จดหมายอายรัก ภาค 2 นิยาย
ชุมชน บ้านกลอนไทย
19 เมษายน 2021, 02:10:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายอายรัก ภาค 2 นิยาย  (อ่าน 1874 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
14 ธันวาคม 2008, 04:22:PM
กวีบ่องตื่น
LV4 นักเลงประจำหมู่บ้าน
****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 45


........โดนแบนเรียบร้อยแล้ว.........


« เมื่อ: 14 ธันวาคม 2008, 04:22:PM »
ชุมชนชุมชน

   
 
 
   คะแนนเห็นด้วย  0
 
 
   
 
 
 
8 พฤษภาคม 2539

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องไปโรงเรียนเพื่อทำการปฐมนิเทศสำหรับนักเรียนใหม่ของชั้น ม. 1/1

ผมเกลียดวันแบบนี้เสียจริง เพราะการทำความรู้จักและหาเพื่อนใหม่สำหรับผมไม่ใช่สิ่งง่ายเลย

นิสัยเก็บเนื้อเก็บตัว และพูดน้อยทำให้ผมไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับคนอื่นๆยังไง

สงสัยผมก็คงต้องใช้มุกเดิมคือคุยเรื่องลามกให้มากๆเข้าไว้ เดี๋ยวพวกเพื่อนๆผู้ชายมันก็คงเป็นฝ่ายอยากเข้ามารู้จักผมเอง

แต่ไม่น่าเชื่อว่าในวันที่ผมแสนจะเกลียดชังนี้กลับมีสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเกิดขึ้นเมื่อผมได้พบเจอกับคนๆ หนึ่ง

ในเช้าวันนั้น อยู่ดี ๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนผมอย่างจังตอนที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปในห้อง

เขารีบขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่แล้วก็รีบขอตัวออกไป

น่าแปลกที่เพียงแค่แวบแรกที่ผมได้เห็นเพื่อนคนนี้ ผมก็จดจำใบหน้านั้นได้ติดตา

แถมต่อมาผมก็ยังได้แต่แอบมองเพื่อนคนนี้อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่รู้ตัวซึ่งนั่นทำให้ผมสังเกตเห็นว่า...

รอบๆ ตัวของเพื่อนคนนี้เต็มไปด้วยเพื่อนนักเรียนที่มารุมล้อม และทุกคนต่างก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ผมรู้สึกราวกับว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนคนนี้เป็นเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องลงมาขับไล่ความมืดและความทุกข์ระทมของผู้คนรอบข้างได้

แต่น่าเสียดายที่แสงสว่างนั้นกลับส่องมาไม่ถึงผม

จนแม้หลังจากที่ผมกลับมาถึงบ้าน รวมถึงตลอดทั้งคืนนั้น ผมก็ยังได้แต่คิดถึงเพื่อนคนนี้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ

ในตอนนั้นผมคงยังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าความรู้สึกที่ผมมีกับเพื่อนคนนี้เป็นความรู้สึกพิเศษที่เรียกว่า... ?ความรัก?

เป็นเหตุการณ์ ?รักแรกพบ? ที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้พานพบเลยในชั่วชีวิตนี้ รวมทั้งไม่เคยคิดว่ารักแรกของผมจะเกิดขึ้นกับ... ?ผู้ชาย?

ผู้ชายซึ่งมีชื่อที่เพราะ แปลก และไม่บ่งบอกเพศ

ผู้ชายที่ชื่อของเขาจะประทับไว้ในความทรงจำของผมตราบชั่วชีวิต

..............บี.....ปีติรัตน์ พิสิทธิ์อาชีวะกุล..............


