.....รักของเรไร.....?
ชุมชน บ้านกลอนไทย
21 มีนาคม 2019, 02:18:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: .....รักของเรไร.....?  (อ่าน 2227 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
26 มิถุนายน 2012, 07:13:AM
D
นักรบทุกบอร์ด
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3313
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,894


ขอขอบพระคุณทุกภาพจาก Internet & Youtube ค่ะ


sasa.yai
เว็บไซต์
« เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 07:13:AM »
ชุมชนชุมชน

(ขุนศึก  ช่องสงสัย)

งานมงคล บังเกิด ประเสริฐหล้า
ท่านเสมา ครองกาย เรไรสอง
เทียมน้ำผึ้ง จันทรา คราสมปอง
ทั้งคู่ครอง รักผ่าน วิมานตรึง
หลวงพิมาน ถึงกาล อวสาน
สุดร้าวราน ลูกพลาด ขาดที่พึ่ง
หัวอกพ่อ บุญธรรม คิดคำนึง
รักสุดซึ้ง ศรีเมือง เรืองตาปรอย
พ่อบุญธรรม เอ่ยฝาก ออกปากกล่าว
เสมาเจ้า รับศรีเมือง เมียเขื่องหน่อย
โอ้อกเอ๋ย เสมา พาใจลอย
ในใจพลอย รำพึง ถึงนงคราญ

จะหาใคร ดีเล่า เท่าเรไร
ที่ยอมให้ เสมา พาเข้าบ้าน
ทั้งที่ใจ เรไร แสนทรมาน
รักมากปาน ชีวัน จำนรรไป

ดวงแขเพื่อน เรไร หมายตอกย้ำ
ชายที่พร่ำ รักแท้ แน่ไฉน
ชายใจเดียว คือเสมา ฤาว่าไง
แล้วทำไม รับเรื่อง ศรีเมืองมา
สุดปวดแปลบ แซบซึ้ง เข้าถึงจิต
เพื่อนสะกิด ว่ากล่าว เศร้าหนักหนา
รักสามี จึงยอม พร้อมนำพา
โชคชะตา หรือกรรม จำครองเรือน

"ดิน"

เมื่อเย็นวานนี้ ได้สัมผัสแล้วลมหมุน นครชัยศรี ลมแรงมากมาย(น่ากลัวอ่ะ)

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Music, panthong.kh, รพีกาญจน์, อริญชย์, Prapacarn ❀, รการตติ, ดาว อาชาไนย, แป้งน้ำ, ลมหนาว, ..กุสุมา.., sunthornvit, ดุลย์ ละมุน, เนิน จำราย, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 14 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

26 มิถุนายน 2012, 10:29:AM
อริญชย์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1154
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,568


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #1 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 10:29:AM »
ชุมชนชุมชน

         ไอ้เสมา

พ่อเป็นช่างตีดาบขนาบเหล็ก
คอยตรวจเช็คโลหะแข็งกล้าไหม
เพื่อต่อกรพม่าผู้มาไกล
จะสู้ให้เลือดหยาดเป็นชาติพลี

ไอ้หมู่ขันมันทรามทุกยามเห็น
พูดอวดเด่นทุกคราเมินหน้าหนี
เพียงแค่เห็นเสมา  ก็ราวี
ทำท่าทียียวนก่อกวนกัน

โอ้เรไรแก้วตาเสมาหมาย
หมู่ขันร้ายชายตาได้น่าหั่น
อยากเห็นหญิงเรไรรักในมัน
เรไรนั้นหลงเสน่ห์เพียงเสมา

เมื่อถึงคราวพม่าบุกมาหยาม
เสมาตามกองทัพไปรับหน้า
โรมรันศึกสร้างชื่อเลื่องลือชา
จนมีฐานะยศปรากฏไกล

ไอ้หมู่ขันรันทดนอนหดหู่
มิอาจชูเสมาผู้กล้าใหม่
คอยแต่วางแผนชั่วในหัวใจ
อยากล้างไอ้เสมาทุกคราเอย ฯ




 อายจัง สาวน้อยเซย์ ฮาโหล อายจัง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Prapacarn ❀, รการตติ, ดาว อาชาไนย, แป้งน้ำ, ลมหนาว, ..กุสุมา.., sunthornvit, ดุลย์ ละมุน, D, รพีกาญจน์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 12 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เกื้อกูลต่อมวลมิตร ลิขิตเพื่อสังคม
เพาะบ่มเพื่อพงไพร ก้าวไปเคียงผองชน
26 มิถุนายน 2012, 11:46:AM
..กุสุมา..
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 200
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 659

"ดอกคำหรือสีลาหรือกุสุมา"


kusuma_@windowslive.com
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 11:46:AM »
ชุมชนชุมชน

