:+: น้ำค้างดลมนต์รัมภา :+:
ชุมชน บ้านกลอนไทย
22 พฤศจิกายน 2019, 04:38:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: :+: น้ำค้างดลมนต์รัมภา :+:  (อ่าน 13907 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
28 เมษายน 2012, 07:51:PM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« เมื่อ: 28 เมษายน 2012, 07:51:PM »
ชุมชนชุมชน



ขอบคุณภาพจาก wallpaperdreams ครับ

:+: น้ำค้างดลมนต์รัมภา :+:



น้ำค้างกลางสายหมอกขาวอันยาวนาน
แสนชื่นบานสายวัสสาทิวารุ่ง
หยดหยาดหนึ่งชโลมชะจนคละคลุ้ง
เจิ่งจรุงเย็นชื่นฉ่ำด้วยน้ำใจ

หยาดน้ำค้างกลางสายฝนระคนหนาว
ผกาพราวบานรองรับเจิ่งซับใส
กลีบระเรื่อแม่คะนิ้งเมื่อพริ้งใบ
ทำหัวใจก่นถวิลจนสิ้นแรง

พรมละอองน้ำกับนิ้วยามพลิ้วกลีบ
ดวงประทีบบนท้องฟ้าก็จ้าแสง
ส่องน้ำค้างที่นวลเนียนให้เปลี่ยนแปลง
กลีบดอกแห้งรอวสันต์อันรัญจวน

แดดส่องฟ้าผกาหอมพรมพร้อมสรรพ
บานรองรับดวงตะวันให้หันหวน
ธิดาน้อยคอยทายทักยามชักชวน
ในกลีบนวลบุษบาจากนารี

ถนอมนุชดุจรัมภารอหน้าฝน
บันดาลดลหอมชื่นชวนตรองถ้วนถี่
แม้บ่ายแล้วยังระรวยซึ่งสวยดี
สมกับที่เป็นดอกไม้บานในใจ

เย็นแล้วหนอตะวันพลบภุมร์หลบฟ้า
ช่อผกาอย่าถึงกับงอนหลับใหล
จะพรมพลิ้วมิเคยเหนื่อยจนเรื่อยไป
เหมือนน้ำใจมิเคยเหนื่อยจนเรื่อยมา

ค่ำคืนแล้วนะรัมภาวอนอย่าเหงา
ดอกไม้เราฝากพิทักษ์เพื่อรักษา
ฝากผีเสื้อที่โผผินเมื่อบินมา
มนต์รัมภาบอกฝันดีนะที่รัก..



รการตติ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ไม่รู้ใจ, อริญชย์, ยามพระอาทิตย์อัสดง, nisakorn, panthong.kh, เนิน จำราย, blues, กาญจนธโร, เศษเหล็ก//, ไพร พนาวัลย์, Prapacarn ❀, รพีกาญจน์, sunthornvit, สะเลเต, แป้งน้ำ, สุนันยา, กังวาน, D, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 23 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
28 เมษายน 2012, 09:15:PM
panthong.kh
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2983
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 8,610



« ตอบ #1 เมื่อ: 28 เมษายน 2012, 09:15:PM »
ชุมชนชุมชน


อยากจะเป็น ดอกไม้ แต่ไม่กล้า
กลัวน้ำตา อาบแก้ม แต้มเสียหนัก
ด้วยเราเป็น ดอกหญ้า ระอานัก
ต้อยต่ำศักิด์ เพียงดิน ถวิลครวญ

รอน้ำค้าง หยาดหยด รดมาบ้าง
มองทีไร ไร้ทาง พลางให้หวน
แสงอุษา สาดส่อง หมองเรรวน
สุดกำสรวล เสียสิ้น ใจภินท์พัง

กว่าจะถึง วสันต์ นั้นคงเศร้า
ด้วยว่าเรา แห่งเหี่ยว เปลี่ยวหมดหวัง
ทั้งน้ำค้าง น้ำฝน หล่นประดัง
แต่ก็ยัง ไม่ถึง ซึ่งผกา

