะไม่ออกนาม แต่หลักฐานในหนังสือฉบับดังกล่าวอ่านแล้วรู้ความว่ากวีเป็นชาว
นครศรีธรรมราช ผมเคยอ่านจากต้นฉบับสมัยเรียนป.5 เพื่อนพ้องน้องพี่คงเคยอ่านมาแล้า ว่าหน้าบท(เกริ่น)ดังนี้


ศัพท์ลี้หวนควรอ่านตามบ้านร้าง.  หนำ(ขนำนา)หรือห้างคลองทะเลนอกเคหา
จะดีร้ายปลายคำเป็นธรรมดา.  คีอภาษาเล่านิทานอ่านอย่าแปล
เป็นของเก่าเอาแต่ชื่อถือเป็นหลัก.  ถึงที่รักก็ให้เฉย(นิ่ง)อย่าเผยแผ(แพร่)
ให้อภัย หนุ่ม,สาว,บ่าว,เฒ่า,แก(แก่) . ผึ่ง(กาง)ขึ้นแล"หยบ"(แอบ)อ่านสำราญเอย

เริ่มเรื่อง "นักครัง(นักคะรัง เมือง)ยังมีเท่าผี...
กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศฐา....  ฯลฯ

เนิน จำราย


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 มิถุนายน 2019, 08:22:PM
(https://i.ibb.co/b7jD2Gn/301911.jpg) (https://imgbb.com/)

เชลงกาล
สินไซ อีสาน


 emo_79 emo_79 emo_79

น้ำตาจระเข้

กาพย์น้ำตาจระเข้

แกมกล หนกลับกลาย แปรเปลี่ยนเวียนย้าย โยกสายปลายสับสน
ตัวรอด สุดตลอดพ้น ผู้ตายหมายคน ประชาชนทนฝืน
แผ่นดิน กินกอบโกง ปลูกเรือนเถื่อนโรง แลลานโล่งโปร่งลื่น
ดอยพง ดงไม้ยืน บ่คงบ่คืน บนแผ่นพื้นย่อยยับ

ปกครอง ปองอำนาจ หัวเด็ดตีนขาด ใจมุ่งมาดคาดหา
คำวาท ชาตินำพา ชาตินี้ชาติข้า ชาติหน้าข้าก็รับ
ร่วมวง ปลงกินทาน สมบัติพัสถาน ป่าถูกผลาญรานดับ
ชี้เอา เหมาเรื่องนับ รุกแฝงแปลงปรับ ไถถมทับท่วมเท

ทางน้ำ ลำฉ่ำไหล สร้างขวางกลางไพร ในรางท่องร่องกลาง
ก่อกั้น กันระหว่าง รื้อถกถอนทาง อีกข้างยังเอียงเขว
สรรวาง สร้างตึกนำ หากเห็นเป็นทำ ร่ำน้ำตาจระเข้
ทำโศก โยกโย้โลเล เฉโกโฉเก ผวนเล่ห์เพทุบาย

เชิงดอน บ่อนอาศัย พลอยเห็นเป็นภัย สัตว์น้อยใหญ่ใช้ข้าม
ผ่อนคลาย หมายล่วงยาม รีสอร์ตทอดตาม ตกแต่งคามงามหลาย
กลบเกลื่อน เหมือนกลบหลุม ตัวบังสุมทุม เข้ามารุมมาร้าย
ต่ายแน่! แท้ต้องตาย! ทำลงทำลาย หมายก่นทับกับมือ


รีสอร์ตขวางกั้นคลองสาธารณะ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก


(https://i.ibb.co/Vtf8Hrr/plm88.gif) (https://imgbb.com/)

หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดค่ะ

๏ “เชลงกาล” เชวงวรรณ
ประเทืองสรรค์ประสบการณ์
ระรื่นรมย์นิยมขาน
พินิจถ้อยประดอยเคียง
                   ..พี.พูนสุข..



