กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
17 กรกฎาคม 2024, 11:24:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10
 51 
 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2023, 07:54:AM 
เริ่มโดย toshare - กระทู้ล่าสุด โดย toshare


@ ค ล ค
ล ค ค
ค ล ค
ล ค ค

ขอขอบคุณ # 7511548*
ที่แนะนำ ชื่อฉันท์ ครับ
* คุณชำนาญ

@ เช้า สว่าง
กระจ่าง หน
เตือน สิตน
กระทำ งาม

@ เช้า ผลิ"ใหม่"
ไสว คาม
ใฝ่ มุถาม
สะบั้น "กู"






 52 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2023, 06:02:AM 
เริ่มโดย แป้งน้ำ - กระทู้ล่าสุด โดย แป้งน้ำ




.. . เคยได้ยินประโยคที่ว่า . ..
คนเราจะมีเวลา . .. ให้กับสิ่งสำคัญเสมอ
คนเราจะไม่ลืมความประทับใจที่เคยได้เจอ
มันจะเป็นความทรงจำที่สวยงามเสมอ . .. ไม่ว่านานเท่าไร

.. . ตัวฉันก็เป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นแบบนั้น . ..
จึงวนเวียนอยู่ในที่ที่สำคัญ . .. ไม่จากไปไหน
เฝ้าดูคนเขียนฝันที่ผ่านแล้วผ่านไป
ด้วยหวังว่าสักวันคงพบกันใหม่ . .. อีกครา

.. . แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างฝัน . ..
หลายชื่อนับพันวัน . .. ยังหายหน้า
รอจนดาวหางฮัลเล่ย์โคจรมาเยือนโลก . .. คุณก็คงจะยังไม่กลับมา
เพราะมีสิ่งอื่นน่าทำกว่า . . การกลับมา “บ้านกลอนไทย”

บ้านกลอนไทย . .. คงเป็นพื้นที่ที่ใคร-ใครก็ลืม
แม้แต่คนที่ฉันเคยปลื้ม . .. ก็ยังเงียบหาย
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจากเป็นหรือจากตาย
คำถามที่วนเวียนในหัวมากมาย . ..
คนที่จะทำให้หายสงสัยได้ . .. ก็มีเพียงแค่ “คุณ”~*




 53 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2023, 05:11:AM 
เริ่มโดย ไผ่เดียวดาย - กระทู้ล่าสุด โดย แป้งน้ำ


แหวนที่ไร้เจ้าสาว . . . ก็ยังเอาแหวนไปขายแลกเงินได้
หรือจะเก็บไว้รอรักครั้งใหม่ . .. รอคนที่เห็นคุณค่า
คุณค่าของมันมีแต่จะทวีเพิ่มราคา
แต่สาวที่ไร้เจ้าบ่าวนี่สิ . .. ชอกช้ำกว่า~
ใช้ทั้งชีวิตตามหา . .. ก็ยังไม่เจอ

ที่เห็นว่าเป็นโสด . . ไม่ใช่สมัครใจ
แต่เป็นเพราะยังไม่มีใคร .. . จริงจังเสมอ
ป้าข้างบ้านก็เผือกตลอดว่า “ทำไมยังไม่แต่งงานล่ะเธอ”
ถ้าหาหลัวมันง่ายเหมือนกับการสั่งยำสามเกลอ~
ฉันคงออเดอร์ผ่านแกร๊บฟูดมารัว-รัว~*

ซุบซิบนินทา






 54 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2023, 04:38:AM 
เริ่มโดย เฮยอิง - กระทู้ล่าสุด โดย แป้งน้ำ


สายลมยังพัดโบกทักทาย
เกลียวคลื่นยังซัดคืนผืนทราย . .. เสมอ-เสมอ
ดวงตะวันยังสลับกับดวงจันทร์ทำหน้าที่~
. .. ให้โลกใบนี้งามเลิศเลอ
เหมือนดวงใจฉันที่ไม่เคยไผลเผลอ .. . ลืมเธอเช่นกัน