คงทนรอ ต่อไป ไม่ไหวแล้ว
ฤทัยแป้ว แห้วแน่ แค่ดอกหญ้า
คงไม่เทียบ เทียมเท่า เจ้างามตา
เป็นดอกฟ้า ภูมริน บินร่อนชม
พันทอง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : อริญชย์, blues, ยามพระอาทิตย์อัสดง, กาญจนธโร, เศษเหล็ก//, ไพร พนาวัลย์, Prapacarn ❀, รการตติ, รพีกาญจน์, เนิน จำราย, sunthornvit, สะเลเต, แป้งน้ำ, ดาว อาชาไนย, กังวาน, D, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 21 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
28 เมษายน 2012, 09:29:PM
ยามพระอาทิตย์อัสดง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 691
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,437


~ ทุกถิ่นแถนแดนอักษร ~


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 เมษายน 2012, 09:29:PM »
ชุมชนชุมชน


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เนิน จำราย, panthong.kh, อริญชย์, blues, กาญจนธโร, เศษเหล็ก//, ไพร พนาวัลย์, Prapacarn ❀, รการตติ, รพีกาญจน์, sunthornvit, สะเลเต, แป้งน้ำ, กังวาน, D, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 20 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

อัสดง..ขอขอบคุณภาพสวยๆจากอินเตอร์เนต..
http://noisunset.blogspot.com/
Thinking about you makes me smile...
29 เมษายน 2012, 06:34:PM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #3 เมื่อ: 29 เมษายน 2012, 06:34:PM »
ชุมชนชุมชน


อยากจะเป็น ดอกไม้ แต่ไม่กล้า
กลัวน้ำตา อาบแก้ม แต้มเสียหนัก
ด้วยเราเป็น ดอกหญ้า ระอานัก
ต้อยต่ำศักิด์ เพียงดิน ถวิลครวญ

รอน้ำค้าง หยาดหยด รดมาบ้าง
มองทีไร ไร้ทาง พลางให้หวน
แสงอุษา สาดส่อง หมองเรรวน
สุดกำสรวล เสียสิ้น ใจภินท์พัง

กว่าจะถึง วสันต์ นั้นคงเศร้า
ด้วยว่าเรา แห่งเหี่ยว เปลี่ยวหมดหวัง
ทั้งน้ำค้าง น้ำฝน หล่นประดัง
แต่ก็ยัง ไม่ถึง ซึ่งผกา

คงทนรอ ต่อไป ไม่ไหวแล้ว
ฤทัยแป้ว แห้วแน่ แค่ดอกหญ้า
คงไม่เทียบ เทียมเท่า เจ้างามตา
เป็นดอกฟ้า ภูมริน บินร่อนชม
พันทอง



ขอเป็นเพียงดอกไม้ส่งไปถึง
มีฝูงผึ้งบินมาแทนผ้าห่ม
แม้จะเป็นดอกหญ้าเริงร่าลม
ก็ภิรมย์ชมรสหยดน้ำค้าง

ที่พรมพรายแต้มต่อกอดอกหญ้า
มนต์รัมภาแต้มไว้ไม่เคยห่าง
ดั่งแต้มกลีบดอกไม้ให้นวลปราง
มิให้จางร้างรักไปจากใจ

แม้จะรอสายวสันต์ในวันพรุ่ง
ทอดสายรุ้งเรียวรีสีสวยใส
คือมนตราพาคนึงซึ้งทรวงใน
ที่ผลิออกดอกใบในครั้งนี้

ขณะหนึ่งผีเสื้อบินมาเกาะ
ก็จำเพาะดำรงอยู่คงที่
ด้วยนางฟ้ารัมภามาปราณี
ให้ฝันดีชื่นฉ่ำดั่งน้ำค้าง



รการตติ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : อริญชย์, ยามพระอาทิตย์อัสดง, sunthornvit, panthong.kh, รพีกาญจน์, สะเลเต, แป้งน้ำ, เนิน จำราย, ดาว อาชาไนย, กังวาน, D, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, blues, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 18 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
29 เมษายน 2012, 06:35:PM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #4 เมื่อ: 29 เมษายน 2012, 06:35:PM »
ชุมชนชุมชน



