จดหมายอายรัก ภาค 3 นิยาย
ชุมชน บ้านกลอนไทย
19 เมษายน 2021, 12:23:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายอายรัก ภาค 3 นิยาย  (อ่าน 1886 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
14 ธันวาคม 2008, 04:23:PM
กวีบ่องตื่น
LV4 นักเลงประจำหมู่บ้าน
****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


........โดนแบนเรียบร้อยแล้ว.........


« เมื่อ: 14 ธันวาคม 2008, 04:23:PM »
ชุมชนชุมชน


9 กรกฎาคม 2539

นี่ก็เกือบ 2 เดือนแล้วที่ผมได้แต่เฝ้ามองบีอยู่เงียบๆ โดยไม่เคยคิดปริปากบอกใคร

คงจะมีเพียงแม่ของผมคนเดียวที่พอจะรู้ว่าผมชื่นชมเพื่อนคนนี้มากแค่ไหน

ตั้งแต่เข้าเรียน ม. 1 ผมมักจะนำเรื่องของบีไปเล่าให้แม่ฟังอยู่เสมอ จนท่านถึงกับเอ่ยปากเปรยว่าอยากให้ผมชวนเพื่อนคนนี้มาเที่ยวที่บ้านบ้าง เพราะท่านอยากจะเห็นตัวจริงของบีเสียเหรอเกิน

ในตอนนั้นถึงแม้ผมอยากจะทำในสิ่งที่แม่ขอมากเพียงไร แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้

เพราะเกือบ 2 เดือนตั้งแต่รู้จักกับ บีมา เขายังไม่เคยพูดกับผมเลยสักครั้ง

วิธีที่ผมใช้ในการหาเพื่อนด้วยการพูดเรื่องลามก อาจจะทำให้ผมได้เพื่อนผู้ชายมากมายในห้อง แต่นิสัยและกิตติศัพท์ในด้านนี้ของผมกลับทำให้บีถอยห่างออกจากผมมากขึ้นไปทุกที

ดังนั้นในวันนี้เมื่อผมเห็นบีมาดูการฝึกซ้อมเพื่อคัดตัวเป็นฟุตบอลของ X ทีมซึ่งตอนนี้ถือเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมแล้ว ผมก็ตั้งใจว่าจะแสดงความสามารถให้เต็มที่เพื่อให้บีหันมาชื่นชมผมบ้าง

แต่ทุกครั้งที่ผมแอบหันไปมองบี เขาก็ไม่เคยชายตามาที่ผมสักครั้งจนกระทั่งผมเห็นบีกำลังจะลุกออกไปเพื่อกลับบ้าน

ในตอนนั้นเองที่ผมตัดสินใจเตะฟุตบอลไปให้โดนตัวบี จนเมื่อเขาหันมามอง ผมจึงตัดสินใจพูดออกไปโดยเรียกบีด้วยคำว่า ?น้องสาว? ซึ่งเป็นคำที่ผมคิดว่าบีน่าจะชอบ

แต่ผลลับมันกลับตรงกันข้าม บีหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าโกรธๆ ก่อนจะเดินออกไปด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

แม้ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมทำ มันจะผิดพลาด แต่อย่างน้อยผมก็ยังดีใจที่ในที่สุด.....บีก็ได้หันมาพูดกับผมแล้ว

เพราะทั้งหมดที่ผมทำไปในวันนี้ โดยเฉพาะการตั้งใจแตะฟุตบอลไปให้โดนตัวบีนั้นก็เพียงเพื่อให้มีเพียงสักครั้ง


........ที่บีจะหันมามองผมบ้าง..........

----------------------------------------------


 


?พร้อมจะไปกันหรือยัง เตรียมตัวดีแล้วนะ?

บาสหันมาถามผมหลังจากที่เราทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จ

?นี่...แค่จะไปเดินดูบ้านเอง ถามยังกะจะไปเดินป่า?

ผมแซวบาสออกไปเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเขา เพราะวันนี้บาสรับปากว่าจะอาสาเป็นไกด์พาผมไปเดินดูรอบๆตัวบ้าน

?ก็นั่นแหละ บางทีบีอาจจะได้เจออะไรที่ไม่คาดฝันในบ้านหลังนี้ก็ได้?

?เหรอ เช่นอะไรบ้างล่ะ เสือ สิงโต หรือว่าจระเข้?

?ไม่ใช่หรอก มันน่ากลัวกว่านั้นอีกนะ อะไรบางอย่างที่เรียกว่า.........ผี?ไงล่ะ?