ไม่ว่านานแค่ไหนฉันก็ยังอยู่ตรงนี้
เพียงเธอหวนกลับมานะคนดี . .. ก็จะเจอฉัน
ได้ไหม? ขอให้เราเป็นที่พึ่งสุดท้ายของกันและกัน
จะอยู่ในฐานะอะไรก็ได้ทั้งนั้น~
.. . ขอแค่ยังมีกันและกัน . .. ก็พอ~*

แหะๆ .. . ไม่ได้เล่นเฟสบุคนานจนลืมรหัสผ่านอ่ะค่ะ
นี่ถ้าลืมรหัสบ้านกลอนหรือบ้านกลอนปิดไปก็คงหายสาปสูญไปจากชีวิตเฮยอิงเลยแหละ
TikTok, Ig ก็ไม่ได้เล่น ทำงาน กลับบ้าน ดูแมะ ดูโหนย้อนหลัง วนไปแบบนี้ทุกวัน
ขอบคุณนะคะที่ยังนึกถึงกันเสมอ ~*

 อายจัง

 55 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2023, 03:38:AM 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย แป้งน้ำ



วันคืนที่ ผ่านไป พาใจเศร้า
ยังไร้เงา คนดี ที่เป็นเพื่อน
คนที่เคย บอกว่า จะมาเยือน
หลายปีเดือน เคลื่อนคล้อย รอคอยเธอ

คนคนนั้น เคยเวียน เขียนกลอนทัก
และสอนฉันทลักษณ์ ให้เสมอ
เคยคิดว่า อย่างไร คงได้เจอ
ก็รอเก้อ เคว้งคว้าง ข้างบ้านกลอน

โลกออนไลน์ ตอนนี้ มีหลายช่อง
เลยเลิกส่อง เว็บไซด์ ไม่เหมือนก่อน
คงลืมคน คอยไว้ ไม่อาทร
แม้เว้าวอน ให้กลับ ก็ลับตา.





 56 
 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2023, 06:21:PM 
เริ่มโดย @free - กระทู้ล่าสุด โดย @free
     

     ส่วนที่1 กล่าว
บุษบา   

       


      แต่งกลอนกลบทครั้งแรก เรียนจาก ครู “คอนพูทน”
           กบเต้นสามตอน

กล่อมไพร
๏ แรมทางร่างถ้อยร้อยถัก
โชยลมชมลักษณ์ชักหลง
บัวจางบางจันทร์บรรจง
เสกขานสานคง..ส่งคำ


๏ ชื่นห่มชมห่อช่อเหิน
เพียงชิดพิศเชิญเพลินฉ่ำ
พลอยรินพิณเร่งเพลงรำ
คืนพราวคราวพร่ำ..ค่ำไพร


๏ มืดล่องมองลานม่านเลื่อน
รอยหมายรายเหมือนเรือนไหม
อุ่นจันทร์อันจรอ้อนใจ
ชุ่มเน้นเช่นใน..ใช่นี้


๏ วาดฟ้าว่าฟ้อนวอนฝัน
กรุ่นน้อมกล่อมนั่นกลั่นนี่
แขดวงควงดลคนดี
ศิลป์ช้อยสร้อยชี้..ศรีชม


๏ กลางไพรไกลเพื่อนเกลื่อนพร่าง
เพลินสรรพลันสร้างพลางสม
เชิญครวญชวนคลายฉายคม
ผ่องเถิดเพริศถม..พรหมทัก


๏ จารพจน์จรดเพียงเจรียงผอง
ขัดสานขานซ้องครองศักดิ์
หยาดนิ่มยิ้มนวลยวนนัก
โปรดรินปิ่นรักษ์..ปักเรียง ๚ะ๛
                 คอนพูทน


เมื่อรักมักร่ามาร่าย
เชิงยักชักย้ายชายหยิง
เริงอ้อนร่อนอ้างร่างอิง
ช่างยวนชวนยิ่งชิงเย้า