 


------------------------------------------------------------------------------


 


ความจริงที่ผมได้รู้ว่าบาสได้แอบหลงรักผมตั้งแต่แรกพบทำให้ผมทั้งตกใจและแปลกใจจนนั่งไม่ติด

ตลอดเวลาที่ผมรู้จักเขา ผมไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขามีความรู้สึกพิเศษกับผม

แต่เมื่อได้ลองย้อนกลับไปนึกถึงหลายๆเหตุการณ์ในอดีตผมถึงเพิ่งได้รู้ว่า...บาสคอยอยู่ข้างๆผมมาตลอดโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย

เมื่อครั้งที่ผมต้องไปเข้าค่ายลูกเสือเมื่อตอน ม.1 บาสเองเป็นคนที่คอยเข้ามากุลีกุจอช่วยเหลือผมเมื่อเราต้องไปเข้าฐานกิจกรรมต่างๆที่ทั้งยากและลำบาก แถมเขายังคอยอาสาที่จะช่วยถือสัมภาระทั้งหมดเพื่อให้ผมได้เดินตัวเปล่าอย่างสบายๆ

ในตอนที่เขาบังเอิญมาเจอผมในวันที่ผมโดนทีมตบ เพียงแค่เขาได้เห็นรอยแดงช้ำที่แก้มของผม เขาก็เข้ามาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยราวกับเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และพยายามเสนอตัวที่จะพาผมไปโรงพยาบาล

และตอนที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันบาสก็เป็นคนคอยเตือนผมให้ระวังเรื่องพี่กุ้ง จนเมื่อผมได้ออกมานอนรอทีมอยู่ข้างนอกบังกะโล เขาก็เป็นคนนำผ้านวมออกมาห่มให้ผมด้วยความเป็นห่วง

ช่วงที่ผมโกรธทีมเพราะเรื่องที่ถูกนอกใจ ก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่เข้ามาเตือนสติผมเรื่องพี่ปอนด์ และพยายามให้ผมกับทีมได้กลับมาคืนดีกัน

จนกระทั่งต่อมาเมื่อเขาพาผมไปสวนสาธารณะ เขาก็ได้สารภาพออกมาตรงๆว่าเขาแอบชอบผม และขอคบกับผมอย่างเงียบๆ แต่ในตอนนั้นด้วยนิสัยของบาสและอคติที่ผมมีต่อตัวเขาทำให้ผมไม่เคยเชื่อว่าเขาจะมาชอบผมอย่างจริงจัง

ในใจคิดแต่เพียงว่ามันคงเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อให้ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มแล้วยอมให้เขาฟันเท่านั้น

และหลังสุดที่ทีมตัดสินใจเลิกกับผมแล้ว เขาก็เป็นคนเข้ามาให้คำแนะนำเพื่อให้ผมกลับไปคืนดีกับทีมอีกครั้ง

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า....

ผู้ชายคนนี้ได้แอบยืนอยู่ข้างๆ คอยเป็นกำลังใจ คอยแก้ปัญหา และคอยดูแลผมอยู่ไม่ห่างเสมอมา

....เพียงแต่ผมไม่เคยมองเห็นเท่านั้น

แต่กระนั้นผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในหลายๆครั้งที่เขาพยายามมาช่วยให้ผมกับทีมได้คืนดีกัน เขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ถ้าเขาแอบชอบผมจริง เขาจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ผมกับทีมยังคงรักกันอยู่

ในคืนนั้นผมได้แต่วนเวียนเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องนี้จนกระทั่งไปหลับเอาตอนเกือบรุ่งสาง

ดังนั้นในเช้าวันต่อมา...กว่าผมจะตื่นก็เกือบสิบโมงเช้าแล้ว ผมจึงรีบลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินออกมาด้านนอก ซึ่งในตอนนั้นผมก็พบว่าบาสกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก

?จะมาดูแลคนอื่นก็น่าจะตื่นให้มันเช้าๆหน่อย มันเลยเวลาอาหารเช้าไปตั้งนานแล้วเห็นมั้ยเนี้ย?

บาสพูดกับผมในขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ทีวีโดยไม่ได้หันมามองหน้าผมเลย

?ขอโทษ เมื่อคืนบีนอนดึกไปหน่อย?

