สัปดาห์ "วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๕๕๔"
ชุมชน บ้านกลอนไทย
15 เมษายน 2021, 10:13:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1] 2
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สัปดาห์ "วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๕๕๔"  (อ่าน 46576 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
20 กรกฎาคม 2011, 07:35:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2011, 07:35:AM »
ชุมชนชุมชน

 
  
            
"เฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนม์ ภูมิพลมหาราช ปราชญ์ภาษา"
        ๒๙  กรกฎาคม  ๒๕๕๔
        "วันภาษาไทยแห่งชาติ"

    (ขับเสภา)          อัญเชิญราชดำรัสกษัตริย์สาส์น
                      เป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่
                  ปลุกประชา ตระหนัก รักชาติไทย
                     ร้อยดวงใจสนองคุณพระกรุณา ฯ

        "เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่ง
     ที่จะรักษาไว้" และ "ภาษาไทยนั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ
     ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือ เป็นทางสำหรับ
     แสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทาง
     วรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี"


                    ..พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
                ในการประชุมทางวิชาการ ชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์
                จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๒๙  กรกฎาคม  ๒๕๐๕..   

                         

    (ทำนองเสนาะ)       ธ ส่งเสริมเพิ่มค่าภาษาศาสตร์
                    ภัทรมหาราชปราชญ์ภาษา
                                          พระราชทานแนวทางสร้างปัญญา                     
                        ทรงเห็นค่ามาตรฐานภาษาไทย     

               ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ


               ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
                ข้าพระพุทธเจ้า นามปากกา  พี.พูนสุข

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : --ณัชชา--, ปนิตา, รพีกาญจน์, เมฆา..., กามนิต, บ้านริมโขง, ลมหนาว, กาญจนธโร, ♥ กานต์ฑิตา ♥, ตุลาทิตย์, ไพร พนาวัลย์, วลีลักษณา, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, สะเลเต, Garlic

ข้อความนี้ มี 16 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
20 กรกฎาคม 2011, 08:08:AM
--ณัชชา--
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2081
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,304


เวลาเปลี่ยนไปใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง


pim
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2011, 08:08:AM »
ชุมชนชุมชน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ปนิตา, รพีกาญจน์, เมฆา..., พี.พูนสุข, ลมหนาว, กาญจนธโร, ♥ กานต์ฑิตา ♥, ตุลาทิตย์, วลีลักษณา, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

20 กรกฎาคม 2011, 01:36:PM
บ้านริมโขง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,026



« ตอบ #2 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2011, 01:36:PM »
ชุมชนชุมชน



เป็นหนึ่งสื่อของคนบนโลกนี้
ภาษามีหลายหลากหากขานไข
ล้วนมีเพื่อสื่อสารการเข้าใจ
ภาษาไทยก็หนึ่งซึ่งโลกมี

เป็นภาษาที่ไทยใช้ทั้งชาติ
ใช่ใดขาดหรือแบ่งแห่งศักดิ์ศรี
สื่อถึงกันเข้าใจได้ยินดี
ตามความที่กำหนดจดประเด็น

เพียงอย่าหลงลืมเลยเคยสรรสร้าง
ตามแบบอย่างที่ดีมีให้เห็น
จรรโลงคำนำใช้กันให้เป็น
ให้โดดเด่น เน้นเสียง...สำเนียงไทย.

"บ้านริมโขง"

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, ลมหนาว, กามนิต, กาญจนธโร, เมฆา..., ♥ กานต์ฑิตา ♥, ตุลาทิตย์, วลีลักษณา, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, สะเลเต, Garlic

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

21 กรกฎาคม 2011, 07:27:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #3 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2011, 07:27:AM »
ชุมชนชุมชน


  
ภูมิใจ

เราโชคดี มีภาษา ของตนใช้
  จงภูมิใจ เอกลักษณ์ ต้องรักษา
 พูด อ่าน เขียน ให้ถูกความ ตามตำรา
 เปรื่องปัญญา พึงเรียนรู้ ชูชาติไทย

  ..สาวกะปู..


ก.ไก่

เป็นอักษร ตัวแรก ไม่แปลกหรอก
ตื่นแต่เช้า.. ขันบอก ว่าวันใหม่
ลุกขึ้นเถิด.. เปิดฝัน ขยันไว้
ปลุกคนไทย สู้ชีวิต พิชิตงาน ฯ

 ..พี.พูนสุข..  
                             




