O องค์ธรรมแห่งวิสาขะมาส .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
18 มิถุนายน 2021, 09:00:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O องค์ธรรมแห่งวิสาขะมาส .. O  (อ่าน 924 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
11 พฤษภาคม 2014, 06:44:PM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« เมื่อ: 11 พฤษภาคม 2014, 06:44:PM »
ชุมชนชุมชน



http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=05-2011&date=16&group=41&gblog=26



สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
000110101112 - - - 00102 - - - 13
1=ลหุ นอกนั้นครุ
เลขเดียวกัน = สัมผัสสระ



O อานนท์ ! จำ-เพาะ-อ-ฐานะกา-ละ-จะ-อุ-บัติ
สองพุทธะร่วมวัฏ- - - - ฏะกัน

O ย่อมเพียงหนึ่ง-เฉพาะ-ผู้เพราะรู้-วิ-มุ-ติ-ฉัน-
ทามรรคตระหนักบรร- - - - ลุผล

O รอบแห่งปรา-ก-ฏะ-ภาค-ตถา-ค-ตะ-พิ-มล
ยากเกิดประเสริฐสน- - - - ธิกาล

O สงฆ์เอย ! เกิด-จ-ตุ-อัศจรร-ยะ-พิ-ส-ดาร
เมื่อพุทธะดวงมาน - - - อุบัติ

O ไป่เคยปรา-ก-ฏะ-มีพิถี-พฤ-ติ-วิ-วัฒน์
ฟังธรรมะตรองอรรถ - - - ประสาร

O ที่มัวเมา-หะ-กะ-กา-มะ-คุณะ-วิ-ต-ถาร
เมื่อธรรมะแว่วพาน - - - ก็ฟัง

O ที่มัวเมา-ทิ-ฐิ-มานะภา-วะ-คละ-ประ-นัง
เมื่อธรรมะแว่วดัง - - - สดับ

O ที่วุ่นวาย-อ-ล-เวงบ่เพ่ง-จิ-ตะ-ระ-งับ
แว่วธรรมะตรองศัพ- - - - ทะตาม

O ที่มืดบอด-เพราะ-อ-วิชชะมิจ(ะ)-ฉะ-ละ-ลาม
ฟังธรรมะย้ำความ - - - ก็ตรอง

O สงฆ์ทั้งหลาย ! พระ-สุ-คตและบท-วิ-นั-ยะ-ผอง
เพื่อจิตประดาปอง - - - ละปรุง

O สงฆ์ทั้งหลาย ! พระ-สุ-คตกำหนด-มรร-คะ-ผ-ดุง
พร้อมวิชชะบำรุง - - - ประชา

O รู้แจ้งโลก-ดุ-จะ-ครูเพราะรู้-พิ-ท-ยะ-พา-
ปวงศิษยะศึกษา - - - พระสอน

O สงฆ์ทั้งหลาย ! พระ-วิ-ทูเพราะรู้-มรร-คะ-อ-มร
ทางไทจะไถ่ถอน - - - ระทม

O สำแดงธรรม-พิ-เราะ-ความพิราม-บ-ทะ-ป-ฐม
กลาง, ปลาย-พระผายพรหม- - - - ะจรรย์

O สมบูรณ์พร้อม-อรร-ถะ-ปวงและช่วง-วรร-คะ-พ-ยัญชน์
รสธรรมพระนำผัน - - - พะใจ

O สงฆ์ทั้งหลาย ! ค-ติ-ธรรมและสัม-มรร-คะ-ประ-ไพ
เอื้อชนพิมลใน - - - คะนึง

O ย่อมเกื้อกูล-นุ-เคราะห์-โลกละโศก-ทุ-ขะ-ระ-รึง
จิตเทพมนุษย์พึง- - - - ภิรมย์

O พราหมณ์เอย ! เมื่อ-รั-ตะ-กาลประสาร-ภ-วะ-ประ-สม
กลับว่าทิวากลม- - - - ภะกาล

O พราหมณ์เอย ! เมื่อ-ทิ-วะ-ผ้ายผกาย-รุ-จะ-ประ-สาร
ว่ารัตติคาบดาล - - - ประดัง

O ย่อมว่าพราห-ม-ณะ-นั้นมุหันธ์-จิ-ตะ-ประ-นัง