?ช่างเถอะ บาสหิวจะแย่แล้ว ไปหาอะไรในครัวกินกันดีกว่า?

?อะไรนะ นี่บาสยังไม่ทานอะไรอีกเหรอ?

ผมถามออกมาด้วยความตกใจ

?ก็....ก็บียังไม่กิน แล้วบาสจะกินได้ไงล่ะ?

บาสพูดออกมาอย่างเขินๆแล้วก็รีบเบือนหน้าหนี

?คราวหลังกินไปก่อนเลยนะ อย่ามารอ บาสต้องกินยาด้วยไม่ใช่เหรอ?

ผมพูดขึ้นขณะที่เดินไปเข็นรถเข็นของบาสไปที่ห้องครัว

เมื่อเข้ามาในห้องครัวผมก็เข็นบาสไปนั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วได้แต่ยืนมองเขาโดยไม่พูดอะไรออกมาจนบาส มีท่าทีอึดอัดแล้วก็ตัดสินใจถามผมออกมาตรงๆ

?มีอะไรหรือเปล่า?

?เอ่อ...คือ...เรื่องบันทึกนั่น...?

?บีสัญญากับบาสแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะไม่พูดถึงมัน?

?แต่ว่า....?

?สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาสิ?

เมื่อเห็นท่าทีเด็ดขาดของบาสทำให้ผมต้องยอมตัดใจที่จะคุยกับเขาเรื่องนี้

?อืม...ก็ได้?

?วันนี้คงทำอะไรกินไม่ทันแล้ว เอาแค่ขนมปังปิ้ง กับกาแฟได้มั้ย ทานได้หรือเปล่า?

?ได้สิ บีไม่เรื่องมากหรอก?

ทันทีที่ผมพูดจบบาสก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแล้วพยายามเดินช้าๆ ไปเปิดตู้ที่อยู่ข้างๆ จนมีช่วงจังหวะหนึ่งที่เขาเกือบจะล้มลงเพราะขาที่ยังไม่แข็งแรงแต่โชคดีที่ผมเข้าไปคว้าตัวเขาไว้ได้ทันซึ่งนั่นทำให้ใบหน้าของเราทั้งคู่เข้ามาใกล้ชิดกันอย่างมากจนทั้งผมและบาสต่างต้องผละออกจากกันด้วยความเขิน จากนั้นผมจึงตัดสินใจรีบพาเขากลับไปนั่งที่รถเข็น

?บาสนั่งตรงนี้แหละ เดี๋ยวบีทำให้?

ว่าแล้วผมก็จัดแจงหยิบแก้วและกาแฟมาชงให้บาสและตัวเอง จากนั้นจึงไปหยิบขนมปังที่วางอยุ่บนโต๊ะมาปิ้งและทาแยมกับเนยสดเตรียมให้บาสและตัวเองอีกคนละชุด เมื่อเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆนี้เสร็จสิ้นผมก็มานั่งลงแล้วเริ่มต้นทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ

เป็นเวลานานที่เราทั้งคู่ต่างไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา จนกระทั่งผมตัดสินใจชวนบาสคุยเพื่อทำลายบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดนี้

?บ้านบาสสวยดีนะ?

?เหรอ เป็นบ้านของคุณยายน่ะ พอท่านเสีย ท่านก็เลยยกให้คุณแม่ อายุเกือบร้อยปีได้แล้วมั้ง?

?โห เก่าขนาดนั้นเชียวเหรอ?

?ก็มันสร้างมาตั้งแต่ต้นตระกูลของคุณแม่แล้วนี่ ท่านเป็นหลวงอะไรสักอย่างนี่แหละ?

?อ่ะ...ระดับนั้นเลยเหรอ งั้นบาสก็มีสายเลือดผู้ดีเก่ากะเขาด้วยน่ะสิ ?

?ผู้ดีที่ไหนกัน บีว่าบาสดูเป็นผู้ดีมั้ยล่ะ?

