O จากวันนั้น ถึงวันนี้ . . O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
18 ตุลาคม 2019, 03:14:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O จากวันนั้น ถึงวันนี้ . . O  (อ่าน 1890 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
20 มิถุนายน 2014, 06:18:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« เมื่อ: 20 มิถุนายน 2014, 06:18:AM »
ชุมชนชุมชน

.
.




๒๕๑๙
O คืนมืดฟ้าหม่นจันทร์หล่นร่วง
ดาวช่วงเกลื่อนฟ้าลับลาหาย
ลมแผ่วพลิ้วโบกกรรโชกชาย
เมื่อสายตา, พลบ-บรรสบกัน
O สงัดงันเงียบกลางเยียบเย็น
โชนเต้น-แววตาไหวพร่าสั่น
ห้วงใจอื้ออึงเสียงดึงดัน
ฝ่าฟันสู่หมายที่ปลายจร
O ครั่นครืนฟ้าฝนน้ำหล่นเม็ด
ราวเพชรโรยเส้นเกินเร้นซ่อน
หากห้วงอกใจคือไฟฟอน
รุมร้อนอารมณ์เกินข่มลง
O ทุกก้าวย่างเหยียบช่างเงียบงัน
แรงฝันฮึกเหิมก็เสริมส่ง
โชนออกเชื่อมเส้นจนเป็นวง
จำนงแน่นหนักร่วมผลักดัน
O ยกก้าวย่างเล็ดลอดเม็ดฝน
หยดควงร่วงหล่น..อยู่บนฝัน
ไหวเหวี่ยงลมเร้าผ่านเถาวัลย์
แล้วกลิ้งหยดสั่น..ไหลหลั่นลง
O เรี่ยวแรงหดหายที่ปลายทาง
ป่ากว้างยางยูง..ยอดสูงส่ง
หัวใจผ่อนวางที่กลางดง
ปลดปลงคับแค้น..ฝากแผ่นดิน
O ความคิดสุมสั่งในครั้งนั้น
มุ่งมั่นหนักแน่นดุจแผ่นหิน
หมายพลิกแผ่นฟ้า..ครอบธานินทร์
ถ้วนถิ่นครอบงำด้วยกำลัง
.
.
๒๕๕๗
O ฉันคือประชาชน
ผู้ยากจนทนทุกข์ทั้งลุก-นั่ง
ที่คำพูดคำจาไม่น่าฟัง
และความหวังอยู่ไหนก็ไม่รู้
O ฉันคือประชาชน
ทำงานอย่างอดทน .. ดิ้นรนอยู่
ไม่มีเกียรติเลอเลิศ คอยเชิดชู
แต่-ลบหลู่, ส่อเสียด, หยามเหยียด .. พร้อม !
O ฉันคือประชาชน
ที่เฝ้าขวนขวายรับการขับกล่อม
ถูกหยิบยื่นจริง, เท็จ-ให้เด็ดดอม
ที่ภาพค้อมหัวรับ .. งาม-จับตา
O ความหวังอันเคยมี, บัดนี้หาย-
ไปกับปลายแฉกลิ้นจนสิ้นค่า
ทั้งเลวทรามชั่วดีทุกลีลา
ล่มกับฝ่าเท้าต่ำเหยียบย่ำลง
O ความรักในศักดิ์ศรี
