@...ตำนานรักอันลือลั่น ในล้นเกล้าฯร.๕ กับ ม.ล.เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์...@
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
04 พฤศจิกายน 2026, 12:44:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: @...ตำนานรักอันลือลั่น ในล้นเกล้าฯร.๕ กับ ม.ล.เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์...@  (อ่าน 9655 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
30 กรกฎาคม 2014, 01:27:PM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 01:27:PM »
ชุมชนชุมชน

"..กำไลมาศชาตินพคุณแท้        ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี
เหมือนใจจงตรงคำร่ำพาที          จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก         ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย
แม้นรักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย        เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย"

...พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าฯ ร.๕...


(เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์ พ.ศ.2433 - พ.ศ.2526...93 ปี)

ตอนที่ ๑..(มี ๓ ตอน)

กำไลมาศชาตินี้พี่มอบเจ้า
วอนนงเยาว์อย่าถอดกอดความหมาย
เมื่อรักร่วมสวมชิดไว้ติดกาย
เมื่อรักคลายสวาทวอดจึงถอดวาง

..................

ตำนานรักเจ้าจอมหม่อมสดับ
ผู้อาภัพรักสั้นถูกคั่นขวาง
เมื่อราชันสวรรคตหมดหนทาง
ปล่อยหม่อมนางเดียวดายสลายจินต์
๐
กับองค์พ่อปิยะมหาราช
บรมนาถลือนามสยามถิ่น
ทรงสลักอักษรท่อนกวินท์
ประทับผินบนกำไลให้เจ้าจอม
๐
ผู้เลอโฉมที่สุดในยุคนั้น
นามว่า"สั้น"นงนุชสุดถนอม
อายุเพียงสิบเจ็ดพระเด็ดดอม
ดุจแรกหอมโกสุมกุมพระทัย
๐
หลังเปลี่ยนนามเป็น"สดับ"รับตำแหน่ง
คอยจัดแจงจาริกาเวลาไหน
แทบยุคลบาทเคียงอยู่เวียงใน
"นางร้องไห้"คนสุดท้ายผู้วายชนม์
๐
เป็นเจ้าจอมรองสุดท้ายปลายสมัย
ขวัญพระทัยจักรีนารีผล
รองจากราชินีศรีปพน
นันธมนโสภากว่านางใด..

ต่อตอนที่ ๒..
ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
30 กรกฎาคม 2014, 01:53:PM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« ตอบ #1 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 01:53:PM »
ชุมชนชุมชน


(ขอบคุณภาพประกอบจากเนต)

..ตอนที่ ๒..


ผู้คิดสูตร"พริกลงเรือ"เมื่อครานั้น
ตราบทุกวันนิยมสมสมัย
จากตำรับชาววังโด่งดังไกล
น้ำพริกไทยเลิศรสคนจดจำ
๐
ก่อนประพาสยุโรปครั้งที่สอง
ประทานทองวลัยให้งามขำ
สลักกลอนอ่อนหวานขานลำนำ
ดุจจะย้ำคำรักปักใจนาง
๐
มิอาจตามเสด็จไปเตร็ดเตร่
โอ้ละเห่ใจน้องต้องหม่นหมาง
พระลิขิตจดหมายส่งปลายทาง
ยามแรมร้างห่างจอมตรอมพระทัย
๐
หลังนิวัติเขตคามสยามถิ่น
ประทานสิ้นจินดาค่าสมัย
เป็นทุนทรัพย์เลี้ยงตนตราบพ้นภัย
ดุจบอกใบ้ภูมินทร์จะสิ้นชนม์
๐
อีกสามปีให้หลังดังวิโยค
สยามโศกทั้งชาติอนาถผล
เมื่อปิยะราชานิราตน
ทิ้งสกนธ์ครรไลสู่ไตรตรึงษ์
๐
*ปล่อยเจ้าจอมหม่อมน้องต้องร่ำหา
หลั่งน้ำตาเป็นโลหิตเพราะคิดถึง
ด้วยความรักภักดีที่สุดซึ้ง
หม่อมนางจึงครองโสดมิโปรดใคร
๐
ถวายคืนเครื่องเพชรมิเด็ดหวง
กันทั้งปวงครหาว่าเหตุไหน
เหลือสิ่งเดียวที่หวงดั่งดวงใจ
คือกำไลมาศทองคล้องใจนวล

..ต่อตอนที่ ๓(สุดท้าย)

(* แต่งถึงตรงนี้ ผู้เขียนเผลอซึ้งไปกับเจ้าจอมเธอ ต้องหยุดพักจึงเขียนต่อไปได้ น้ำตาไหล พรากๆ ยิ้มแฉ่งฟันหลอ)
ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
30 กรกฎาคม 2014, 02:11:PM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« ตอบ #2 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 02:11:PM »
ชุมชนชุมชน


(ขอบคุณภาพประกอบจากเนต)

...ตอนที่ ๓ (อวสาน)...

