O ชั่วฟ้าดินดับ .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
17 กุมภาพันธ์ 2019, 01:05:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O ชั่วฟ้าดินดับ .. O  (อ่าน 16653 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
15 มีนาคม 2014, 08:30:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« เมื่อ: 15 มีนาคม 2014, 08:30:PM »
ชุมชนชุมชน

ที่มา ..
ตอนที่ 1 .. http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=11-2013&date=16&group=159&gblog=2
ตอนที่ 2 .. http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=01-2014&date=11&group=159&gblog=4





อารัมภบท ..


ร่าย
O ศรีอยุธยาไพจิตร - - - ราวนิมิตแดนสรวง
ตอบคำบวงบรรหาร - - - เอี่ยมโอฬารรูปลักษณ์
ลงจำหลักปฐพินทร์ - - - รองรับยินดีโลก
เกียรติบ่ายโบกกำจาย - - - พ้องบรรยายเรื่องราว
ภาพปรางค์วาววับแสง - - - ช่อฟ้าแซงเสียดยอด
เจดีย์ทอดเงาอ้อน - - - แดดรุ่มร้อนยามสาย
พฤกษ์ปลิวปลายยอดรับ - - - แสงจู่จับลมล้อม
ใบลู่น้อมแนวระเนน - - - ต้นอ่อนเอนแอบใบ
เวียงวังในเบื้องหน้า - - - กองแกล้วกล้าเรียงตอน
พร้อมราญรอนไพรินทร์ - - - ป้องธาณินทร์สินธู
ร่วมบำรูชาติให้ - - - ปลอดเศิกเสี้ยนเหนือใต้
ปลดไข้ขุกเข็ญ - - สิ้นนา


แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา ..
พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 7 แห่งกรุงศรีอยุธยา
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
พศ.1975



O แสะ,สาร,แกล้ว,เคลื่อนคล้อย - - - คลาขบวน
ธง,หมวก,ดาบ,ขอ,ทวน - - - ทั่ว-พร้อม
แผ่วหอมกรุ่นมาลย์หวน - - - ลมหอบ หาเนอ
คล้ายร่วมบำเรอ, น้อม - - - นอบก้านชุลีกรรม ฯ

O เหือดฝนเห็นฝุ่นฟุ้ง - - - ฝากยาม
เริ่มศึกเสี้ยนคุกคาม - - - ขอบแคว้น
กัมพุชกำแหง, ลาม - - - ปามลอบ ปล้นนา
ใจที่ขุ่นที่แค้น - - - ย่อมแค้นจนขม ฯ

O ผืนธงพลิกพลิ้วรูป- - - ระบัดลม
พร้อมหมู่ชายปรารมภ์ - - - รบป้อง-
เขต, เอา-เลือด,ร่าง ถม - - - ลงทับ ถิ่นนา
ยอเกียรติยศให้ก้อง - - - เกริกหล้าแหล่งสถาน ฯ

O แดดสายทอส่องต้อง - - - ตอน-พล
เมื่อฝุ่นลอยอลวน - - - แวดล้อม-
ขอ,ง้าว,ดาบ,จิตจะรณ - - - รบศึก
ทั่วทัพทั้งทัพพร้อม - - - พรั่งพร้อมเข้าผลาญ ฯ

O นาเนกสุโนกร้อง - - - รัวเกรง
หรุบปีกหลีกกุมเหง - - - หว่างไม้
คน,สัตว์-ข่มวังเวง - - - วอดบท
เหลือบทขุ่นข้องไว้ - - - บดขยี้ตีขอม ฯ

O พรากเมือง, เพียงแมกไม้ - - - มองชม
เสียงเอ่ยอ้อน, เพียงลม - - - ลูบไล้
แก้มเนียนอิ่ม, เพียงฉม - - - ชื่นกลิ่น มาลย์นา
กุมกอปรคำนึงไว้ - - - หว่างร้อนการณรงค์ ฯ

O ใจนั้นย่อมห่วงละห้อย - - - คอยหา
ทุกเหม่อลอย, แววตา - - - ย่อมแต้ม-
ติด-ด้วยรูปปรารถนา - - - เนื้อนิ่ม แม่แม่
จำหลักล้วนกลิ่นแก้ม - - - กรุ่นไว้เวียนถวิล ฯ

O แผ่วพลิ้วลมลูบไม้ - - - มวลผกา
นึก-ออดอ้อนเพรียกนา - - - สิกชู้
เนียนแก้ม, ช่อเกสรา - - - อวลกลิ่น
จนจบลงรับรู้ - - - รสแล้ว, จะแล้วหรือ ฯ

O ป่านนี้คงโอดอื้น - - - อาดูร
กรอมโศกกำสรดพูน - - - เพียบหน้า
หาก-เพื่อชาติไพบูลย์ - - - บทเลื่อง ลือเนอ
จำ-ขับข่มชั่วช้า - - - ไป่ช้าคืนหวน ฯ

O ช้าง, ม้า, คน-เคลื่อนคล้อย - - - ใจครวญ
มาทัพ, พรากเรือน, นวล - - - ห่างห้อง
ถ้วนเหตุที่พาหวน - - - มาห่าง
ทวน, ดาบ, ใจขุ่นข้อง - - - จักสะบั้นบั่นคอ ฯ

O ดาบต้องแดดวาบล้อ - - - อารมณ์
เนื้อ, เลือด, ชีพ-รอถม - - - ถิ่นให้-
รับรู้-โทษทัณฑ์, คม - - - ดาบขุ่น ข้องเวย
บ่มทุกข์เข็ญขื่นไข้ - - - บีบเค้นขอมเขมร ฯ

O เคลื่อนทัพมาป้องศักดิ์ - - - ศรีอโย ธยาเฮย
ล้อมกักให้เสื่อมโส - - - มนัสสิ้น
ย่ำเหยียบเกียรติภิญโญ - - - ให้ย่อย ยับแล
เพรียก-เร่าร้อนเดือดดิ้น, - - - พลุ่งย้อมดาบสยาม ฯ




O ปราสาทสูงเสียดฟ้า - - - เฟือนสรวง
หิน-แกะรูปบำบวง - - - ทิพทั้ง-
หกฟ้า, กล่อมเกลาดวง - - - จิตศรัท ธาเนอ
จำหลักไว้เหนี่ยวรั้ง - - - จิตรู้วิทูวิถี ฯ

O รูปหินแกะก่ายก้อน - - - เรียงกัน
โถง, แท่น, เทพ, รำพัน - - - พร่ำพร้อง
อัปสรร่ายรำ, บรร - - - โลมต่อ ทิพเนอ
ยามแว่วเสียงทัพร้อง - - - เร่งล้อมทำลาย ฯ

O แสะ, สาร, แกล้ว-เคลื่อนเข้า - - - คุกคาม
อำนาจแสนยาสยาม - - - บดขยี้
โดยอธิราช, เจ้าสาม - - - พระยา-ยก มาเนอ
ย่ำเหยียบขอมป่นปี้ - - - ศักดิ์สิ้นเสรีสลาย ฯ

O คมดาบวาบผ่านแล้ว - - - เลือดริน
คมแทรกเนื้อ, ทรพินทร์ - - - ร่วงพื้น
ดาบเดียว, วูบเดียว-ภิน - - - ทนะกิจ แล้วแล
เลือดอุ่น, เสียงโอดอื้น - - - อาจรู้สิ้นหรือ ฯ

O คมดาบวาบผ่านแล้ว - - - บรรลัย
คมเสียด-เนื้อ, กระดูก, ขัย - - - ฆาตสิ้น
ดาบเดียว, เดือดเดียว, ภัย - - - พังพาบ
ใช้ดาบพูดแทนลิ้น - - - ย่อมแล้วโดยเร็ว ฯ

O ขุนขอมเคยห่ามเหี้ยม - - - สิ้นหาญ
ศักดิ์ชาติเอี่ยมโอฬาร - - - ล่มแล้ว
เพียงเศษซากวิญญาณ - - - ย่างย่ำ
โซ่, ขื่อคา-ฤๅแคล้ว - - - ครอบค้ำคอขอม ฯ

O เชลยศึกถูกกวาดต้อน - - - ตามวิถี ศึกนา
อำมาตย์, ขุนนาง, มณี - - - ปลั่งน้ำ
อัปสร, ระบอบพิธี - - - บวงเทพ
รวบ, ริบ -เว้นชอกช้ำ - - - ชดใช้อหังการ ฯ

O ยาวเหยียดแถวผู้พ่าย - - - ผลรบ
ยกย่างก้าวอย่างสงบ - - - เงียบแท้
อับอาย, อดสู, ครบ - - - ครันอยู่
ศักดิ์และสิทธิ์ผู้แพ้ - - - พ่ายนั้นพร้อมไฉน ฯ


O จนทัพศึกย่ำก้าว - - - ถึงอกเมือง, รูปอะคร้าว-
อยู่เฝ้าจึ่งเห็น

O จนดวงเนตรเหลือบชม้อย - - - ชม้ายสบ, ความละห้อย
จึ่งแห้งเหือดหาย

O จนอ้อมแขนโอบไว้ - - - อกอุ่นแนบชิดใกล้
สร่างสิ้นฤๅเขษม

O จบจูบแก้มนิ่มเนื้อ - - - อย่างแผ่วเบา, รูปอะเคื้อ
สั่นสะเทิ้นสุดถอน





O จบจูบ, ตาซ่อนยิ้ม - - - ถูกจบจูบ, ตาพริ้ม-
หลบ-สะท้อนสะท้านเขิน

O หน้าแนบอกกระซิบอ้อน - - - งามยิ่ง-ยามเหลือบค้อน
ฝ่าร้อนปรารถนา

O เอวคอดกิ่วรูปแก้ว - - - ถูกโอบรั้งเหนี่ยวแล้ว
จักแคล้วคลาดหรือ

O หอมกรุ่นผิวผ่าวเนื้อ - - - เพรียกเร่าร้อนโชนเชื้อ
อุ่นเอื้ออาวรณ์

O กลางจันทร์รูปต่ายแต้ม - - - กลางอกอวลกลิ่นแก้ม
ยั่วแย้มรมยา

O โอบนั้น-คือโอบเนื้อ - - - เพรียกอุ่นให้อุ่น-เชื้อ-
ช่วงร้อนระเร้าระรุม

O แผ่ว-ออดอ้อน,โอดอื้น - - - ผิว-ผุดผ่องพลิ้วพื้น
ผ่าวน้อมตฤษณา

O แว่ว-กระซิกระส่ำสร้อย - - - แว่ว-ออดอ้อนอ่อนน้อย
ข่มละห้อยฤๅหาย

O แว่ว-นกค่ำหวีดก้อง - - - พร้อม-อีกเสียงหวีดร้อง
กลบสิ้นสรรพเสียง

.
.
ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
16 มีนาคม 2014, 08:23:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #1 เมื่อ: 16 มีนาคม 2014, 08:23:PM »
ชุมชนชุมชน


O แขนเนียนคล้องเหนี่ยวรั้ง - - - ร่ำรอ-
โน้มจบเนื้อนวลลออ - - - อุ่นให้-
เสียงครวญสั่นเครือ, คลอ - - - เคล้าโสต พี่แม่
กอด, กล่อม, อยู่ชิดใกล้ - - - กล่าวล้วนคำประโลม ฯ

O เหนี่ยวโลกทั้งโลก-ห้อม - - - แหนขวัญ
กับออดอ้อนจำนรรจ์ - - - นั่น-นี้
แววตาอิดโรย, พลัน - - - เขินหลบ
เมื่อรูปการณ์ก่อนกี้ - - - กลับย้อนกระหึ่มกระเหิม ฯ

O อบอวลคำเอ่ยอ้อน - - - ออดแสดง
แผ่วกระซิบความแฝง - - - ฝากชู้
เยี่ยงหวานสุมาลย์แจรง - - - จรดหยาด
ผึ้ง, ภู่, คน แต่รู้ - - - หลั่งน้ำใจสนอง ฯ

O ปีกบางหรุบปีกล้อม - - - ละอองมาลย์
ตฤปรสเรณูหวาน - - - หว่างไม้
อกอุ่น-อุ่นเนื้อคราญ - - - ครวญ-กล่อม
แตะรูปตฤปรสให้ - - - แต่ละห้อยระโหยหา ฯ

O หอมกรุ่นกลีบดอกเชื้อ - - - เชิญภมร
แต่เมื่อเสียงเว้าวอน - - - แว่ว-กระชั้น
แยกฤา-สุมาลย์, สมร - - - หอม-อุ่น
เสียง, อุ่น, หอม-ยามนั้น - - - ประณีตล้ำคำแถลง ฯ

O แล้วเล่าหลังตฤปรู้- - - รสสุคนธ์
เบิกบทความอลวน - - - ว่อนล้อม
แล้วเล่าจากอนุสน- - - - ธิรูป
เพรียกจิตวิญญาณพร้อม - - - ปลีกพ้นนิพพิทา ฯ

O แอบ-อุ่นนวลอ่อนน้อย - - - นงพะงา
พิมพ์รูปรสตฤษณา - - - เหนี่ยวรั้ง-
ให้โลกล่มลับคา - - - เสียงคร่ำ ครวญเนอ
อย่างแผ่วเบาซ้ำครั้ง - - - คร่ำละห้อยคอยหวน ฯ

O หอมเอยกลางแห่งห้วง - - - เสน่หา
กลบรูปรสกุสุมา - - - มอดเชื้อ
อวลกลิ่นกล่อมถึงนา- - - - สิก-รูป
ให้รับรอง, โอบเอื้อ - - - อุ่นเนื้อนวลนิรันดร์



พระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยา
แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ
พศ. 2000



O ปลดขื่อคา, ถ่ายทิ้ง - - - ทรมาน
สืบเผ่าพงศ์, บริบาล - - - บทไว้-
สร้าง-เกณฑ์กรอบ, พิธีการ - - - ใช้ปก ครองเนอ
สืบลูกสืบหลานให้ - - - ห่วงด้าวแดนสยาม ฯ





O แรกรุ่งสุริยะเรื้อง - - - โรยทาง
ขับมืดหม่นสลัวลาง - - - เลื่อนพ้น
รูปหนึ่งหยัดสรรพางค์ - - - พร้อมหมู่ บ่าวเนอ
รอบาตร, จิตท่วมท้น - - - ศรัทธะ, ถ้อย, อธิษฐาน ฯ

O งามพร้อม-รูปพักตร์ล้ำ - - - เลอสมร
ลอบเหลือบเนตร, ดั่งวอน - - - เลศไว้
อิริยาทุกช่วงตอน - - - เตรียบรูป รอเนอ
รอ-ตอกตรึงจิตให้ - - - แต่ละห้อยถวิลเห็น ฯ

O แถวพระยกย่างก้าว - - - ยอกรรม-
ขึ้น-เทียบ, ทาน-สภาพธรรม - - - เท็จ-แท้
อุ้มบาตรห่มบุญ, กำ- - - - จัดโลก
ย่ำโลกเหยียบโลก, แก้ - - - บ่วงรั้ง-ปลาตรอย ฯ

O โอภาสธรรมพระล้าง - - - หม่นหลัว
แต่เมื่องามเตรียบตัว - - - ต่อหน้า
คำข้าว, คำพระ, หัว- - - - ใจหนึ่ง
หอม, แว่ว, ล่มเหว่ว้า - - - วาบสิ้นวายสูญ ฯ

O ผ้าแดงเข้มห่มเนื้อ - - - นวลอนงค์
ไหล่พาดสไบขาวลง - - - ลูกไม้
ผมยาวรวบเป็นทรง - - - เกล้าเสียบ ปิ่นแล
เลือดฝาดลูบแก้มไว้ - - - ระหว่างเช้าเบิกโฉม ฯ

O หอม-ข้าวหอม, ดอกไม้, - - - ดวงมณี-
แสงอ่อน, แถวพระลี- - - - ลาศ-คล้อย,
กรผุดผ่อง, ทัพพี - - - ผจงจับ
กอปร-ภาพงามแช่มช้อย - - - อยู่เชื้อเชิญประชัน ฯ

O บุตรีอำมาตย์เชื้อ - - - ชาติขอม
หลังพ่ายศึกจำยอม - - - ถูกต้อน-
สู่แดนต่างด้าว, ประนอม - - - ปวงขนบ ถวายแล
เผยรูป-เพรียกรุมร้อน - - - รบเร้าแรงถวิล ฯ

O คำข้าว-เจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตร, เกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้
เตยหอมอีกช่อ-บง- - - - กชมอบ ท่านนา
มือจบ, คอค้อมไหว้ - - - สืบสร้างทางกุศล ฯ

O คำข้าว-เจ้าคดน้อม - - - นำถวาย
พร้อมเพ่งจิตรำบาย - - - บอกเนื้อ-
ความ-ทุกข์โศกพึงวาย - - - วอดบท
เพรียกสุขศานติ์ผ่านเอื้อ - - - อุ่นเนื้อนวลถนอม ฯ

O ห่มเหลือง, มืออุ้มบาตร - - - ยอบุญ-
ลงเทียบมือเรียวละมุน - - - ละเมียดแก้ว
เมตตาจิตยามอรุณ - - - รับ-ส่ง
ตาสบ, พักตร์ผ่องแผ้ว - - - พร่างแพร้วพรายตา ฯ

O ลาทัพออกบวชให้ - - - บุพกา รีเนอ
เทียบเที่ยวทางปฏิปทา - - - ถูก-แท้
ย่ำเหยียบแต่มรคา - - - ควร, ชอบ
ทุกบ่วงรัด-แกะแก้ - - - กร่อนสิ้นปลาตสูญ ฯ

O ฤๅ-พรหมพาผ่านพ้อง - - - พบกัน
จูงจับภพพรหมจรรย์ - - - จบหน้า-
รูปเพ็ญลักษณานัน- - - - ทิต่อ ตาแล
เช้าที่เคยผ่านช้า - - - กลับช้ากว่าเคย ฯ

O รูปพรหมจรรย์เพ่งนิ้ว - - - เรียวนวล
เมื่อรูปงามประหนึ่งชวน - - - ชิดใกล้
หอมเอยกลิ่นข้าวอวล - - - อบอยู่
หอมเยี่ยงนี้มีได้ - - - แต่ด้วยเสน่หา ฯ

O เส้นทางเบื้องหน้าทอด - - - ยาวไกล
ลมหวีดแว่ว, ไม้ใบ - - - ระบัดเต้น
แดดพร่าง, พักตร์อำไพ - - - เผยทาบ ตาแล
แทรกรูปรอยแฝงเร้น - - - รุกเร้าอารมณ์ ฯ

O เที่ยวทางเบื้องหน้า, ร่ม - - - ใบบัง
เมื่อเที่ยวทางเบื้องหลัง - - - ลับแล้ว
รูปหนึ่งค่อยแทรกฝัง - - - ฝ่ายจิต
แลจิตนั้นฤๅแคล้ว - - - คลาดละห้อยถวิลเห็น ฯ

O ตาชาย, รูปชดช้อย - - - ชำเลือง
ลมร่ำ, แดดแรกเรือง - - - เรื่อฟ้า
รูปงาม, รูปห่มเหลือง - - - ลอบสบ ตาเนอ
โลกจากนั้น - เพียงหน้า - - - อ่อนน้อย-คอยคะนึง ฯ

O แสงแรก, อกรุ่มร้อน - - - เรื่อ, รอ
เนตรเหลือบ, จิตผู้ขอ - - - ข่ม, กลั้น
นิ้วหยิบจับ, นวลลออ - - - เนียนต่อ ตานา
ข้าว, ดอกไม้ช่อนั้น - - - นบ, น้อม-ประนอมคะนึง ฯ

O เห็นเพียงปลายนิ้วหยิบ - - - จับวาง
ก่อนกลิ่นหอมเจือจาง - - - จู่ล้อม
สายลมรื่น, หทยางค์ - - - โยกแกว่ง
มือจบ, หน้าก้มน้อม - - - นิ่ง-เชื้อเชิญชม ฯ




O หลังรูปงามลับหน้า, - - - คำนึง-
ก็แทรกจิตติดตรึง - - - แต่นั้น
แทนรำงับ, ถวิลถึง - - - โถมบท
ค่อยคุกคามบีบคั้น - - - ข่มล้างฤๅสลาย ฯ

O บุตรีอำมาตย์เชื้อ - - - ชาติขอม
เผยรูปเพรียกตาประนอม - - - นิ่ง-ช้า
ข้าว, ใจ, ช่อมาลย์-หอม - - - ถ้วนสิ่ง
หอมแต่เช้าเชิญหน้า - - - แม่นั้นประสานนัยน์ ฯ


O จวบรอบเดือนเคลื่อนคล้อย - - - ตาปลาบปลั่งยังชม้อย-
ลอบชม้ายไป่วาง

O กลางโบสถ์, หน้าพระแผ้ว - - - ลาเพศพระ, อกแกล้ว-
ยากแคล้วคลาดถวิล

O ธานินทร์ถ้วนถิ่นแคว้น - - - งามอาจเทียบเปรียบแม้น-
แม่นั้นฤๅมี

O แรกรุจี, บาตรใส่ข้าว - - - แถวพระเรียงแถวก้าว
รูปอะคร้าวจึ่งเห็น

O เพ็ญอำไพพักตร์ล้ำ - - - แววเนตรปลาบปลั่งน้ำ
เหลือบชม้อยคอยหา





O แววตาชายชาติผู้ - - - เพ่งพิศงาม, รับรู้-
เลศชู้หยอกเอิน

O ขัดเขินกลางตรู่เช้า - - - ดูเถิดยืนหยัดเฝ้า-
ฝากซึ้งตรึงทรวง

O จบคำบวงนิ่งน้อม - - - ภาพแช่มช้อยลามล้อม
ป่ายย้อมรมยา

O ตาสบ, ตาหลบพริ้ม - - - หลังสบแววซ่อนยิ้ม
อกสะท้านสั่นรัว

O เผยตัว-ชายชาติแกล้ว - - - เผยร่างต่อหน้าแก้ว
จักแล้วเลือนไฉน

O ใจวาบ, เลือดซ่านแก้ม - - - เรื่อก่ำ, ด้วยยิ้มแต้ม-
ติดเนื้อใจอนงค์

O รูปองค์-ค่อยเคลื่อนพ้น - - - ความรับรู้-หวานล้น
ท่วมท้นดวงหทัย

.
.
ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 มีนาคม 2014, 09:30:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #2 เมื่อ: 17 มีนาคม 2014, 09:30:AM »
ชุมชนชุมชน

พศ. 2004



O หลัง-ติโลกราชเจ้า - - - จอมคน
ยกทัพแสนยาพล - - - แผ่ล้อม
เพื่อศักดิ์เพื่อศรี-ชน - - - ชาวอยุท ธยาเฮย
จิต, ดาบ, หอกจึ่งพร้อม - - - ปกป้องแดนสยาม ฯ

O ครั้งนั้น-คือพ่อผู้ - - - ผลาญขอม
คมดาบกำราบ-ยอม - - - สยบสิ้น
ครั้งนี้-ลูกชายออม - - - ใจอด กลั้นฤๅ
เนื้อ, เลือด, ชีพดับดิ้น - - - ดาบนี้รอสนอง ฯ

O ลูกชายคุณพระผู้ - - - เพลงดาบ-
รอวาดคมวกวาบ - - - แหวกเนื้อ
ในสำนึกเพียงภาพ - - - โผเข่น อรินทร์เนอ
พร้อมภาพงามโอบเอื้อ - - - อกไว้ประคองหวัง ฯ

O ดวงตาคมปลาบคล้าย - - - รอคอย-
เผยภาพ, ผุดภาพ-ทะยอย - - - ยั่วเย้า
เหลียว, หัน, เหลือบ, ปริบปรอย - - - ปรุงตอบ โลกเนอ
โลกที่ทุกค่ำเช้า - - - ชื่นล้ำคำประโลม ฯ

O ดวงตาคมปลาบคล้าย - - - คอยพราง-
ซ่อนข่มอาวรณ์, ขนาง - - - หน่วงไว้
สายใย, เยื่อใย-กลาง - - - กลองศึก
รับ, ส่ง-ผ่านลมไล้ - - - ลูบเนื้อนวลถนอม ฯ

O พร้อม-ภาพชายชาติผู้ - - - พร้อมรบ
คือ-ภาพงามในขนบ - - - นิ่งน้อม
แสงทอด, ดาบ-กรรทบ - - - สะท้อนวาบ วามแล
รำลึกคุณพระ-พร้อม - - - พากย์เนื้อความเสนอ ฯ

O พร้อม-ภาพชายชาติผู้ - - - พร้อมรบ
คือ-ภาพแววตาสบ - - - เลศซึ้ง
เอ็นดู, อ่อนโยน-ครบ - - - ครันบ่ง บอกนา
หวิววาบถึงก้นบึ้ง - - - จิตแล้ว-ฤๅเลือน ฯ

O คำบวงในจิตน้อม - - - นอบลง-
ต่อพักตร์รูปพุทธองค์ - - - เอ่ยถ้อย
จวบชีพดับ-จักคง - - - คอยอยู่-
สองภพชาติพึงร้อย - - - ร่วมเนื้อนาบุญ ฯ



รอยอดีต ..
สี่สนมเอก .. แห่งสุพรรณภูมิ
พศ. 1893



ร่าย
O แต่ทวาราวดี - - - หลากหลายชีวาตม์ผอง
เข้าจับจองแผ่นดิน - - - ทั้งแหล่งสินธูผืน
ค่อยหยัดยืนรวมเหล่า - - - เป็นพวกเผ่าเสรี
สร้างธานีขอบเขต - - - รวบรวมเจตจำนง
เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ - - - ต่างราชันย์ต่างเมือง
คอยบรรเทืองขุกเข็ญ - - - ให้ร่มเย็นมีสุข
ในถ้วนทุกถิ่นแดน - - - ร่วมตอบแทนความชอบ
สร้างเกณฑ์กรอบร่วมกัน - - - แต่ละขันธสีมา
ตราบจนกาละผ่าน - - - เริ่มเชื่อมว่านวงศ์ถึง
ไมตรีตรึงติดนำ - - - สร้างสัมพันธภาพสู่
ระหว่างหมู่ต่างเมือง - - - ร่วมบรรเทืองยศศักดิ์
ร่วมใจรักสมัครสมาน - - - ร่วมสืบสานอำนาจ
รวมศูนย์อาชญาภาพ - - - ณ ที่ราบลุ่มเจ้า-
พระยาเข้าเป็นหนึ่ง - - - สองกลุ่มซึ่งร่วมกัน
คือสุพรรณภูมิปุระ - - - และจากละโว้บุรี
สานไมตรีเครือญาติ - - - รวมอำนาจจุนเจือ
จากด้านเหนือลงมา - - - ร่วมตั้งธานีใหม่
ร่วมเป็นใหญ่ในที่ - - - น้ำไหลรี่บรรจบ
แยกผืนภพเป็นเกาะ - - - เจ้าพระยาเลาะโลมฝั่ง
ป่าสักหลั่งบรรจบ - - - ตอนเหนือลพบุรีล้อม
เป็นเกราะห้อมแผ่นดิน - - - ป้องอรินทร์พวกพาล
ร่วมสืบสานธรรมพุทธ - - - กรุงศรีอยุธยานาม
เพรียกตามชื่อเมืองเดิม - - - จึงต่อเติมสร้างวัง
ทำเลหลังวัดพระราม - - - นิเวศม์คามกอปรสุข
ปวงผองทุกข์หลีกลี้ - - - พระย่อมคอยช่วยชี้
นั่นนี้ถ้อยแถลง - - - คดีนา