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 21 มิถุนายน 2019, 08:59:PM
       
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
emo_79 emo_79

                      ก้อยกะปอม

กลอนอ่านวชิรปันตีอีสาน

ดินแล้งกันดารเบื้อง                      ผืนแผ่นธรณี
อาหารมีแต่แคลน                         ถิ่นปลานาน้ำ
เรามานำกันเข้า                             หากินพงใหญ่
ร้อนนั่งใต้กกไม้                            มองขึ้นสบบน

แลตามโคนกิ่งก้าน                        หากอาจหนเห็น
กะปอมก่าเป็นตัวลาย                    อวดคอต่อตั้ง*
จักเกี่ยวรั้งเอาไว้                             จ้องรอคอยอยู่
ตามองดูห่างนิ่ง                             นิ่งไว้อย่าเผลอ

หากเมื่อเจอเท้าเทียบ                      ใกล้ห่างพอควร
พอถึงจวนได้ที่                              ไผ่ยาวยื่นไว้
บ่วงปลายไม้เงื่อนง้ำ                       คล้องคอดิ้นด่าว
ชักเข้ามาปลดเชือก                         พวงร้อยบ่หาย

ได้หลายตัวต่อพวง                          ถึงด่านสังหาร       
ปิ้งถ่านไฟหอมหวน                         กรุ่นอวลตรลบเหย้า
ป้องมือสับใส่หม้อ                            ปรุงหอมโชยกลิ่น
ร่วมกันกินสุขล้น                              แซบแท้อิ่มหนำ

ลองลิ้มคำล้วนให้                              แทบหลุดใจหมด
รสชาติถูกปากแสน                           หมู่มวลพี่น้อง   
อาหารของคนยาก                             แดนดงราวป่า
หน้าร้อนเราบ่สิ้น                               แหล่งเนื้อบ่อนหา

กะปอมก่าป่าตึกตั้ง                            นั่งเหม่อตามอง
ปลอกคอทองเลื่อมวาว                       สงบกายหยาบกร้าน 
ซุกซ่อนด้านชั่วชั้น                             เชิงเร้นบ่ายเบี่ยง
พบเพียงผิวสากด้าน                           ลอกคราบเปี่ยนสี

ซอกซอยมีแยกย่าน                            หากอาจหนเห็น
แฝงบังเงาสิ้นลาย                                หลบอายแอบข้าง
หลายตัวพรางลับลี้                              หมายตาคอยอยู่
ชูคอขึ้นหมดแล้ว                                 บ่วงคล้องกระตุกห้อย


เฉือนเนื้อซอยสับก้อย                          เลิศลิ้นอิ่มหนำ


      พ่อครัวตัวน้อยโชว์ปรุงเมนูเด็ดสไตล์อีสาน  “ก้อยกะปอม”
                                ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
                            ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา

                *กะปอมก่า (ถิ่นอีสาน) คือ กิ้งก่าชนิดคอสีคราม

(https://i.ibb.co/Vtf8Hrr/plm88.gif) (https://imgbb.com/)
๏  ประจงจัดมนัสพ้อง
ระเบียบจองสลับเรียง
ผสานศิลป์กวินเสียง
มโนนึกผนึกคำ
        ..พี.พูนสุข..




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 22 มิถุนายน 2019, 02:20:PM
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
           emo_79 emo_79

                 ขุนน้ำนางนอน

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

ทอดกายลงนอน                  ดงดอนแผ่นผืน
เย็นย่ำคำคืน                         สุดฝืนหวั่นไหว
มองจันทร์วันเพ็ญ                โดดเด่นราวไพร
หริ่งหริ่งเรไร                        กล่อมให้นางนอน

สายฝนใสสด                        รินรดชื่นป่า
เจ้าพรากจากลา                     ใจข้าทอดถอน
เหงาหงอยสร้อยเศร้า             อกเปล่าอาวรณ์
หากพี่ตัดรอน                        ม้วยมรณ์สิ้นลม               

ข้างในเงียบเชียบ                   เย็นเยียบเหลือหลาย
มากคนเคียงกาย                    ไม่วายขื่นขม
เหมือนห้วงเหวลึก                  สำนึกตรึกตรม
ขังโลกโศกข่ม                         อารมณ์อ้างว้าง