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : อริญชย์, เนิน จำราย, ยามพระอาทิตย์อัสดง, sunthornvit, panthong.kh, รพีกาญจน์, สะเลเต, แป้งน้ำ, ดาว อาชาไนย, กังวาน, D, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, blues, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 18 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
29 เมษายน 2012, 09:07:PM
ยามพระอาทิตย์อัสดง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 691
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,437


~ ทุกถิ่นแถนแดนอักษร ~


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 เมษายน 2012, 09:07:PM »
ชุมชนชุมชน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, สะเลเต, รการตติ, แป้งน้ำ, sunthornvit, เนิน จำราย, กังวาน, D, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, ลมหนาว, blues, อริญชย์, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 16 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

อัสดง..ขอขอบคุณภาพสวยๆจากอินเตอร์เนต..
http://noisunset.blogspot.com/
Thinking about you makes me smile...
30 เมษายน 2012, 03:42:PM
สุนันยา
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 799
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,805


ความรักของฉัน อยู่ในบทวี จบบทกวี ก็ไม่มีความรัก


« ตอบ #6 เมื่อ: 30 เมษายน 2012, 03:42:PM »
ชุมชนชุมชน



ขอบคุณภาพจาก wallpaperdreams ครับ

:+: น้ำค้างดลมนต์รัมภา :+:



น้ำค้างกลางสายหมอกขาวอันยาวนาน
แสนชื่นบานสายวัสสาทิวารุ่ง
หยดหยาดหนึ่งชโลมชะจนคละคลุ้ง
เจิ่งจรุงเย็นชื่นฉ่ำด้วยน้ำใจ

หยาดน้ำค้างกลางสายฝนระคนหนาว
ผกาพราวบานรองรับเจิ่งซับใส
กลีบระเรื่อแม่คะนิ้งเมื่อพริ้งใบ
ทำหัวใจก่นถวิลจนสิ้นแรง

พรมละอองน้ำกับนิ้วยามพลิ้วกลีบ
ดวงประทีบบนท้องฟ้าก็จ้าแสง
ส่องน้ำค้างที่นวลเนียนให้เปลี่ยนแปลง
กลีบดอกแห้งรอวสันต์อันรัญจวน

แดดส่องฟ้าผกาหอมพรมพร้อมสรรพ
บานรองรับดวงตะวันให้หันหวน
ธิดาน้อยคอยทายทักยามชักชวน
ในกลีบนวลบุษบาจากนารี

ถนอมนุชดุจรัมภารอหน้าฝน
บันดาลดลหอมชื่นชวนตรองถ้วนถี่
แม้บ่ายแล้วยังระรวยซึ่งสวยดี
สมกับที่เป็นดอกไม้บานในใจ

เย็นแล้วหนอตะวันพลบภุมร์หลบฟ้า
ช่อผกาอย่าถึงกับงอนหลับใหล
จะพรมพลิ้วมิเคยเหนื่อยจนเรื่อยไป
เหมือนน้ำใจมิเคยเหนื่อยจนเรื่อยมา

ค่ำคืนแล้วนะรัมภาวอนอย่าเหงา
ดอกไม้เราฝากพิทักษ์เพื่อรักษา
ฝากผีเสื้อที่โผผินเมื่อบินมา
มนต์รัมภาบอกฝันดีนะที่รัก..



รการตติ






หยดน้ำค้างพร่างพรมกลางลมหนาว
ละอองพราว คราวหล่น มายลทัก
เกาะยอดใบไม้ซึ่ง พึงตระหนัก
ดุจเย้าหยอก บอกรัก ทักทายจินต์

แม้คำเปรยเอ่ยโลม โฉมนางสรวง
ประทับทรวงบ่วงใจ หทัยถวิล
สายลมโบยระบัด พัดรวยริน
หอมประทิ่น กลิ่นกรุ่น….ละมุนละไม

พิรุณโรย โปรยซับ ดุจรับช่วง
น้ำค้าง ร่วง รั้งหยุด ฉุดหวั่นไหว
โอ้ รักเอย หาเทียบ เปรียบสิ่งใด
ฤๅ..เท่าใจ ใครหนึ่ง รำพึงพา