ว่าแล้วเขาก็แกล้งทำเป็นสะบัดผมที่ยาวสลวยนั้นให้ผมเห็นเพื่อตอกย้ำว่าถ้ามองจากเปลือกนอก...ผู้ชายที่มีหน้าตาและการแต่งตัวเซอร์ๆอย่างนี้ยังห่างไกลจากคำว่า.. ?ผู้ดี?...มากนัก ซึ่งพฤติกรรมล้อเลียนนี้ของบาสทำให้ผมอดขำไม่ได้แล้วก็พูดแซวบาสออกไปว่า

?ฮึ ฮึ ก็เกือบๆ อ่ะนะ ถ้าตัดนิสัยเรื่องลามกออกไปได้?

เมื่อพูดถึงตรงนี้บาสก็ขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาว่า

?จริงๆ บาสก็ไม่ใช่คนชอบเรื่องลามกอะไรหรอก?

บาสเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างขมขื่น ก่อนจะเล่าต่อว่า

?พ่อของบาสเสียตั้งแต่บาสยังเล็กๆ ตั้งแต่นั้นมาบาสก็เลยกลายเป็นเด็กเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยพูด พอ มารู้ตัวอีกทีบาสก็กลายเป็นเด็กไม่มีเพื่อนไปเแล้ว รู้มั้ย มันเหงามากๆเลยนะ ตอนอยู่โรงเรียนก็ไม่มีเพื่อนเล่น พอกลับมาถึงบ้านแม่ก็เอาแต่ไปทำงานขายประกันข้างนอก บาสน่ะคิดอยากจะตายไปให้พ้นๆวันละตั้งหลายรอบ แต่พอวันหนึ่งตอนที่บาสเรียนอยู่ ป.5 บาสเกิดทะเลาะกับเพื่อนผู้หญิงคนนึง ด้วยความโกรธบาสก็เลยแกล้งไปเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิงคนนั้นให้เธอได้อาย แน่นอนล่ะหลังเหตุการณ์นั้น บาสก็โดนครูประจำชั้นตีไปตั้งหลายที แต่ผลมันก็คุ้มค่านะ เพราะตั้งแต่วันนั้นเพื่อนผู้ชายในห้องก็เข้ามาคุยกับบาสใหญ่เลย บอกว่าบาสเจ๋งอย่างนั้น เจ๋งอย่างนี้ แล้วเอาเรื่องนี้มาแซวบาสตลอด ตั้งแต่นั้นมาบาสก็เลยได้เพื่อนจากการหาเรื่องลามกมาคุยมาเล่าไม่เว้นแต่ละวัน?

แม้แววตาของเขาจะขมขื่นแต่บาสก็ยังฝืนหัวเราะและพูดต่อว่า

?เจ๋งมั้ยล่ะ วิธีหาเพื่อนของบาส?

ในตอนนั้นผมไม่ได้ตอบอะไรบาสกลับไป เพราะในใจได้แต่รู้สึกสงสารผู้ชายคนนี้อย่างจับใจ เมื่อได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาผมด่วนตัดสินว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนลามก ไม่น่าคบ โดยไม่เคยนึกเลยว่าเขาจะมีมุมที่น่าสงสารนี้ซ่อนอยู่ด้วย

ในตอนนั้นเองที่ผมกลับมานึกถึงเนื้อความในบันทึกที่บาส มอบให้ผมเมื่อคืนอีกครั้ง

---------------------------------------------
?.......ผมรู้สึกราวกับว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนคนนี้เป็นเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องลงมาขับไล่ความมืด
และความทุกข์ระทมของผู้คนรอบข้างได้

แต่น่าเสียดายที่แสงสว่างนั้นกลับส่องมาไม่ถึงผม???
----------------------------------------

เมื่อคืนตอนที่ได้อ่านบันทึกฉบับนั้น ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันมีความเศร้า หดหู่และน่ารันทดแฝงอยู่ในบันทึกนั้น แต่ผมก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกเช่นนั้น จนกระทั่งผมเพิ่งมาได้คำตอบในตอนนี้นี่เอง

เมื่อผมเห็นบรรยากาศเริ่มจะหดหู่ลงเรื่อยๆ ผมเลยตัดสินใจแซวบาสออกไปว่า

?ไม่ต้องมาทำเป็นหาข้ออ้างหรอก บาสชอบเรื่องลามกก็บอกมาเถอะ?