เสพคลุกกะทุกขัง - - - บ คลาย

O พราหมณ์เอย ! นา-มะ-ด-นูเพราะรู้-อ-นุ-เคราะห์-กาย
โมหันธะบั่นหาย - - - ก็เรา

O เกิดขึ้นเพื่อ-ม-หิ-ศาลประการ-คุ-ณะ-เฉลา
เอื้อชนะป่นเมา- - - - หะมี

O กาลเมื่อเหล่า-กุ-ละ-บุตรตระกูล-คฤ-ห-บ-ดี
ฟังธรรมะคัมภี- - - - ระตรอง

O ครั้นตรองแล้ว-ธรร-มะ-สัจจ์วิวัฒ(ะ)-นะ-คระ-ลอง
ดาลศรัทธ์ระบัดครอง - - - กมล

O ย่อมตรึกเห็น-บรร-พ-ชาจะอา-ศั-ยะ-ระ-คน-
พรหมจรรยะบันดล - - - ละเรือน

O ปลงผม, ภู-ษิ-ตะ-ย้อมประนอม-บ-ทะ-เสมือน-
ผู้ยึดประพฤติเลือน - - - ละงาม

O ธรรมอันซึ่ง-พระ-สุ-คตกำหนด-พฤ-ติ-พิ-ราม
เพื่อดับระงับทราม - - - ประทัง

O นั้นคือชา-ติ-ช-ราและภา-วะ-ม-ร-ณัง
ต้นเหตุอุบัติยัง - - - สุคต

O สามธรรมนั้น-ด-ละ-เหตุพิเศษ-อุ-บั-ติ-บท
พรหมจรรย์ถวัลย์รส - - - ดำรู

O เพื่อโลกนี้-สั-ทะ-ธรรมจะค้ำ-ม-ฤ-ต-ยู
เกื้อกูลวิทูรรู้- - - - ละวาง

O เพื่อจิตชำ-นะ-จะ-รู้จะสู่-วิ-มุ-ติ-ทาง
ล่มมาระผ่านขวาง - - - ระคาย

O สงฆ์ทั้งหลาย ! ม-ร-คาตถา-ค-ตะ-สยาย
ภาษชี้พิถีกลาย - - - เคราะห์กรรม-

O –ย่อมเปิดโล่ง-เฉพาะ-ผู้จะรู้-ประ-พฤ-ติ-สัม-
มาวัตรสมรรถทำ- - - - นุใจ

O พึงเสพบท(ะ)-เกษมะเขม-ร-สะ-ประ-ไพ
ล่วงภาวะอาลัย- - - - ะลาญ

O เธอพึงเนา-กะ-ประ-โมทย์และโภ-ช-นะ-ประ-การ
จากโยคะโอฬาร - - - เถอะรา


................................................................


O เบญจางค์ประดิษฐ์น้อม - - - นอบกร
นบดิลกชิเนนทร - - - อธิกไท้
คุณพระยิ่งอาภรณ์ - - - พาดห่ม-
คลุมทั่วตรีภพไว้ - - - หว่างถ้อยธรรมกถา ฯ

O นบธรรมุตม์เทียบพร้อม - - - พากย์สอน สัตว์แฮ
คลี่อรรถขัดอาวรณ์ - - - ข่มไว้
โกรธเกลียดลุ่มหลงถอน - - - ถอดจาก จิตนา
ตัดเหตุสู่ผลได้ - - - ดับสิ้นสังสาร ฯ

O ส่ำสัตว์อันอยู่ด้วย - - - โดยโม หะเอย
ยกภาษยิ่งภิญโญ - - - หยัดชี้
เผยทางผ่านทุกข์โท- - - - มนัสจิต แจ้งแฮ
ส่องมืดหม่นก่อนกี้ - - - กลับเรื้องจำรูญ ฯ

O พระล่วงพระล่องล้น - - - โลกลับ
สู่อมฤตกลายกลับ - - - เกลศร้อน
เหลือธรรมแผ่รำงับ - - - เงาโศก
พจน์ภาษคอยปรุงป้อน - - - ป่นร้ายคลายแสลง ฯ

O กอปรประนมนัขน้อม - - - บังคัล
คุณพระไตรปิฎกธรร- - - - มุตม์แม้น-
สายธารอมฤตบรร- - - - โลมซาบ-
ซับจิตชนทั่วแคว้น - - - ผัสสะห้วงนิรวาณ

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
13 พฤษภาคม 2014, 08:04:AM
aasdang
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 197