O เบิกเบื้องอตีตะพู้น - - - ปฐพี
แต่ละโว้สุพรรณบุรี - - - ร่วมด้าว
แผ่นดินถิ่นฐานมี - - - มาก่อน
ยกอู่ทองท่านท้าว - - - ที่ไท้ในสถาน ฯ

O รับรองสถานภาพด้วย - - - ดุษฎี
เงื่อนเหตุจากบารมี - - - มากล้น
สถาปนาราชธานี - - - เหนือถิ่น เดิมแฮ
ด้วยทำเลเหมาะพ้น - - - แผ่นพื้นไผทไหน ฯ

O สืบแต่เมืองละโว้ฟาก - - - ฝั่งขวา-
แห่งน่านน้ำเจ้าพระยา - - - รากเหง้า
สุพรรณภูมิฝั่งซ้ายมา - - - ร่วมร่ม ฉัตรเนอ
ร่วมสุขอยู่ค่ำเช้า - - - ทุกเชื้อชาติชน ฯ

O นครสวรรค์เหนือสุดด้าว - - - แดนอยุทธ
เมืองเพชรบุรีซ้ายสุด - - - จัดตั้ง
ขวาจดน่านน้ำสมุทร - - - ชลบุ รีเฮย
คือขอบขันธสีมาครั้ง - - - แรกพร้องเพรียกสยาม ฯ

O เวียงวังตระหง่านเงื้อม - - - เงาแสง
ป้อมค่ายคูกำแพง - - - รอบล้อม
บัลลังก์ร่มฉัตรแปลง - - - เปลี่ยนอาชญ ภาพนา
เกริกพระเกียรติยศพร้อม - - - เพียบพื้นปฐพินทร์ ฯ

O ทำเลอยู่ด่านหน้า - - - เมืองเหนือ
ปากแพร่งทางเดินเรือ - - - แวะ-ค้า
แลกเปลี่ยนร่วมจุนเจือ - - - ด้วยต่าง แดนแล
พูนเพิ่มอย่างช้าช้า - - - แต่ล้วนทรัพย์สิน ฯ

O โอรสแห่งท่านท้าว - - - อู่ทอง
คือพระราเมศวร์รอง - - - ฉัตรแก้ว
สายวงศ์ละโว้ครอง - - - เมืองลพ บุรีนา
เป็นหน่อพุทธเจ้าแล้ว - - - อยู่ล้อมบัลลังก์ ฯ

O จึงยามสิ้นท่านท้าว, - - - โอรส-
เถลิงเกียรติถวัลย์ยศ - - - เยี่ยงเจ้า
จึงหลวงพะงั่วปรากฎ - - - พร้อมอาชญ ภาพแล
พันหมื่นแกล้วเหยียบเข้า - - - อกด้าวแดนสยาม ฯ

O ครั้งขุนหลวงพะงั่วผู้ - - - ปิตุลา
เต็มเปี่ยมด้วยเดชา - - - ชื่อชั้น
ไม่น้อมรับศักดินา - - - หลานแต่ แรกเนอ
ประสบการณ์บารมีนั้น - - - ต่างชั้นเชิงกระบวน ฯ

O เมื่ออู่ทองท่านท้าวสู่ - - - สวรรค์บน
ควรแต่ผู้ชาญกล - - - ศึกแกล้ว
ขึ้นครองร่มฉัตรปรน - - - เปรอยศ ศักดิ์แล
หลานรวบรวมคนแล้ว - - - กลับละโว้เถิดหรือ ฯ

O สุพรรณภูมิเพียบพร้อม - - - พลังพล
ด้วยจิตมาเพื่อจะรณ - - - รบแล้ว
ยอมรับท่านท้าวบน - - - บารมีส่วน ตัวแล
ราเมศวร์-ยอม-คุมแกล้ว - - - กลับละโว้ถิ่นฐาน ฯ

O ยินยอมด้วยสุดต้าน - - - ต่อตี
ร่มฉัตรบัลลังก์มี - - - มอบให้
แล้วคุมพยุหะโยธี - - - ยกกลับ ละโว้นา
จำพรากอยุธยาไว้ - - - เพื่อย้อนมาเยือน ฯ

O ภูมิภาคสมภพพร้อม - - - ไพบูลย์
โดยเดชขัตติยาดูร - - - ดับร้อน
โอกาสอาชญภาพพูน - - - เพียบอยู่
กิตติศักดิ์เสพซ้ำซ้อน - - - ส่งให้หวงแหน ฯ

O ครั้นขุนหลวงพะงั่วไท้ - - - สู่สถาน ทิพแฮ
สมเด็จทองลันกุมาร - - - หน่อเชื้อ
ครองร่มฉัตรชั้นตระการ - - - กอปรกิต ติยศแล
ราเมศวร์เห็นการณ์เอื้อ - - - ออกหน้ามาเสนอ ฯ

O ทัพแกล้วจากละโว้เหยียบ - - - อยุธยา
ขัตติยะเยาวชันษา - - - สุดสู้
ชีวาตม์บัดพลีอา- - - - รมณ์เดียด ฉันท์เนอ
อำนาจอาชญภาพกู้ - - - กลับละโว้ฝั่งขวา ฯ

O เจ้าทองลันจับได้ - - - โดยพลัน
ด้วยศักดิ์แห่งราชันย์ - - - ชาติเชื้อ
โลหิตเมื่อต้องทัณฑ์ - - - ห้ามรด ดินนา
คุมชีพชนม์หน่อเนื้อ - - - นั่งหน้าหลักประหาร ฯ

O ท่อนจันทน์ขาวขนาดไม้ - - - เหมาะกำ มือนา
ผ้าปิดคลุมเศียรนำ - - - ครอบไว้
เพชรฆาตเคร่งครัดบำ - - - บวงเทพ ท่านนา
ขออโหสิกรรมไท้ - - - ที่ต้องกระทำการณ์ ฯ

O เสร็จพิธีฤกษ์พร้อม - - - ท่อนจันทน์-
ตวัดหวดกระเดือกพลัน - - - ชีพม้วย
จึงเศียรยุวราชันย์ - - - อ่อนพับ แล้วแฮ
ร่มฉัตรบัลลังก์ด้วย - - - อาจหิ้วหอบหรือ ฯ





O สืบวงศ์ละโว้ที่ - - - อยุธยา แลเนอ
สมเสพด้วยศักดินา - - - อยู่พร้อม
อำนาจขอบขันธสีมา - - - มอบสู่ หัตถ์เฮย
กอดเกี่ยวความนอบน้อม - - - แนบข้างเสนอสนอง ฯ


.
.
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 มีนาคม 2014, 07:19:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #3 เมื่อ: 17 มีนาคม 2014, 07:19:PM »
ชุมชนชุมชน

พศ. 1927


O ทัพแกล้วกรุงอยุทธขึ้น - - - ล้านนา
ครันครบพยุหะศาตรา - - - เร่งล้อม
เชียงใหม่สุดต้านหา- - - - ยนะสู่ เมืองแล
แพ้พ่ายเศียรจำค้อม - - - คลั่งแค้นอดสู ฯ

O ราษฎรจึงกวาดต้อน - - - ลงมา
เมื่อทัพหลวงยาตรา - - - หมู่แกล้ว
ผ่านพิษณุโลกจึ่งรา- - - - ชันย์แวะ ประทับเนอ
สมโภชน์พระชินราชแล้ว - - - กลับย้อนอโยธยา ฯ

O ส่งราษฎรไปไว้ที่ - - - เมืองจันทร์-
ทั้งพัทลุง, นครศรีธรร- - - - มราช, พร้อม
สงขลาแต่เบื้องบรร- - - - พกาลยุค นั้นนา
ชาว"ละคร"จำน้อม - - - นอบด้วยดุษณี ฯ

O เมื่อสิ้นพระราเมศวร์ไท้ - - - ในยาม นั้นนา
โอรสท่าน-พระยาราม - - - รับซ้อง-
สู่ร่มฉัตร, ครองคาม- - - - แคว้นถิ่น ต่อนา
วงศ์ละโว้อโยธยาพร้อง - - - เพรียกข้างฝ่ายขอม ฯ

O สันตติวงศ์สืบเชื้อ - - - ราชันย์
ไร้กฎเกณฑ์ระบุบัน- - - - ทึกไว้
เพียงแค่ครอบครองบัล- - - - ลังก์อยุทธ แลเนอ
เขตสุพรรณบุรีไซร้ - - - สุดเอื้อมข่มเหง ฯ

O สุพรรณภูมิมิตรแท้ - - - สุโขทัย
สอดแทรกกิจภายใน - - - ฝ่ายนี้
สัมพันธภาพเมืองไกล - - - ควรกล่าว
เป็นคู่คิดช่วยชี้ - - - แนะให้ความเห็น ฯ

O สืบสัมพันธภาพไว้ - - - ผ่านเครือ ญาติเนอ
คานอำนาจอยุธยา, เหลือ - - - เขตใต้
อำนาจส่วนสยาม-เหนือ - - - รวมแน่น แฟ้นนา
การทัพการศึกไซร้ - - - ร่วมไม้ร่วมมือ ฯ



พศ. 1952



O เมื่อยามขัตติยะไท้ - - - ถึงที พิโรธนา
กุมกักเจ้าเสนาบดี - - - เร่งล้อม
ครั้งนั้นท่านเจ้าหนี - - - รอดหลุด ได้แล
สู่ปท่าคูจามน้อม - - - นอบด้วยสุพรรณภูมิ ฯ

O เสนาบดีกิตติยศล้ำ - - - เลอนาม
จากแวดวงศ์เจ้าสยาม - - - รากเหง้า
ถูกหลู่เกียรติคุกคาม - - - เกินข่ม เก็บแล
เชิญทัพพระอินทราชเจ้า - - - ย่ำก้าวเหยียบเมือง ฯ

O สมเด็จพระอินทราชเจ้า - - - จอมสยาม
ยกทัพสุพรรณภูมิลาม - - - รุกล้อม
เจ้าเสนาบดีตาม - - - ต่อศึก ด้วยนา
ปล้นพระนครได้พร้อม - - - ผ่านให้นั่งเมือง ฯ

O รอนศรี, รอนศักดิ์แล้ว - - - พระยาราม
ภูมิภาคปท่าคูจาม - - - มอบไท้
สิ้นวงศ์อู่ทองตาม - - - แต่เหตุ นั้นนา
ถึงยุคสุพรรณภูมิให้ - - - ศิระค้อมคอถวาย ฯ

O ยกกาลแต่เบื้องนั้น - - - พรรณนา
สองแผ่นผืนรัฐสีมา - - - ร่วมด้าว
สยามรัฐ-ละโว้ปรา- - - - กฏหนึ่ง เดียวเวย
ขอม-ถดถอยขยับก้าว - - - กลับบ้านเมืองตน ฯ

O รวบสุโขทัยอยู่ใต้ - - - อำนาจ สยามแล
ขัตติยะรูปรองบาท - - - ท่านไท้
ร่วมสายเลือดเครือญาติ - - - ด้วยพระ ร่วงเนอ
เอื้อสิทธิ์ลูกหลานให้ - - - นั่งบ้านครองเมือง ฯ

O พรหมจรรย์เถรวาทนั้น - - - น้อมนำ
ตั้งมั่นให้ชนสัม- - - - ผัส-รู้
คติขอมแห่งละโว้จำ- - - - ต้องเปลี่ยน
เสริมจิตไว้กอบกู้ - - - เกลศร้อนกลบเผา ฯ

O ค้าขายสัมพันธภาพด้วย - - - แดนไกล
ศิลป์ศาสตร์หัตถกรรมไพ- - - - จิตรล้ำ
บ่งบอกสถานภาพใน - - - ถิ่นแว่น แคว้นนา
ยอยศอยุธยาล้ำ - - - ยิ่งล้ำคำลือ ฯ

O ค้าจีน, กัมพุช, ทั้ง - - - มะละกา
สมสั่งธุรกรรมพา- - - - นิชย์ด้วย
อุปโภค, บริโภค, อา- - - - วุธต่าง ตอบเนอ
ตอบรับความรู้ฉ้วย - - - ชาติให้วัฒนา ฯ

O บัลลังก์กรุงอยุทธนั้น - - - อุดหนุน-
จากสี่วงศาสกุล - - - ร่วมพ้อง
พระร่วง, ละโว้จุน- - - - เจือร่วม สุพรรณนา
อีกนครศรีธรรมราชซ้อง - - - แซ่ซ้องสรเสริญ ฯ

O สี่สนมเอกท่านตั้ง - - - แต่ยาม นั้นนา
"ศรีจุฬาลักษณ์"คือนาม - - - หน่อเนื้อ
จากวงศ์สุโขทัยตาม - - - เหตุผูก พันนา
แต่เมื่อสุพรรณภูมิเอื้อ - - - อกป้องภัยอรินทร์ ฯ

