ศศินกลางทรวง
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
27 กันยายน 2026, 04:31:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ศศินกลางทรวง  (อ่าน 505 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
18 กันยายน 2026, 10:59:AM
พันแสง
LV2 วัยเร่ร่อนผจญภัย
**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


เว็บไซต์
« เมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:59:AM »
ชุมชนชุมชน

ศศินกลางทรวง


ในวัสสาฟ้าฉ่ำหยาดน้ำฝน
โปรยปรายปนลมโบกกรรโชกสาย
หอบไอชื้นลอยล่องมาต้องกาย
หนาวก็คล้ายแทรกซ่านถึงดานทรวง

เยียบเย็นในยามพลบพระลบหม่น
รอจะหล่นลับหล้าอำลาสรวง
หลบม่านเมฆหลีกเร้นไม่เห็นดวง
เห็นแต่หยาดฝนร่วงโลมห้วงดิน

ก่อนแสงวันเลือนลับโลกหลับใหล
ปรับเปลี่ยนทัศน์ผลัดไปจากในถิ่น
ดอกไม้กลางสายฝนราดหล่นริน
ชะดอกช่อขาดขาดวิ่นเสียสิ้นดี

โอ้ดอกเอ๋ยดอกรักจะหักแล้ว
คงไม่แคล้วซบดินหมดกลิ่นสี
เจ้าบานเช้าบานชื่นดาษดื่นมี
ก็เห็นทีจักช้ำเกินค้ำชู

สิ้นสุดทัศน์สุดท้ายของปลายพลบ
พลันเส้นสายลายลบ กลืนกลบอยู่
ในช่วงค่ำ ฉ่ำฝนร่วงหล่นพรู
เหลียวแลดูทิศใดหม่นใจนัก

อาบอณูน้ำห่มด้วยลมฝน
เหน็บหนาวซ่านทรวงจนเจียนป่นปรัก
โอ้ใจเอยลอยหลงในดงรัก
ที่ช่อดอกแห้งหักเกินจักบาน

รอจันทร์พรายฟ้าถึงลุหนึ่งค่ำ
ยังคงงำดวงแฝงสิ้นแสงผ่าน
เมฆหนาทึบท่วมหนอนธการ
ประดุจม่านบดบังเดือนฝังดวง

คาบกาลเปลี่ยนเวียนผันสักวันหนึ่ง
บุหลันซึ่งลอยหลีกต่างซีกสรวง
คงเยือนหาวพราวพร่าง แต่กลางทรวง
จะโชนช่วงแจ่มจ้าเพลาใด

จักต้องคอยอย่างนี้อีกกี่ภพ
กว่าบรรสบบรรสานอีกนานไหม
หรือต้องรอเสียจนอกป่นไป
อย่างร้างไร้ ศศินกลางถิ่นทรวง

พันแสง

ที่มา
https://pagysunthon.blogspot.com/2019/07/blog-post.html?zx=3284494364b9b012

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พิมพ์กานท์, กัลมลี*, โซ...เซอะเซอ, PIKuL

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 กันยายน 2026, 11:51:PM
กัลมลี*
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 224
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 824


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #1 เมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:51:PM »
ชุมชนชุมชน



ครืนครืนแล้วหยาดรวงตราบช่วงท้าย
ใกล้จักปลายวัสสายังพร่าสรวง
ปิดสุรีย์ปิดแสงโสมแฝงดวง
ฤา จักรั้งจิตร่วงลงบ่วงรอ

ลุคิมหันต์ร้อนแรงดินแห้งผาก
นัยฝากความแฝงกล้าแกร่งหนอ
คราพระพายโบกพัดระบัดคลอ
ไฉนช่อรักโรยโดยพิรุณ

พึงเบ่งบานดาษดื่นฉ่ำชื่นสาย-
กลับยืนต้นเตรียมคล้ายความตายหนุน
โอ้ว่าดอกรักช้ำใดค้ำจุน
เกินจักหมุนศิศินหามาสู่ทรวง

เถิดอย่าเพิ่งหักก้านบนลานโศก
จงบานท้าทายโลกอย่าตกห้วง-
แห่งห่วงหาอาภัพจนดับดวง-
แขอาจช่วงโชติผันวันต่อไป

หากอณูน้ำฝนหล่นหน่วงหนัก
จะเก็บเจ้าดอกรักพักโดมใส
ตระกองกอดนุ่มนวลอุ่นอวลไอ
ตราบแขไขพราวพร่าง ณ กลางทรวง


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, พันแสง

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เมื่อวานนี้
พันแสง
LV2 วัยเร่ร่อนผจญภัย
**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมื่อวานนี้ »
ชุมชนชุมชน

วัสสาสมัย

เฝ้ารอคอยดวงมาส  ที่คลาดแคล้ว
ไม่เห็นแววฉายส่อง  บนท้องสรวง
ไม่มีเดือนประดับจิต  นิมิตลวง
เจ็บเหมือนบ่วงแร้วบาด  เจียนขาดใจ