๐๐  โอ้..อักษรา..  ๐๐

อักษรา.. สง่างามอร่ามลักษณ์
รู้ตระหนัก เทิดค่าภาษาสรรค์
สารสื่อรักษ์เรียงร้อยถ้อยจำนรรจ์
เลิศนิพันธ์พร่างพจน์บทกวิน

อักษรา.. กรองเสียง สำเนียงขาน
ดั่งเพลงกาล ประดับขวัญ วรรณศิลป์
พริ้งไพเราะ เสนาะทรวง ซ่านดวงจินต์
ดั่งเพลงพิณ กวีเอก ปัจเจกกล

อักษรา.. ข้าฯ ฝัน สักวันหนึ่ง
เอื้อมดาวถึงกอดจันทราพาล่องหน
เกี่ยวอาทิตย์ชิดจันทร์.. พลันร่ายมนต์
เสกผองชน.. ขับลำนำขานคำกรอง

อักษรา.. ฟ้าแจรง สำแดงฤทธิ์
วากย์วิจิตร เก็จพราว ดั่งดาวส่อง
โลกบันลือ มือประเลง เปล่งทำนอง
ข้าฯ หมายครอง ฉ่ำทิวา ด่ำราตรี

อักษรา.. ตาวิเศษฤทธิ์เดชเหลือ
ประจักษ์เชื่อจิตประภัสสร์ฉายรัศมี
"ตาของใจ" นัยน์สามของกวี
จินตนาการลับลี้.. เปิดถึงกัน..

*********
เชื่อว่า.. กวีมีตาสามดวง
ดวงที่สาม คือ
Mind's eyes  ตาของใจ  หรือ ตาที่สาม
หมายถึง จินตนาการอันกว้างไกลของกวี
โลกใด จักรวาลใด
กวีมองเห็น
ส่วน "ข้าฯ" กำลังฝัน..

*********


 เคารพรัก
 ..พี.พูนสุข..

                                                          

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กามนิต, รพีกาญจน์, กาญจนธโร, เมฆา..., ♥ กานต์ฑิตา ♥, ตุลาทิตย์, BangPlaMa, วลีลักษณา, ลมหนาว, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, สะเลเต, Garlic

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 กรกฎาคม 2011, 07:50:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #4 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2011, 07:50:PM »
ชุมชนชุมชน


                                          คำปราศรัยวันภาษาไทยแห่งชาติ

"......นับแต่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๑๘๒๖
 และโปรดให้จารึกประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรสุโขทัยลงบนแ่ท่งศิลาแล้ว
 นับแต่นั้นอักษรไทย  ได้พัฒนาเป็นรากฐานของภาษาไทย
ในการถ่ายทอดสรรพวิทยาของชาติ นำความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติ
และประชาชนชาวไทยมาเป็นลำดับ ประกอบกับพระมหากษัตริย์ของไทย
ล้วนได้ทรงสร้างสรรค์ความเจริญในด้านต่างๆ ซึ่งถ่ายทอดผ่านภาษาไทยทุกสมัย
ตราบจนปัจจุบัน และพี่น้องชาวไทยทุกอาชีพ ทุกเพศทุกวัย ล้วนได้ใช้ภาษาไทย
เป็นเครื่องมือสื่อความเข้าใจ ในการประกอบอาชีพ เพื่อความสำเร็จในชีวิต
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้....."

                                                             ..คำปราศรัย  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี
                                                                                         เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓.. 

                                                                        ...................................

                                                                 ๐๐ ปฐมวรรณคดีไทย ๐๐

                                (ทำนองสามัญ)     ๐ ปฐมวรรณคดีศรีภาษา       คือ "ศิลาจารึกหลักที่ ๑"
                                    พ่อขุนรามคำแหงทรงคำนึง       มองลึกซึ้งภาษาชาติปราชญ์ปรีชา

                                                 ๐ "ลายสือไทย" ไขเรื่องราวชาวโลกเห็น
                                                 ภาษาเป็นสารพลังคลายกังขา
                                                 ประวัติศาสตร์สุโขทัยไท้เมธา
                                                 กษัตรา ธ ปกราษฎร์ชาติยืนยง

                                                 ๐ "พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์.."
                                                 จารประดิษฐ์อักขระ ธ ประสงค์
                                                 "ใครจักใคร่ค้าช้างค้า.." ชีพมั่นคง
                                                 ธ ธำรง ความเป็นไทยยิ่งไพบูลย์
                                               
                                                 ๐ รอยภาษา "ลายสือไทย" มีใช้อยู่
                                                 รักษ์เชิดชู สืบสานไว้ มิให้สูญ
                                                 เอกลักษณ์ วัฒนธรรม เจิดจำรูญ
                                                 ร่วมเกื้อกูล พัฒนา ภาษาไทย.