?บาสไม่ได้หาข้ออ้าง จริงๆแล้วบาสไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะมองบาสยังไง แต่สำหรับบี บาสแค่อยากให้บีเห็นบาส อย่างที่บาสเป็นบ้างเท่านั้น?

?ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงบีก็ยังอยู่กับบาสอีกร่วมเดือน ตัวตนจริงๆของบาสจะเป็นยังไง บีจะเป็นคนตัดสินเอง?

ผมรีบสรุปเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของบาส

แม้ตอนนี้ผมจะรู้แล้วว่าบาสได้แอบชอบผมมานาน รวมทั้งเขายังแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเขายังชอบผมอยู่ แต่กระนั้นผมก็พยายามสงวนท่าทีไว้เพราะผมไม่เคยคิดอะไรกับผู้ชายคนนี้เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนจริงๆ รวมทั้งมันคงเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนใจมากที่ผมจะยอมรับความรักจากบาสในขณะที่เขาคือ ?เพื่อนสนิทที่สุดของทีม?

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ผมก็ให้บาสทานยาแล้วให้เขากลับไปนอนพักในห้องเนื่องจากยาของบาสมีผลให้คนทานรู้สึกง่วง

ในขณะที่ตัวผมก็เริ่มจัดการเตรียมอาหารเที่ยงซึ่งในตอนนี้ผมมีความ X วชาญในการทำอาหารระดับพ่อครัวแล้ว เพราะหลังจากที่ผมต้องเลิกรากับทีมผมก็เริ่มทำอะไรด้วยตัวเองมาโดยตลอด

ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ว่าในเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด มีเพียงตัวเราเองเท่านั้นที่จะยืนหยัดต่อสู้และนำพาชีวิตให้รอดพ้นวิกฤติได้

ผมจึงเลิกที่จะเอาชีวิตไปพึ่งพา หรือผูกไว้กับคนอื่น

ผมเริ่มขอแม่ทำอาหาร ซักผ้า รีดผ้า ทำความสะอาดห้องด้วยตัวเอง รวมทั้งขอที่จะดูแลและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่มีผลกับชีวิตในอนาคตของผมเอง จนแม่ผมอดเปรยออกมาไม่ได้ว่า

?บีเปลี่ยนไปมาก รู้ตัวหรือเปล่าลูก?

ในตอนนั้นผมยอมรับว่าผมเปลี่ยนไปจริงๆ จากเด็กที่เคยเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่เป็น ขี้งอน และไม่รับผิดชอบ

ผมได้กลายเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว รวมทั้งเป็นคนที่ปลงกับอะไรในชีวิตได้อย่างง่ายๆ

ผมไม่เคยทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เด็กในวัยเดียวกันจะเป็นกังวล เช่น การสอบ การแต่งตัว การทะเลาะกับเพื่อน หรือแฟน แม้กระทั่งการผิดหวังจากสิ่งที่ยากได้

สำหรับผมแล้วปัญหาเหล่านั้น มันเป็นเรื่องขี้ผงเมื่อนำไปเทียบกับสิ่งที่ผมได้เจอะเจอมา

ประสบการณ์ได้สอนให้ผมรู้ว่า...ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่แท้จริงนั้น...มันเป็นอย่างไร

ผมทำอาหารเสร็จราวๆเที่ยง แต่ผมก็รอจนเวลาใกล้บ่ายโมงแล้วจึงไปปลุกบาสมาทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