ตั้งแต่รุ่ง อรุณ อุ่นแสงอ่อน
ถึงเมื่อตอน สุรีย์พราก จากเวหา
รัตติกาล กลับหวน ทวนอีกครา
ดวงดารา มาเยือน เป็นเพื่อนกัน

ยังคงพร่ำ คำครวญ อวลไอรัก
ให้ประจักษ์ ถึงใจ ที่ใฝ่ฝัน
หอมรำเพย เชยรัมภา น่าอัศจรรย์
ครั้งปางบรรพ์ คงเคยอยู่ เป็นคู่ครอง

ราตรีหนึ่ง ตรึงหทัย ซึ้งในค่า
เพียงหลับตา ยังรู้ ผู้สนอง
จะฝันถึง หนึ่งเธอ ที่เพ้อปอง
อย่าได้หมอง ฤดี นะ….ที่รัก….

“สุนันยา”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : sunthornvit, รพีกาญจน์, รการตติ, panthong.kh, ยามพระอาทิตย์อัสดง, เนิน จำราย, ดาว อาชาไนย, กังวาน, D, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, บัณฑิตเมืองสิงห์, สะเลเต, blues, อริญชย์, sucklife

ข้อความนี้ มี 16 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ชะตาชีวิต ลิขิตผกผัน....ดิ้นรนฝ่าฟัน..เพื่อฝันที่มี
30 เมษายน 2012, 07:15:PM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #7 เมื่อ: 30 เมษายน 2012, 07:15:PM »
ชุมชนชุมชน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : panthong.kh, ยามพระอาทิตย์อัสดง, เนิน จำราย, sunthornvit, รพีกาญจน์, กังวาน, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, สุนันยา, บัณฑิตเมืองสิงห์, สะเลเต, ลมหนาว, blues, อริญชย์, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 16 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
30 เมษายน 2012, 11:18:PM
Prapacarn ❀
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1148
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,438


♥ แกร่งกล้า..ประภาคาร.. ตระหง่านตั้ง.. ณ ฝั่งคอย ♥


« ตอบ #8 เมื่อ: 30 เมษายน 2012, 11:18:PM »
ชุมชนชุมชน


.................................
ค่ำคืนแล้วนะรัมภาวอนอย่าเหงา
ดอกไม้เราฝากพิทักษ์เพื่อรักษา
ฝากผีเสื้อที่โผผินเมื่อบินมา
มนต์รัมภาบอกฝันดีนะที่รัก..
"รการตติ"


ขอบคุณภาพจาก  Internet ค่ะ

ผ่องอำไพรัมภาท่ามฟ้าหม่น
กลางสายฝนร้อยคำลำนำถัก
บรรเลงเพลงหวามไหวมาทายทัก
ห่มห้วงรักแสนหวานซาบซ่านจินต์

เมื่อดอกใบพริ้วหวั่นด้วยสั่นหนาว
รักผ่านดาวโอบประคอง...กลบหมองสิ้น
คือรอยแผ่วแววเกล็ดดั่งเพชรนิล
จากยุพินรัมภามาห่มทรวง

ที่ปลายฟ้าทอแสงแห่งดาวใส
กระพริบไหวดาวแซมจะแจ่มสรวง
ชวนเพื่อนดาวจากราวฟ้ามาร้อยพวง-
มาลัยร่วงพร่างพราวแต้มราวฟ้า

กานท์กวีกล่อมขวัญในวันเหงา
ฝากบอกเจ้าคนดีที่ครวญหา
ว่ามนต์รักกรุ่นไมตรีที่ส่งมา
ดวงดาราฝากตอบว่าขอบคุณ

แซมค่ะ


มาต่อปลายแถวค่ะ  แซมเปื่อยซะหลายวัน...
เขียนกลอนไม่ออกเลย.. ♥

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, กังวาน, panthong.kh, D, sunthornvit, พี.พูนสุข, รการตติ, สุนันยา, บัณฑิตเมืองสิงห์, สะเลเต, เนิน จำราย, ลมหนาว, blues, อริญชย์, sucklife