                                                           ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
                                                              พ่อกูชื่อ..
                                                          เมืองสุโขทัยนี้ดี
                                                           ไพร่ฟ้าหน้าใส
                                                             ในน้ำมีปลา
                                                             ในนามีข้าว
                                                                 ฯลฯ
                                                              ๐๐๐๐๐๐๐๐


                                                                          .. สาวกะปู ..                                         


                                                                        ซึ้งจัง ซึ้งจัง

       

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ♥ กานต์ฑิตา ♥, บ้านริมโขง, เมฆา..., รพีกาญจน์, ตุลาทิตย์, ไพร พนาวัลย์, วลีลักษณา, ลมหนาว, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, กาญจนธโร, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 12 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
21 กรกฎาคม 2011, 09:26:PM
♥ กานต์ฑิตา ♥
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 500
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,078



« ตอบ #5 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2011, 09:26:PM »
ชุมชนชุมชน



วันภาษาไทยแห่งชาติ ตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปี รัฐบาลได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันสำคัญ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒
เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราช
ดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

"เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ
อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า
วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้อง
มีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้...สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ
ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก ...”




ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : บ้านริมโขง, รพีกาญจน์, ตุลาทิตย์, ไพร พนาวัลย์, BangPlaMa, เมฆา..., พี.พูนสุข, วลีลักษณา, ลมหนาว, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, กาญจนธโร, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 กรกฎาคม 2011, 07:58:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #6 เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2011, 07:58:PM »
ชุมชนชุมชน



                                                              ช่วยกันหน่อยเถิด...

                                             เราควรจะทำอย่างไรกันดีสำหรับปํญหาที่เกิดขึ้นกับภาษาไทยของเรา

                                         หากเราสังเกตจะพบว่าคนไทยทุกวันนี้น้อยๆๆ คนเหลือเกินที่จะพูด ร ล
                                   ได้ถูกต้องชัดเจน  แม้กระทั่ง "ผู้ประกาศข่าว" บางคนก็ยังพูด ร ล ไม่ชัด พูด
                                   เป็น ล ไปเสียหมด โดยหารู้ไม่หรือลืมคิดไปว่า...
                                         มันไม่ใช่แค่ผิดเสียง แต่ทำให้ผิดความหมายไปเลยทีเดียว
                                                           .................
                                         เข้ามาสู่โลกอินเทอร์เน็ตบ้าง  ด้วยความที่เลือดรักภาษาไทยแรง หรือ
                                   อย่างไรไม่รู้ทำให้ฉันเข้าไปท่องเที่ยวดูการใช้ภาษาเขียนของคนปัจจูบัน ไม่
                                   อยากจะเจาะเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น  เพราะโลกอินเทอร์เน็ตนั้น กว้างใหญ่ไพศาล
                                   จนหาที่สิ้นสุดลำบาก  หลายคนผิดเพราะภาษาไทยไม่แข็งแรง  หลายคนผิด
                                   เพราะตั้งใจจะเขียนให้ผิด  ประมาณว่ามีความสามารถสร้างคำใหม่ขึ้นมา  ซึ่ง
                                   ประการหลังนี้อันตรายต่อภาษาของชาติมาก

                                          ตัวอย่างของ "คำผิด" ที่ยกมา เช่น "เทอ (เธอ)", "กับ (กลับ)", "ท่าม
                                   กลางเสียงซ่าคลำคลาม (โครมคราม)จากนภา" และ "ได้แต่กล้ม (ก้ม)หน้า"
                                   ทั้งหมดนี้จากผู้เขียนคนเดียว มีผู้เข้าชม 3,000 กว่าครั้ง  ท่านลองคิดดูว่า
                                   3,000 กว่าครั้งนี้อาจไม่ถึง 3,000 คน แต่ก็คือคนจำนวนนับร้อยนับพันที่รับ
                                   สิ่งผิดๆไป
                                                          ..................
                                          แต่สำหรับฉัน...ขอเป็นเสียงเล็กๆ ที่ยังคงจะมุ่งมั่นอนุรักษ์ภาษาไทยต่อไป
                                   และกราบงามๆ วิงวอนทุกท่านว่า "ช่วยกันหน่อยเถิด" ภาษาคือวัฒนธรรมของชาติ
                                   และชาติไทยของเรามีครบหมด  ทั้งภาษาพูด อ่าน เขียน  ไฉนจึงไม่ภูมิใจและร่วม
                                   รักษากันไว้เล่า จะรอให้ชาติอื่นภาษาอื่นเข้ามาครอบเราหรือไร เราถึงจะตระหนักใน
                                   สิ่งดีๆ ที่เรามี

                                           อย่าให้มันเกิดเหตุการณ์ "วัวหายล้อมคอก" กันเลยเพราะถึงวันนั้นมันจะล้อม
                                   ไม่ทันและไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งเสียใจ  ถ้าภาษาไทยจะกลายเป็น ภาษาที่สอง
                                     
                                                          คนรักภาษาไทย/กทม.