ระหว่างที่ทานอาหารด้วยกันนั้น บาสได้ชมฝีมือการทำอาหารของผมไม่ขาดปาก รวมทั้งยังได้พูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ นานา ระหว่างที่เราไม่เจอกันมานานถึง 5 ปี

จนเมื่อทานอาหารเสร็จบาสก็ยื่นบันทึกฉบับที่ 2 ให้ผม จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับเข้าไปในห้อง

ส่วนผมเมื่อได้จัดการนำจานชามไปล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับไปที่ห้องเช่นกันแล้วก็หยิบบันทึกในซองขึ้นมาอ่าน

ในเวลากลางวันอย่างนี้ทำให้ผมเห็นได้ชัดว่ากระดาษและสีน้ำหมึกในบันทึกนี้ได้ซีดลงไปมากแล้ว

มันแสดงถึงว่าบันทึกฉบับนี้คงได้ถูกเขียนมาเป็นเวลานานแล้วพอสมควร

เป็นอีกครั้งที่ผมรีบอ่านเนื้อความในบันทึกอย่างกระตือรือร้น

-----------------------------------------------------------

14 มิถุนายน 2539

หลังจากได้จากได้รู้จักกับบีในวันปฐมนิเทศ ผมก็ได้แต่แอบมองบีเสมอมาโดยไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปพูดคุย

ในแต่ละวันผมได้แต่แอบชื่นชมบีอยู่ไกลๆ

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของบียังเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ผมแอบมองเพื่อนคนนี้อย่างไม่เคยเบื่อ

จนผมชักเริ่มจะแน่ใจแล้วว่าผมคงไม่ใช่แค่ชอบบีแบบเพื่อนธรรมดา

บีคือคนที่ทำให้ผมรีบตื่นนอนและอยากมาโรงเรียนอย่างกระตือรือร้นในทุกเช้า

บีทำให้ผมกลายเป็นเด็กที่มีความคิดผิดแผกแตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ เพราะ ผมเกลียดวันเสาร์-อาทิตย์

ในตอนนั้น ผมหวังแค่ให้ตัวเองได้มาเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของบีในทุกๆ วัน

ไม่ว่าบีจะทำอะไร ไปที่ไหน ผมก็อดไม่ได้ที่จะแอบตามไปเสมอ

อย่างเช่นวันนี้ที่ผมได้แอบตามบีไปยังห้องสมุด แต่แล้วในตอนนั้นเองที่ผมต้องพบเห็นภาพบาดตาเมื่อบีกำลังยืนคุยอยู่กับเด็กผู้ชายคนหนึ่งอย่างสนิทสนม

ผมไม่คุ้นหน้าเด็กผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ดูการจากพูดคุยของคนทั้งคู่ โดยเฉพาะปฏิกิริยาของบี ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าพวกเขาคงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา

จนกระทั่งสักพักผมก็เห็น..ทีม...เพื่อนของผมคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยด้วย

พวกเขาพูดคุยกันสักครู่ ทีมก็เป็นฝ่ายเดินออกจากห้องสมุดไป ในขณะที่เด็กคนนั้นยังคงคอยเดินตามถือหนังสือให้บีตลอดเวลา

ถึงจะไม่รู้จักเด็กผู้ชายคนนั้นมาก่อนแต่ผมก็ต้องยอมรับว่าผมกำลังรู้สึกโกรธเกลียดเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมากที่ได้มาใกล้ชิดบีถึงขนาดนี้

ในตอนนั้น....ผมก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่า X ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเมื่อได้เห็นบีสนิทสนมอยู่กับผู้ชายคนอื่น...มันคืออะไร ?

ผมรู้แต่เพียงว่า..ถ้าหากเพียงแต่ผมจะได้ไปยืนแทนที่เด็กผู้ชายคนนั้นบ้าง

....ผมก็คงเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก....