ข้อความนี้ มี 15 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

Take my love, take my land
Take me where I cannot stand
I don't care, I'm still free
You can't take the sky from me..
01 พฤษภาคม 2012, 03:57:AM
panthong.kh
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2983
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 8,610



« ตอบ #9 เมื่อ: 01 พฤษภาคม 2012, 03:57:AM »
ชุมชนชุมชน


อยากจะเป็น ดอกไม้ แต่ไม่กล้า
กลัวน้ำตา อาบแก้ม แต้มเสียหนัก
ด้วยเราเป็น ดอกหญ้า ระอานัก
ต้อยต่ำศักิด์ เพียงดิน ถวิลครวญ

รอน้ำค้าง หยาดหยด รดมาบ้าง
มองทีไร ไร้ทาง พลางให้หวน
แสงอุษา สาดส่อง หมองเรรวน
สุดกำสรวล เสียสิ้น ใจภินท์พัง

กว่าจะถึง วสันต์ นั้นคงเศร้า
ด้วยว่าเรา แห่งเหี่ยว เปลี่ยวหมดหวัง
ทั้งน้ำค้าง น้ำฝน หล่นประดัง
แต่ก็ยัง ไม่ถึง ซึ่งผกา

คงทนรอ ต่อไป ไม่ไหวแล้ว
ฤทัยแป้ว แห้วแน่ แค่ดอกหญ้า
คงไม่เทียบ เทียมเท่า เจ้างามตา
เป็นดอกฟ้า ภูมริน บินร่อนชม
พันทอง



ขอเป็นเพียงดอกไม้ส่งไปถึง
มีฝูงผึ้งบินมาแทนผ้าห่ม
แม้จะเป็นดอกหญ้าเริงร่าลม
ก็ภิรมย์ชมรสหยดน้ำค้าง

ที่พรมพรายแต้มต่อกอดอกหญ้า
มนต์รัมภาแต้มไว้ไม่เคยห่าง
ดั่งแต้มกลีบดอกไม้ให้นวลปราง
มิให้จางร้างรักไปจากใจ

แม้จะรอสายวสันต์ในวันพรุ่ง
ทอดสายรุ้งเรียวรีสีสวยใส
คือมนตราพาคนึงซึ้งทรวงใน
ที่ผลิออกดอกใบในครั้งนี้

ขณะหนึ่งผีเสื้อบินมาเกาะ
ก็จำเพาะดำรงอยู่คงที่
ด้วยนางฟ้ารัมภามาปราณี
ให้ฝันดีชื่นฉ่ำดั่งน้ำค้าง



รการตติ




ภูมริน บินร่อน มาตอนเช้า
เห็นว่าเรา ดอกหญ้า พาเมินหมาง
ไม่สนใจ ใยดี หลีกลี้ทาง
ปล่อยอ้างว้าง โดดเดี่ยว อยู่เดียวดาย

ด้วยเหตุว่า ต่ำต้อย แสนน้อยค่า
ไม่ต้องตา ต้องฤทัย ไร้ความหมาย
ไม่เย้ายวน ชวนชื่น ระรื่นกาย
เขาจึงหน่าย พ่ายแพ้ แก่ภมร

จึงขอจร จำลา หลีกหน้าหลบ
ไม่อยากพบ จบนัก รักถ่ายถอน
จากเพียงกาย ใจนั้น หวั่นอาวรณ์
ยามกินนอน พร่ำเพ้อ ระเมอครวญ
พันทอง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : บ้านริมโขง, รพีกาญจน์, D, sunthornvit, Prapacarn ❀, พี.พูนสุข, รการตติ, สุนันยา, ยามพระอาทิตย์อัสดง, บัณฑิตเมืองสิงห์, สะเลเต, เนิน จำราย, ลมหนาว, blues, อริญชย์, เมฆา..., sucklife

ข้อความนี้ มี 17 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
02 พฤษภาคม 2012, 10:15:AM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #10 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 10:15:AM »
ชุมชนชุมชน