                                             -------------------------------------------

                                   
                                                หาอ่านบทความโดนใจเรื่องนี้ได้เต็มๆ จากหนังสือ คู่สร้างคู่สม
                                                ฉบับที่ 717  ประจำวันที่ 20-31 กรกฎาคม (ทศ3) 2554   

                     
                                                              ...สาวกะปู...รายงาน
                                                                  ซึ้งจัง ซึ้งจัง





๐๐ ดอกไม้บาน.. ลานภาษา.. ๐๐

  ๏ ณ สวนสาร สวนสวย..  รวยอักษร
ต้นกาพย์กลอน กาพย์กล.. ร่ายมนต์ขลัง
เป็นภาษา  พาสาร.. ขับขานพลัง
เสียงชวนฟัง  ชวนฝัน.. จำนรรจา

 "สวัสดีค่ะ, สวัสดีครับ".. รับไหว้ตอบ
กายน้อมนอบ  น้อมนบ.. ยามพบหน้า
สรรสื่อคำ  สื่อความ.. ตามตำรา
ช่างงามตา  งามตรู.. เชิดชูไทย

 "คุณแม่ครับ, คุณแม่ขา".. "จ๊ะจ๋าลูก"
ถ้อยหวานผูก  หวานเพราะ.. เสนาะใส
สรรสื่อความ  สื่อคำ.. ชื่นฉ่ำใจ
เพียงพูดได้  พูดดี.. เป็นศรีตน

 ได้รับข้าวรับของ.. ต้องคารวะ
"ขอบคุณค่ะ, ขอบคุณครับ".. ไม่สับสน
พร้อมยิ้มย่อง  ยิ้มแย้ม.. แชล่มยล
งามสกล  งามสกุล.. ละมุนคำ

 เมื่อพลั้งผิด  พลั้งพลาด.. อาจหาญรับ
"ขอโทษครับ, ขอโทษค่ะ".. จะไม่ต่ำ
เรื่องควรบั่น  ควรบอก.. ไม่ตอกย้ำ
อภัยล้ำ  อภัยแล้ว..  คือแก้วงาม

โอ้ภาษา ภาษร..สุนทรสาร
ดื่นเต็มลาน เต็มล้น.. นิพนธ์สยาม
ภาษาไทย ภาษาถิ่น.. บุรินทร์นาม
พึงสรรความ สรรคำ.. ไทยธำรง ๚ะ๛

 เคารพรัก 
..พี.พูนสุข..






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ไพร พนาวัลย์, วลีลักษณา, ลมหนาว, รพีกาญจน์, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, เมฆา..., ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 กรกฎาคม 2011, 08:19:PM
ไพร พนาวัลย์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2083
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,422


นักร้อง


paobunjin
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2011, 08:19:PM »
ชุมชนชุมชน


บ้านกลอนไทยของเรานี้ ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เราจะช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทย
คือพิถีพิถันในการเขียนสักนิด คำไหนไม่แน่ใจ ก็เสียเวลาเปิดดิกฯหรือพจนานุกรมฯ
ที่ควรจะวางไว้ใกล้ๆตัว เพื่อเยาวชนและผู้สนใจที่เข้ามาอ่านจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่
นะ ช่วยกันหน่อย เน้อ

ลุงปรางค์

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : วลีลักษณา, ลมหนาว, พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ภู กวินท์, ไม่รู้ใจ, เมฆา..., ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

22 กรกฎาคม 2011, 10:20:PM
บ้านริมโขง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,026



« ตอบ #8 เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2011, 10:20:PM »
ชุมชนชุมชน

เป็นสีสันของภาษา 

ทุกสิ่งอย่างเมื่อยังมีชีวิต มันย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไป  ภาษาก็เช่นกัน  เมื่อมันยังเป็นภาษาที่ยังใช้กันอยู่ ผู้ใช้ก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะคิดค้น ดัดแปลง แก้ไข ฯ ตามที่เขาต้องการ เพียงแต่ว่าเมื่อแก้ไขแล้วจะสื่อความหมายในสังคมได้หรือเปล่า  คนส่วนใหญ่ยอมรับหรือไม่  ผมไม่เคยคิดกลัวว่าภาษาจะวิบัติหรือเปลี่ยนไป  เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่มีแบบอย่างและมีเอกลักษณ์ที่แน่นอน

ภาษาที่พูดและเขียนผิดเพี้ยนนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงกาลสมัยของคนในสังคมนั้น ๆ ที่นำค่านิยมส่วนตัวที่ได้รับมาจากแรงบันดาลใจจากสิ่งต่าง ๆ ในสังคมโลกมาประยุกต์ใช้  แต่ใช่ว่าจะนำมาใช้ได้ในทางราชการ  และการสื่อสารที่เป็นระบบแบบแผนได้แต่อย่างไร   ซึ่งมันก็จะเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ตลอดเวลาคู่กับความมีชีวิตของคนเรา

เพราะภาษาไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นภาษาที่มีชีวิต ไม่ใช่ภาษาที่ตายแล้วอย่างกับบาลีและสันสกฤต

*ความคิดเห็นส่วนบุคคล ห้ามวัยสะรุ่นนำไปอ้างอิง  ขำแบบกระแดะหน่อยๆ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, ภู กวินท์, ลมหนาว, ไม่รู้ใจ, พี.พูนสุข, เมฆา..., ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต

ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

23 กรกฎาคม 2011, 12:28:AM
พรายม่าน
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 548
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 556


« ตอบ #9 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2011, 12:28:AM »
ชุมชนชุมชน



๐ สัปดาห์ภาษาด้าว      ค่อยคอยน้าวจะก้าวไหน
คลำทั่วทุกครัวไทย          ยังคลางแคลงที่คั่วคน

 ๐ เลขกะอัปลักษณ์      นิรุกติ์ผลักประจักษ์ผล
กะเรี่ยกะราดรน         ลวกใส่สุดบนทรุดทราม

 ๐ ยิ่งใช้กระไรชอบ      เบ่งระบอบด้วยบุ่มบ่าม
ชมยุ่ยว่าชุ่ยงาม         ด้วยเขลาขอดที่กอดครอง

 ๐ หลงไทยว่าไร้ทาส      เอกราชอาจฉลอง
คร่อมล้ำย่ำครรลอง      ก็เหลือไทยที่ไร้ทาง

 ๐ ไหนหรือคือรูปรัฐ      ที่เอกอัตถ์วิวัฒน์อ้าง
ไหนไทยไหนพันธุ์ทาง      ไหนยืนหยัดไหนปัดแยง

 ๐ แต่งตัวยังตามต่าง      อาหารห้างเอิบกำแหง
เรือนโรงที่ลงแรง         ต้องยุโรปบาวาเรีย

 ๐ เหลือซากแต่ภาษา      กลับกร่อนค่าหลงกาเขี่ย
ก่ายย่ำกากะเยีย         แห่งปราชญ์ชั้นบรรพชาญ

 ๐ ช่วยเถิดช่วยเชิดถ้อย      รักษ์คำร้อยเผื่อเหลนหลาน
สัปดาห์วัตรสหัสวาร      แท้ลูกไทยที่รักไทย ฯ

พรายม่าน
สันทราย
๒๓.๐๗.๕๔

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ไพร พนาวัลย์, บ้านริมโขง, ไม่รู้ใจ, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, เมฆา..., ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 กรกฎาคม 2011, 09:18:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #10 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2011, 09:18:AM »
ชุมชนชุมชน


                                                               ภาษาไทย ภาษาถิ่น ภาษาชาติ
                                                อย่าวางมาด เหมือนเขลา กลัวเขาเห็น
                                                กระดากปาก เอ่ยคำ อย่างยากเย็น
                                                พูดไม่เป็น เสียชาติเกิด จงเปิดใจ
                                                 
             ..สาวกะปู..


                                                จริงหรือ...
                                                 
                                                                          เหนือ   ไม่มี   ช้าง
                                                            กลาง   ไม่มี   ขวาน
                                                            อีสาน   ไม่มี   ควาย
                                                            ใต้       ไม่มี   งู
                                               

                                                จริงสิ

                                                                         เหนือ   มี  จ๊าง
                                                             กลาง   มี  ฝาน,กว๋าน
                                                           อีสาน    มี  -ถูกเซ็นเซอร์-
                                                           ใต้        มี  ฮู       
 
                                                        ********* 

                                                                 ..สาวกะปู  บอกต่อ..

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, เมฆา..., บ้านริมโขง, ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 กรกฎาคม 2011, 10:46:AM
บ้านริมโขง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,026



« ตอบ #11 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2011, 10:46:AM »
ชุมชนชุมชน

ขำขี้แตกขี้แตน

คำอีสานยังขาดอนาถนัก
ไหนว่ารักภาษาถิ่นถวิลหวัง
ภาษาเขียนเพี้ยนได้ตามเสียงดัง
ใครจะยังเขียนตามก็งามตน...อิ อิ  ขำแบบกระแดะหน่อยๆ

เพราะภาษามันเปลี่ยนตามเลียนเสียง
ใส่สำเนียงตามส่วนขบวนขน
ห้ามไม่ได้หรอกหนาถ้าปวงชน
เขาจะพ่นจะพล่ามตามสังคม.. ยิ้มกวน ล่อกๆ

"บ้านริมโขง"

เอ้อ..จริงว่ะ  แบร่ๆ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เมฆา..., รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, ตุลาทิตย์, กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

24 กรกฎาคม 2011, 09:24:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #12 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2011, 09:24:AM »
ชุมชนชุมชน