มิลาออกจากตำแหน่งแต่งงานใหม่
ด้วยหัวใจคงมั่นกระสันหวน
เพื่อรักษาพระเกียรติละเมียดควร
มิเรรวนป่วนใจให้สงกา
๐
ด้วยรักแท้คงมั่นมิหวั่นไหว
มอบกายใจในศาสน์ปรารถนา
ถือศีลแปดดำรงคงกายา
น้อมบูชากุศลส่งองค์บดินทร์
๐
ทั้งในหลวงราชินีมีพระเมตต์
ให้เนาเขตวังหลวงห่วงโฉมฉิน
เมื่อชราภาพลงประสงค์ยิน
ทรงรับสิ้นอุปการ์ดุจย่าน้อย
๐
ปีสองห้าสองหกตกวิโยค
นางลาโลกโศกตรมระทมหงอย
ทิ้งตำนานรักแท้ไว้แค่รอย
หวังเจ้ากลอยพบภูมินทร์สิ้นเดียวดาย
๐
เจ้าจอมสวมกำไลจนใจขาด
ดังโอวาทสวามีฤดีหมาย
"แม้นรักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย"
ตราบสุดท้ายลมปราณมานพลี*
๐
ตำนานรักเจ้าจอมหม่อมสดับ
แสนประทับใจยิ่งมิ่งอิตถี
หากใจหญิงซื่อตรงคงโสภี
แต่ชาตินี้คงไม่เห็นผู้เช่นนาง

 เคารพรัก

"มุนีน้อย"

(*คำนี้ให้อ่าน"พะลี"..ถ้าอ่านควบกล้ำว่า "พฺลี" จะเป็นอีกความหมายแต่ก็ใกล้เคียงกัน...ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนจบ ตบมือให้)
ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
30 กรกฎาคม 2014, 05:01:PM
ดาว อาชาไนย
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 394
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,472



poem.archanai?fref=ts
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 05:01:PM »
ชุมชนชุมชน



เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ สดับ ในรัชกาลที่ ๕ ได้เขียนคำประพันธ์ชื่อ ปกิรณกภาษิต เขียนคำนำเป็นโคลง คัดมาบทหนึ่งว่า

๐ ผู้เรียบเรียงชื่อเจ้า.......จอมสดับ
หม่อมราชวงศ์รับ............ศักดิ์ตั้ง
สกุลลดาวัลย์ศัพท์..........นามปู่  ดนุนา
สตรีเพศใช่ปราชญ์ทั้ง......อ่อนแท้แก่เรียน
ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เสี้ยวอารมณ์จากใจใครคนหนึ่ง
คงไม่ซึ้งจับใจใครทั้งหลาย
แค่มีใครคนหนึ่งซึ้งไม่คลาย
ก็สมหมายใครคนหนึ่งซึ่งรักกลอน
30 กรกฎาคม 2014, 05:23:PM
ดาว อาชาไนย
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 394
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,472



poem.archanai?fref=ts
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 05:23:PM »
ชุมชนชุมชน


เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ สดับ ในรัชกาลที่ ๕ ประพันธ์โคลงและกาพย์เกี่ยวแก่ธัมมะไว้รวม ๑๓๕ บท ที่ยกมานี้เป็นบทสุดท้าย

๐ ทุกคนครองทุกข์ทั้ง.....ครองหลง
งมโง่งอมแงมงง.............ไม่รู้
เหตุระเบิดเปิดผลตรง......จึ่งเอะ  ใจเฮย
อ้า, โลกวิจิตรอู้...............อบอ้าวมายา
ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เสี้ยวอารมณ์จากใจใครคนหนึ่ง
คงไม่ซึ้งจับใจใครทั้งหลาย
แค่มีใครคนหนึ่งซึ้งไม่คลาย
ก็สมหมายใครคนหนึ่งซึ่งรักกลอน
30 กรกฎาคม 2014, 10:23:PM
ดาว อาชาไนย
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 394
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,472



poem.archanai?fref=ts
« ตอบ #5 เมื่อ: 30 กรกฎาคม 2014, 10:23:PM »
ชุมชนชุมชน

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ สดับ ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป  เมื่อ ร.ศ.๑๒๕-๑๒๖ (พ.ศ.๒๔๔๙-๒๔๕๐)

อกช้ำ
ถึงยามค่ำจำเข้าแคบินหาย
เก้าอี้แคบแนบเขนยพอเกยกาย
จักรระบายลมรินถวิลวัง

ที่เคยอยู่เคยเห็นอยู่เป็นนิจ
ต้องปลดปลิดละวางไว้ข้างหลัง
มานอนเดียวเปลี่ยวแดแต่ลำพัง
ขาดคนนั่งปฏิบัติพัดวีเอย
ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

เสี้ยวอารมณ์จากใจใครคนหนึ่ง
คงไม่ซึ้งจับใจใครทั้งหลาย
แค่มีใครคนหนึ่งซึ้งไม่คลาย
ก็สมหมายใครคนหนึ่งซึ่งรักกลอน
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s