หอมดินกลิ่นฟ้า                      ภูผาหลวงใหญ่
หม้อข้าวกรุ่นไอ                      หอมให้ไม่ห่าง
ร่องน้ำล่วงไหล                       ล่องไปเลียบทาง       
มองเพื่อนข้างข้าง                   มองร่างไม่เห็น

หมู่ป่าเข้าโลง                           ลอดโพรงสับสน
เวียนวารผ่านวน                     รอพ้นหลีกเร้น
สุดแรงแห่งฝัน                        คืนวันเหมือนเป็น
เข้าเบ้าเข้าเมรุ                          กฎเกณฑ์ชีวิต

คลานเอื้อมคลำหา                   มือคว้าควานจับ
ต่างกำมั่นรับ                           พร้อมกับปลอบจิต
โหยแรงรำพัน                          หนาวสั่นพรั่นคิด
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์                        ทั่วทิศคุ้มครอง

ปล่องโล่งโถงถ้ำ                       ดั่งค้ำฝากั้น
หินทึบหลืบตัน                        ลาดชั้นหลั่นช่อง
โอ้หนอพ่อแม่                          ได้แต่นึกตรอง
หลั่งน้ำตานอง                         หวังปองพบพา

ทอดกายลงนอน                       นางรอนเหนื่อยหนัก
ขุนน้ำสืบหลัก                           ความรักสืบหล้า
นางเอ๋ยนางนอน                       วิงวอนเทวา
โปรดช่วยลูกยา                         เถิดหนานางนอน


ทีมฟุตบอลหมูป่าติดอยู่ในถ้ำขุนน้ำนางนอน เชียงราย
                    ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑
                   ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ

(https://i.ibb.co/QmP8Yfh/plm88.gif) (https://imgbb.com/)
๏ ถนัดเสียงจำเรียงขับ 
ประนมรับสนองนำ
     สมานรักประจักษ์จำ     
ตระหนกคลายสบายใจ
               ..พี.พูนสุข..




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 22 มิถุนายน 2019, 09:07:PM
       
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
emo_79 emo_79

                      ก้อยกะปอม

กลอนอ่านวชิรปันตีอีสาน

ดินแล้งกันดารเบื้อง                      ผืนแผ่นธรณี
อาหารมีแต่แคลน                         ถิ่นปลานาน้ำ
เรามานำกันเข้า                             หากินพงใหญ่
ร้อนนั่งใต้กกไม้                            มองขึ้นสบบน

แลตามโคนกิ่งก้าน                        หากอาจหนเห็น
กะปอมก่าเป็นตัวลาย                    อวดคอต่อตั้ง*
จักเกี่ยวรั้งเอาไว้                             จ้องรอคอยอยู่
ตามองดูห่างนิ่ง                             นิ่งไว้อย่าเผลอ

หากเมื่อเจอเท้าเทียบ                      ใกล้ห่างพอควร
พอถึงจวนได้ที่                              ไผ่ยาวยื่นไว้
บ่วงปลายไม้เงื่อนง้ำ                       คล้องคอดิ้นด่าว
ชักเข้ามาปลดเชือก                         พวงร้อยบ่หาย

ได้หลายตัวต่อพวง                          ถึงด่านสังหาร       
ปิ้งถ่านไฟหอมหวน                         กรุ่นอวลตรลบเหย้า
ป้องมือสับใส่หม้อ                            ปรุงหอมโชยกลิ่น
ร่วมกันกินสุขล้น                              แซบแท้อิ่มหนำ

ลองลิ้มคำล้วนให้                              แทบหลุดใจหมด
รสชาติถูกปากแสน                           หมู่มวลพี่น้อง   
อาหารของคนยาก                             แดนดงราวป่า
หน้าร้อนเราบ่สิ้น                               แหล่งเนื้อบ่อนหา

กะปอมก่าป่าตึกตั้ง                            นั่งเหม่อตามอง
ปลอกคอทองเลื่อมวาว                       สงบกายหยาบกร้าน 
ซุกซ่อนด้านชั่วชั้น                             เชิงเร้นบ่ายเบี่ยง
พบเพียงผิวสากด้าน                           ลอกคราบเปี่ยนสี