                                                                          สาวกะปูมาดมั่น..ฉันอีสาน
                                                 คลิกอยู่นานเขาเห็นไม่เหมาะสม
                                                  ถูกเซ็นเซอร์เลยเบลอให้งุนงม
                                                  จึงต้องก้ม คลิกคลิก จิกเอาเอง

                                                        **********
                                 
                                                อีกคำ ทีน หมายถึง เท้า ห้ามใช้ ต
                                                  ต่อไป.. ต้องคิดใหม่ เข้าใจแล้ว
                                                         ขอบคุณค่ะ
                                                      "บ้านริมโขง"


                                                                                       สาวกะปู..บ้านริมมูล

                                                                                                    ชอบใจๆ                       

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ตุลาทิตย์, รพีกาญจน์, บ้านริมโขง, เมฆา..., กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
24 กรกฎาคม 2011, 10:47:AM
ตุลาทิตย์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 217
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 519


เพียรผนึกฝึกร้อยถ้อยภาษา อักษราจากจิตลิขิตเขียน


profile.php?id=100001041331002
เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2011, 10:47:AM »
ชุมชนชุมชน

นอกจากจะรักภาษาไทยกลาง พยายามชำระสะสางให้ถูกต้องแล้ว ยังเป้นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องรักษา
หรือพยายามอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะรักษาหลักของภาษาในภาคต่างๆไว้ให้คงอยู่ เพื่อเป็นหลักทดสอบได้อีกด้วย
ไม่ให้สูญสิ้น มิฉะนั้นเราจะไม่มีอะไรทดสอบ


สยามรัฐ ฉบับพิเศษ ครบรอบ 83 ปี คึกฤทธิ์ ปราโมช : คึกฤทธิ์กับความเป็นไทย น.58
คารมคึกฤทธิ์  โดย รุจน์ มัณฑิรา เรียบเรียง

บทความในคู่สร้างคู่สมโดนเลยครับ สาวกะปู ขอบคุณที่เอามาลง

ผมชอบคู่สร้างคู่สมตรงหัวเรื่อง การใช้ภาษาไทยในสื่อ ดีมากเลย นะครับ ชอบใจๆ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, บ้านริมโขง, พี.พูนสุข, เมฆา..., กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

~oนพตุลาทิตย์o~[/colo
24 กรกฎาคม 2011, 02:22:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #14 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2011, 02:22:PM »
ชุมชนชุมชน


                                                    "สำเนียงส่อภาษา..." ท่านว่าไว้
                                      มาจากไหน รู้..ฟัง พลังสุ้มเสียง
                                     อีสาน ใต้ เหนือ กลาง ต่างสำเนียง
                                 แต่พร้อมเพรียง ร้องเพลงชาติ มาตรฐานเดียว

                                      "พาแหลงใต้ สักหิด คิดแรงอก
                                  กินหนมครก หนมจีน กินหนมเหนียว
                                 โหย่ในหลาด หรอยฉาด ฟาดก่วยเตี่ยว
                                 เซ่อหนมเกลียว ฝากโลกสาว โลกบาวกัน"
                   

                                               ลองเปลี่ยนเสียงเป็นไทยภาคกลางดู
                         

                                      "ชวนพูดใ้ต้ สักนิด พอชื่นอก(ชื่นใจ)
                                   กินขนมครก ขนมจีน กินขนมเหนียว  (ข้าวเหนียวมูนสีเหลืองขมิ้น หน้าสังขยา หน้ากุ้ง)
                                   อยู่ในตลาด อร่อยมาก ฟาดก๋วยเตี๋ยว (ฟาด=กิน คำสแลง)
                                   ซื้อขนมเกลียว ฝากลูกสาว ลูกชายกัน"
                 
                                       เข้าใจความหมาย แต่เสียงวรรณยุกต์และจังหวะคำไม่ไพเราะ ไม่กระชับ
                                                 

                                                                         ..สาวกะปู..
                                       
                                                   


         
                                                 เชิญต่อภาษาถิ่นเหนือค่ะ   

                                                                                                        เธอนั่นแหละจ้ะ เธอนั่นแหละจ้ะ เธอนั่นแหละจ้ะ     

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เมฆา..., รพีกาญจน์, บ้านริมโขง, ไพร พนาวัลย์, ตุลาทิตย์, ไม่รู้ใจ, กาญจนธโร, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 9 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
25 กรกฎาคม 2011, 02:16:PM
พรายม่าน
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 548
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 556


« ตอบ #15 เมื่อ: 25 กรกฎาคม 2011, 02:16:PM »
ชุมชนชุมชน


หอบเสือเซาะเลาะหมูไปดูเสื่อ
เข่าไม่เบื๋อเหลื่อนวดต้องปวดเขา
ไม่ไปไก๊ไอ้ผ่านคนบ้านเรา
ก็นอนเหง่าเป๋าขวดมัวดวดเอ๊ง ฯ