O "อินทรสุเรนทร์"แต่งตั้ง - - - ตามสาย สกุลเนอ
จากฝั่งสุพรรณภูมิราย- - - - รอบไท้
รากฐานเก่าแต่ภาย- - - - ก่อนร่วม แดนนา
เสริมส่งสถานภาพให้ - - - เพรียบพร้อมบารมี ฯ

O "ศรีสุดาจันทร์"จากละโว้ - - - อโยธยา
วงศ์อู่ทองสืบมา - - - ชีพเชื้อ
มั่นคงต่อบรรดา- - - - ศักดิ์เก่า ก่อนเนอ
เสาหนึ่งค้ำจุนเอื้อ - - - อาชญ์ให้ชนเห็น ฯ

O "อินทรเทวี"อีกผู้ - - - ทรงสถา นภาพแล
สายอโศกศรีธรรมา- - - - ธิราช-ใต้
ดินแดนฟากฝั่งวา- - - - รีระริก ลมเนอ
ช่วยราชกิจบ้านเมืองให้ - - - เหือดไข้ห่างเข็ญ ฯ

O นับเขตนับคาบนั้น - - - หนึ่งเดียว
ยอมร่วมใจกลมเกลียว - - - ชิดใกล้
เหนือใต้ออกตกเหลียว- - - - แลร่ม ฉัตรนา
เพียงร่มเดียวนั่นไว้ - - - ระหว่างด้าวแดนสยาม ฯ

O โอรสคนที่หนึ่งเจ้า- - - - อ้ายพระยา
ครองสุพรรณภูมิผา- - - - สุขถ้วน
ส่วนเมืองแพรกศรีราชา - - - เจ้ายี่ ครองแล
ชัยนาท-สองแควล้วน - - - อยู่ใต้เจ้าสาม ฯ

O ถึงกาลมรณะร้อน - - - รุมชนม์
พระนครินทรราชบน - - - ฉัตรชั้น
พระสวรรคตบันดล - - - รณยุทธ แล้วแฮ
เจ้ายี่-เจ้าอ้ายนั้น - - - ขาดสะบั้นไมตรี ฯ

O อำนาจอาชญภาพเชื้อ - - - เชิญประชัน
สองพี่น้องโรมรัน - - - รบแล้ว
ขึ้นช้างขับช้างบรร- - - - ลุเขต อยุธยานา
สายเลือดฤๅอาจแคล้ว- - - - คลาดพ้นประหัตประหาร ฯ

O ทัพเจ้าอ้ายตั้งที่ - - - วัดพลับ พลาไชยแฮ
เจ้ายี่เคลื่อนตั้งรับ - - - เร่งร้อน
ที่ตลาดท่าพรหม, ทัพ - - - หยุดอยู่
สองจิตสองใจสะท้อน - - - สั่นด้วยโมหันต์ ฯ



ศึกสายเลือด
พศ. 1967





O ที่สะพานป่าถ่านนั้น - - - สองทัพ-
บรรจบพลสำหรับ - - - รบแล้ว
สองช้างพี่น้องขับ - - - เข้าสู่ ถิ่นแล
เมื่อโลกต่ำพร่างแพร้ว - - - ภาสเรื้องเมลืองสถาน ฯ

O สองช้างสองหน่อเชื้อ - - - ราชันย์
ย่ำเหยียบรอยโทษทัณฑ์ - - - เท่าสร้าง
มาดหมายนั่งเหนือบัล- - - - ลังก์อยุทธ แลนา
โดยศักดิ์โดยสิทธิ์อ้าง - - - เอ่ยด้วยดุษฎี ฯ

O ที่สะพานป่าถ่านนั้น - - - สองทัพ-
พร้อมดาบยอแสงวับ - - - บีบคั้น
ก่อนง้าวเงือดคมสับ - - - ลงสู่ ศอแล
วาบผ่านสองศอนั้น - - - เลือดร้อนอุ่นไหล ฯ

O ที่สะพานป่าถ่านนั้น - - - สองชนม์-
ซบร่างไร้เศียรบน - - - คชะ-แกล้ว
อำนาจเกียรติยศปรน- - - - เปรอแผ่น ดินเวย
สูรย์วับคนวอดแล้ว - - - ชั่วฟ้าดินสลาย ฯ

O รูปหนึ่งอำนาจน้อม - - - ลงรอ
แต่เมื่อสองพี่-ม- - - - รณะพร้อม
เอ่ยอ้างวาสนายอ - - - ยกสู่ ฉัตรแฮ
อำมาตย์ขุนนางน้อม - - - นอบเกล้า-กรถวาย ฯ

O อนุชาธิราชเจ้า- - - - สามพระยา
น้อมหัตถ์รับยศถา - - - แต่งตั้ง-
ครองเมืองสืบขัตติยา - - - วงศ์ราช
ใครเล่าอาจหยุดยั้ง - - - อาชญ์ไท้ในสถาน ฯ

O อำนาจอาชญภาพพ้น - - - พันไผท
กรุงอยุธเกรียงไกร - - - ทัพแกล้ว
ยกสู่พระนครใน - - - กัมพุช แดนแฮ
เหยียบย่ำขอมสยบแล้ว - - - ศักดิ์ล้วนล่มสลาย ฯ

O แดนขอมแต่คาบนั้น - - - สิ้นนาม
แต่ทัพอยุธยาลาม - - - รุกล้อม
สิ้นยุคยิ่งใหญ่ตาม - - - แต่เหตุ นั้นนา
พระนครเศียรจำค้อม - - - สุดคั้นแรงขืน ฯ

O โอรสหน่อเนื้อ, พระ- - - - ส่งไป-
อยู่ร่วมมาตุคามไกล - - - แต่น้อย
คือสมเด็จบรมไตร- - - - โลกนารถ
สายเลือดสุโขทัย, ร้อย - - - ร่วมเชื้อสุพรรณภูมิ ฯ

O เพื่อศักดิ์และสิทธิ์-เชื้อ - - - ราชันย์
วงศ์พระร่วง, วงศ์สุพรรณ - - - อยู่พร้อม
ร่วมเครือญาติสมานฉันท์ - - - สองฝ่าย
แผ่อำนาจขึ้นล้อม- - - - รอบล้านนา-เหนือ ฯ

O เติบใหญ่ใกล้ชิดด้วย - - - หมู่ญาติ แม่นา
เพื่อรับรองบทบาท - - - หน่อไท้
ขุนนางเหล่าอำมาตย์ - - - เห็นชอบ อยู่เนอ
รวบพิษณุโลกเอาไว้ - - - อยู่ใต้แดนสยาม ฯ

O ยุษฐิธีระผู้ - - - สัมพันธ์
เติบใหญ่ขึ้นกลับผัน- - - - พลิกข้าง
เข้าด้วยติโลกราช, ฝัน- - - - เป็นใหญ่-
เหนือพิษณุโลก, อ้าง- - - - เอ่ยย้ำ-สัญญา ฯ

.
.
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
18 มีนาคม 2014, 06:53:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #4 เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 06:53:AM »
ชุมชนชุมชน

ลำดับนี้ต่อไป .. ตามติดโคลงยวนพ่ายเข้าสู่สมรภูมิรบ ..


.. พรหมพิษณุบรเมศรเจ้า - - - จอมเมรุ มาศแฮ
ยมเมศมารุตอร - - - อาศนม้า
พรุณคณิกุเพนทรา - - - สูรเสพย
เรืองรวีวรจ้า - - - แจ่มจันทร ฯ ..

(กล่าวถึงเทพ ๑๑ องค์ได้แก่) พระพรหม พระวิษณุ พระอิศวร พระอินทร์ พระยม พระมารุตผู้ทรงม้าที่มีที่นั่งอันงาม พระพิรุณ พระอัคนี ท้าวกุเวรผู้เป็นจอมอสูร พระอาทิตย์ (ที่มี) แสงสว่างจ้า พระจันทร์ (ที่มีแสง) แจ่มกระจ่าง

.. เอกาทสเทพแส้ง - - - เอาองค์ มาฤๅ
เป็นพระศรีสรรเพชญ - - - ที่อ้าง
พระเสด็จดำรงรักษ์ - - - ล้ยงโลก ไส้แฮ
ทุกเทพทุกท้างไหงว้ - - - ช่วยไชย ฯ ..

เทพทั้ง ๑๑ องค์เสด็จมารวมกันเป็นองค์พระศรีสรรเพชญ์ เพื่อดำรงรักษาโลก โดยเทพทุกหนทุกแห่งช่วยส่งเสริมให้พระองค์ได้ประสบชัยชนะ

(เฉพาะโคลงตัวหนังสือสีแดงด้านล่าง เป็นการแปลงโคลงดั้นยวนพ่าย เป็นโคลงสี่สุภาพ .. ซึ่งโคลงยวนพ่ายนี้เป็นพระราชนิพนธ์ใน"สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3" พระโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถที่ประทับครองกรุงศรีอยุธยาช่วงที่พระบิดาเสด็จขึ้นไปประทับบัญชาการศึกที่พิษณุโลก ..

และเมื่อพระบรมไตรฯ ขึ้นไปประทับที่พิษณุโลกก็มีพระมเหสีอีกองค์หนึ่งจากราชวงศ์สุโขทัย พร้อมกับมีพระโอรสพระนามว่า "สมเด็จพระเชษฐาธิราช หรือต่อมาคือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2" ซึ่งเป็นน้องต่างมารดาของ "สมเด็จพระราชาธิราชที่ 3" เป็นน้องที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโอรสของพี่ชายคือ "สมเด็จพระอาทิตย์วงศ์ หรือ ต่อมาคือ สมเด็จหน่อพุทธางกูร หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4"

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นี้ครองราชย์นาน 38 ปีหลังจากพี่ชายคือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 ครองราชย์ต่อจากพระบรมไตร ฯ ได้เพียง 4 ปีก็สวรรคต .. การครองราชย์นานของพระองค์ทำให้ปรากฎชื่อในวรรณกรรมขุนช้างขุนแผนในพระนาม .. "พระพันวษา"

ส่วนสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 นั้นนับเป็นกวีที่มีความรอบรู้ภาษาบาลีสันสกฤตสูงมากผู้หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย .. ซึ่งนักปราชญ์พระองค์นี้คงต้องแตกฉานทั้ง รามายณะ และมหาภารตะยุทธ เป็นอย่างดีจึงสามารถนำมาอุปมาอุปไมยในงานเขียนได้ .. จากบทนี้ ..

๏ จึ่งชักช้างม้าค่อย - - - ลีลา
ยังนครไคลคืน - - - เทศไท้
พยงบานทพาธิก - - - ทรงเดช
ที่คนเคารพไข้ - - - ข่าวขยรร ฯ

เมื่อ ..
บานทพา คือ ปาณฑพ
เคารพ คือ เการพ

สันนิษฐานว่าพระองค์คือเป็นผู้แต่งโคลง .. ทวาทศมาส .. และ .. กำสรวลสุมทร(กำสรวลศรีปราชญ์) .. ด้วย .. มิใช่ 3-4 กวีร่วมกันแต่งในสมัยพระนารายณ์แต่อย่างใด .. )

O พระมาล่มโศกหล้า - - - เหลือสุข
มาตรยกไตรภพปลุก - - - ปลอบไห้
พระมากล่อมเกลาทุกข์ - - - ถ้วนสิ่ง
ทุกเทศทุกท้าวไท้ - - - นอบน้อมการณ์สนอง ฯ

O พระมายศยิ่งฟ้า - - - ดินชม ชื่นแฮ
มาแต่งไตรรัตน์, สม- - - - ภพรู้
พระมาเพื่อปรารมภ์ - - - เพญโพธิ ไส้แฮ
ใครแข่งใครข้องสู้ - - - สุดท้ายจักเห็น ฯ

O พระมาคฤโฆษเรื้อง - - - แรงบุญ ท่านนา
ถ้วนทั่วรับการุณ - - - กราบเกล้า
พระเสด็จแสดงคุณ - - - ครองโลกย ไส้แฮ
เอกกษัตริย์ส่องเฝ้า - - - ใฝ่ห้อมถวิลเห็น ฯ

O พระมายศโยคพ้น - - - พรหมา
ลือเลื่องยศขัตติยา - - - ปิ่นแก้ว
พระมาเทียบเทียมสมา- - - - ธิปราชญ เพรงแฮ
มาเทียบมาทบแผ้ว - - - แผ่นพื้นไตรภูมิ

O ศักดานุภาพแกล้ว - - - การรงค รวจแฮ
สบศาสตราคม, อง- - - - อาจรู้
สรรเพชญแกว่นการทรง - - - สรรพศาสตร์
สบศึกพระรบสู้ - - - ล่มเสี้ยนสลายสูญ ฯ

O ระบิลระเบียบเบื้อง - - - เบาราณ
พระถ่องถ้วนรูปการณ์ - - - ยิ่งผู้
แบบแผนเรื่องกลอนกานท์ - - - โคลงกาพย ก็ดี
ทรงแจ่มแจ้งรอบรู้ - - - ถูกต้องระเบียนวรรณ ฯ

O สารสยามภาคยพร้อง - - - รำพัน นี้ฤๅ
คือคู่มาลาสวรรค์ - - - ช่อช้อย
เบญญาพิศาลบรร- - - - โลมโลก พระฤๅ
คือคู่ไหมแส้งร้อย - - - กลีบสร้อยสุมาลย์สี ฯ

O แว่วเสียงโคลงแซ่ซ้อง - - - สดุดี
ศักดิ์กษัตริย์เจ้าธานี - - - ชนกผู้-
เตรียมทัพรับยุทธี - - - ทำศึก
ให้เหล่าลาวได้รู้ - - - อาชญ์แกล้วกรุงสยาม ฯ