สุดร้างสร่างรินสิ้นรัก
เมินสิ้นหมิ่นศักดิ์มักเศร้า
เสียรอยสร้อยร้องสองเรา
มัวท่องหมองเท่าเมาๆทาง
                             @free


          กลอนแปดสัมผัสพัฒนา
                             
               กลอนวันนี้ยากมาก ยากจริง เขียนแลัวติด ติดแล้วแก้ แก้วแล้วรื้อเขียนใหม่ อยู่หลายวัน ยากระดับเดียวกับ คิดแล้วติดขัดกลอนแปดสัมผัสรอบแรก จนต้องเลิกเขียนกลอนไปหลายปี เกือบเลิกไปตลอดชีวิต
          การแก้ไขแปดสัมผัสครั้งแรก ใช้คำคู่สร้อยจากกลบทสร้อยคู่สักคราญ เพื่อต้องการคำสร้อย มาส่งสัมผัสกันแทน ตำหรือวลีที่เป็นสามพยางค์ แต่ว่าผมสลับคู่คำสร้อยวางไว้ต้นวรรคโดย คำสร้อยคู่หนึ่งอยู่ที่วรรค1กับวรรค3  อีกคู่หนึ่งอยู่ที่วรรค2 กับวรรค4
กลายเป็นการส่งสัมผัสข้ามวรรค แบบวรรคเว้นวรรค ซึ่งพูดได้ว่า ไม่มีผังสัมผัสแบบนี้ ในฉันทลักษณ์กลอนใดๆ
จึงจะต้องพัฒนา ให้คำแปดสัมผัส ครบอยู่ในวรรคเดียวกันทุกวรรค
และพบว่ากลบทสร้อยสลับคู่สะคราญ ไม่สามารถนำมาแต่งเป็นแปดสัมผัสได้

นึกถึงกลบทกบเต้น เพราะครู คอนพูทน บอกว่า ยังมีกบเต้นที่เป็นสามพยางคฺ์.
นึกอยู่ว่าจะนำมาใช้กับกลอนแปดสัมผัส

       

ค้นหาดูจนพบ
            กลบทกบเต้นสลักเพชร   คำ/ประพันธ์ในตำรากลบทiศิริวิบุลกิตติ์


             ใจรำคิดจิตรรำคาญจ้านแรงแค้น                                           โศกอกเหน้าเศร้าอกแน่นแสนอางขนาง                                  เจ็บทรวงร้อนจรทรวงรักจักทรงร้าง                                               สุดใจหมางส่างจิตรหมายสายจวนมรณ์
               
ใจแรกหากจากรักหวนจวนร่ำหา                                               รักใจถ้าราใจถึงรึงใจถอน                                          สุดจะแรงแสงจะรั้งสั่งจักรอน                                               กำม์มาทอนก่อนมากแท้แก้มือแทน……

เป็นกลอนเก้า มีข้อน่าสังเกตุว่า ส่งสัมผัสระหว่างวรรคโดย คำสุดท้ายของวรรคแรก ส่งสัมผัสไปได้ทั้งคำทีสามหรือคำที่หกของวรรคหลัง

อย่างไรก็ตาม คิดว่านำมาแปลง เป็นสร้อยสลับคู่สะคราญแปดสัมผัสได้ ด้วยการตัดคำในทุกวรรคพเหลือแปดคำ และ เพื่อไม่ให้ดูรกสัมผัส ควรตัดสัมผัสลงหนึ่งตำแหน่งทึ่ตำที่หกกับคำที่เจ็ด หรือไม่ตัดก็ ”ตามใจ”





ส่วนที่2 กลอน



    ......มาเมื่อตอนโสดไซร้เมียไม่มี....