----------------------------------------


 


ยิ่งได้อ่านบันทึกของบาส ยิ่งทำให้ความรู้สึกของผมเต็มไปด้วยความสับสนปนไปด้วยความสงสาร

ถ้าเป็นจริงอย่างที่บาสเล่า เขาทนเก็บงำความลับนี้ไว้ในใจได้ยังไงมาตลอดระยะเวลาตั้งหลายปี

ถ้าบาสรักผมจริง เขาจะไม่รู้สึกรู้สาเลยหรือเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักกลายไปเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเขาเอง

ในระยะเวลาหลายปีที่ผมคบหาเป็นแฟนกับทีม ผมกล้าพูดได้เลยว่าบาสคือคนที่รู้เห็นเรื่องราวความรักของผมกับทีมมากที่สุด

บาสคือเพื่อนคนแรกและคนเดียวที่ทีมยอมสารภาพไปตรงๆว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกันซึ่งก็คือผม และนับตั้งแต่นั้นมา ทีมจึงกล้าแสดงความรักกับผมด้วยการพูดคำหวาน จับมือ โอบกอด หรือแม้กระทั้งจูบผมต่อหน้าบาสโดยไม่ขัดเขิน

บาสทนเห็นภาพเหล่านี้ได้อย่างไรในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

แล้วทำไมเขาถึงต้องพยายามหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ผมกับทีมกลับมาคืนดีกันในเวลาที่เรามีปัญหา

ยิ่งคิด ผมก็ยิ่งไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกที จนผมอดคิดไม่ได้ว่าผมชักจะเริ่มรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบาสไม่ไหวแล้ว ผมจึงตัดสินใจว่าในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องคุยกับบาสให้รู้เรื่อง

ดังนั้นในวันต่อมาผมจึงรีบตื่นเช้าเป็นพิเศษ แล้วก็เข้าครัวไปทำข้าวต้มเตรียมเป็นอาหารเช้าให้บาส จนเมื่อเขาตื่นขึ้นมาและเห็นผมเตรียมอาหารเช้าไว้บนโต๊ะเสร็จสรรพ เขาจึงถึงกับเอ่ยปากแซวออกมาว่า

?อย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นลูกจ้างหน่อย รู้จักตื่นก่อนเจ้านาย?

?บีบอกแล้วไง ว่าบีไม่ใช่ลูกจ้างของบาส?

?โอเค โอเค ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าอะไรมันก็ไม่ต่างกันหรอก?

?นี่อย่ามากวนประสาทบีแต่เช้านะ?

?จ้า จ๊ะ ไม่กวนแล้ว?

บาสพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข แล้วก็เริ่มตักข้าวต้มใส่ปาก

?อื้มมมม นี่บีทำเองเหรอ?

?ใช่สิ ใครจะมาทำให้ล่ะ? ผมตอบออกไปด้วยน้ำเสียงกวนๆ

?อร่อยมากเลย อืม ทำกับข้าวก็อร่อย บ้านช่องห้องหับก็ดูแลไม่มีที่ติ แถมยังเอาอกเอาใจเป็นเลิศ ทำไงน๊าถึงจะได้เมียดีๆแบบนี้สักคน?

?บาส.......?

?บาสแค่ล้อบีเล่นน่า อย่าคิดมาก?

?ปล่าว...บีไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้...คือบี...บีอยากจะพูดกับบาสเรื่อง...เรื่องบันทึกนั่นน่ะ?

ผมตัดสินใจพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก

?เอาอีกแล้ว? บาสพูดออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

?ก็บีอยากคุยกับบาสให้เคลียนี่ เล่ามาให้หมดไม่ได้เหรอ ทำไมต้องให้บีอ่านอยู่ได้ทีละแผ่นๆ ไม่รู้ล่ะ บีไม่รักสง รักษาแล้ว  X สัญญาอะไรบ้าๆ นั่น มันทรมานนะ อกบีจะแตกตายอยู่แล้ว?