O บวงพระนิ่งนึกเนื้อ - - - นัยความ
เมื่อศึกล่วงมาตุคาม - - - เขตแคว้น
พาให้พลัดพรากงาม, - - - ไปห่าง
ทุกข์, ลำบากยากแค้น - - - จักเค้น-มอบคืน ฯ

O คำ, ความ-บวงบอกไว้ - - - รองถวิล
รอเถิดเมื่อภัยอรินทร์ - - - ราบแล้ว
จักย้อนกลับรับยิน- - - - ดีโลก นาแม่
จงทุกข์โศก-อย่าแผ้ว - - - ผ่านกล้ำกรายขวัญ ฯ

O รักพี่โศภิตพ้น - - - อุปมา
อันพากย์ปราชญ์เทวดา - - - รับไว้
จักคงคู่กัลปา - - - ยืนโยค
แม้นแผ่นดินฟ้าไหม้ - - - ยากสิ้นยากสูญ ฯ

O แถลงปางข้าไท้ท่วย - - - ใจหาญ
ตามต่อยไพรีลาญ - - - ร่อนแกล้ว
เมื่อลาวเหล่ารำบาญ - - - ใจบาป
รบที่น้ำลิบแล้ว - - - ล่มล้างลาวสลาย ฯ

O ปางเค้นผู้ทุรยศเจ้า - - - เจียนตาย
เมื่อพลิกเป็นเสี้ยนสาย - - - ศึกแกล้ว
ปางเมื่อปิ่นลาวหมาย - - - ไหมโทษ เท็จนา
สมคบเชียงชื่นแล้ว - - - แข่งบ้านแข็งเมือง ฯ

O ปางเมื่อเชียงชื่นเศร้า - - - ใจพล พรั่นนา
เพราะเลื่องลือพลังรณ - - - ปิ่นเกล้า
ปางพระล่อลวงกล - - - เล่ห์ศึก
โถมถั่งกำลังเข้า - - - บุกปล้นชิงเสบียง ฯ

O แสะ, สาร, คน, ดาบ-ข้าม - - - สิงขร
รุดเร่งใต้ทินกร - - - แผดกล้า
คมดาบวับวามตอน - - - แสงเหลื่อม
รอวาดใส่ชั่วช้า - - - เชือดเนื้อเถือหนัง ฯ

O ดาบ-วก, ชีวาตม์ม้วย - - - มรณัง
แดดแผดเผา, ชีพพัง - - - ร่วงพื้น
เท้าย่ำเหยียบ, ความชัง - - - แจ่มชัด ตานา
เสียงแผดร้องโอดอื้น - - - อาจรู้สิ้นหรือ ฯ

O ดาบวก, คมวาบ-แล้ว - - - เลือดกระเซ็น
คมแทรกเนื้อ, กระดูก, เอ็น - - - แบะอ้า
ขอ, ทวน, โทษ, ทุกข์เข็ญ - - - คอยอยู่
คอยชีพแกล้วผู้กล้า - - - กลบพื้นปฐพินทร์ ฯ

O ดาบวาด, ชีวาตม์ล้ม - - - บรรลัย
ลิ่มเลือด, คาวเลือด-ไหล - - - หล่นพื้น
คมทวน-ทิ่มแทง, ขัย - - - ขาดช่วง แล้วนา
ดาบเชือด, เลือดคาวชื้น - - - ชุ่มล้ำคำประลือ ฯ

O อยู่ไทธิเบศเจ้า - - - จอมปราณ
พราวพรึบพลรณการณ์ - - - ฉกาจแกล้ว
ครั้นพระฝ่ารำบาญ - - - ยวนย่อย ยับนา
รบที่น้ำลิบแล้ว - - - เลื่องชั้นลือชัย ฯ

O จึงชักช้างม้าค่อย - - - ไคลคลา
ยกกลับอยุธยา - - - แต่นั้น
พ่างเพียงหมู่ปาณฑพา - - - ทรงเดช
ข่มหมู่เการพขยั้น - - - ขยาดไข้ทุกข์เข็ญ ฯ

O ทีนั้นธิเบศรเรื้อง - - - รณรงค์ เลิศแฮ
อยู่มอบรางวัลสง- - - - เคราะห์แกล้ว
ด้วยญาณพระทราบ, ตรง - - - ซื่อคด ถ่องแล
ใครชอบใครชั่วแล้ว - - - ทั่วทั้งในพิถี ฯ


O แว่วข่าวทัพกลับย้อน - - - ถึงอกเมือง, อกร้อน-
รุ่มนั้นพลันสลาย

O ถวิลถึงชายชาติผู้ - - - เฝ้าใฝ่หาใฝ่รู้
เลศชู้ประโลมขวัญ

O จนแสงวันลูบฟ้า - - - จึงรูปงามเผยหน้า
เหลือบละล้าละลังเหลียว

O จนมือเรียวคดข้าว - - - สู่บาตร, พระสืบก้าว
ล่วงพ้นกุศลสถาน

O จึง-เนตรคราญสบแล้ว - - - สบชาติชายฉกาจแกล้ว
ผ่องแผ้วแววตา

O จึง-อาวรณ์ลึกล้ำ - - - จู่อกแก้วซ้อนซ้ำ
เตรียบน้ำใจสนอง

O ลอบมองแล้วเหลือบชม้าย - - - เพรียกชาติภพเผ่นผ้าย-
พรึบพร้อมประนอมประนัง

O เมื่อชายชาติสืบก้าว - - - ก็เมื่อนั้นรูปอะคร้าว-
สะทกสะเทิ้นสะท้านหทัย


O กรกบ, หน้าจบน้อม - - - วันทนา
ปรางเรื่อ, รูปพักตรา - - - ประหนึ่งแต้ม-
เติมรูปติดคะนึงหา - - - ให้ห่วง
มือรับไหว้, เนียนแก้ม - - - ก่ำ-ล้อแรงภิรมย์ ฯ

O พิศรูปพักตร์เรื่อ-แต้ม - - - ติดตา
หอมรื่นลมร่ำพา - - - ผ่านต้อง
อกชายอิ่มเอมปรา- - - - โมทย์แต่ สบเนอ
สบเนตร, แววเนตรฟ้อง - - - ฝากชู้ตระกองโฉม ฯ

O หอมรื่นลมร่ำล้อม - - - ประโลมใจ
รื่นกว่าริ้วลมไหล, - - - เลศแก้ว
ฟ้าบนรัศมีไพ- - - - จิตส่อง
แจ้งกว่าสูรย์แจ้งแล้ว, - - - พักตร์เบื้องหน้าเผชิญ ฯ

.
.
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
18 มีนาคม 2014, 05:47:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #5 เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 05:47:PM »
ชุมชนชุมชน

O แสงเช้า, รูปชาติเชื้อ - - - เชิญโฉม
เผยพักตร์เพรียกภพ, โหม - - - สวาดิห้อม
อ่อนไหวอ่อนหวานโลม - - - ลูบอก
พรากเงียบเหงาหล่นล้อม - - - แหล่งหล้าตราบสลาย ฯ

O คงกรรมพาเกี่ยวข้อง - - - พบกัน
สบเนตร, จึง-เนตรบรร - - - จบ-รู้
เอ็นดู, ขัดเขิน-ขวัญ - - - ฝากเลศ รอเนอ
รอ-บอกชายบอกชู้ - - - ชื่นแล้วช่วยเฉลย ฯ

O เช้านี้, รูปนิ่มเนื้อ - - - ประนังตน
ล้อมโลกให้ดิ้นรน - - - รับรู้
โลกเช้าที่รอบกุศล - - - สืบบท
ถ้วน-บทชื่นบทชู้ - - - ชั่วชม้ายเนตรผสาน ฯ

O ตาเหลือบตอบเลศ-เชื้อ - - - เชิญใจ
แววสื่อหวานซึ้ง-ไหว - - - วาบ, พร้อม-
อกชายอิ่มเอมไพ- - - - บูลย์บท
จน-บทนิ่มเนื้อน้อม - - - รูปน้อยชุลีลา ฯ

O พิมพ์ดวงเจ้าอ่อนด้อย - - - เดียงสา
ตื่น, รับรู้-รมยา - - - ยั่วเย้า
รูปชาย, เลศชู้-ปรา- - - - กฎเยี่ยง บ่วงเนอ
ล่ามรัดใจรุมเร้า - - - เร่งเชื้อนิวรณ์โฉม ฯ

O รูปน้อย, จิตน้อมแนบ - - - จินตนา
ครวญเลศ-ครั้งชุลีลา, - - - เลศนั้น-
สื่อบอก, เท่าทัน-อา- - - - รมณ์ซุก ซ่อนฤๅ
จึ่งส่งหวานล้อมกั้น - - - กักละห้อยให้กระเหิม ฯ

O ลมเฉื่อยรื่นฉ่ำ-น้อม - - - นำคะนึง-
ย้อนสู่ยามแสงตรึง - - - ตรู่เช้า
จากหวัง-จวบถวิลถึง - - - ทอดบท
บท-ไขว่คว้า, ใฝ่เฝ้า - - - ฝากไว้ประคองหวัง ฯ

O วิญญาณจักขุพ้อง - - - รูปพรรณ
สัมผัส, สมภพ-นัน- - - - ทิ, พร้อม-
แผ่ซ่านผ่านทรวง-ฝัน - - - ใฝ่คู่ เคียงนา
พิมพ์-พักตร์, พฤติ-แวดล้อม - - - อยู่เลี้ยงอาลัย ฯ

O รูปชาติเมื่อชดช้อย - - - ชม้ายเมิน
อีกท่วงท่าอุทธัจ-เขิน - - - ขัด-นั้น
เพรียก-รมย์รื่นจำเริญ - - - รุมอก
คอยบีบเค้นบีบคั้น - - - ค่ำเช้าใฝ่ถวิล ฯ

O ริ้วเลือดเรื่อก่ำไล้ - - - โลมปราง
ตอบตื่นอารมณ์ขนาง - - - อ่อนน้อย
หลัง-ตาสบตากลาง - - - กุศลบท
ล่มทุกบท, เพียงละห้อย - - - ห่วงล้น .. ที่เหลือ ฯ

O ตาชายเมื่อโอบไล้ - - - โลมองค์
เยี่ยงแดดเช้าทอดลง - - - โอบหล้า
อ่อนโยนอย่างบรรจง - - - จบรูป พักตร์เนอ
นิ่งนึกพร้อมแก้มหน้า - - - อุ่นร้อนแรงภิรมย์ ฯ

O ซบหน้าเกลือกหน้าแนบ - - - แขนนวล
อึกทึกในอก, ครวญ - - - คร่ำชู้
แตกตื่นดั่งถูกตรวน - - - ตรึงล่าม จิตเนอ
ล่ามรัดให้รับรู้ - - - รสซึ้งระรึงทรวง ฯ

O แรกแสงศศินะขึ้น - - - ไขสี
นกคร่ำเสียง, ลมวี - - - แวดล้อม
เรไรกล่อมธาษตรี - - - ต่างพาทย์ เพลงนา
นึก-กรุ่นเนื้อ-กลางอ้อม - - - อกน้อมอุ่นถนอม ฯ

O วงจันทร์จำรัสห้อง - - - หนหาว
เนื้อนิ่มเนตรต่างดาว - - - ประดับฟ้า
ห่วงเมื่อนิทราคราว - - - อยู่เดี่ยว นะแม่
จักวุ่นวายเหว่ว้า - - - หว่างละห้อยคอยไฉน ฯ

O ยามดึกสงัดสิ้น - - - เสียงคน
แว่วแต่เสียงอึงอล - - - อกนี้
พร้อมภาพหนึ่งไหววน - - - หว่างช่วง คะนึงนา
ไหวอยู่คอยช่วงชี้ - - - ชื่นล้ำบำเรอ ฯ

O แพงทองแม่ผ่องเนื้อ - - - นพคุณ
ราวปกด้วยใบบุญ - - - บ่มไว้
เรื่อปรางยิ่งเรื่ออรุณ - - - ยามแรก
งามจักงามเหมือนได้ - - - ดั่งนี้มีหรือ ฯ

O บงโอฆอากาศล้วน - - - ลมบน
ตระหลบล้อมสากล - - - ก่ายฟ้า
คะนึงนึกรูปนฤมล - - - เมื่อสบ
ตระหลบล้อมรูปหน้า - - - ต่อหน้าเลือนไฉน ฯ

O ขวัญเมืองพิมพ์มาศแม้น - - - เหมือนโฉม แม่ฤๅ
แต่เมื่อเผยรูปโลม - - - โลกนี้
ก็หยัดหยั่งรอบโสม- - - - นัสต่อ โลกแน
หมองหม่นคาบก่อนกี้ - - - แต่ล้วนสูญสลาย ฯ

O คะนึงมวลแชล่มน้อย - - - นงคราญ
เคลื่อนผ่านส่ำเสียงสนาน - - - เสนาะแท้
แต่รูปหนึ่งรำบาญ - - - เบียด-อก เรียมนา
สักหนึ่งคราญอาจแก้ - - - กลบได้สิ้นหรือ ฯ

O จันทร์พ้นอุรภาคเพี้ยง - - - ภินทนา
หมายรูปรอยปรารถนา - - - นิทรแล้ว
นึกแพรแถบพัสตรา - - - คลี่ห่ม เนื้อเนอ
ใดอาจอุ่นเนื้อแก้ว - - - ดุจอ้อมทรวงเรียม ฯ

O ผ่านคืนเรียมคิดด้วย - - - อาดูร
มาเลศลักษณ์กำลูน - - - ลับแล้ว
โกสุมเมื่อมาสูญ - - - สลายกลิ่น
ยังแต่ความผ่องแผ้ว - - - ฝากไว้รองถวิล ฯ

O สุริเยนทรบทเบื้อง - - - บรรพตา
อีกฝั่งโลกดาริกา - - - เลื่อนล้อม
หลับฝันท่ามสิเนหา - - - ห้อมอยู่ นะแม่
เมื่อตื่นตาจักพร้อม - - - พากย์ร้อยคอยประโลม ฯ

O พระเอยสะโสชท้อง - - - ชลธาร
โอนฤทธิ์มอบสิทธิ์ขาน - - - ข่าวชู้
เบิกความบ่มใจคราญ - - - ครวญคร่ำ อยู่เนอ
เช้าจดค่ำเพียงรู้ - - - แต่ละห้อยคอยเรียม ฯ

.
.
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
19 มีนาคม 2014, 06:45:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #6 เมื่อ: 19 มีนาคม 2014, 06:45:AM »
ชุมชนชุมชน

พศ. 2026


ต่อไปนี้เขียนล้อโคลงกำสรวลสมุทร.