บาสจงใจเน้นคำว่า ?ผี? จนทำให้ผมถึงกับสะดุ้ง

?บ้า...บ้านนี้มีผีด้วยเหรอ?

?ใครจะไปรู้ล่ะ ระหว่างที่บีเดินอยู่อาจจะมีใครเดินตามแล้วก็พูดว่า...บีบีบีบีบีบีบีบีบี มามามามามามามา อยู่อยู่อยู่อยู่อยู่ ด้วยยยยยยยยยย กานนนนนนนน เถอะเถอะเถอะเถอะเถอะ นะนะนะนะนะนะนะ?

บาสแกล้งพูดยานคางเหมือนเสียงของวิญญาณจนทำให้ผมขนลุก แล้วต้องหันไปตวาดเขาในทันที

?บ้า อย่ามาเล่นอย่างนี้นะ?

?ทำไม บีกลัวผีเหรอ?

?ไม่กลัวหรอก ผีมีจริงซะที่ไหน?

ผมแสร้งทำเป็นปฏิเสธในขณะที่สายตาเริ่มกวาดมองไปรอบบ้านอย่างไม่ไว้ใจ

?แต่ยังไงบาสว่าระวังไว้บ้างดีกว่า บีอย่าลืมสิบ้านหลังนี้มีอายุเกือบร้อยปีแล้วน๊า คิดดูสิว่ามีคนตายในบ้านนี้มาแล้วกี่คน?

คำพูดของบาสยิ่งทำให้ผมขวัญเสียจนขยับเข้าไปใกล้ๆเขาอย่างไม่รู้ตัว

?บาสล้อเล่นน่า อย่ากลัวไปเลย ยังไงก็มีบาสอยู่ทั้งคน?

?มีบาสอยู่ แล้วยังไงล่ะ บาสเป็นหมอผีหรือไง?

?ก็บอกแล้วไงล่ะ ว่าบาสล้อเล่น ถ้ามีผีจริงๆ บีคงโดนไปตั้งแต่คืนแรกที่มาค้างที่นี่แล้ว ไปกันเถอะ?

คำพูดของบาสเริ่มทำให้ผมใจชื่นขึ้นมาบ้าง ผมจึงค่อยๆ สลัดความคิดฟุ้งว่านออกไป แล้วเข็นรถเข็นของบาสออกมาจากห้องครัว

?เริ่มที่ห้องนอนของบีก่อนแล้วกัน ก็เป็นห้องสำหรับแขกที่มาพักนั่นแหละ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ค่อยมีใครมาหรอก ส่วนห้องนอนของบาส เมื่อก่อนเคยเป็นห้องของคุณยาย พอท่านเสียก็เลยปิดตายมาพักนึง แล้วพอบาสมาประสบอุบัติเหตุ คุณแม่ก็เลยย้ายบาสลงมานอนข้างล่าง ส่วนห้องครัวนั่นบีก็คงเห็นจนชินแล้วมั้ง จริงๆแล้วถ้าบีเปิดประตูด้านหลังห้องครัวออกไปมันจะมีส่วนที่เป็นครัวไทยด้วยนะ แต่คุณแม่เขาไม่ค่อยได้ใช้ก็เลยปิดมันไว้อย่างนั้นแหละ ส่วนตู้เก็บของโบราณพวกนี้ก็เป็นของสะสมมาตั้งแต่ยุคคุณทวดแล้วล่ะ แม่เขาหวงนักหวงหนาถึงไม่ยอมจ้างคนใช้ไงล่ะ กลัวว่าจะมาขโมยของๆท่าน?

?อืม คนรวยนี่ก็คิดเหมือนๆกันเลยนะ?

?อะไรนะ?

บาสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินผมพูดขึ้นมาลอยๆ

?อ๋อ ก็พี่ปอนด์ไง บาสจำพี่ปอนด์ได้ป่าว บ้านเขาก็รวยมากเลยนะ แต่ไม่ยักจะจ้างคนใช้ เห็นบอกว่ากลัวของโดนขโมยเหมือนกัน?

?นี่ บียังติดต่อกับ X พี่ปอนด์อยู่เหรอ?

บาสถามออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

?ใช่ ตอนนี้พี่ปอนด์เขากลายเป็นหนุ่มนักเรียนนอกไปแล้วนะ กำลังเรียนดนตรีอยู่ที่อังกฤษ สงสัยคงจะเนื้อหอมเหมือนเดิม?