               
     กบเต้นสามตอน

ไพรสงบพลบสงัดผลัดสงวน   ครูทบครบถ้วนครวญถี่
วารเร่เวลาวารี   หวังแพรวแววพลีกวีไพร

กบเต้นสลักเพชร

คำบาทกลค้นบทกานท์ขานแบบก่อ   เริ่มแตกหน่อรอเติบเนียนเรียนแต่ไหน   
ขีดใช้เวียนเขียนช่องวงคงชื่อไว้   คนผู้ไทย(เชื้อ)ไขภูธรคอนพูทน

กบเต้นสร้อยสลับคู่แปดสัมผัส

สายลมหนาวสาวและหนุ่มเกรงกรุ่น     รักมักวุ่นรุนเหมือนวัยสับสน
สายลมหนอส่อลาแนวผ่านพ้น     รักมักวนรนเมื่อวันจากจร

เตือนเรื่องจริงติงรู้จรรจ์กลกานท์    คิดเพื่อสมานชานเพียงเสมือนสื่อสอน 
เตือนเรื่องจำตำราแจงเกลากลอน   คิดเพื่อสมรค่อนเพื่อหมายคอยเคียง
 
ลมหนาวแปรแลนางแปลงหันหวล     แผกสำนวนผวนสำเนาหลบเลี่ยง
ลมหนาวปรวนรวนหนอเปลี่ยนเมินเมียง    แผกสำเนียงเพียงเสียนางครางครวญ



             [cenemo_79[/center]

 57 
 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2023, 04:44:PM 
เริ่มโดย ไผ่เดียวดาย - กระทู้ล่าสุด โดย ไผ่เดียวดาย

อยากโทษฟ้าโทษดาวเมื่อสาวเปลี่ยน
น้ำตาเทียนหมดลงคงหมดแสง
ไฟแห่งรักดับไปใจหมดแรง
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ใหญ่ทำใจพัง

ที่ขอให้รอกันมันคงนาน
เป็นทางผ่านเมื่อเธอเจอความหวัง
เขามีเงินมากล้นบนกองคลัง
แค่เธอสั่งพร้อมจะมอบตอบประเคน

ผิดกับคนหาเช้าร้าวดวงจิต
เก็บออมนิดลำบากแสนยากเข็ญ
หยาดเหงื่อไหลตามทางไม่ว่างเว้น
กว่าจะเห็นอนาคตคงหมดแรง

แหวนวงนี้อุตส่าห์ว่าจะให้
แทนหัวใจวาดฝันงานวันแต่ง
จำต้องเก็บซ่อนไว้ไม่แสดง
เทียบแหวนแพงในมือเขาแค่เงาดิน

อยากใช้สิทธิ์แฟนเก่าไปเห่าหอน
แต่ร้าวรอนจึงปล่อยถอยหมดสิ้น
แหวนที่ไร้เจ้าสาวหนาวชีวิน
น้ำตารินแอบมองเขาเข้าวิวาห์

#ไผ่เดีียวดาย#
12.12.23


 58 
 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2023, 03:03:PM 
เริ่มโดย โซ...เซอะเซอ - กระทู้ล่าสุด โดย โซ...เซอะเซอ



…หากแม้น…
(“IF” :  Poem By Rudyard Kipling)


“ If you can keep your head when all about you
    Are losing theirs and blaming it on you,
If you can trust yourself when all men doubt you,
    But make allowance for their doubting too;

If you can wait and not be tired by waiting,
    Or being lied about, don’t deal in lies,
Or being hated, don’t give way to hating,
    And yet don’t look too good, nor talk too wise:

If you can dream—and not make dreams your master;
    If you can think—and not make thoughts your aim;
If you can meet with Triumph and Disaster
    And treat those two impostors just the same;

If you can bear to hear the truth you’ve spoken
    Twisted by knaves to make a trap for fools,
    Or watch the things you gave your life to, broken,
    And stoop and build ’em up with worn-out tools:

If you can make one heap of all your winnings
    And risk it on one turn of pitch-and-toss,
And lose, and start again at your beginnings
    And never breathe a word about your loss;

 If you can force your heart and nerve and sinew
    To serve your turn long after they are gone,
And so hold on when there is nothing in you
    Except the Will which says to them: ‘Hold on!’