.....สุดปวดแปลบ แซบซึ้ง เข้าถึงจิต
เพื่อนสะกิด ว่ากล่าว เศร้าหนักหนา
รักสามี จึงยอม พร้อมนำพา
โชคชะตา หรือกรรม จำครองเรือน
             "ดิน"



นี่แหละคือ หญิงไทย สมัยก่อน
ถูกสั่งสอน นิสัย ไว้เสมือน
คุณสมบัติ กุลสตรี ที่ย้ำเตือน
แม่ศรีเรือน คือสิ่ง หญิงควรทำ

เรื่องความรัก หนักอก ปกปิดไว้
เมตตาให้ โต้ตอบ มอบอิ่มหนำ
เปรียบใจเรา ดั่งเขา เศร้าระกำ
ปรานีนำ อุ้มชู ดูแลกัน

ด้วยรู้มาก ยากใจ ในปัญหา
กุสุมา กลัวขม จึงล่มฝัน
อยู่คนเดียว เดี่ยวเดี่ยว ไปวันวัน
ต้องพลิกผัน ใจสู่ อยู่คานทอง
     
     ..แม่หญิงกุสุมา..สาวน้อยหัวเราะ
.. ที่อยู่คนเดียวมิใช่กระไรดอกเจ้าค่ะ ยังไม่มีใครมาจีบเลยยย ขำขี้แตกขี้แตน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : แป้งน้ำ, รการตติ, ลมหนาว, sunthornvit, ดาว อาชาไนย, ดุลย์ ละมุน, D, รพีกาญจน์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, อริญชย์

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 มิถุนายน 2012, 12:29:PM
ดาว อาชาไนย
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 394
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,472



poem.archanai?fref=ts
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 12:29:PM »
ชุมชนชุมชน



ช่างเลิศล้ำน้ำใจเรไรสาว
และอย่ากล่าวติว่าเสมาหนุ่ม
แค่เมียสองต้องห้ามยังตามรุม
ขออย่ากลุ้มแกล้งว่าระอากัน

แบบโบราณท่านพระยาข้าทาสหลาย
เมียมากมายไม่น่ามาเย้ยหยัน
เมื่อบุญหนักศักดิ์ใหญ่ใคร่ผูกพัน
สูกสาวนั้นยกให้ไปเป็นเมีย

โสเภณีมิได้เที่ยวเหมือนเดี๋ยวนี้
เมื่อท่านมีเมียหลายมิได้เสีย
คนรุ่นใหม่วิจารณ์พานให้เพลีย
สมควรเชียร์น้ำใจเรไรจัง

แบบฉบับหญิงไทยสมัยก่อน
รักอาทรสามีมิคลุ้มคลั่ง
สมัยนี้ชายผองต้องระวัง
เธอจะตั้งใจเด็ดเลี้ยงเป็ดเลย.

ดาว อาชาไนย

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ดุลย์ ละมุน, ลมหนาว, D, Prapacarn ❀, รพีกาญจน์, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, อริญชย์

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เสี้ยวอารมณ์จากใจใครคนหนึ่ง
คงไม่ซึ้งจับใจใครทั้งหลาย
แค่มีใครคนหนึ่งซึ้งไม่คลาย
ก็สมหมายใครคนหนึ่งซึ่งรักกลอน
26 มิถุนายน 2012, 12:51:PM
D
นักรบทุกบอร์ด
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3313
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,894


ขอขอบพระคุณทุกภาพจาก Internet & Youtube ค่ะ


sasa.yai
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 12:51:PM »
ชุมชนชุมชน

         ไอ้เสมา

พ่อเป็นช่างตีดาบขนาบเหล็ก
คอยตรวจเช็คโลหะแข็งกล้าไหม
เพื่อต่อกรพม่าผู้มาไกล
จะสู้ให้เลือดหยาดเป็นชาติพลี

ไอ้หมู่ขันมันทรามทุกยามเห็น
พูดอวดเด่นทุกคราเมินหน้าหนี
เพียงแค่เห็นเสมา  ก็ราวี
ทำท่าทียียวนก่อกวนกัน

โอ้เรไรแก้วตาเสมาหมาย
หมู่ขันร้ายชายตาได้น่าหั่น
อยากเห็นหญิงเรไรรักในมัน
เรไรนั้นหลงเสน่ห์เพียงเสมา

เมื่อถึงคราวพม่าบุกมาหยาม
เสมาตามกองทัพไปรับหน้า
โรมรันศึกสร้างชื่อเลื่องลือชา
จนมีฐานะยศปรากฏไกล

ไอ้หมู่ขันรันทดนอนหดหู่
มิอาจชูเสมาผู้กล้าใหม่
คอยแต่วางแผนชั่วในหัวใจ
อยากล้างไอ้เสมาทุกคราเอย ฯ