« ตอบ #1 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2014, 08:04:AM »
ชุมชนชุมชน



http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=09-2011&date=25&group=41&gblog=29


O บัวดอกนั้น ..O



O ด้วยว่าบัวจักบานเมื่อก้านโผล่-
พ้นน้ำ-โล้ลมลูบ .. อวดรูปโฉม
กลีบดอกแย้มยั่วภู่ .. ให้จู่โจม-
ลงตฤปโลมหวานหอมที่น้อมรอ

O คลี่เรียวดอกรับแสงที่แรงร้อน
ให้เกสรเชิดสร้อยขึ้นลอยล่อ-
เรณูหวานซ่านหอมก็ย่อมพอ-
เพียง-สานต่อสืบเหง้า .. คงเผ่าพันธุ์

O พุ่งฝ่าพื้นสินธู .. เชิดชูสิทธิ์-
เอื้อชีวิต .. เป็นมีด้วยสีสัน
ช้อยกลีบบาน .. ผึ้งภู่ .. ฤๅ-รู้ทัน-
หวานหอมนั้น .. อวลกลิ่นให้บินวน

O เพียงลมและแสงสรวงที่ช่วงโชน
ฤๅ-รู้กลิ่นตม-โคลน .. ที่โคนต้น ?
เยี่ยงปูปลาทั้งหลายที่ว่าย-วน
กลางฝุ่นดินขุ่นข้นแสนหม่นมัว

O โอ้งาม .. ราวจะงามไปสามโลก
พร้อมลมโบกบ่าระลอกราวหยอกยั่ว
ใบขาบเขียวแผ่บาน .. และก้านบัว-
คล้ายโยกตัวล้อน้ำอยู่ร่ำไร

O ดอกตูมอันเกลือกโคลนที่โคนต้น
สุดฝ่าน้ำขุ่นข้นขึ้นพ้นได้
เรียวกลีบจะอาจบาน .. ณ กาลใด
เมื่อหรุบดอกหลับใหลอยู่เช่นนั้น

O โองาม .. ที่จะงามไปสามโลก
เห็นแต่เพียงเปียกโชก .. คอยโยกสั่น-
อยู่เรี่ยตมติดดินตราบสิ้นวัน
จักกี่พันแสงภาส - ฤๅอาจ .. โลม ?

O ฝุ่นดินโคลนปลิวป่าย .. รำบายหมอง
แทนเรื่อรองแสงรุ้งเข้าปรุงโฉม
ยังว่าหม่นหมองรูปที่จูบโจม
อาจยังโสมนัสสู่ .. เต่า ปู ปลา

O ขลุกคอยสมาคม .. กับตมโคลน
ดอกก้านโอนเอนอยู่ .. ราวรู้ว่า-
แสงบนสรวงลิบพู้นเกื้อกูลมา
ไม่อาจฝ่ามืดดำกลางน้ำริน

O ร่ำรมย์รสตมดินในถิ่นล่าง
ช่อดอกตูมแช่ค้างอยู่กลางสินธุ์
ฤๅ-จะอาจรับรู้ .. ผึ้งภู่-บิน
และลมรินรวยสู่ .. ฤดูกาล

O จุดประทีปโคมไฟ .. ขึ้นไขแสง
มืดย่อมแฝงรอยสิ้น .. พรากถิ่นฐาน
ภาพบัว-ผ่านจิตเพ่ง .. นั้นเบ่งบาน
แสงวันก็โลมผ่าน .. ดอกก้านใบ

O กลางประทีปโคมทอง .. อันรองเรื่อ
ภาพที่เหลือ-บัวต่ำ, สายน้ำไหล
เต่าปูปลากัดกินจนสิ้นไป
เหลือก้านดอกเศษใบ .. อยู่ใต้น้ำ

O ดวงไฟเต้นเปลวปะ .. รูปพระแผ้ว
กระทบแก้วนัยน์ตาทั่วหล้าต่ำ
สะท้อนแววตอบรับ .. ลำดับธรรม
เช่นบัวสัมผัสรู้ .. ฤดูลม

O ดวงไฟเต้นเปลวปะ .. รูปพระพุทธ
บริสุทธิ์บัวหมู่ .. ก็รู้ฉม
เอื้อมเด็ดดึงคุณค่าควรปรารมภ์-
กุมดอกก้มกราบลง .. หน้าองค์พระ !

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s