หยดน้ำค้างพร่างพรมกลางลมหนาว
ละอองพราว คราวหล่น มายลทัก
เกาะยอดใบไม้ซึ่ง พึงตระหนัก
ดุจเย้าหยอก บอกรัก ทักทายจินต์

แม้คำเปรยเอ่ยโลม โฉมนางสรวง
ประทับทรวงบ่วงใจ หทัยถวิล
สายลมโบยระบัด พัดรวยริน
หอมประทิ่น กลิ่นกรุ่น….ละมุนละไม

พิรุณโรย โปรยซับ ดุจรับช่วง
น้ำค้าง ร่วง รั้งหยุด ฉุดหวั่นไหว
โอ้ รักเอย หาเทียบ เปรียบสิ่งใด
ฤๅ..เท่าใจ ใครหนึ่ง รำพึงพา

ตั้งแต่รุ่ง อรุณ อุ่นแสงอ่อน
ถึงเมื่อตอน สุรีย์พราก จากเวหา
รัตติกาล กลับหวน ทวนอีกครา
ดวงดารา มาเยือน เป็นเพื่อนกัน

ยังคงพร่ำ คำครวญ อวลไอรัก
ให้ประจักษ์ ถึงใจ ที่ใฝ่ฝัน
หอมรำเพย เชยรัมภา น่าอัศจรรย์
ครั้งปางบรรพ์ คงเคยอยู่ เป็นคู่ครอง

ราตรีหนึ่ง ตรึงหทัย ซึ้งในค่า
เพียงหลับตา ยังรู้ ผู้สนอง
จะฝันถึง หนึ่งเธอ ที่เพ้อปอง
อย่าได้หมอง ฤดี นะ….ที่รัก….

“สุนันยา”



ณ แห่งนี้อุทยานหวานใดเอ่ย
อย่านิ่งเฉยฝากไว้ให้ประจักษ์
อ่านถ้อยแล้วแช่มชื่นเกินใจภักดิ์
รสสลักกานท์ล้ำร่ำรำพึง

หวามใจฤๅหวามน้ำค้างที่พราวพร่าง
ภาพกระจ่างในนิทราคราคิดถึง
เพลงรัมภาร้องรำน้ำคำซึ้ง
หวานคำหนึ่งกินใจหทัยทรวง

สายลำนำดั่งดลมนต์กวี
เหมือนคนตรีไพเราะเสนาะสรวง
ส่งต่อกานท์ขับถ้อยร้อยรัดรวง
ด้วยความห่วงโหยหาทุกราตรี

กับรอยยิ้มอิ่มไออุ่นใจนัก
ซึ้งตระหนักใจครองขวัญน้องพี่
ด้วยสร้างสรรค์ร้อยกรองคล้องไมตรี
ประดุจแก้วแววกวีศรีวงวรรณ

สวนดอกไม้รัมภาชมภิรมณ์รื่น
ทุกค่ำคืนมนต์กานต์สานสวรรค์
ดั่งดุจดื่มนางฟ้ามาจำนรรจ์
วิมานนั้นสกาวถึงชาวดิน

ณ แห่งนี้อุทยานหวานใดเอ่ย
วานเฉลยตอบถ้อยคอยถวิล
หากตอบต่างจากใจเคยได้ยิน
คงแดดิ้นสิ้นฤดี นะ...ที่รัก



รการตติ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุนันยา, ยามพระอาทิตย์อัสดง, Prapacarn ❀, sunthornvit, รพีกาญจน์, สะเลเต, บัณฑิตเมืองสิงห์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, ลมหนาว, blues, อริญชย์, เมฆา..., panthong.kh, sucklife

ข้อความนี้ มี 15 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
02 พฤษภาคม 2012, 10:32:AM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #11 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 10:32:AM »
ชุมชนชุมชน


ขอบคุณภาพจาก  Internet ค่ะ

ผ่องอำไพรัมภาท่ามฟ้าหม่น
กลางสายฝนร้อยคำลำนำถัก
บรรเลงเพลงหวามไหวมาทายทัก
ห่มห้วงรักแสนหวานซาบซ่านจินต์