(โคลงทั้ง 3 คือ ยวนพ่าย .. ทวาทศมาส .. กำสรวลสมุทร (ที่ชอบเรียกกันผิดๆว่า กำสรวลศรีปราชญ์ ) มีข้อสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ที่น่าเชื่อถือมากกว่าข้อมูลเดิม .. ว่าน่าจะเป็นพระนิพนธ์ใน "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3" พระโอรสองค์โตในสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของ "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2-พระเชษฐาธิราช ที่มีพระราชมารดาเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์สุโขทัย" ..

พ. ณ ประมวญมารค (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี - ท่านจันทร์) ได้เสนอว่าโคลงดั้นทั้ง ๓ คือ ..
- ยวนพ่าย (แต่งประมาณ พ.ศ.2017-2025)
- กำสรวลสมุทร (แต่งประมาณ พ.ศ.2025-2030 (หรือ 34))
- ทวาทศมาส (แต่งประมาณ พ.ศ.2027-2031)

และเป็นข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด



.. พรายพรายพระธาตุเจ้า - - จยรจนนทร แจ่มแฮ
ไตรโลกยเลงคือโคม - - ค่ำเช้า
พิหารรเบียงบรร - - รุจิเรข เรืองแฮ
ทุกแห่งห้องพระเจ้า - - น่งงเนือง ฯ

O พรายพรายพระธาตุเจ้า - - - เจียรสูรย์ แจ่มแฮ
สามโลกรับจำรูญ - - - ค่ำเช้า
เจดีย์ยอดชี้ปูน - - - โปรดสัตว์
บอกมรรคาทวนเศร้า - - - โศกร้อนกร่อนระรุม ฯ

.. ศาลาอเนขสร้าง - - แสนเสา โสดแฮ
ธรรมาศจูงใจเมือง - - สู่ฟ้า
พิหารย่อมฉลักเฉลา - - ฉลุแผ่น ไส่นา
พระมาศเลื่อมเลื่อมหล้า - - หล่อแสง ฯ

O ศาลาเอนกสร้าง - - - แสนเสา โสดแฮ
ธรรมข่มใจมืดเมา - - - หมดสิ้น
พระมาศเลื่อมเลื่อมเงา - - - งำอก ใจเอย
งำอกใจเดือดดิ้น - - - ดับร้อนทารุณ ฯ

.. ตระการหน้าวัดแหว้น - - วงงพระ
บำบวงหญิงชายแชรง - - ชื่นไหว้
บูรรพาท่านสรรคสระ - - สรงโสรด
ดวงดอกไม้ไม้แก้ว - - แบ่งบาล ฯ

O ตระการหน้าวัดแหว้น - - - วังพระ
บวงบำรุงสัจจะ - - - จบไหว้
ร่มธรรมรูปพุทธะ - - - สถิตอยู่
จิตต่างดวงดอกไม้ - - - เพ่งน้อมประนอมคะนึง ฯ

.. กุฎีดูโชติช้อย - - อาศํร
เต็มร่ำสวรรคฤาปาง - - แผ่นเผ้า
เรือนรัตนพิรํยปราง - - สูรยปราสาท
แสนยอดแย้มแก้วเก้า - - เฉกโฉม ฯ

O กุฎียกยอดช้อย - - - ชูทาง
บอกวัตรเข้าขัด, ขวาง - - - ขวากร้อน
เรือนรัตน์ภิรมย์ปรางค์ - - - ปราสาท
เหลื่อมระยับแสงย้อน - - - เยี่ยมท้าทรมาน ฯ

.. อยุทธยายศโยกฟ้า - - ฟากดิน
ผาดดินพิภพดยว - - ดอกฟ้า
แสนโกฎบยลยิน - - หยาดเยื่อ
ไตรรัตนเรืองรุ่งหล้า - - หลากสวรรค์ ฯ

O อยุธยายศท่วมทั้ง - - - ธานินทร์
งามดั่งนาครอินทร์ - - - เอี่ยมฟ้า
แสนโกฏโสตอาจยิน - - - เสียงอยู่
ธรรมเปล่งเสียงกล่อมหล้า - - - หล่อล้อมใจเมือง ฯ

.. อยุทธยาไพโรชไต้ - - ตรีบูร
ทวารรุจิรยงหอ - - สรหล้าย
อยุทธยายิ่งแมนสูร - - สุระโลก รงงแฮ
ถนัดดุจสวรรคคล้ายคล้าย - - แก่ตา ฯ

O อยุธยาไพโรจน์ไต้ - - - ตรีบูร
ไตรรัตน์จำรัสจรูญ - - - ร่วมพ้อง
บัลลังก์ร่มไพบูลย์ - - - บาลบ่ม ชนแฮ
เย็นศิระอุระต้อง - - - ตอบรู้อภิรมย์ ฯ

.. ยามพลบสยงกึกก้อง - - กาหล แม่ฮา
สยงแฉ่งสยงสาวทรอ - - ข่าวชู้
อยุทธยายิ่งเมืองทล - - มาโนช กูเอย
เขตรตระหลบข่าวรู้ - - ข่าวยาม ฯ

O ยามพลบเสียงกึกก้อง - - - กาหล แม่ฮา
ซอ, กรับ, รับฉิ่งปรน - - - โสตรู้
โคลงกลอนกาพย์ระคน - - - ครวญขับ
ขับกล่อมทรวง, กล่อมชู้ - - - ชื่นล้ำคำเกษม ฯ

.. ปารนี้แก้วข้าตื่น - - ฤาหลับ อรเออย
นอนน่งงฉนนใดดู - - ด่งงนี้
ยอมือบนนทับอก - - โดยแม่ กูเออย
เจ็บยิ่งล้ำพ้นผี้ - - หมื่นทวีแสนทวี ฯ

O ป่านนี้แก้วข้าตื่น - - - ฤๅหลับ อรเอย
นอนนั่งฉันใด, พรับ - - - เนตรเฝ้า-
คอยเรียมวกย้อนกลับ - - - คืนสู่
คอย-สู่, อยู่ค่ำเช้า - - - อาจรู้ฤๅสมร ฯ

.. ปารนี้อรเช้าแม่ - - เกลาองค์ อยู่ฤา
ต่างกรดานจตุรงคมยง - - ม่ายม้า
ฤาวางสกาลง - - ทายบาท
ฤากล่าวคำหลวงอ้า - - อ่อนแกล้งเกลาฉนนท ฯ

O ป่านนี้รูปแน่งน้อย - - - เกลาองค์ อยู่ฤๅ
ตั้งกระดานชนวนลง - - - จดถ้อย
ฤๅมุ่งเพลาะผ้าผจง - - - จับจีบ
ใจเล่าเจ้าจักคล้อย - - - อยู่ข้างเรียมไฉน ฯ

.. ดวงดยวบววมาศแพ้ - - พิมทอง พี่เออย
รยมบหลับใหลหา - - ค่ำเคี้ย
ดวงดยวแม่มองหน - - หาพี่ พู้นแม่
ใครช่วยชูเกล้าเกลี้ย - - กล่อมแถง ฯ

O ดวงเดียวบัวมาศแพ้ - - - พิมทอง พี่เอย
เรียมบ่หลับไหลครอง - - - ค่ำนี้
หวังเดียวแม่, แม่มอง - - - หาอยู่
อยู่ออดอ้อนชวนชี้ - - - ชิดเนื้อโอบถนอม ฯ

.. โกกิลกรวิกษอ้ยง - - ยูงยาง
จับกิ่งยูงยางเยาว - - เพื่อนพร้อง
พละลบกัลโหยลาง - - โลมลูบ
จับกิ่งยางแล้วร้อง - - ไร่เฌอ ฯ

O โกกิลกรวิกเอื้อน - - - ออกเสียง
จับกิ่งยูงยางเพียง - - - พร่ำร้อง
พระลบกัลโหยเคียง - - - แขรูป เคียวนา
จับม่านหม่นคลี่คล้อง - - - ขอบฟ้าคลุมฝัน ฯ

.. ศรีมาพิโยคพื้น - - รัตนภูม
ถนัดดุจพระภูมผจง - - แผ่นแผ้ว
เล็งแลเยียฟ้าฟูม - - ชลเนตร
เพราะพี่เจ็บเจ้าแคล้ว - - คลาศไกล ฯ

O เรียมมาพิโยคพื้น - - - รัตนภูมิ
แผ่นอกเป็นแผ่นปูม - - - จดร้อย
หมึกจารจากนัยน์ฟูม - - - น้ำหลั่ง
บอกหนึ่งผู้แน่งน้อย - - - แน่วรู้ - คอยรอ ฯ

.. จากมาสายสวาดิไว้ - - อยุทธยา แลนา
อกเปล่าอกสายสินธุ์ - - หากรู้
ลุะดานกนนชาววา - - ลวงใหญ่ แล้วแฮ
วาลยิ่งสารสับสู้ - - เสริฐชล ฯ

O มุ่งมาสายสวาดิเนื้อ - - - เนาทรวง
ตามสิทธิ์คำสัตย์บวง - - - บอกไว้
วอนเทพประเทียบทวง - - - ฤทธิ์กล่อม แม่นา
กล่อมแม่, ทรวงแม่ให้ - - - ห่วงรู้คอยเรียม ฯ

.. จรลิวไต้ฟ้าต่ำ - - เตือนยาม
โหยบเหนสายใจ - - จรคล้าย
บลุแม่เมากาม - - กาเมศ กูเออย
ลพี่หว้ายน้ำหน้า - - มืดเมา ฯ

O จรลิ่วไต้ฟ้าต่ำ - - - เตือนยาม
โหยบ่เห็นหน้าทราม- - - - สวาทแก้ว
เลือดตายิ่งฝนลาม - - - หล่นโลก แม่เอย
ท่วมจิตจมมิดแล้ว - - - จากร้อนแรงถวิล ฯ

.. รฦกเนื้อกรรเกษสร้อย - - สาวสวรรค กูเออย
กรกอดหมอนเหมือนนาง - - ร่ำไห้
รฦกกำจรจนนทน์ - - อายโอษฐ พู้นฦา
ทรงกรรแสงไจ้ไจ้ - - จั่นจวญ ฯ

O อาสูรศรีสวัสดิ์สร้อย - - - สาวสวรรค์ กูเอย
ใคร่จักกล่อมทรวงขวัญ - - - ฝากอ้อน
เรียมใฝ่รอบกัปกัลป์ - - - เวียนกลับ แม่แม่
ใฝ่รอบกาลกลับย้อน - - - เยี่ยมหน้าพะนอนวล ฯ

.. ระฦกรศน้องไน่ - - ในตา พี่แม่
เออสมุทรอยงกาม - - กล่อมเหน้า
เยียแลลนนลุงมา - - บางค่อม
ถนัดค่อมน้อยข้าเจ้า - - ส่งงจนนทน์ ฯ

O เวียนรำลึกแล้วหลับ - - - ใหลฝัน รูปเนอ
ย่อมรูปสมบูรณ์จันทร์ - - - แจ่มหน้า
ละเมอรับรองขวัญ - - - ฝากสวาดิ
ดื่มด่ำด้วยรสฟ้า - - - สั่งฟ้าโรยริน ฯ

.. เยียมาม่ายน้องขวล - - ขวายแด แลแม่
นอนน่งงฤากวนกาม - - แกว่งไส้
ลุกยืนวงงเวงแล - - ลิวโลด
คืนน่งงลห้อยไห้ - - บ่ำบวง ฯ

O หลังมองโฉมแม่แต้ม - - - ติดตา
รูปพักตร์นงโพธพา - - - ผ่าวไส้
ดาลระลอกกระแสกา - - - เมศมุ่ง ขวัญเฮย
มุ่งกระเวนทรวงไหม้ - - - หมื่นร้อนทรมาน ฯ

.. ฝ่ายสยงสุโนกไห้ - - หานาง แม่ฮา
รยมทนนทึงแทงโลม - - ลิ่นเล้า
มาดลบำรุะคราง - - ครวญสวาสดิ
ให้บำรุะหน้าเหน้า - - จอดใจ ฯ

O คำนึงฤๅว่างเว้น - - - นาที
จวบรอบสุริเยศลี - - - ลาศคล้อย
เสนาะเสียงสุโนกมี - - - มากล่อม
กลว่าเสียงแน่งน้อย - - - เอ่ยน้อมประนอมนัย ฯ

.
.
ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
19 มีนาคม 2014, 06:49:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #7 เมื่อ: 19 มีนาคม 2014, 06:49:AM »
ชุมชนชุมชน

