Re: ที่แล้วไปไม่นับ กลับมาเริ่มใหม่
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
25 กรกฎาคม 2024, 01:27:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ที่แล้วไปไม่นับ กลับมาเริ่มใหม่  (อ่าน 123831 ครั้ง)
@free
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580



« เมื่อ: 15 กันยายน 2023, 07:37:PM »

   

   ส่วนที่ 1 กล่าว


             คู้ม คุ้ม คุ้ม คลิปนี้คุ้ม
ดนตรี กลอนร้อง ขับร้อง รำ ระบำ สมแล้วว่า ไทยงาม
                           



มาณวกฉันท์ ๘
วันนี้แกะจาก พระนิพนธ์ใน พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ (น.ม.ส.)
ซึ่งวางสัมผัสแบบกลอน

จงจรเที่ยว      เทียวบทไป
พงพนไพร      ไศลลำเนา
ดั้นบถเดิน      เพลินจิตเรา
แบ่งทุขเบา     เชาวนไว

ปมาณิกฉันท์ ๘ -                (จากคัมภีร์วุตโตทัยโดยนายฉันท์ ขำวิไล)

ประดิษฐ์ประดับ    ประคับประคอง
เลบงลบอง            จำแนกจำนรรจ์
ระเบียบและบท       สุพจน์สุพรรณจะเฉิดจะฉัน                วิเรขวิไล



           กลบทสร้อยคู่สะคราญ
             (คุณชาญชนะ ฆังคะโชติ  ผู้ประพันธ์ต้นแบบ)

                         สองสี่คิดได้ ไม่คิดหวง
                         ใครตักตวงเล่นได้ ไม่คิดห้าม
                         สร้อยคู่สะคราญเห็น เป็นนิยาม
                         อย่ามองข้ามความเห็น เป็นนิยาย


กลบทสร้อยคู่สะคราญ เป็นที่ นักกลอนนิยม และดัดแปลงกันมาก เป็น "สร้อยสลับคู่สะคราญ" ไม่ทราบใครคือต้นแบบ
     
ผมเองก็ดีดแปลงไปหลายแบบ
     วันนี้ ยกตัวย่างจาก กลอนสร้อยสลับคู่สะคราญ ในกระทู้ของครู พี พูนสุข บ้านกลอนไทยนี่เอง



ถึงยุพิน.. ถวิลร่ายพร่างพรายฟ้า
ถึงยุพา.. ใจรักษ์ทรงศักดิ์ศรี
ไม่ท้อถอยสร้อยคล้อง.. สองบุรี
สานไมตรีสมสนอง.. สองบุรินทร์
………. พี พูนสุข

สร้อยคู่ คู่ที่สองอยู่ท้ายวรรค ทำให้เกิดสัมผัสซ้ำของคำตำแหน่งที่ 5กับ6ในวรรคที่ 3 และ4
      คล้อง.. สองบุรี
      สนอง.. สองบุรินทร์

ได้ ไม่คิดหวง
ได้ ไม่คิดห้าม
                  เห็น เป็นนิยาม
                   เห็น เป็นนิยาย

และคุณ ศรีเปรื่อง ดัดแปลง แก้ไข ได้ถูกต้อง ดีงาม ดังนี้


พิรุณโปรย...โรยหลั่งถั่งเป็นสาย
พิรุณปราย...พาหทัยเรียมไหวหวั่น
ไร้กนิษฐ์เนื้อเย็น...เป็นเพื่อนกัน
มีเพียงจันทร์ลางเลือน...เป็นเพื่อนไกล
………ศรีเปรื่อง

ส่่งคำที่5 ไปสัมผัส คำที่ 6 แลเ7 ในวรรค3และ4 เพื่อให้สัมผัส ต่างตำแหน่งกัน
 ………เย็น...เป็นเพื่อนกัน
…..เลือน...เป็นเพื่อนไกล

ผมก็แต่งเช่นนี้ไประยะหนึ่ง จนกระทั่ง รู้สึกไม่ถนัดเหมือนอิสรภาพถูก จำกัด

จึงดัดแปลงอีก 
คราวนี้
ให้คำสร้อยทั้งสองคู่ เปลี่ยนเป็น อยู่ ต้นวรรค ของทุกวรรค
    ………..

ส่วนที่ 2 กลอน


        

      สุขแทนฉันนอกนั้นฉันทุกข์แทน


ทองกวะถิ่น          ดินปิตุแดน
สรวงสุระแสน       แมนและวิมาน
สองยุวสาว           คราวผลิสะคราญ
แม้นกุสุมาลย์        บานกะอุบล

ก็"เปรื่อง"น่ะปราด     ลุศาตร์กุศล
แกะบท(ะ)กล            และอักษรา
เจาะจรรจ์วจี             วสีวิสา
ยุพินยุพา     (เมื่อไร)..มิเป็น..(ก็)..มิไป..(สะที)

ค่าบุรินทร์ถิ่นทองครองศักดิ์ศรี     "เปรื่อง"ฉะนี้(พิ)โธ่ถังว่ายังไหว
ค่าบุุรีทวีถวิลสินเศรษฐ์ไทย     "เปรื่อง"ฉะไหนแอบเอื้อนเพื่อนวไม่มี

ฝนเอยรำทำท่ามาพรั่งพรู     ดาลฤดูวาดวนดลสุขศรี
ฝนเอยรินถวิลว่าน่ำตานี้     ดาลฤดีฝอยฝนล้นนัยนา

ฤๅฝนสุดหยุดหยาดสายสวาทสิ้น     ตอบยุพินพุ่มพวงทวงถามหา
ฤๅฝนซัดพลัดพรากยากไขว่คว้า     ตอบยุพาเรไรยันไม่ยอม



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :

โซ...เซอะเซอ

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s