?แล้วบีกับเขา....เอ่อ....?

บาสมีท่าทีอ้ำอึ้งเหมือนจะถามอะไรผมบางอย่าง

?บีกับเขาทำไม?

?เอ่อ....คือ เขายังตามจีบบีอยู่เหรอ?

?นี่ ผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างพี่ปอนด์ จะมาสนใจอะไรกับคนอย่างบี เราก็เป็นแค่พี่น้องกันนั่นแหละ?

ผมแกล้งตอบบาสไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ความจริง ก่อนที่พี่ปอนด์จะไปอังกฤษ เขาก็มาตามจีบผมอยู่พักนึงอย่างพี่บาสว่าจริงๆนั่นแหละ

?เหรอ ค่อยยังชั่วหน่อย?

บาสเปรยออกมาเบาๆ

?บาสว่าไงนะ?

ผมถามเมื่อได้ยินบาสพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ผมได้ยินไม่ถนัด

?เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ขึ้นไปชั้น 2 กันเถอะ?

?เดี๋ยวสิบาส?

?มีอะไรอีกล่ะ?

?แล้วห้องนั้นล่ะบาส บาสไม่เห็นพูดถึงเลย?

ผมชี้ไปให้บาสดูห้องอีกห้องหนึ่งที่มีกุญแจปิดตายมาตั้งแต่วันแรกที่ผมมาถึง

?ห้องนั่นเหรอ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ไปกันเถอะ?

บาสตอบมาด้วยท่าทีมีพิรุธ ทำให้ผมยิ่งเกิดความสงสัยใคร่รู้

?แต่บีว่ามันน่าสนใจนี่ ตกลงมันห้องอะไรเหรอ?

?อยากรู้จริงๆ อ่ะ?

?ใช่? ผมตอบอย่างหนักแน่น

?งั้น ก็ได้ มันเป็นห้องอาถรรพ์น่ะ ถ้าบีลองเอาหูไปแนบที่ประตู บีจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง?

?เว่อร์น่ะ?

?อ้าว ไม่เชื่อก็ลองทำดูสิ ถ้าใจกล้าพออ่ะนะ?

?กล้าสิ ทำไมจะไม่กล้า?

แม้จะรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย แต่ผมก็ตัดสินใจก้าวเดินออกไป แล้วเอาหูไปแนบไว้กับประตูห้องปิดตายห้องนี้ด้วยความระทึก จนสักพักผมก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล เสียงนี้ทั้งเบาและแหบพร่าจนทำให้ผมถึงกับขนลุก

?บีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบีบี มามามามามามามามามามา อยู่อยู่อยู่อยู่อยู่ ด้วยยยยยยยย..............?

ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ชัดเจนผมก็ทั้งตกใจ ทั้งกลัวจนตัวสั่นจนต้องถอยหลังกลับออกมา

ในจังหวะนั้นเองที่ผมเริ่มเอะใจแล้วหันกลับไปมองบาสจนเห็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้วเสียงที่น่าพรั่นพรึงนี้มาจากบาสที่กำลังแกล้งทำเสียงเลียนแบบผีอยู่ด้วยใบหน้าที่ขำขันผมเป็นอย่างยิ่ง

?บาส......?

ผมตวาดใส่เขาอย่างเหลืออดแล้วก็เดินเข้าไปทุบเขาที่ไหล่อย่างแรง

?โอ๊ย บาสเจ็บนะ?

?สมแล้วนี่ ทำอะไรบ้าๆ เนี้ย บีใจหายหมดเลยรู้มั้ย?

?อ้าว ก็ไหนว่าไม่กลัวผีไง?

?ไม่ต้องมาพูดดีหรอก มาลองโดนเองบ้างซิ บีหัวใจแทบวายเน่ะ?

?น่า อย่าโกรธนะ บาสแค่ล้อเล่นเอง อย่าไปสนใจห้องนี้เลย ขึ้นไปชั้น 2 เถอะ?

พูดจบบาสก็หัวเราะออกมาเบาๆอย่างห้ามไม่ได้แล้วก็เข็นรถไปรอผมที่บันได

ส่วนผมก็ได้แต่เดินตามเขาไปด้วยสีหน้างอนๆ แม้ในใจจะยังสงสัยอยู่ว่าห้องนี้มีอะไรกันแน่ แล้วทำไมบาสถึงพยายามที่จะให้ผมเลิกสนใจมันให้ได้

เมื่อผมตามบาสมาทัน ผมก็เห็นเขาพยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลเพื่อจะเดินขึ้นไปชั้น 2

?บาส....บีว่าไม่ต้องก็ได้นะ?