พศ. 2556


O อยุธยายศภาคพู้น - - พังภินทน์
เหลือซากปูนอิฐหิน - - หัก..ร้าง
ยอเกียรติรัตนโกสินทร์ - - ขึ้นสืบ ต่อนา
ทิ้งหม่นหมองอ้างว้าง - - หยัดฟื้นใจสยาม ฯ

O กรุงเทพนคเรศเบื้อง - - ปัจจุบัน
ไตรรัตน์รสธรรมบรร- - - เจิดล้อม
ร่มฉัตรประเทียบบัล- - - ลังก์ราช ตระหง่านเนอ
ชนทั่วเขตคามพร้อม - - ร่วมฟ้าดินเดียว ฯ

O พุทธธรรมพุทธทาสเจ้า - - จอมสงฆ์
ร่วมสืบพรหมจรรย์, ณรงค์ - - เล่ห์ส้อน
บรรสารสื่อสวัสดิมง- - - คลคู่ เมืองนา
ปลดเท็จปรุงแท้ป้อน - - ป่นถ้อยเดียรถีย์ ฯ

O โอภาสธรรมพุทธะเรื้อง - - โรยทาง
ขนสัตว์ข้ามโอฆะ, ถาง- - - ทุกข์ร้อน
เพียงบัวเชิดดอกกลาง - - ชลเบ่ง บานนา
รอสบลำแสงย้อน - - เยี่ยมหล้ามาประโลม ฯ

O สมบูรณ์สมบัติเจ้า - - จักรพาฬ
สองกึ่งสหัสวรรษบาล - - บ่มไข้
จิตใจทั่วทิศาศาน- - - ติร่ม เย็นนา
เรียงระเบียบมาลย์ไว้ - - หว่างน้อมใจคะนึง ฯ

O แถลงยามนงโพธิน้อย - - แนมนวล
แซมสุขอภิรมย์อวล - - อบแต้ม
ร่ำรอคาบยามจวน - - จบรูป
เรียวโอษฐ์, เนตรจักแย้ม - - ยั่วเย้าสิเนหา ฯ

O แผงอกเฝ้าอาจเอื้อม - - อรเดียว พี่แม่
กรจักโอบรูปเปรียว - - ประเนื้อ
จนนิลเนตรเหลือบเหลียว - - รับเลศ
เลศย่อมโอบ-อกเอื้อ - - อุ่นล้ำเข้าประโลม ฯ

O อรเดียวดินฟ้าชื่น - - โฉมหอม แม่เอย
แม้นว่ากิ่งฟ้ายอม - - ยื่นย้อย
ฤๅอาจแมกขวัญถนอม - - เนารูป-
อยู่ร่ำรอด้วยละห้อย - - ห่วงไห้คอยเห็น ฯ

O เจาะจอมเมรุแมกน้อง - - นงพาล เล่านา
ตรึก -กริ่งจตุเทพชาญ - - เชี่ยวรู้
เอาศรีแทรกบุญทาน - - ถนอมซ่อน รูปนา
หวั่นนิมิตหัตถ์พรหมกู้ - - กลับพ้นพาสนา ฯ

O โฉมนุชเนาเหมาะได้ - - โดยสถาน ใดนา
ฤๅทิฏฐิบรรสาร - - ซ่อนพ้น
อสูรเทพเหล่าพลมาร - - เมื่อสบ
เกรงลอบเร้นเสาะค้น - - รูปเชื้อประคองโฉม ฯ

O โฉมแม่ควรฝากด้วย - - ดวงใจ แม่นา
พันเหนี่ยวด้วยเยื่อใย - - ยึดล้อม
แฝงอุ่นฝากอาลัย - - ถวิลโอบ รูปแม่
ฝากผ่านคำนึงน้อม - - อยู่พร้อมกล่อมขวัญ ฯ

O นึก-เนื้อนิ่มแน่งน้อย - - เนาเรือน
เหลือบเนตรเลศนัยเตือน - - ตอบรู้
อ้อมอกย่อมโอบเหมือน - - มอบอุ่น ไอแม่
ห้อมห่มยามห่างชู้ - - ช่วงใช้ถนอมโฉม ฯ

O ยามจบย่อมแจ่มรู้ - - รูปถวิล
หมายอบร่ำหอมริน - - ร่วมเนื้อ
เนิ่นนานแนบในจิน- - - ตนะภาพ
จนหัตถ์ทิพท่านเอื้อ- - - ฤทธิ์โน้มคะนึงนวล ฯ

O หวั่นเสียงจักคร่ำไห้ - - ครวญกระหึม
ยามพรากเช่นฟ้าครึม - - คร่ำน้ำ
นึก-หยาดอัสสุชลซึม - - ซาบเนตร นั้นเอย
โศกจะแทรกทรวงช้ำ - - ชอกไห้ละห้อยเห็น ฯ

O ศรีศรีสิทธิฤกษ์แผ้ว - - ภุมวาร
ในนิทราสนิทนาน - - เนิ่นนั้น
สุบินเถิดเยาวมาลย์ - - ตราบเมื่อ ตื่นแม่
จักแจ่มใจดุจกั้น - - เกลศร้อนทอนสลาย ฯ

O ครึ้มครึ้มเมฆหม่นล้อม - - ลมปลิว ปัดเฮย
ครืนครั่นวิชชุลิว - - ล่องฟ้า
นึก-เนื้อนิ่มนวลผิว - - ผุดผ่อง แม่เอย
ครวญคร่ำแต่ไขว่คว้า - - สวาดิน้องประคองถนอม ฯ

O คืนเพ็ญ, เพ็ญพักตร์แผ้ว - - ผิวขวัญ แม่เอย
เพ็ญหนึ่งสมบูรณ์จันทร์ - - แจ่มฟ้า
เพ็ญหนึ่งเลื่อนรูปผัน - - ผายแทรก ทรวงเนอ
เพ็ญใช่เพ็ญถ้วนหน้า - - หากหน้านางเดียว ฯ

O คืนเพ็ญ, เพ็ญพักตร์แต้ม - - ตาชาย
เพ็ญยิ่งเพ็ญจันทร์ฉาย - - ฉาบฟ้า
โอ้พักตร์รูปเพ็ญผาย - - เผยยั่ว หยอกเนอ
แต่ชมดชม้อยหน้า - - สักหน้าฤๅเสมือน ฯ

O อรเอยอย่าเอ่ยอ้อน - - อาดูร
ขวัญจักฝากใจพูน - - เพิ่มเศร้า
รอนเถิดทุกข์ไพบูลย์ - - ควรบ่ง
คำจักคอยกล่อมเกล้า - - ก่อนอ้อมอก-แขน ฯ

O เจิมใจแจ่มพักตร์แผ้ว - - พิมพ์แข
สูงส่งเกินปรับแปร - - เปลี่ยนได้
พันหมื่นเพ่งตาแล - - เล็งรูป นั้นนา
หวงพ่างแหวกทรวงไว้ - - แทรกน้องในทรวง ฯ

O ไตรตรึงษ์ตรีเทพแสร้ง - - เสกสรร อรฤๅ
พิศรูปเพียงรูปฝัน - - ฝากชู้
ท่วงทีอิริยาผัน - - ผายร่าง นั้นนา
ผายผ่านนัยน์ตารู้ - - แต่รู้-ยากเลือน ฯ

O ต่างแดนต่างกรอบห้วง - - เพ-ลา
ต่างค่ำคืนดาริกา - - เกลื่อนห้อม
ต่างร้อนต่างหนาวภา- - - วะต่าง ต่างแม่
ต่างเพื่อนต่างเภทล้อม - - แต่เว้นนิวรณ์ถวิล ฯ

O คิดศรีเสาวภาคพร้อง - - พจมาน
พากย์พร่ำเพียงพวงมาลย์ - - มอบคล้อง
อบร่ำรสหอมละลาน - - รื่นสู่ ใจแม่
หมายรื่นห้วงอกต้อง - - เตรียบซึ้งตรึงภิรมย์ ฯ

O รวยรวยลมเรื่อยริ้ว - - รัญจวน ใจนา
นึกรูปเนื้อรอยนวล - - อ่อนน้อง
รื่นรสพัสตราอวล - - กลิ่นอบ นั้นนา
รอยแม่ห่มไว้ป้อง - - ปกเนื้อยังหอม ฯ

O ดึกเดือนจะดับคล้อย - - คลอดาว
นึก-โอบรูปป้องหนาว - - เหน็บเนื้อ
อ้อมอกกับเนตรวาว - - วามเลศ นัยแม่
อุ่นจักค่อยโชนเชื้อ - - ฝ่าเชื้อเชิญสมร ฯ

O นึก-โฉมละม่อมเนื้อ - - นวลนาง พี่เอย
จะตื่นแต่ตรู่สาง - - โสรจน้ำ
อบร่ำกลิ่นหอมพลาง - - เตรียบพากย์ ตอบฤๅ
พากย์แต่งความตอบย้ำ - - สวาดิรู้รับรอง ฯ

O อ้าอรเจิมจิตหล้า - - เล็งฉงน
ฤๅรูปทิพพิมานบน - - แบ่งหน้า
องค์พิษณุกรรมดล - - ดาลรูป มาฤๅ
มากระหวัดใจว้า- - - วุ่นละห้อยคอยเห็น ฯ

O ในนารวงข้าวลู่ - - เขียวสลอน
ลมผ่านริ้วอรชร - - เชิดต้น
นึก-พิมพ์รูปอัปสร - - สายสวาดิ กูเฮย
จักออดอ้อนเหลือล้น - - กับอ้อมแขนไฉน ฯ

O สั่งสมศีลแม่พร้อม - - พรั่งบุญ มาฤๅ
จึงแวดล้อมเอื้อคุณ - - ช่วยค้ำ
รังรูปละเมียดละมุน - - เต็มเมต ตาเอย
หอมพฤติอิริยาล้ำ - - ยิ่งล้ำเคยหอม ฯ

O รอนพรรณภาณุมาศเศร้า - - เสื่อมแสนย์
เมื่อโลกต่ำหมุนแกน - - กลับข้าง
ให้จันทร์เลื่อนดวงแหน - - ห้อมห่ม หาวเนอ
มืดหม่นบนอ้างว้าง - - หว่างเฝ้าคะนึงขวัญ ฯ

O อาสูรสุดสวาดิสร้อย - - เสาวคนธ์
จักเงียบเหงาห่วงระคน - - อยู่ห้อง
ถวิลทิพย์สุดาดล - - ดาลรูป มาแม่
จักตระกองกรป้อง - - ปกเนื้อนวลถนอม ฯ

O จงกลกรรณิเกศแก้ว - - กรองมาลย์
ตามประทีปอธิษฐาน - - ประเทียบถ้อย
จนรอบสุริยะกาล - - เคลื่อนผ่าน นั้นแม่
อ้อมอกอุ่นจักคล้อย - - เคลื่อนห้อมโอบขวัญ ฯ

O บูชาอัญชลิตเบื้อง - - สรวงบน
สวมสอดบุษบาดล - - ดอกสร้อย
หอมรูปรสเสาวคนธ์ - - ควรอบ ร่ำแม่
ควร-ศัพท์เสียงร่ำร้อย - - ผ่านรู้ปรารมภ์ ฯ

O โคมทองประทีปแก้ว - - ชัชวาล
แต่งกอปรกรองอธิษฐาน - - ทิพไท้
พึงดลจิตรูปคราญ - - ครวญแต่ ถวิลนา
ถวิลแต่อกเรียมให้ - - โอบเนื้อพะนอนวล


จบ


ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
04 พฤษภาคม 2014, 09:15:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #8 เมื่อ: 04 พฤษภาคม 2014, 09:15:PM »
ชุมชนชุมชน

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=08-2011&date=14&group=11&gblog=342


O ถ้อยคำ..ที่ลำปางหลวง...O


O แรกเช้ามาลย์ช้อยกลีบ - - - ก้านรอ-
รับแดดอ่อนทอดทอ - - - กระทบไล้
เมื่อลมรื่นแอบออ- - - - โอบผ่าน
งามย่อมงามอยู่ได้ - - - แต่ด้วยใจเกษม ฯ

O มาลีอวลกลิ่นเชื้อ- - - - เชิญภมร
จนกระพือปีกสลอน - - - สลับสล้าง
หมายเสพรสเกสร - - - หวานสุด
เกินจะร่ำลาร้าง - - - รสน้ำหอม-หวาน ฯ

O อำไพโอภาสเรื้อง - - - รอยสูรย์
ยอโลกรับจำรูญ - - - แรกเช้า
ข่มหมองหม่นอาดูร - - - ดับมอด เชื้อแฮ
เหลือรื่นรมย์รุมเร้า - - - ร่วมคล้อยเคลื่อนสมัย ฯ

O ยามสายสุริยะแปล้ - - - ปลาบสรวง
พระธาตุลำปางหลวง - - - เหลื่อมสะท้อน
ถ้อยคำเทียบความบวง- - - - บอกทิพ เทพนา
ขอทุกคำ-ความย้อน - - - แทรกย้อมใจขวัญ ฯ

O กบมือกุมมาศน้อม - - - วันทนา
นิ่งนึกขอเมตตา - - - ช่วยแต้ม-
แต่งรสเล่ห์เสน่หา - - - ละห้อยห่วง
ให้ทุกคำคอยแย้ม - - - จิตย้อมแรงถวิล ฯ