ใครหนอที่จับจูงจนสูงส่ง
ความเป็นคนที่เห็น .. วกเป็นวง-
ผลุบโผล่ตามจำนงที่บงการ
O ความรักความภักดี
ใครหนอที่ปรุงศัพท์ขึ้นขับขาน
ที่ที่ความเป็นคนต้องบนบาน-
อธิษฐาน ให้เชื่อจนเหงื่อย้อย !
O ความมั่นคงของชาติ
คืออำนาจความคดถูกปลดปล่อย
ที่ที่ความถูกต้องนั้นล่องลอย
ให้เถื่อนถ่อยจับจองเข้าครองเมือง
O ฉันคือประชาชน
ที่ที่ความเป็นคนจำป่น .. เปลื้อง-
ลงฝังกลบ .. อุดหนุนความขุ่นเคือง
คอนเชื่อเชื่องงมงายลงถ่ายทิ้ง !
O ยืนฟังนั่งรอมาพอแรง
จนภาพแร้งร้องร่ำก่อนดำดิ่ง-
ลงจิกซากเน่าเหม็น .. ก็เห็นจริง-
ว่าภาพยิ่งแสร้งทำ .. นั้นต่ำนัก !
O ภาพฝูงชนเรือนแสนเนืองแน่นสู้
กับกลุ่มผู้สามานย์ .. เข้าหาญหัก
ที่ที่ราศีสรวง .. ถูกล้วงควัก-
ดึงลากหลักการอสัจจ์ขึ้นบัตรพลี
O เป็นภาพประชาชน
ที่สุดทน เพราะรักในศักดิ์ศรี
สุดทนเกินยอมรับให้อับปรีย์-
หอบราคี .. น่าชังขึ้นนั่งเมือง
O เป็นภาพประชาชน
ที่อึดอัดเสียจน .. จำป่น-เปลื้อง-
นักรบด้วยปลายลิ้น .. จนสิ้นเปลือง-
โอกาสความรุ่งเรืองของเมืองไทย
O เป็นนักรบไว้ป้องชาติ
กลับใช้ปืนอุกอาจทำบาตรใหญ่
กรูขึ้นบนทำเนียบย่ำเหยียบใจ
กระบอกปืนหันใส่ .. เผ่าไทยนี้
O ภาพฝูงชนเรือนแสนเนืองแน่นถนน
เคลื่อนตัวบนน้ำใจอันไหลรี่
สองมือยกเงื้อสับความอับปรีย
เพรียกเสรีเพรียกสิทธิ์อันติดตัว
O ร่วมหยาบหยามยศศักดิ์จนหักโค่น
ร่วมถ่ายโอนความรู้ให้รู้ทั่ว
ร่วมเปลี่ยนแปลงโมหันต์ให้สั่นรัว-
แค่ในหัวใจชาติ .. อำนาจนิยม
O เป็นหนึ่งความบริสุทธิ์ที่รุดเร่ง-
ฝ่ากุมเหงแถวทัพ .. ร่วมขับ-ข่ม-
ทุรชาติตัวโตผู้โสมม
จนสังคมนอบน้อม .. ลุก-พร้อมกัน
O เป็นหนึ่งความบริสุทธิ์ที่ผุดพลุ่ง-
ขึ้นพร้อมเพื่ออำรุงความมุ่งมั่น
ล่ม-นักรบหลงงานเมื่อวานวัน
ยก-ชาติพันธุสยามให้งามตา
O สีสิบปีล่วงลับให้นับเนื่อง
ความเป็นชาติเชื่อเชื่อง .. ที่เบื้องหน้า-
ยังคงกลาดเกลื่อนเช่น .. ที่เป็นมา
คือศรัทธาบ้าบอด .. ยังทอดเงา

