--->เชิญแต่งกลอน"อาสาฬหบูชา" (แต่งแล้วได้บุญ-กุศลจิต)
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
04 พฤศจิกายน 2026, 06:04:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: --->เชิญแต่งกลอน"อาสาฬหบูชา" (แต่งแล้วได้บุญ-กุศลจิต)  (อ่าน 6434 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11 กรกฎาคม 2014, 01:10:PM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2014, 01:10:PM »
ชุมชนชุมชน





๐๐(๑๔ บท)๐๐

หลังพระพุทธอุบัติตรัสรู้
รำลึกผู้อุปการ์เมื่อคราเข็ญ
ปัญจวัคคีย์ช่วยด้วยลำเค็ญ
สมควรเป็นผู้รับสดับธรรม
๐
จึงมุ่งตรงสู่ป่าพาราณสี
โปรดโยคีทั้งห้าเมื่อฟ้าร่ำ
ด้วยเมตตายิ่งใหญ่พระทัยนำ
หลังตรากตรำบำเพ็ญเห็นอุทัย
๐
ถึงสายัณห์วันขึ้นสิบสี่ค่ำ
เดือนคล้อยต่ำอัมพรตอนฟ้าใส
ลุถึงป่าอิสิฯมิทันไร
ฤาษีได้ต้อนรับประทับองค์
๐
วันรุ่งขึ้นสิบห้าค่ำย่ำดิถี
ปุณณมีเด่นดวงล่วงประสงค์
เทศน์กัณฑ์แรกธรรมจักรฯสลักลง
ความมั่นคงพุทธศาสน์ได้ยาตรา
๐
ดุจกงล้อแห่งธรรมได้นำเคลื่อน
มิร้างเลือนจากโลกอันโศกหนา
อริยสัจธรรมได้นำพา
สองพันห้าพุทธศกตกถึงเรา
๐
"อาสาฬหบูชา"มาวันนี้
เพ็ญเดือนแปดดิถีฤดีเหงา
เมื่อแลพระปฏิมาคราแนบเนา
ดุจเข้าเฝ้าพุทธองค์ทรงพระชนม์
๐
เป็นวันจบครบสามงามไตรรัตน์
สงฆ์อุบัติองค์แรกแทรกมรรคผล
เป็นปฐมสาวกผู้ยกตน
โสดาบันบุคคลสู่หนทาง
๐
"อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ..ฯ"
คำพุทโธอุทานพยานอ้าง
"โกณฑัญญะได้รู้แล้ว.." แนวปล่อยวาง
จิตกระจ่างเห็นจริงสิ่งทั้งมวล
๐
"ยังกิญจิ สมุทัย..ฯ" ท่านได้พบ
หลังเทศน์จบครบกัณฑ์รำพันหวน
ว่า"มีเกิดย่อมมีดับประทับตรวน
ทุกสิ่งล้วนไตรลักษณ์พิทักษ์ตรา"
๐
เมื่อเห็นแจ้งแหล่งธรรมท่านขอบวช
ไม่ต้องสวดญัตติฯพิธีหา
พุทธองค์รับรู้อุปัชฌาย์
ตรัสวาจา"มาเถิดภิกษุเอย..ฯ"
๐
ท่านจึงได้"อัญญา.." นำหน้าชื่อ
ด้วยว่าถือคำพุทธพิสุทธิ์เผย
ว่า"อัญญาโกณฑัญญะ"สังฆะเปรย
แปลเฉลยก่อนหน้าถ้าย้อนดู
๐
ส่วนฤาษีสี่ท่านนั้นเลื่อมใส
พร้อมตั้งใจฝึกหัดมนัสหรู
สี่วันครบพบธรรมตามคำครู
ปฐมมรรคทุกผู้รู้ตามกัน
๐
จึงขอบวชพร้อมใจได้เอหิฯ
ดังแรกผลิบัวบานตระการนั่น
ถึงแรมห้าฟังอนัตต์ฯตัดบ่วงพลัน
อรหันต์ทุกองค์ข้ามดงมาร
๐
สาธุชนคนไทยหัวใจพุทธ
มโนผุดผ่องนำธรรมประสาน
รำลึกคุณพระตรัยใจเบิกบาน
ย่อมล่วงพ้นกันดารสู่ลานธรรม

 เคารพรัก

"มุนีน้อย"



(แทรกพุทธประวัตินิดๆ เพื่อการเรียนรู้....เชิญทุกท่านร่วมแจม ตบมือให้)
ข้อความนี้ มี 12 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
13 กรกฎาคม 2014, 01:18:AM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« ตอบ #1 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2014, 01:18:AM »
ชุมชนชุมชน