ส่ำเนียงซุโข่ทัยเมืองเก๋า

เสือ = เสื่อ
เซาะ = เสาะ
หมู = หมู่
เสื่อ = เสือ
เข่า = เขา
เบื๋อ = เบื่อ
เหลื่อ = เหลือ
เขา = เข่า
ไม่ไปไก๊ = ไม่ไปหรือ
ผ่าน = ผาน
เหง่า = เหงา
เป๋า = เป่า
เอ๊ง = อย่างนั้นเอง
ส่ำเนียง= สำเนียง
ซุโข่ทัย = สุโขทัย
เก๋า = เก่า

งงไหมเล่า

พรายม่าน
สันทราย
๒๕.๐๗.๕๔

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, เมฆา..., ไพร พนาวัลย์, ตุลาทิตย์, รพีกาญจน์, ไม่รู้ใจ, คนกันเอง.., กาญจนธโร, บ้านริมโขง, สะเลเต, ลมหนาว

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 กรกฎาคม 2011, 07:40:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #16 เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2011, 07:40:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                   
                                                                     
 
                                                         รวย "มุก"                          
                                           
                                       "มุก" ภาษาพื้นถิ่นยินหลายมุก
                                         เกมสนุกขบขันยิ่งหรรษา   
                                         เล่าเรื่องราวยาวสั้นคั่นเวลา
                                         วาดลีลาถูกต้องคล้องกับงาน

                                               ปริศนาคำทาย อะไรเอ่ย
                                          ผะหมีเคยถามตอบชอบมุกสาน
                                          ร้องโนห์รา เพลงฉ่อย..พลอยสำราญ
                                          เพลงพื้นบ้าน ไม่ขานขับนับวันตาย

                                               มาเถิดหนา.. พาลูกหลานร้องขานรับ
                                         เอวขยับ ป๊ะเท่งป๊ะ มือคว่ำหงาย
                                         ป๊ะตุ้มเท่ง ตุ้มป๊ะ ละเอียงอาย
                                         ลองกรีดกรายเยื้องย่างอย่างไทยไทย

                                               จักยืนยงวงวรรณช่วยสรรค์สร้าง
                                         เปิดหน้าต่างเปิดประตูกระทู้ใหม่
                                         เปิดห้องหับลับคมคารมไว
                                         มุกโดนใจ..เฮฮาประสาเรา..

                                           *********

                                         ..สาวกะปู..

                                                ชอบใจๆ ชอบใจๆ

                                                                                                       

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ไม่รู้ใจ, รพีกาญจน์, กาญจนธโร, เมฆา..., บ้านริมโขง, สะเลเต, ลมหนาว, ไพร พนาวัลย์

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 กรกฎาคม 2011, 11:55:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #17 เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2011, 11:55:AM »
ชุมชนชุมชน

                              ปล่อย ๑ มุก

                                        วิทยากรถามผู้เข้าอบรมเรื่อง "ศิลปะการแต่งกลอน" ว่า...
                                                   
                                     ภาคใด มี "ช้าง" มากที่สุด

                                                 เอื้องคำ   : ภาคเหนือค่ะ ใช้ลากซุงค่ะ
                                                 วิทยากร   : ไม่ใช่
                                                 หนูเอียด   : ใต้ค่ะ กุยบุรี ประจวบเยอะค่ะ
                                                 วิทยากร   : ไม่ใช่
                                                 บุญหลาย  : อีสาน งานช้างสุรินทร์ครับ
                                                 วิทยากร   : ไม่ใช่ เหลืออีกภาคเดียว พลอยแก้วว่าไง
                                                 พลอยแก้ว : หนูว่า ภาคกลางนี่แหละค่ะ ที่อยุธยา มีช้างแสนรู้เยอะมาก
                                                  วิทยากร   : ใช่.. ภาคกลางมีมากที่สุด  แต่เหตุผลไม่ถูกค่ะ
                                                                 เอ้า! ทุกคนออกเสียงคำว่า"ช้าง"พร้อมกันซิคะ
                                                                 นั่น! ทุกคนได้ยินมั้ย ออกเสียงเป็นภาษากลาง
                                                                  ถ้าเป็นภาคเหนือ จะออกเสียงว่า จ๊าง
                                                                  ภาคใต้ ออกเสียงว่า ฉ่าง
                                                                  ภาคอีสาน ออกเสียงว่า ซ่าง
                                                                  สรุปว่า.. "ช้าง" มีมากที่สุดที่ภาค กลาง  - ฮา -

                                                        ในชั่วโมงนี้ ให้ทุกคนแต่งกลอนแปด เรื่อง ช้าง คนละ ๒ บท
                                                                                             - ฮา -


                                                                             *************************


                                                                                                    ..สาวกะปู..