เมื่อดอกใบพริ้วหวั่นด้วยสั่นหนาว
รักผ่านดาวโอบประคอง...กลบหมองสิ้น
คือรอยแผ่วแววเกล็ดดั่งเพชรนิล
จากยุพินรัมภามาห่มทรวง

ที่ปลายฟ้าทอแสงแห่งดาวใส
กระพริบไหวดาวแซมจะแจ่มสรวง
ชวนเพื่อนดาวจากราวฟ้ามาร้อยพวง-
มาลัยร่วงพร่างพราวแต้มราวฟ้า

กานท์กวีกล่อมขวัญในวันเหงา
ฝากบอกเจ้าคนดีที่ครวญหา
ว่ามนต์รักกรุ่นไมตรีที่ส่งมา
ดวงดาราฝากตอบว่าขอบคุณ

แซมค่ะ





งามรัมภา พรมอบหฤทัย
อันงดงามน้ำใจด้วยไออุ่น
ดั่งคำเปรยเอ่ยแล้วแว่วละมุน
ซึ่งหอมกรุ่นกานท์ประสบได้พบเจอ

ที่พรมพรายรวยรื่นชื่นนภา
ดั่งฝนหลั่งจากฟ้ามาเสมอ
ผู้กรองกานท์ประพันธ์อันเลิศเลอ
แด่ผู้เพ้อหลงทางกลางแสงนวล

ได้พบพานค่ำคืนหมื่นคำรบ
ไม่รู้จบคำสดับนับไม่ถ้วน
เป็นลำนำกลอนครบเมื่อทบทวน
ให้คืนหวนใจแซมที่แต้มฟ้า

นับกี่แสนแดนดาวใช่ดาวเปล่า
ยังเรื่องเล่าอัศจรรย์อันเลอค่า
อุทยานดอกไม้ต่างนัยน์ตา
ที่มองฟ้าดั่งพลุประทุดวง

นามหนึ่งนั้นงามล้ำจนจำซึ้ง
ระลึกถึงนานแสนสุดแหนหวง
พรรัมภาแวววับประดับทรวง
ถึงสุดห้วงทิศาอาคเนย์

งามตรึงตราฝากไว้ในใจนี้
ราวกับที่ใจเราเฝ้าสรวลเส
ประดับเรือนครองคุ้มด้วยทุ่มเท
ด้วยเสน่หาไหนไม่เคยลืม



รการตติ


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุนันยา, ยามพระอาทิตย์อัสดง, Prapacarn ❀, sunthornvit, รพีกาญจน์, สะเลเต, บัณฑิตเมืองสิงห์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, ลมหนาว, blues, อริญชย์, sucklife

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
02 พฤษภาคม 2012, 11:35:AM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #12 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 11:35:AM »
ชุมชนชุมชน


ภูมริน บินร่อน มาตอนเช้า
เห็นว่าเรา ดอกหญ้า พาเมินหมาง
ไม่สนใจ ใยดี หลีกลี้ทาง
ปล่อยอ้างว้าง โดดเดี่ยว อยู่เดียวดาย

ด้วยเหตุว่า ต่ำต้อย แสนน้อยค่า
ไม่ต้องตา ต้องฤทัย ไร้ความหมาย
ไม่เย้ายวน ชวนชื่น ระรื่นกาย
เขาจึงหน่าย พ่ายแพ้ แก่ภมร

จึงขอจร จำลา หลีกหน้าหลบ
ไม่อยากพบ จบนัก รักถ่ายถอน
จากเพียงกาย ใจนั้น หวั่นอาวรณ์
ยามกินนอน พร่ำเพ้อ ระเมอครวญ
พันทอง