ซอกซอยมีแยกย่าน                            หากอาจหนเห็น
แฝงบังเงาสิ้นลาย                                หลบอายแอบข้าง
หลายตัวพรางลับลี้                              หมายตาคอยอยู่
ชูคอขึ้นหมดแล้ว                                 บ่วงคล้องกระตุกห้อย


เฉือนเนื้อซอยสับก้อย                          เลิศลิ้นอิ่มหนำ


      พ่อครัวตัวน้อยโชว์ปรุงเมนูเด็ดสไตล์อีสาน  “ก้อยกะปอม”
                                ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
                            ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา

                *กะปอมก่า (ถิ่นอีสาน) คือ กิ้งก่าชนิดคอสีคราม

(https://i.ibb.co/Vtf8Hrr/plm88.gif) (https://imgbb.com/)
๏  ประจงจัดมนัสพ้อง
ระเบียบจองสลับเรียง
ผสานศิลป์กวินเสียง
มโนนึกผนึกคำ
        ..พี.พูนสุข..





หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 23 มิถุนายน 2019, 06:48:PM
 emo_89


ฉบับเพลงเชลงกานท์
ณ อีสานเสนาะล้ำ
ประดุจเรียงเผดียงนำ
มุสรรหาผกากรอง

ระริกรื่นสิชื่นบาน
ปทุมสานตระการก้อง
ละเมียดหมายละไมมอง
มโนคล้อยชม้อยตาม

เนิน จำราย




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 24 มิถุนายน 2019, 10:03:PM
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
           emo_79 emo_79

                 ขุนน้ำนางนอน

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

ทอดกายลงนอน                  ดงดอนแผ่นผืน
เย็นย่ำคำคืน                         สุดฝืนหวั่นไหว
มองจันทร์วันเพ็ญ                โดดเด่นราวไพร
หริ่งหริ่งเรไร                        กล่อมให้นางนอน

สายฝนใสสด                        รินรดชื่นป่า
เจ้าพรากจากลา                     ใจข้าทอดถอน
เหงาหงอยสร้อยเศร้า             อกเปล่าอาวรณ์
หากพี่ตัดรอน                        ม้วยมรณ์สิ้นลม               

ข้างในเงียบเชียบ                   เย็นเยียบเหลือหลาย
มากคนเคียงกาย                    ไม่วายขื่นขม
เหมือนห้วงเหวลึก                  สำนึกตรึกตรม
ขังโลกโศกข่ม                         อารมณ์อ้างว้าง

หอมดินกลิ่นฟ้า                      ภูผาหลวงใหญ่
หม้อข้าวกรุ่นไอ                      หอมให้ไม่ห่าง
ร่องน้ำล่วงไหล                       ล่องไปเลียบทาง       
มองเพื่อนข้างข้าง                   มองร่างไม่เห็น

หมู่ป่าเข้าโลง                           ลอดโพรงสับสน
เวียนวารผ่านวน                     รอพ้นหลีกเร้น
สุดแรงแห่งฝัน                        คืนวันเหมือนเป็น
เข้าเบ้าเข้าเมรุ                          กฎเกณฑ์ชีวิต

คลานเอื้อมคลำหา                   มือคว้าควานจับ
ต่างกำมั่นรับ                           พร้อมกับปลอบจิต
โหยแรงรำพัน                          หนาวสั่นพรั่นคิด
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์                        ทั่วทิศคุ้มครอง

ปล่องโล่งโถงถ้ำ                       ดั่งค้ำฝากั้น
หินทึบหลืบตัน                        ลาดชั้นหลั่นช่อง
โอ้หนอพ่อแม่                          ได้แต่นึกตรอง
หลั่งน้ำตานอง                         หวังปองพบพา

ทอดกายลงนอน                       นางรอนเหนื่อยหนัก
ขุนน้ำสืบหลัก                           ความรักสืบหล้า
นางเอ๋ยนางนอน                       วิงวอนเทวา
โปรดช่วยลูกยา                         เถิดหนานางนอน


ทีมฟุตบอลหมูป่าติดอยู่ในถ้ำขุนน้ำนางนอน เชียงราย
                    ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑
                   ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ

(https://i.ibb.co/QmP8Yfh/plm88.gif) (https://imgbb.com/)
๏ ถนัดเสียงจำเรียงขับ 
ประนมรับสนองนำ
     สมานรักประจักษ์จำ     
ตระหนกคลายสบายใจ
               ..พี.พูนสุข..