?ไม่เป็นหรอก บาสสัญญาแล้วนี่ว่าจะพาบีเดินดูให้ทั่วบ้าน บาสไม่อยากผิดคำสัญญากับใครโดยเฉพาะกับบี?

?งั้นก็...ตามใจบาสแล้วกัน?

พูดจบผมก็เดินไปคว้าแขนบาสมาคล้องคอผมไว้เพื่อให้เขาทรงตัวได้มั่งคงขึ้น

?บาสกอดบีไว้แน่นๆ นะ จะได้ไม่ล้ม?

?ไม่ต้องห่วงหรอก บาสจะกอดบีไว้ไม่ปล่อยเลย แล้วถ้าบีไม่ว่า...บาสคงขอกอดบีไปอย่างนี้.....ตลอดชีวิต?

เมื่อบาสพูดจบ ผมก็ได้แต่ยิ้มให้เขาอย่างเขินๆ จากนั้นก็พยายามพยุงตัวเขาเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นๆ อย่างทุกลักทุเลโดยในขณะที่ขึ้นบันไดไปนั้นผมก็อดคิดไม่ได้ว่า...

บางทีเส้นทางความรักของผมกับบาสก็คงจะทุลักทุเลเหมือนกับการขึ้นบันไดของเราในตอนนี้

ถ้าเราไม่ประคองกันไว้ให้มั่นและเชื่อใจในกันและกัน มันก็คงไม่มีวันไปถึงจุดหมาย แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจตัวเองอยู่ดีว่าผมพร้อมจะเดินไปในเส้นทางนี้ร่วมกับบาสหรือยัง

เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 2 บาสก็พาผมไปดูห้องต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งห้องนอนของบาส ห้องนอนของคุณแม่ ห้องพระ รวมทั้งระเบียงบนชั้น 2 ที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้านซึ่งทำให้ผมได้เห็นชัดๆว่าบ้านของบาสอยู่ติดกับคลองบางกอกน้อยด้วย

เมื่อมองผ่านสวนหลังบ้าน และศาลาริมน้ำออกไป ผมก็ได้เห็นวิถีชีวิตริมคลองของผู้คนที่นี่ซึ่งมาทำกิจกรรมต่างๆอยู่ริมน้ำ ทั้งซักผ้า ขายของ นั่งพูดคุย ซึ่งภาพทั้งหมดนี้เป็นภาพที่ผมไม่คุ้นเคยเลย แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่น่าอยู่จริงๆ

หลังจากบาสพาผมดูบ้านบนชั้น 2 จนทั่วแล้ว เราก็ลงมาทานอาหารเที่ยงด้วยกันก่อนที่ผมจะให้บาสไปหลับพักผ่อน แล้วพอช่วงบ่ายแก่ๆ ผมกับบาสก็เริ่มออกมาเดินเล่นรอบๆ ตัวบ้านกันใหม่

บาสค่อยๆ พาผมเดินดูสวนหน้าบ้านที่ได้จัดแต่งไว้อย่างดี แล้วยังคอยแนะนำไม้มงคลต่างๆที่ปลูกไว้ทั่วบ้าน อาทิ ต้นมะยม ต้นวาสนา ต้นชัยพฤกษ์ และต้นไม้แปลกๆอีกมากที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน เช่น ใบเงินใบทองใบนาค ว่านมหาลาภ และ ต้นพุทธรักษา

จากนั้นบาสก็พาผมไปหลังบ้านซึ่งสิ่งแรกที่สะดุดตาผมแทบจะในทันทีก็คือศาลาริมน้ำที่สวยเสียจนผมอดเปรยกับบาสไม่ได้ว่า

?สวยจังเลยบาส วันหลังเรามากินข้าวกันที่ศาลานี้บ้างดีมั้ย?

?ตามใจบีซิ บาสยังไงก็ได้?

?บ้านบาสสวย แล้วก็น่าอยู่มากจริงๆนะ มีอะไรให้ดู ให้ทำตั้งเยอะเยะไปหมดเลย?

?ถ้ายังงั้นบีก็ย้ายมาอยู่แบบถาวรเลยสิ แม่บาสไม่ว่าหรอก?

บาสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผมไม่แน่ใจว่านี่คือคำเชิญชวนหรือคำขอร้อง

?ไม่เอาอ่ะ บีคงเกรงใจแย่เลย แล้วอีกอย่างบีไม่อยากมาเป็นคนรับใช้ใครด้วย เดี๋ยวต้องคอยทำกับข้าว เดี๋ยวต้องคอยทำความสะอาดบ้าน ไหนยังต้องคอยเอาใจคุณผู้ชายของบ้านอีก บีไม่เอาด้วยหรอก?

ผมแกล้งพูดประชด

?แล้วใครบอกว่าบาสจะให้บีเข้ามาอยู่ในฐานะคนใช้ล่ะ ถ้าบาสหายดีแล้ว บาสจะไม่ให้บีต้องทำอะไรเลย บาสขอแค่มีให้มีบีมาอยู่ใกล้ๆ ก็พอ?

เป็นอีกครั้งที่บาสทำให้ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเขินก่อนที่จะพยายามกวาดตาไปมองทางอื่น จนกระทั่งผมหันไปเห็นสิ่งๆหนึ่งที่รั้วริมคลองซึ่งของสิ่งนั้นทำให้ผมถึงกับหน้าถอดสีในทันที

ในเวลานั้นเองที่ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังได้ยินเสียงบางอย่างที่ลอยมาตามลมว่า

?ทีม-รัก-บี-นะ?

ผมไม่รู้ว่าผมหยุดยืนนิ่งด้วยความหดหู่อย่างนี้อยู่นานเท่าไหร่ เพราะเมื่อรู้ตัวอีกทีบาสก็พยายามเรียกผมให้คืนสติด้วยเสียงอันดัง

?บี บี ได้ยินหรือเปล่า?

?หา อะไรนะ บาสว่าไงนะ?

?บาสถามว่าบีใจลอยไปไหนเนี้ย เป็นอะไรหรือเปล่า?

?อ๋อ ปละ ปละ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก?

?ทำไม สนใจมันเหรอ นั่นน่ะ เขาเรียกว่า.."ดอกราตรี"
ตอนกลางวันอย่างนี้มันดูไม่ค่อยสวยหรอก ถ้าบีไม่กลัวผีเดี๋ยวคืนนี้บาสจะพาออกมาดูอีกที รับรองบีจะแปลกใจ?

?เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกบาส บีไม่อยากดูหรอก?

?อ่ะ กลัวผีอ่ะดิ?

?ปล่าว บาส บีว่าเราเข้าบ้านกันเถอะ?

?บี.....บีไม่เป็นไรแน่นะ?

?บีไม่เป็นไรจริงๆ เข้าบ้านกันเถอะบาส?

พูดจบผมก็ค่อยๆ ประคองบาสเดินกลับเข้าไปในบ้าน จนหลังจากที่เราทานอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วผมก็ขอตัวกลับเข้ามาในห้องแล้วก็เริ่มปล่อยน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายออกมาอย่างเหลืออด

ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับบาส ผมเคยคิดว่าผมน่าจะลืมทีมไปได้แล้วอย่างถาวร แต่ในความเป็นจริง ผมยังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงเขา โดยเฉพาะเมื่อผมได้มาเห็นดอกราตรีเมื่อตอนบ่าย มันยิ่งย้ำเตือนให้ผมรู้สึกได้ว่าผมไม่อาจลืมทีมได้เลย

เป็นเวลานานเท่านานที่ผมยังคงร้องไห้ให้กับความรักในอดีตจนกระทั่งผมรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั้งเบ้าตา ผมจึงพยายามปาดน้ำตาแล้วหยิบบันทึกที่บาสมอบให้ผมเมื่อตอนทานข้าวขึ้นมาอย่างมีความหวัง

เป็นความหวังที่ว่า...ถ้าหากจะมีอะไรสักอย่างที่จะมาช่วยให้ผมลืมทีมได้ ผมก็หวังว่าสิ่งนั้นจะเป็นบันทึกของบาสนี่ล่ะ

------------------------------------------------
บันทึกการเข้า

........โดนแบนเรียบร้อยแล้ว.........
14 ธันวาคม 2008, 08:13:PM
มั่น แซลี้
Special Class LV4
นักกลอนรอบรู้กวี

****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 136
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,124


กินเพื่ออยู่ แต่อยู่เพื่อน้องหมวย


« ตอบ #1 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2008, 08:13:PM »
ชุมชนชุมชน

ไตรภาคเลยวุ้ย
เยี่ยมๆ น่าทำภาค5ก่อนน่ะ เอาแบบสตาร์ทวอลอ่ะ
อิอิอิ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s