If you can talk with crowds and keep your virtue,
    Or walk with Kings—nor lose the common touch,
If neither foes nor loving friends can hurt you,
    If all men count with you, but none too much;

If you can fill the unforgiving minute
    With sixty seconds’ worth of distance run,
Yours is the Earth and everything that’s in it,
    And—which is more—you’ll be a Man, my son!”




หากแม้นเที่ยงธำรงมั่นคงสติ
ท่ามกลางกลุ้มรุมตำหนิพิจารณ์ทั่ว
ระลึกกรอบกรรมดีมีติดตัว
ม้างหม่นมัว แต่มิใช่ประมาทครัน

หากแม้นรออย่างมิย่อท้อระทด
พบคนปดสะกดห้าม ปดตามกลั้น
พบคนเกลียดยั้งเกลียดตอบ รอบรู้ทัน
อีกมิปั้นสรรค์ความเกินตามจริง

หากแม้นมีความฝัน จงหมั่นถนอม
แต่ใช่ยอมตามฝันทุกสรรพ์สิ่ง
มิปล่อยครอบงำดำริไร้ติติง
จนทอดทิ้งมิตรสัมพันธ์หว่างครรลอง

หากแม้นรื่นรมย์รับกับชัยชนะ
ก็พร้อมจะปราชัยไร้ขุ่นข้อง
ครั้นประสบพลั้งพลาดวินาศนอง
จงทอดมองทั้งสองอย่างมิต่างเลย

หากแม้นต้องอดทน คนกลิ้งกลอก
เที่ยวลวงหลอกเบือนบิด แล้วคิดเฉย
หากปี้ป่นของรัก ปรักเกย
ทนกอบกู้ให้งอกเงย ชดเชยอีกครั้ง

หากแม้นสิ้นสูญทรัพย์ค่า มหาศาล
ล่มมลาญในพริบตาดุจฟ้าสั่ง
ยืดยิ้มรับกับบรรลัยไม่จีรัง
โดยมิพลั้งปากตนบ่นเสียดาย

หากแม้นเรี่ยวแรงล้าเกินกว่ารับ
สิ้นแรงขับไปถึงซึ่งจุดหมาย
ปลุกหัวใจบากบั่นมั่นมิคลาย
จวบชีพวายจักขอสู้อยู่มิคร้าม

หากแม้นกล่าวท่ามกลางหว่างฝูงชน
ทรงสติมิลานลนจนเพ้อพล่าม
หากเยื้องย่างข้างกษัตริย์, สงัดงาม-
มิตื่นเต้นไปตามนามสมมุติ

หากแม้นมิตรแลศัตรูคู่อาฆาต
ก็มิอาจจ้วงเหน็บให้เจ็บสุด
หากแม้นเป็นที่พึงพาเหล่ามนุษย์
ก็หาใช่แบกมิหยุดจนทรุดทราม

หากแม้นแลกความผิดหวังประดังตี
ด้วยเพียงวิ่งหนึ่งนาทีที่สนาม
เหนือเบี้ยวบุบอุปโลกน์ สุข-โศกนิยาม
จึ่งสมนามเด็ดเดี่ยวดนู ผู้รู้ธรรม

…นำบทกลอนแปล “IF” Poem by Rudyard Kipling
ที่เคยแต่งไว้มาปรับปรุงแก้ไขใหม่…

โซ…เซอะเซอ
10 ธันวาคม 2566


 59 
 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2023, 09:11:PM 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย ดอกกระเจียว
เล่าปี่ไปงานเลี้ยงเคยถูกขู่ฆ่า
หนีตายไปถึงทุ่งนาโหรงเหรง
พบเด็กเป่าปี่ร้องเพลง
จึงว่านี่เอ็งเป็นสุขกระไร

จึงเล่าความที่มีต่อกัน
อันเราหนีตายมานั้นเจ้าคิดไฉน
เด็กพอรํู้ความจึงพาไป
พบสุมาเต้กโฮในกระท่อมนา