ร่าย
O ศรีศรีไพจิตรลักษณ์ - - - รำไพพักตร์สืบขวัญ
จรรโลงฝันในอก - - - จนสุดยกสุดย้าย
แลสุดท้ายสุดถอน - - - ในทุกตอนสู่ตา
ล้ำบรรดาเคยเนา - - - จักพริ้มเพราเฉกเจ้า
รูปใฝ่เฝ้าคอยเห็น - - - อันเปรียบเป็นความหวัง
ต่อกำลังปรารถนา - - - เฝ้าโหยหาอกระรัว
จนหวาดกลัวรูปหาย - - - ตราบแม่ปรายเนตรสบ
บันดาลภพขึ้นตั้ง - - - สุดเหนี่ยวรั้งบีบเค้น
ทุกคาบกาลไป่เว้น - - - ว่างละห้อยครวญคะนึง
แม่นา

O หวังสามโลกรับรู้ - - - แรงถวิล
แต่อ-บายจ-รดดิน - - - ตราบฟ้า
แรงช่วงแห่งดวงทิน- - - - กรแผด เผาเฮย
ฤๅเทียบแรงไขว่คว้า - - - ฝากถ้อยอธิษฐาน ฯ

O กรประนมก้มกราบ - - - กอปรพร พระเอย
หวังช่วยอำนวยกลอน - - - กล่าวให้-
จับจิตจับใจอร - - - อวลแต่ ความนา
คำทุกคำกล่าวไว้ - - - อย่ารู้เลือนสลาย ฯ

O คงกรรมพาร่วมพ้อง - - - พบกัน
จึงภาษกรองรำพัน - - - แผ่ล้อม
ขวยเขินแต่โลมขวัญ - - - ฝากเลศ นัยแม่
ใจเมื่อหวามจึ่งน้อม - - - แนบเนื้อความเสนอ ฯ

O จำรูญจำรัสเบื้อง - - - บูรพา
เมื่อหัตถ์ทิพนำพา - - - พบพ้อง
โอนฤทธิ์แห่งอิฏฐา - - - ทอดบท
สัมผัสเนื้อความต้อง - - - แต่ละห้อยคอยเห็น ฯ

O รอคอยแต่ภพเบื้อง - - - บุพกาล
เริ่มเมื่อชีวาตม์ลาญ - - - ลับเจ้า
จำพรากสู่ทรมาน - - - มืดหม่น
ลอยช่วงวิญญาณเฝ้า - - - ฝ่าเวิ้งไฟสวรรค์ ฯ

O รูปเอยหวังอาจเอื้อม - - - โดยใจ
รอเถิดรอความใน- - - - อกฟ้อง
ขวากหนามมรรคาใด - - - มุ่งฝ่า
เช้าค่ำจักพร่ำพร้อง - - - ผ่านถ้อยถวิลถึง ฯ

O ล่องลอยผ่านฟากฟ้า - - - สู่ขวัญ
ผู้ผ่านรังสีพรรณ - - - พิลาสให้
คำนึงแต่วงจันทร์ - - - จางรูป
โอนอบอุ่นแอบไว้ - - - หว่างห้วงคะนึงหา ฯ

O สุดรอคอยค่อยแย้ม - - - เยือนตา
งามรูปงามลักขณา - - - นุชเจ้า
ลอยรูปทุกอัสสา- - - - สะช่วง แม่เอย
จิตย่อมถูกรุมเร้า - - - สุดรู้ขัดขืน ฯ

O ใจเอยต่อแต่นี้ - - - นับนาน
พิมพ์หนึ่งจักเบ่งบาน - - - บีบเค้น
ชะลอรูปลงผลาญ - - - เผาอก
จนสุดทางลอบเร้น - - - ล่วงพ้นพิสมัย ฯ

O ข้ามโค้งฟ้าฝากถ้อย - - - ถวิลถึง
ผ่านรูปพยางค์รำพึง - - - พจน์ไว้
เนตรสบอักษรตรึง- - - - ความติด จิตนา
หวานจักหวานมาให้ - - - ห่วงละห้อยคอยเห็น ฯ

O จำหลักในจิตล้วน - - - อาวรณ์
จักเหนี่ยวดึงถอดถอน - - - ยากแท้
ดั่งนทีสิทันดร - - - ดึงร่าง
ลอยล่วงห้วงวัฏฏ์แม้ - - - มอดม้วยยังหมาย ฯ

O งามเอยงามพักตร์พริ้ง - - - พรายตา
สบเนตร, เลศนัยพา - - - เพ่ง-รู้
เหลือบ-สบ, หลบ-เส-คา - - - รูปอยู่
อกหนึ่ง, อาวรณ์ชู้ - - - ตื่น-รู้อภิรมย์ ฯ

O รื่นรมย์กำเริบคล้อย - - - รอยคำ
แต่รสพจนารถสัม- - - - ผัสพร้อง
ธีระอภิวากย์บำ- - - - รุงรูป
รูปที่ใจร่ำร้อง - - - รบเร้ารอคอย ฯ

O แม้นห่างอย่าห่วงน้อย - - - คำนึง
เพียงรูปพอตอกตรึง - - - ติดย้ำ
ผ่อนเพียงแผ่วรำพึง - - - พร่ำคู่ ใจเอย
แผ่วพร่ำอยู่ซ้อนซ้ำ - - - ตรู่เช้าตราบคืน ฯ

O โอนฤทธิ์ออรูปให้ - - - ถวิลเห็น
อกดั่งหยาดฝนเย็น - - - หยดแต้ม
แต่ภาคอำไพเพ็ญ - - - เผยออก
ใจยิ่งมาลย์แยกแย้ม - - - กลีบแย้มรอฝน ฯ

O ฤๅทิพหนุนส่งให้ - - - เห็นงาม
ย่อมจักสมพยายาม - - - เยี่ยงนั้น
ตรึงอกแต่สบทราม - - - สวาดิรูป แก้วเนอ
จักหลบเลี่ยงดื้อรั้น - - - ดั่งไร้แรงขืน ฯ

O รุมรุมห้วงอกล้วน - - - อาลัย
แต่ลับภาคปราศัย - - - สืบถ้อย
ลำดับที่ความนัย - - - เนาอยู่
เฉกลำดับความร้อย - - - รับรู้เถิดสมร ฯ

O คงสุดทางซ่อนแล้ว - - - รอยใจ
จักเก็บกดอย่างไร - - - ยากรั้ง
แต่เนตรบ่งเยื่อใย - - - ระยับผ่าน
ผ่าวผ่านกี่คราวครั้ง - - - ทุกครั้งย่อมเผย ฯ

O แรงสุดดินสมุทรฟ้า - - - รวมกัน
ยังมิอาจพรากขวัญ - - - จากแก้ว
เมื่อใจหนึ่งผูกพัน - - - เพียงหนึ่ง
อาจพรากให้คลาดแคล้ว - - - แต่ม้วยมรณัง


ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 พฤษภาคม 2014, 11:10:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #9 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2014, 11:10:AM »
ชุมชนชุมชน



http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=01-2013&date=06&group=5&gblog=42


O หอมกลิ่นบุปผชาติ .. O


O พากย์กรองหมายกล่อมให้ - - - ห่วง, ถวิล
คอยรสความหลั่งริน - - - รัดล้อม
เพื่อโลกแวดล้อมภิน - - - ทนาล่ม สิ้นเฮย
เพียงพี่เหลืออยู่พร้อม - - - รักพ้นพรรณนา ฯ

O เจ้าเอย-ความออดอ้อน - - - อวลนัย
แต่เมื่อความอ่อนไหว - - - แว่ว-รู้
จนโลกแตกดับไป - - - เป็นอื่น
หวัง-จิตวิญญาณชู้ - - - อย่ารู้เลือนสลาย ฯ

O พิมพ์ดวงเจ้าอ่อนด้อย - - - เดียงสา
ตื่น, รับรู้รมยา - - - ยั่วเย้า
ทุกข์โลกถูกล่มคา - - - แขขับ แสงแล
เสียงคีต, เสียงวอนเว้า - - - แว่ว-สะท้านสะท้อนเสียง ฯ

O อาวรณ์ไหวหวั่นชู้ - - - เชยขวัญ
เหยียบโลกยอสรวงสวรรค์ - - - หล่นล้อม
คีตครวญแผ่ว, แว่วบรร- - - - ลุโสต
ครวญแผ่วนั้น-แผ่วพร้อม - - - ผัสสะสร้อยเดียงสา ฯ

O เสียงเอยเสียงโอดอื้น - - - เอาทาร
เพรียกสิทธิ์รสกุสุมาลย์ - - - มอบให้-
ทรงสิทธิ์ครอบวิญญาณ - - - ให้สยบ ยอมเฮย
สืบโลกทุกโลกไว้ - - - ยากเว้นวางถวิล ฯ

O รูปองค์, ความออดอ้อน - - - อวลสมัย
แววตื่นตอบอ่อนไหว - - - วาบเต้น
เกสรารูปแฝงใบ - - - หอมกรุ่น นั้นนา
ผึ้งภู่อาจ-ละเว้น - - - ยากเว้น .. คือเรียม ฯ

O เรณูหอมรื่นล้อ - - - ริ้วลม
หอมกว่า, เมื่อปรารมภ์ - - - รูปเจ้า
ภู่ผึ้งตฤปหวาน, จม - - - จ่อมอยู่
หวานกว่า, ความวอนเว้า - - - กระซิบไว้ประโลมหวัง ฯ

O ลมโรยคันธะรสแต้ม - - - ติดทรวง
แล้ว-ย่อมเพียงสุดาดวง - - - เด่นหน้า
ตรึงรูปติดใจหวง - - - หาอยู่
ช่วย-ดับดาวทั่วฟ้า - - - ร่วมฟื้นแรงฝัน ฯ

O ศัพท์เสียงกระซิบเนื้อ - - - นัยความ
นั้น-เปิดโลกคุกคาม - - - บีบเค้น
เหนี่ยวใจจดจ่องาม - - - เงียบอยู่
วามทั่วแววตอบเต้น - - - อาจเร้นซ่อนหรือ ฯ

O อบอวลคำเอ่ยอ้อน - - - ออดแสดง
แผ่วกระซิบความแฝง - - - ฝากชู้
เยี่ยงหวานสุมาลย์แจรง - - - จรดหยาด
ผึ้ง, ภู่, คน แต่รู้ - - - หลั่งน้ำใจสนอง ฯ

O ปีกบางหรุบปีกล้อม - - - ละอองหวาน
ตฤปรสกลางช่อมาลย์ - - - แมกไม้
อกอุ่น-อุ่นเนื้อคราญ - - - ครวญ-กล่อม
แตะรูปตฤปรสให้ - - - ห่วงละห้อยคอยหา ฯ

O ผาณิตเพรียกภู่น้อม - - - แนบพะนอ
เมื่ออีกงามประหนึ่งรอ - - - รับรู้
อุ่นเนื้ออุ่นนวลลออ - - - อิงแอบ
เผยรูปร่ำรอชู้ - - - ชิดเนื้อนวล .. ถนอม ฯ

O หอมกรุ่นกลีบดอกเชื้อ - - - เชิญภมร
แต่เมื่อเสียงเว้าวอน - - - แผ่ว-กระชั้น
แยกฤา-สุมาลย์, สมร - - - หอม-อุ่น
เสียง, อุ่น, หอม-ยามนั้น - - - ประณีตล้ำคำแถลง ฯ

O แล้วเล่าหลังตฤปรู้- - - รสสุคนธ์
เบิกบทความอลวน - - - ว่อนล้อม
แล้วเล่าจากอนุสน- - - - ธิรูป
เพรียกจิตวิญญาณพร้อม - - - ปลีกพ้นนิพพิทา ฯ

O แผ่วพลิ้วลมผ่านไล้ - - - โลมผกา
ระริกรูปปีกภุมรา - - - ร่อนล้อม
แผ่วเสียงออด, เพรียกนา - - - สิกรับ รสแม่
รับรสแห่งรูป, น้อม - - - แนบไว้รองถวิล ฯ

O ศัพท์เสียงกระซิบอ้อน - - - อบอวล
เหนี่ยวจิตวิญญาณครวญ - - - คร่ำชู้
เกสรรูปหอม, หวน - - - หาภู่ นั้นเนอ
ผาณิตมาลย์ย่อมรู้ - - - เหนี่ยวรั้งรอยภิรมย์ ฯ

O คันธรูปแย้มกลีบเชื้อ - - - เชิญภมร
ลมแผ่วลูบเกสร - - - สั่นพลิ้ว
ฉันทารูปเตรียบกร - - - กอดเกี่ยว
ซ่านแผ่วเป็นริ้วริ้ว - - - รูป, เนื้อ-รอถนอม ฯ

O กลีบช่อคันธรสช้อย - - - รอเชย
พลิ้วผ่านลมรำเพย - - - แผ่วฟุ้ง
เรียวรูปอ่อนเนื้อ, เกย - - - ก่ายอยู่
รอเหยียดก้าวเหยียบรุ้ง - - - รอบคุ้งขอบขันธ์ ฯ

O แอบ-อุ่นนวลอ่อนน้อย - - - นงพะงา
พิมพ์รูปรสตฤษณา - - - เหนี่ยวรั้ง-
ให้โลกล่มลับคา - - - เสียงคร่ำ ครวญเนอ
อย่างแผ่วเบาซ้ำครั้ง - - - ข่มละห้อยฤๅหาย ฯ

O หอมเอยกลางแห่งห้วง - - - เสน่หา
กลบรูปรสกุสุมา - - - มอดเชื้อ
อวลกลิ่นกล่อมถึงนา- - - - สิก-รูป
ให้รับรอง, โอบเอื้อ - - - อุ่นเนื้อนวลนิรันดร์

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s