ปะ"สินไซ"ประลองงาน
เชลงกานท์สะท้านไพร
_____________

องค์อินทร์เทพไท้  โหยให้นางนอน
บรรทมฤๅหลับ   ยอมรับคำอ้อน
สั่งการตัดตอน   แรมรอนโลกา

ชาวตกชาติออก   บ่งบอกใฝ่หา   
คนธรรพ์เทวา   ทั่วฟ้าแดนดิน
ร่วมด้วยช่วยกัน  โรมรันน้ำริน
หดหายสูญสิ้น   คืนถิ่นกลับเดิม

ขุนน้ำนางนอน   ยอมอ่อนทรงยศ
ปากถ้ำปรากฏ   ชลลดแรงเสริม
ไป่กล้าฟ้าห้าม   หมดความเหิมเกริม
น้องน้อยค่อยเริ่ม ฮึกเหิมหวนคืน

เนิน จำราย






หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 25 มิถุนายน 2019, 10:48:AM
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
  emo_79 emo_79

                       ซูลาเวซี

กลอนห้า

ฝูงนกตกใจฟ้า                       บินผวากลับคืนหวน
ภูตผีมารก่อกวน                    ปั่นป่วน,จ้องจุดหมาย
เทือกทิวภูผาม่าน                   เติมต้านเข้าเลียบค่าย
ยอดคลื่นแผ่กระจาย               มุ่งชายฝั่งรุนแรง

คล้ายเมฆจักถล่ม                    ทับถมจมสิ้นแสง
พื้นดินถิ่นสีแดง                       ฟ้าแต่งแต้มทะมึน
ลมครวญครางหวีดหวีว           แล่นลิ่ว, แดนแผ่นผืน
ถาโถมโหมโครมครืน                แตกตื่นตระหนกตาย

อลวนจ้าละหวั่น                       ตัวสั่นขวัญหนีหาย 
รุกล้ำล่วงทำลาย                        เกลื่อนกลายทั่วเกาะกง
เรือนเซบ้านเพพัง                      เสียงสั่งร้องเสียงส่ง
รันทดต้องปลดปลง                   เจาะจง, พร่าชีวิต   

ฝูงชนเหม่อมองฟ้า                    ขวัญผวาล้าในจิต
จังงัง, สิ้นความคิด                     มืดมิด, ขุมนรก
สายลมสงบเงียบ                        เย็นเยียบยังหัวอก
หวาดหวั่นงะงันงก                     แสนสะทกสะท้านจำ   

พระเจ้าเศร้าแสนโศก                  แสนวิโยคโลกเอียงคว่ำ
แสนคนทนระกำ                         แสนนำน้ำตานอง
แสนล้านผลาญจนยับ                 แสนซับน้ำตาผอง
ซากศพพบก่ายกอง                    ระกะท้องทะเลกลืน

ฝูงนกตกใจฟ้า                            แลโลกหล้าสะอึกสะอื้น
กลบทับไม่กลับคืน                     ขมขื่นดวงวิญญาณ   
โดมเคลื่อนสะเทื้อนทั่ว               เมฆมัวปิดบังม่าน
เพลงคลื่นบรรเลงลาญ               เพลงกาลบรรเลงรับ


 
      แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าถล่มชายฝั่ง
บนเกาะซูลาเวซีของอินโดนีเซีย  มีผู้เสียชีวิตกว่า ๑,๒๐๐ คน 
                           ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑
                        แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีจอ   

(https://i.ibb.co/7nRWbKJ/plm88.gif) (https://imgbb.com/)

๏ ประจงอ่านสำราญจิต   
คะนึงคิดแสวงใด
                 เสน่หาอุราไหว                 
ขยายผลกมลศานติ์

๏ จรัสคามประณามพจน์
ประจำบท "เชลงกาล”
  อะเคื้อพราวอะคร้าวนาน 
จรุงขวัญนิรันดร..