ภุมริน บินผันผ่าน
มิเคยนาน กลั่นรัญจวน
สืบเสาะ เฉพาะนวล
น้ำค้างมวล ทั่วธานี

ติดดิน บนผืนดิน
เพราะเคยชิน และยินดี
เรื่อเลื้อย ปฐพี
แสงสุรีย์ ที่พร่าปน

แลเห็น สุรีย์ฉาย
ดั่งรอยทราย ปลายหน้าฝน
เมฆหมอก หยอกกมล
ที่ท่วมท้น มาชนวัน

ใต้หมอก บอกบางอย่าง
อยู่ระหว่าง จริงกับฝัน
ดอกหญ้า งดงามนั้น
รับตะวัน อันอำไพ

แสงแรก ณ ฝั่งฟ้า
ฉายลงมา จากฟ้าไกล
ผลิดอก และออกใบ
แลไร้ค่า แต่ว่างาม

ดอกหญ้า ของรการฯ
ย่อมชื่นบาน น่าเกรงขาม
ใบทอ เรียวพองาม
สมดั่งนาม ท่ามรัมภา



รการตติ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : sunthornvit, ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, สะเลเต, บัณฑิตเมืองสิงห์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, ลมหนาว, blues, อริญชย์, เมฆา..., panthong.kh, sucklife

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
02 พฤษภาคม 2012, 01:58:PM
ยามพระอาทิตย์อัสดง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 691
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,437


~ ทุกถิ่นแถนแดนอักษร ~


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 01:58:PM »
ชุมชนชุมชน

ต่อคุณ รการตติ นะคะ   ยิ้มแก้มแดง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : sunthornvit, blues, เมฆา..., panthong.kh, รการตติ, รพีกาญจน์, สะเลเต, อริญชย์, เนิน จำราย, sucklife

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

อัสดง..ขอขอบคุณภาพสวยๆจากอินเตอร์เนต..
http://noisunset.blogspot.com/
Thinking about you makes me smile...
02 พฤษภาคม 2012, 02:49:PM
รการตติ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 452
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 544



« ตอบ #14 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 02:49:PM »
ชุมชนชุมชน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, panthong.kh, รพีกาญจน์, สะเลเต, อริญชย์, เนิน จำราย, sunthornvit, sucklife

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

ร ก ติ น้ำคอยจุนหนุนเกื้อเรือจึงลอย น้ำแหละคอยจมเรือเมื่ออับปาง
02 พฤษภาคม 2012, 04:20:PM
panthong.kh
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2983
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 8,610



« ตอบ #15 เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2012, 04:20:PM »
ชุมชนชุมชน


ภุมริน บินผันผ่าน
มิเคยนาน กลั่นรัญจวน
สืบเสาะ เฉพาะนวล
น้ำค้างมวล ทั่วธานี

ติดดิน บนผืนดิน
เพราะเคยชิน และยินดี
เรื่อเลื้อย ปฐพี
แสงสุรีย์ ที่พร่าปน

แลเห็น สุรีย์ฉาย
ดั่งรอยทราย ปลายหน้าฝน
เมฆหมอก หยอกกมล
ที่ท่วมท้น มาชนวัน

ใต้หมอก บอกบางอย่าง
อยู่ระหว่าง จริงกับฝัน
ดอกหญ้า งดงามนั้น
รับตะวัน อันอำไพ

แสงแรก ณ ฝั่งฟ้า
ฉายลงมา จากฟ้าไกล
ผลิดอก และออกใบ
แลไร้ค่า แต่ว่างาม

ดอกหญ้า ของรการฯ
ย่อมชื่นบาน น่าเกรงขาม
ใบทอ เรียวพองาม
สมดั่งนาม ท่ามรัมภา



รการตติ


[/quote]

ภูมริน บินผ่านเลย
เหตุเพราะเคย เชยก่อนหน้า
ลมโชย โบกโบยมา
หวาดผวา ล้าแรงใจ

แม้แต่ แสงสุรีย์
ส่องฟ้านี้ ที่สุขใส
ยังผ่าน ม่านฤทัย
บดบังไป ไม่ใยดี

รอวัน ที่แห้งเหี่ยว
แม้ใบเรียว เหนี่ยวเพียงนี้
ไม่อยาก หมองชีวี
ด้วยฤดี  มีเวรกรรม

ชาติหน้า ถ้าแม้นมี
เกิดอีกที หนีความช้ำ
ขออย่า ถูกกระทำ
คนใจดำ ตอกย้ำใจ
พันทอง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, สะเลเต, อริญชย์, เนิน จำราย, sunthornvit, รการตติ, sucklife

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s