...ต่อจากข้างบน ยิ้มแก้มแดง

"วันพระสงฆ์"เรียกกันอีกวันนี้
ถือตามที่สงฆ์ลุอุปสัมฯ
ปฐมสงฆ์สาวกยกผู้นำ
องค์เลอล้ำเลิศชัดรัตตัญญู
๐
รัตนะครบสามได้งามแล้ว
เป็นดวงแก้วแววเลิศประเสริฐหรู
เปล่งประกายฉายแสงแห่งวิทู
นำเวไนยทุกผู้สู่ไกพัล
๐
อีกข้ามสรวงล่วงพรหมบรมเมศวร์
คือทิพย์เขตอริยะเหนือสวรรค์
ผู้บำเพ็ญเห็นแจ้งแหล่งอนันต์
อรหันต์จึงรู้อยู่นิพพาน

 เคารพรัก

"มุนีน้อย"

(ต่อด้านล่าง.. ยิ้มให้จ้ะ)

หมายเหตุ..."นิพพาน" ในความหมายของกลอนนี้เปรียบเทียบให้เห็นเป็น"บุคลาธิษฐาน"
ข้อความนี้ มี 13 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
14 กรกฎาคม 2014, 04:09:AM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« ตอบ #2 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2014, 04:09:AM »
ชุมชนชุมชน

ต่อจากข้างบน...

ย้อนกล่าวถึง"ปฐมเทศนา"
มีอรรถาเกี่ยวธรรมนำประสาน
"สามเรื่อง"หลักจักแจ้งแสดงการ
พอประมาณหว่านถ้อยร้อยพจี

เรื่องแรก..เว้นเส้นทางอย่างสุดโต่ง
สองสายโยง หย่อน-ตึง พึงหลบหนี
ไม่ใช่ทางสายกลางอย่างพอดี
ควรหลีกลี้ให้ห่างทางอุโภ

เรื่องที่สอง..จงย่างบนทางเลิศ
จะประเสริฐเกิดผลดลสุโข
ทางสายกลางมัชฌิมะน้อมมโน
สู่ภิญโญงามชัดรัถยา

"อริยสัจสี่" เรื่องที่สาม
คือหลักความจริงแท้แน่หนักหนา
เป็น"ความจริงอันประเสริฐ"เกิดวิชชา
สู่มรรคาเห็นแจ้งแหล่งตัวตน

เป็นใจความ"ธรรมจักรฯ"สลักไว้
เทศน์กัณฑ์ใหญ่ครั้งแรกแทรกเวหน
มีผู้ฟังเทศนาเพียงห้าคน
แต่บันดลผลลัพธ์นับคณาฯ

 เคารพรัก

"มุนีน้อย"

(ต่อด้านล่าง..  ยิ้มให้จ้ะ)
ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
18 กรกฎาคม 2014, 11:01:AM
toshare
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 353
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,722



« ตอบ #3 เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2014, 11:01:AM »
ชุมชนชุมชน

....อาสาฬหะ วันประเสริฐ.........เลอเลิศ รักแบ่งปัน
ธ ตรึกพลัน สรรพสัตว์.............ตัณหามัด หมองเศร้า
พึงขัดเกลา ช่วยเหลือ..............เอื้อบัว กิเลสพ้น
ธรรมสว่าง กระจ่างท้น.............จิตแผ้ว ผ่องใส
ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

18 กรกฎาคม 2014, 06:00:PM
muneenoi
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 628
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 772


~มี-ในสิ่งที่ไม่มี ไม่มี-ในสิ่งที่มี~


« ตอบ #4 เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2014, 06:00:PM »
ชุมชนชุมชน

ต่อจากเนื้อหาข้างบน...

ทางสุดโต่งสองสายบรรยายเพิ่ม
เพื่อส่งเสริมอรรถรสบทศึกษา
กามสุขัล*ฯทางแรกดูแปลกตา
วุ่นกามาหย่อนเกินเจริญรอย

คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
มิลดละกลับเพิ่มเติมเชื้อสอย
หมกมุ่นสุขจอมปลอมยอมสำออย
จึงเสื่อมถอยจากทางกระจ่างธรรม

ทางที่สองเคร่งเกินประเมินผล
ลำบากตนเกินไปใจถลำ
คืออัตตกิละฯพาระกำ
มิอาจนำเห็นจริงสิ่งทั้งมวล

ปฏิปทาสายกลางกระจ่างแจ้ง
จะแสดงต่อไปให้ครบถ้วน
ตามคำพุทธแจกแจงแต่งสำนวน
หวังบางส่วนอานิสงส์บรรจงกานท์

เมื่อละทางสองสายหมายใจสิ้น
จงถวิลสายกลางสร้างหลักฐาน
ยึดพอดีมิตึง-หย่อน ผ่อนประมาณ
รวมประสานโสภาคามินี...

 เคารพรัก

"มุนีน้อย"

(*ในที่นี้ ให้อ่าน กาม-สุขัล... ตบมือให้)



ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แต่งกลอนเพราะใจรัก
หนักใจเพราะตัณหา
เหว่ว้าเพราะฟุ้งซ่าน
สำราญด้วยพระธรรม..
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s