..พี.พูนสุข..

emo_50 "ขอยกตัวอย่างเพียง ๔ เรื่อง จาก ๗๕ เรื่อง ราคา ๑๕๐ บาทเท่านั้นเอง.."  emo_50






หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 25 มิถุนายน 2019, 09:16:PM
คละคลื่นยักษ์ ประจักษ์เป็น
วิบัติเห็น อนาทร
ระทึกล้น ประชากร
สละกาย กระจายใจ
____________

ทุกผู้ที่รู้ชัด  สองหัตถ์ทั้งใกล้ไกล
ทั้งเทศและผองไทย  รวมไปดำเนินการ
หมอเน้น ดี เอ็น เอ  ทุ่มเทความชำนาญ
จัดยาพยาบาล   ทุกงานร่วมมือกัน

ต่างหน่วยต่างช่วยเหลือ  โอบเอื้อบำรุงขวัญ
ด้วยรักและผูกพัน   ทุกข์นั้นบรรเทาลง
องค์กรเอกชน   เริ่มขนสิ่งของส่ง
ตามเหตุเจตจำนง   ถึงตรงผู้พบภัย

เนิน จำราย








หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 26 มิถุนายน 2019, 09:27:AM
       
เชลงกาล - สินไซ อีสาน
emo_79 emo_79

                      ก้อยกะปอม

กลอนอ่านวชิรปันตีอีสาน

ดินแล้งกันดารเบื้อง                      ผืนแผ่นธรณี
อาหารมีแต่แคลน                         ถิ่นปลานาน้ำ
เรามานำกันเข้า                             หากินพงใหญ่
ร้อนนั่งใต้กกไม้                            มองขึ้นสบบน

แลตามโคนกิ่งก้าน                        หากอาจหนเห็น
กะปอมก่าเป็นตัวลาย                    อวดคอต่อตั้ง*
จักเกี่ยวรั้งเอาไว้                             จ้องรอคอยอยู่
ตามองดูห่างนิ่ง                             นิ่งไว้อย่าเผลอ

หากเมื่อเจอเท้าเทียบ                      ใกล้ห่างพอควร
พอถึงจวนได้ที่                              ไผ่ยาวยื่นไว้
บ่วงปลายไม้เงื่อนง้ำ                       คล้องคอดิ้นด่าว
ชักเข้ามาปลดเชือก                         พวงร้อยบ่หาย

ได้หลายตัวต่อพวง                          ถึงด่านสังหาร       
ปิ้งถ่านไฟหอมหวน                         กรุ่นอวลตรลบเหย้า
ป้องมือสับใส่หม้อ                            ปรุงหอมโชยกลิ่น
ร่วมกันกินสุขล้น                              แซบแท้อิ่มหนำ

ลองลิ้มคำล้วนให้                              แทบหลุดใจหมด
รสชาติถูกปากแสน                           หมู่มวลพี่น้อง   
อาหารของคนยาก                             แดนดงราวป่า
หน้าร้อนเราบ่สิ้น                               แหล่งเนื้อบ่อนหา

กะปอมก่าป่าตึกตั้ง                            นั่งเหม่อตามอง
ปลอกคอทองเลื่อมวาว                       สงบกายหยาบกร้าน 
ซุกซ่อนด้านชั่วชั้น                             เชิงเร้นบ่ายเบี่ยง
พบเพียงผิวสากด้าน                           ลอกคราบเปี่ยนสี

ซอกซอยมีแยกย่าน                            หากอาจหนเห็น
แฝงบังเงาสิ้นลาย                                หลบอายแอบข้าง
หลายตัวพรางลับลี้                              หมายตาคอยอยู่
ชูคอขึ้นหมดแล้ว                                 บ่วงคล้องกระตุกห้อย


เฉือนเนื้อซอยสับก้อย                          เลิศลิ้นอิ่มหนำ


      พ่อครัวตัวน้อยโชว์ปรุงเมนูเด็ดสไตล์อีสาน  “ก้อยกะปอม”
                                ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
                            ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา

                *กะปอมก่า (ถิ่นอีสาน) คือ กิ้งก่าชนิดคอสีคราม

(https://i.ibb.co/Vtf8Hrr/plm88.gif) (https://imgbb.com/)
๏  ประจงจัดมนัสพ้อง
ระเบียบจองสลับเรียง
ผสานศิลป์กวินเสียง
มโนนึกผนึกคำ
        ..พี.พูนสุข..