 อายจัง สาวน้อยเซย์ ฮาโหล อายจัง


หญิงเรไร คงภักดิ์ รักเพียงหนึ่ง
สุดแสนซึ้ง เสมา มากกว่าเอ่ย
มิเคยคิด ศักดินา มาเปรียบเปรย
อย่าละเลย เคยพร่ำ จำนรรจา

ส่วนพี่ขัน นั่นฤา อย่าถือทาบ
พี่ก็ทราบ เรไร รักใครหนา
มั่นใจนัก ปักฤทัย มิไคลคลา
เสมาจ๋า จงรักจริง หญิงเรไร ยิ้มแก้มแดง

"ดิน"

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : sunthornvit, ดุลย์ ละมุน, Prapacarn ❀, รพีกาญจน์, ลมหนาว, พี.พูนสุข, อริญชย์

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

26 มิถุนายน 2012, 03:17:PM
D
นักรบทุกบอร์ด
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3313
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,894


ขอขอบพระคุณทุกภาพจาก Internet & Youtube ค่ะ


sasa.yai
เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 03:17:PM »
ชุมชนชุมชน





นี่แหละคือ หญิงไทย สมัยก่อน
ถูกสั่งสอน นิสัย ไว้เสมือน
คุณสมบัติ กุลสตรี ที่ย้ำเตือน
แม่ศรีเรือน คือสิ่ง หญิงควรทำ

เรื่องความรัก หนักอก ปกปิดไว้
เมตตาให้ โต้ตอบ มอบอิ่มหนำ
เปรียบใจเรา ดั่งเขา เศร้าระกำ
ปรานีนำ อุ้มชู ดูแลกัน

ด้วยรู้มาก ยากใจ ในปัญหา
กุสุมา กลัวขม จึงล่มฝัน
อยู่คนเดียว เดี่ยวเดี่ยว ไปวันวัน
ต้องพลิกผัน ใจสู่ อยู่คานทอง
     
     ..แม่หญิงกุสุมา..สาวน้อยหัวเราะ
.. ที่อยู่คนเดียวมิใช่กระไรดอกเจ้าค่ะ ยังไม่มีใครมาจีบเลยยย ขำขี้แตกขี้แตน


คงมิใช่ หญิงไทย สมัยก่อน
มีคู่วอน ใจเคียง เพียงเราสอง
หากว่ามี หญิงอื่น คงฝืนครอง
ใจคงหมอง ระกำ มิอำพราง

บ้านคงแตก แยกร้าว ถึงคราววุ่น
ถ้าพ่อคุณ แบ่งใจ ไม่สะสาง
ชีวิตคู่ ถึงดับ รักอัปปาง
มิเอาอย่าง เรไร ให้ใจตรม

"ดิน"

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ดาว อาชาไนย, ลมหนาว, ดุลย์ ละมุน, พี.พูนสุข, อริญชย์, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

26 มิถุนายน 2012, 04:10:PM
D
นักรบทุกบอร์ด
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3313
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,894


ขอขอบพระคุณทุกภาพจาก Internet & Youtube ค่ะ


sasa.yai
เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2012, 04:10:PM »
ชุมชนชุมชน



ช่างเลิศล้ำน้ำใจเรไรสาว
และอย่ากล่าวติว่าเสมาหนุ่ม
แค่เมียสองต้องห้ามยังตามรุม
ขออย่ากลุ้มแกล้งว่าระอากัน

แบบโบราณท่านพระยาข้าทาสหลาย
เมียมากมายไม่น่ามาเย้ยหยัน
เมื่อบุญหนักศักดิ์ใหญ่ใคร่ผูกพัน
สูกสาวนั้นยกให้ไปเป็นเมีย

โสเภณีมิได้เที่ยวเหมือนเดี๋ยวนี้
เมื่อท่านมีเมียหลายมิได้เสีย
คนรุ่นใหม่วิจารณ์พานให้เพลีย
สมควรเชียร์น้ำใจเรไรจัง

แบบฉบับหญิงไทยสมัยก่อน
รักอาทรสามีมิคลุ้มคลั่ง
สมัยนี้ชายผองต้องระวัง
เธอจะตั้งใจเด็ดเลี้ยงเป็ดเลย.

ดาว อาชาไนย


รู้ไหมนั่น เรไร นั้นใจเศร้า
ดังไฟเผา ร้าวแตก แยกอกเอ๋ย
ก่อนร่วมเรียง เคียงคู่ มิรู้เลย
ทุกวันเคย สุขสันต์ ร่วมกันมา

สามีรัก จักแบ่ง เป็นแห่งสอง
น้ำตานอง ภายใน ใครรู้หนา
สะกดกล้ำ ช้ำกลืน ฝืนอุรา
น้ำตาไหล ไม่นองหน้า แต่นองใจ ร้องไห้งอแง

"ดิน"

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ลมหนาว, ดุลย์ ละมุน, sunthornvit, พี.พูนสุข, อริญชย์, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s