O สีสิบปีลับล่ม .. เหลือปมด้อย
แฝงแววตาเงื่องหงอย .. ที่คอยเฝ้า-
ฝันให้ฟ้าสีทอง .. เป็นของเรา
ถิ่นที่สีหม่นเทา .. ทอดเงา - ล้อม !
ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
27 มิถุนายน 2014, 05:59:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #1 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2014, 05:59:PM »
ชุมชนชุมชน

.
.
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=11-2013&date=06&group=41&gblog=49


O ลมหายใจ .. แห่งอำนาจนิยม .. O






O ลมหายใจแห่งอำนาจนิยม
พลิ้วผ่านทุกปรารมภ์เกินข่มขับ
แนบอยู่ในสำนึกอย่างลึกลับ
ทั้งตื่นหลับเหนื่อยอ่อนเกินซ่อนไว้
O รูปนาม, ความโดดเดี่ยว, ความเปลี่ยวเปล่า
แทรกความเหงาเงียบรุมลงสุมใส่
ภาพวันวาน-แววตาแสนอาลัย
ค่อยค่อยไหวเวียนวก .. ในอกคน
O รูปนาม, ปวงความคิด, ความบิดเบือน-
จึงแล่นเลื่อนล้อมแหล่งทุกแห่งหน
ลมหายใจเหนื่อยอ่อนเคยร้อนรน-
ยังอุ่นล้นด้วยเลศแห่งเพทนา
O ถูก, ผิด .. ตลอดสายจวบปลายยุค
คงเคล้า-คลุก .. ครอบเมืองอยู่เบื้องหน้า
ด้วยอัตตายึดมั่นคอยบัญชา
อยู่คอยท้าทายสมัย .. เหมือนไฟฟอน
O ถูก, ผิด .. ตลอดสายจวบปลายวัย
ถ้วนเลศนัย-ยังเห็นเกินเร้นซ่อน
ทั้งโวหารภาพพจน์ทุกบทตอน
ยังสะท้อนธาตุแท้เกินแก้ .. คลาย
O ลมหายใจเหนื่อยอ่อนแม้นอ่อนล้า
หากแววตาทั้งดวงยังช่วงฉาย
มองโลกในเบื้องหน้าอย่างท้าทาย
เย้ย-แดดสายโลมไล้อยู่ในวัน
O สายลมแสนอบอุ่นยังหมุนรอบ
เข้าปลุกปลอบความหวังให้ตั้งมั่น
นกร้อง, คลื่นลมร่ำ, ความรำพัน-
เพรียกความฝันทุกบท .. เป็นบทเดียว !
O เกิดขึ้น, สำหรับ เพื่อดับไป
เยี่ยงต้นน้ำจากไพรอันไหลเชี่ยว
ถึงที่ราบ-ทั้งสายย่อมคลายเกลียว-
การยึดเหนี่ยว-รวมอณู .. ย่อมรู้เลือน
O เกิดขึ้น, ตั้งอยู่ ย่อมรู้ดับ
แม้นหมื่นแสนสับปลับจะขับเคลื่อน-
เข้าต่อต้านด้วยฤทธิ์ความบิดเบือน
การแล่นเลื่อนภพชาติ ฤาอาจยั้ง ?
O โอ .. คำ, ความฉกฉวย .. ร่วมอวย - แว่ว
งามผ่องแผ้วแห่งสุคนธ์ .. จึงล้นหลั่ง-
คันธารสหวานล้ำ-เร่งกำลัง
แทรกแฝง-ฝัง .. รมย์รื่นให้ตื่นตัว
O ลมหายใจเหนื่อยอ่อน .. ยังอ่อนล้า
หากเบื้องหน้ายามนั้น .. เงียบงัน-ทั่ว
สดใสทั้งฟ้าบนเคยหม่นมัว
เปลี่ยน-เพียงชั่วน้ำระยับพลิ้วกับลม
O สายลมแสนอบอุ่น .. ยังหนุนเนื่อง
บรรดาเรื่องถ้วนสรรพยังทับถม
สายน้ำยังไหลบ่า, ถ้วนปรารมภ์-
กลับค่อยล่มเลือนลับ .. อยู่กับกาล
O โอ .. คำ, ความร่วมช่วย .. ยังอวย - แจ้ว
ลมยังแผ่ว .. ยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน-
โลมไล้รูปอาชญาบรรณาการ-
ประดิษฐานดีชั่ว .. ขึ้นยั่วเย้ย !