                                                                                                                     ชอบใจๆ ชอบใจๆ         

                                                         

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กาญจนธโร, บ้านริมโขง, สะเลเต, รพีกาญจน์, ลมหนาว, เมฆา..., ไพร พนาวัลย์

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 กรกฎาคม 2011, 12:39:PM
บ้านริมโขง
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,026



« ตอบ #18 เมื่อ: 26 กรกฎาคม 2011, 12:39:PM »
ชุมชนชุมชน

ส่งการบ้าน

ขำแบบกระแดะหน่อยๆ

เมื่อเป็นเด็กเห็นช้างอย่างตื่นเต้น
ควาญช้างเป็นผู้พานำมาสู่
ต่างวิจารณ์เซ็งแซ่ ยามแลดู
อู้ ฮุ อู  ช้างห้าขา..แม่มาดู..!

แม่หัวเราะชอบใจ..ไหนขาห้า
ห้อยหว่างขา ไม่ถึงดิน ดิ้นเลยหนู
ตะโกนบอกมองอื่นอย่างชื่นชู
ทั้งหัวหูชูงวงท่วงท่างาม

แม่จับลอดท้องช้างอย่างศรัทธา
ด้วยหวังว่าโรคภัยใดล้นหลาม
ได้ปัดเป่าหมดไปไม่ลุกลาม
เป็นลูกช้างที่ใครคร้ามไม่ตามกวน

"บ้านริมโขง"

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, เมฆา..., ไพร พนาวัลย์, กาญจนธโร

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

27 กรกฎาคม 2011, 10:48:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,104


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #19 เมื่อ: 27 กรกฎาคม 2011, 10:48:AM »
ชุมชนชุมชน


                เตือนจิต

                 "หนึ่งในความภูมิใจไทยทั้งชาติ
                 คือเอกราชทางภาษาค่ายิ่งใหญ่
                'เจ็ดร้อยปี ' ที่สืบชื่อลายสือไทย
                 ส่งเสริมให้เอกลักษณ์ประจักษ์ชัด
                             พูดไม่ผิดอ่านไม่เพี้ยนเขียนไม่พลาด           
                 ภาษาชาติพิทักษ์ไว้ไม่วิบัติ
                 ทุกคราวคิดขีดเขียนเรียนอ่านคัด
                ควรฝึกหัดให้ซึ้งค่าภาษาไทย"

                    นารถ  กิตติวรรณกร
                     
                   
      (รางวัลที่ ๑ ประกวดกลอนในโอกาสฉลอง ๗๐๐ ปีลายสือไทย) 



๐๐ รักนิรันดร์..  ร้อยกรองทำนองไทย ๐๐

๐ ร้อยความรักอักษราศรัทธาปราชญ์
ร้อยคำหยาดบทกวีสุนทรีย์ศิลป์
ร้อยรำลึกบรมครูคู่แผ่นดิน
ร้อยคำรินทำนองร้องชื่นชวน

๐ สร้อยจำเรียงเสียงใสใส ชื่นใจนัก
สร้อยดอกรักย้อยประปลั่งสะพรั่งสวน
สร้อยจำนรรจ์สรรคำคมสำนวน
สร้อยสำรวลครึกครื้นแสนรื่นรมย์

๐ ขวัญอรุณกรุ่นอวลมวลบุปผา
ขวัญทิวาเบิกบานบรรสานสม
ขวัญราตรีคีตวรรณรำพันชม
ขวัญนิยมบูชิตประดิษฐ์กานท์

๐ ผูกสายโคลงโยงลักษณ์จำหลักมั่น
ผูกสายฉันท์ทยอยคืบหวังสืบสาน
ผูกสายกลอนเรียงร้อยพร่างพร้อยลาน
ผูกร่ายขานกาพย์แก้วเพริศแพร้วกล

๐ ด้วยผูกพันฉันมิตรร้อยจิตถึง
ด้วยตราตรึงอักษรอมรผล
ด้วยสำนึกฝึกปรือนั่นคือตน
ด้วยดวงมนมุ่งหมายสายสัมพันธ์

๐ รักอ่านกลอนสอนจิตพินิจอ่าน
รักขับขานบทพิเราะเสนาะสรรพ์
รักนักกลอนพรพจน์ร่ายรสบรรณ
รักนิรันดร์..ร้อยกรองทำนองไทย.

 เคารพรัก
..พี.พูนสุข..










ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ไม่รู้ใจ, เมฆา..., คอนพูธน, รพีกาญจน์, victoria's secret, บ้านริมโขง, ตุลาทิตย์, ลมหนาว, สะเลเต, ไพร พนาวัลย์, กามนิต

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s