จนทราบความทุกอย่าง
อันเล่าปี่จะสู้สร้างปราถนา
ปกครองแผ่นดินปวงประชา
จึงถูกปองร้ายหมายชีวาเล่าความ
สุมาเต้กโฮจึงว่า
ทั้งแผ่นดินนี้หนาคนล้นหลาม
มีบังทองชีชีขงเบ้งหากได้ไว้ติดตาม
สักหนึ่งมิทุกข์ท่ามแม้การใด

เสวนากันจนจูล่งตามพบ
จึงร่ำลาหลีกหลบกันได้
แต่นั้นมาเล่าเฝ้าคิดทุกวันไป
อยากมีไว้สักหนึ่งเป็นอาจารย์

สรุปคือคนรู้น้อยหรือไม่รู้มักแต่กลัว
ต่างคนรู้รอบไปทั่วทุกสถาน
เมื่อใครหมายชีวิตไม่คิดการ
เผ่นลูกเดียวไม่เหลียวหลังสักงานเลย

แต่คนรู้รอบมักรอบคอบคิดใคร่ครวญ
ถูกผิดอันใดควรไม่ควรเอ่ย
ย่อมความกลัวดั่งนี้ไม่มีเลย
ย่อมสติสุดยอดเลยท่านผู้ชม

สามก๊กท่านหลอกว้านตงกล่าวว่าไว้
ดอกกระเจียวก็ว่าไปหวังสุขสม
แม้นอันใดให้เกิดอารมณ์ตรม
ขออภัยในระทมทุกประการ

ดอกกระเจียว



 60 
 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2023, 07:10:PM 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย ดอกกระเจียว
เปรียบกองซุนจ้านพลันพ่ายอ้วนเสี้ยว
คนเคยรักเคยกลมเกลียวเป็นสหาย
ก็ล้อมบ้านปิดเมืองทำอุบาย
ก่อนจะฆ่าลูกเมียแล้วฆ่าตัวตายตาม

หรืออุ๋ยเอี๋ยนคราวแพ้สุมาอี้
ก็หลีกหนีมิระวังเขตหวงห้าม
ก็บุกห้องห้องขงเบ้งพยาม
จะต่ออายุก็หมดความตั้งใจ

ตะเกียงดับความหวังของชีวิต
จึงมืดมิดเวรกรรมโอ้ไฉน
เป็นเรื่องราวกล่าวความเป็นไป
ตามสามก๊กว่าไว้อย่างนั้นเอง

บ้านเราถือกันมาก็ช้านาน
ผู้สูงกว่าครั้นแพ้การเงื่อนไข
ของคนด้อยกว่ามักอับอายมิคลายใจ
ขืนอยู่ไปยิ่งกว่าตายไร้เกียรติยศ

กองซุนจ้านจึงเชือดคอตัวตาย
ลูกเมียก็รับผิดร้ายสิ้นหมด
บทนี้คือหนทางทรยศ
คนคิดคดหมดสิ้นปัญญาแลสิ้นคิด

อีกอันอุ๋ยเอี๋ยนหมายถึงคนรู้น้อย
พ่ายแพ้มิยอมด้อยว่าตัวผิด
ผู้รับกรรมจึงได้แก่เพื่อนมิตร
ผู้แต่งแสร้งลิขิตว่า...เป็นคนมีความรู้ดีกว่า

เพราะรักจึงฆ่าที่เพียงฟัง
คงเป็นความผิดหวังหวังของคนสิ้นค่า
ที่มอบให้คนเคยรักกรุณา
และคนที่รู้น้อยด้อยปัญญามอบให้เพื่อนมิตร
หรืออาจคนที่รู้ดีมีปัญญา
มอบคุณค่าให้กับเพื่อนของเขาเอง(ฮา)


จากคนอ่านสามก๊ก เกิน 9 รอบจร้า ดอกกระเจียว



หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s