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
20 กรกฎาคม 2014, 10:37:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #2 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2014, 10:37:AM »
ชุมชนชุมชน

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=02-2014&date=11&group=42&gblog=213



O จันทร์ - กระสันรุ่ง ..? O






O อัญชลีกราบก้มประนมกร
แล้วส่งเสียงพร่ำวอนออดอ้อนสวรรค์
เพรียกทิพทั้ง 6 ฟ้าให้มาพลัน
หยัดภาวะขึ้นถวัลย์ให้วันทา
O สมมุติว่าเป็นทิพ .. จึงหยิบยก
เอาบุญปกหัวหูเมื่อคู้ขา
มอบวางความจงรักเทียบศักดา
อวด-ไพร่, ข้า, ผู้ดี .. ในที่นั้น
O สังขารปรุง, ปากอ้า, บรรดาถ้อย-
หลั่งเคลื่อนคล้อยโลมสมัยจนไหวหวั่น
งามเอยความบำบวงในช่วงวัน
ปรุงแต่งอย่างสำคัญ - เผ่าพันธุ์นี้
O แว่วผ่านถ้วนคำความที่ลามรุก
หวานแทรกซุกใจคน ก็ล้นปรี่
ตาพริ้มอยู่-ฤๅสิ้นความยินดี
ทิพในที่ก็ร่อนคว้างอยู่กลางใจ
O อัญชลีสรรเสริญ-ก้ำเกินโสต
แรงปราโมทย์แผ่ซ่าน-ฤๅต้านไหว
โลดเหลิงความยินดีอยู่นี่ .. ใคร?
แอบหวังความเป็นใหญ่ - นี่-ใครกัน ?
O โอ .. ทิพทั้ง 6 ฟ้าเจ้าข้าเอ๋ย
ไม่ - "ควร, เคย" อย่ายกให้ตกสวรรค์
โลกในยามมิเคยช่วงด้วยดวงจันทร์
หากดวงวัน-มิอาจรับ .. ก็ดับซะ !
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 กรกฎาคม 2014, 08:48:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #3 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2014, 08:48:PM »
ชุมชนชุมชน

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=03-2014&date=19&group=42&gblog=231


O ร่างใต้กองดิน .. O






O ย่อมไม่ใช่บุญคุณจากรุ่นเก่า
เพียงความคิดคนเขลาถูกเป่าหู
แค่ร่วมมือกำจัดเหล่าศัตรู
รวมจิตไทยทุกผู้ ร่วมกู้เมือง
O ทั้งเลือดนายเลือดไพร่ล้วนไหลหลั่ง
แต่มีนั่งหลังช้างแอบสร้างเรื่อง
ว่า .. วกวาดดาบหนุนแรงขุ่นเคือง
แต่งความกล่อมเชื่อเชื่อง .. ต่อเนื่องมา
O ใครหรือเคยมองเห็นเรื่องเช่นนั้น
เช่นรำพันบรรเลงความเก่งกล้า
ใครหรือเคยเห็นการณ์นั้นผ่านตา
เช่นเขาว่า .. สร้างภาพให้กราบกราน
O ประวัติศาสตร์ชาติไทย .. ก็ใครเขียน
ให้ร่ำเรียน .. ว่าถูก .. ชั่วลูกหลาน
ชำนะย่อมผูกบท .. ผู้จดจาร
พ่ายแพ้ย่อมคือพาล .. ถูกลาญลบ
O เห็นเพียงเหล่าผู้นำแย่งอำนาจ,
การเข่นฆาตเลือดกระเซ็น และเห็นศพ
เห็นเลือดคาวแดงคล้ำ นองค่ำพลบ,
การสมคบฆ่านาย .. และขายน้อง
O ประวัติศาสตร์ชาติไทย .. เห็นไหมเล่า
ใครเขียน-เขา .. เขียนความให้ .. งาม .. ผ่อง
อ่านความ .. ใช้สำนึกคอยตรึกตรอง
เจอความพร้องพร่ำอวย .. อย่าช่วย กระพือ !
O ไม่มีหรอกบุญคุณจากรุ่นไหน
กลางศึกล้วนเลือดไทย ผู้ไว้ชื่อ
ทั้งไพร่, นายใช่จ้าวเช่นป่าวลือ
แต่ล้วนคือเลือดไทยที่ไหลริน
O จึงไม่ต้องเหยียบย่ำความสำคัญ
ของอาสัญชั้นไพร่ .. จนไร้สิ้น
จึงไม่ต้องยกย่อง .. บางกองดิน-
เกินสังขารพังภินท์ .. ถมดินแดน !

 
ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s