กะปอมป่า ประสาถิ่น
ตะครุบกิน ก็อิ่มหนำ
แตะข้าวเหนียว คละคลุกกำ
อร่อยลิ้น ประทินคอ

มโนนึก มนัสน้อม
บุราณพร้อม แสวงหนอ
ประหยัดทรัพย์ และเพียงพอ
ดนูรับ ขยับตาม

เนิน จำราย





หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: @free ที่ 30 มิถุนายน 2019, 08:37:PM
 
     yZJNsj1iD-g
     

 


  ม.ล. ปิ่น มาลากุล



ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้
ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา
ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา
รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย

อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ
เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส
อีกดนตรีร่ายรำลวดลายไทย
อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน

และอย่าลืมจิตใจแบบไทยแท้
เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน
กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์
ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย

แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ
ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน
เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย
นี่แหละประโยชน์ในประเพณี

ได้รู้เช่นเห็นชัดสมบัติชาติ
เหลือประหลาดล้วนเห็น
เป็นศักดิ์ศรี
ล้วนไทยแท้ไทยแน่ไทยเรามี
สิ่งเหล่านี้คือวัฒนธรรม



 


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 01 กรกฎาคม 2019, 04:55:PM

ประจงประเจิดประดิษฐ์คำ
มโนกระทำสถานกาล
ระลึกพระคุณนิรันดร์ขาน
มุมั่นจะหาญเผด็จ"กู"

จะรักจะเกื้อสกลชน
พระธรรมลุผลประจักษ์สู่
"ระทม"ประสบประโยชน์รู้
ลุสันติผู้สงบครัน



หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: พี.พูนสุข ที่ 05 กรกฎาคม 2019, 08:11:PM
 emo_79 emo_79

บทร้อยกรองที่คุณtoshare แต่งมานั้น

เขาเรียกว่า มุทิงคนาทฉันท์ ๑๔
แปลว่า ฉันท์ที่มีกำเนิดจากเสียงตะโพน


ตัวอย่าง

  ๏ พระจันทร์กระจ่างสว่างศรี           ณ ลพบุรีฤดูหนาว
             บุรุษสตรีก็เกรียวกราว                      สนุก ณ คราวรำโทนไทย

      ๏ ป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะโท่นโท่น             บุรุษสิโอนสะเอวไหว
อนงค์นำเคลื่อนเขยื้อนไป                  สะบัดสไบวิไลตา


..บทหนึ่งมี ๒ บาท  บาทหนึ่งมี ๒ วรรค  วรรคละ ๗ คำ
..คำที่ ๑  ที่ ๓ และที่ ๕  เป็นลหุ นอกนั้นเป็นครุ เหมือนกันทุกวรรค
.. ส่งสัมผัสแบบกลอนสุภาพ

ผู้คิดประดิษฐ์ฉันท์นี้ คือ สุภร  ผลชีวิน

(https://i.ibb.co/kq4ZvC1/plm88.gif) (https://imgbb.com/)


หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 05 กรกฎาคม 2019, 10:32:PM

เผดียงผสานสมานขับ   ลุแบบฉบับมุทิงค์ฯหนา
ดนูคำนับผิพลาดมา   ประสีประสามิรู้ความ

สนุกสนานจะขานไข   ละเมียดละไมตระกูลฟ่าม
มิขัดมิข้องสนองตาม  กะกึ่งประคามก็เลิกรา

เนิน จำราย




หัวข้อ: Re: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 09 กรกฎาคม 2019, 09:53:AM
*** ขอบคุณ คุณ พี.พูนสุข ยิ่งครับ ***


จง เชื่อ หวัง รัก

@ จง มุมั่น ณ กาลสถาน
เชื่อ สิขาน ธ สรรค์เพราะรัก
หวัง ลุแมน "กระทำ" ประจักษ์
รัก "ระทม" ขจัด สิ"กู"

สมานะฉันท์ ๗