ปลายพรรษาฟ้าคล้ำ  ดูช้ำหม่น
เช่นอกคนมัวหมอง  ไม่ผ่องใส
สิ้นฤดูฝนพรำ  ฟ้าอำไพ
แต่ภายในจิตคน  มืดมนนัก

จากเช้าสายบ่ายคล้อย  ทยอยค่ำ
ฝนกระหน่ำรินร่วง  อย่างหน่วงหนัก
ย่อมยากทนช้ำชอก  แล้วดอกรัก
จึงลาขั้วหล่นหัก  เกินจักทาน

เย็นเยียบเพียบอกแล้ว----รอนรอน
ยามย่ำพลบทินกร--------หลีกฟ้า
ใจสิยิ่งอาวรณ์-----------ยามห่าง
ยังห่วงเจ้าจักว้า---------เหว่ซ้ำกำศรวล

ลมครวญนภครั่นครื้น-----ครืนคราง
มวลเมฆปิดนภางค์-------หม่นคล้ำ
เพ็ญเดือนก็เลือนราง-----พรางซ่อน
ลอยหลบดวงดุจย้ำ------อย่าคว้าศศิน

พิรุณพรำค่ำคล้อย-------โปรยปราย
คงชะดอกไม้ราย--------ดื่นพื้น
วันพรุ่งเมื่อฟ้าพราย------ระเรื่อ
ฤๅอาจหยัดดอกฟื้น------ชีพพร้อมหอมหวน

อาลัยรักหักร้าง---------รากอ
ยังอยู่แต่โคนตอ--------ผุแห้ง
เคยชูช่อพะนอ---------ลมรื่น
มาบัดนี้ร้างแล้ง--------เหือดน้ำใจหาย

ฝนพรำผิฉ่ำฟ้า--------นองดิน
นองเอ่อจวนบ่าริน-----หลากล้น
นองในอกพังภินท์-----นับเนิ่นนานเนอ
คืออัสสุชลท้น--------ท่วมแม้ชีพสลาย

รอคอยรอยรูปร้าง-----แรมรา
คืนดับแรมจันทรา-----หลบเร้น
เวียนวันย่อมวนมา-----เพ็ญแจ่ม
ยังแต่เพ็ญใจเว้น------อกเรื้อเปลี่ยวเหงา

พันแสง
ที่มา
https://pagysunthon.blogspot.com/2026/09/blog-post.html

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กัลมลี*, โซ...เซอะเซอ

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 ชั่วโมงที่แล้ว
โซ...เซอะเซอ
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 167
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,262



« ตอบ #3 เมื่อ: 21 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน



ผู้หมายปองดวงมาส วาสนา-
อาจพลั้งพาพลาดพลัด วัฏสงสาร-
อันโดดเดียวปลี่ยวเหงา แสนยาวนาน
กว่าสายกานท์เชื่อมชิด สนิทกัน

มิแปลกเลยเคยคุ้น ถ้อยสุนทร
คำเว้าวอนยังขจ่าง ในหว่างฝัน
ยังดื่มด่ำวรรคหวาม งามประพันธ์
แจ้วจำนรรจ์พรรณนา จาระไน

เมื่อวัสสามาเยือน เตือนอีกหน
ปลิดกังวลจากสุบิน สิ้นสงสัย
แม้นเมฆหมอกคลุ้มหาย สลายไป
เผยอำไพศศิน ดั่งจินตนา


หว่างคุกคามขาบครึ้ม.....ราตรี
คลุ้มคลั่งอสุนี-.............บาตร้อง
ฝนตกดั่งหามี..............วันหยุด
ยังมิอาจพรากพร้อง........หยาดล้ำคำกวี

ดั่งเสียงโคลงตัดพ้อ........รำพึง
จนเปลี่ยวเหงาดูดดึง........อาตม์ด้อย
ตราบอดีตรัดรึง.............พันผูก
ยังคร่ำครวญต่ำต้อย........ตีบตื้อฤาไฉน

ผิวแผ่วซับเปรอะเปื้อน......นัยนา
กรังเกรอะคราบน้ำตา.......ปวดร้าว
แม้เพียงหนึ่งทิวา............สัมผัส รักเฮย
ตรึงติดอะเคื้ออะคร้าว.......จวบสิ้นกัลปาวสาน

ขอจงแปรเปลี่ยนเศร้า.......โศกเป็น-
รมย์รื่นสดชื่นเย็น............ดั่งน้ำ
คืนสวยส่องพิมพ์เพ็ญ........ขจ่าง ฟ้าเนอ
พึงปลอดทุกข์หม่นช้ำ........คลาดแคล้วหทัยเสมอ

ในสังคมฉุดยื้อ..............ชิงชัง
เพียงหยิบยื่นยินฟัง..........บ่นพ้อ
อาจเสริมแต่งพลัง............ชีวิต
ปลุกชีพชนม์จากท้อ..........กลับฟื้นคืนแรง

ครวญโคลงคราข้องคับ......คืนคลาย-
ความเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย..เหว่ว้าง
เป็นดั่งมิตรสหาย.............หวนสติ
คราพินิจควั่งคว้าง............พากย์เรื้องรังสรรค์



โซ...เซอะเซอ
26 กันยายน 2569


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กัลมลี*

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s