?แล้วบีคิดว่าบาสไม่ทรมานเหรอ??

คำพูดและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่นของบาสทำให้ผมถึงกับหยุดนิ่งและหันไปมองเขาด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าบาสเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

?ถ้าบีอยากอ่าน ก็ได้ เดี๋ยวบาสจะไปหยิบมาให้บีอ่านทั้งเล่มเลย ไม่ว่าบีอยากได้อะไร อยากทำอะไร เพียงแค่บีพูดออกมา บาสก็ไม่มีวันขัดใจบีได้หรอก แล้ว X สัญญาอะไรนั่นน่ะ มันก็คงไม่ได้มีค่า มีความหมายอะไร คนอย่างบาส มันไม่ควรค่าให้ใครต้องมารักษาสัญญาอะไรอยู่แล้ว รอแป๊บนะ ?

พูดจบ บาสก็ปลดล้อคล้อรถเข็นเพื่อจะเข็นรถถอยหลังออกไป แต่ผมได้ร้องเรียกเขาเอาไว้

?เดี๋ยวบาส....บีขอโทษ บีแค่.....?

?ไม่เป็นไรหรอก บาสเข้าใจ เดี๋ยวบาสไปหยิบมาให้?

?ไม่ต้องหรอก บีไม่อยากอ่านแล้ว?

ผมพูดออกมาด้วยความรู้สึกสำนึกผิดต่อการกระทำที่ไม่ยี่หระต่อคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับบาสซึ่งนั่นคงทำให้เขาทั้งเสียใจและน้อยใจมาก

?บีค่อยๆ อ่านก็ได้ อ่านทีละหน้าแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ เหมือนอ่านนิยายไง จะได้ติดตามไปทีละตอนๆ บีว่าสนุกดีออกเหมือนกันนะ?

ผมพยายามทำเป็นกลบเกลื่อนด้วยการพูดติดตลกก่อนจะพูดต่อว่า

?สัญญาที่บีให้กับบาส มันมีค่า มีความหมายสำหรับบีมากนะ ไม่ว่าบาสจะเชื่อหรือไม่ แต่บีจะไม่มีวันผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับบาสอีก.........แล้วก็....?

เมื่อเห็นผมพูดค้างไว้แค่นั้น บาสก็หันมามองผมอย่างตั้งใจฟัง ในขณะที่ผมก็ได้แต่รวบรวมความกล้าเพื่อพูดประโยคต่อมาอย่างเขินๆ

?บีอยากให้บาสรู้ว่า...ผู้ชายอย่างบาสนี่ล่ะที่คู่ควรที่บีจะรักษาทุกคำสัญญาไว้ยิ่งชีวิต?

คำพูดของผมทำให้บาสถึงกับนั่งนิ่งจ้องมองผมด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักอย่างท่วมท้น จนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทออกมาอีกครั้ง

?ทานต่อเถอะบาส ไหนว่าอร่อยไงล่ะ ถ้าอร่อยก็ต้องทานให้หมดนะ บีทำไว้ตั้งเยอะแน่ะ?

?แล้วบีล่ะ บีไม่ทานด้วยกันเหรอ?

บาสถามผมออกมาเบาๆ

?จริงสิ ลืมตักให้ตัวเองไปเลย?

พูดจบผมก็เดินไปหยิบชามแล้วไปตักข้าวต้มมานั่งทานด้วยกันกับบาส โดยในช่วงเวลาที่เรากำลังทานข้าวต้มด้วยกันนั้นผมก็สังเกตเห็นบาสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขอยู่ตลอดเวลา แล้วเขาก็เปรยออกมาเบาๆว่า

?แน่ใจนะว่าไม่อยากอ่านแล้ว?

?บีบอกว่าไม่ ก็ไม่สิ?

ผมตอบไปอย่างงอนๆ เหมือนเด็กที่ขออะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ

?แล้วทำไมต้องทำหน้างอนอย่างนั้นด้วยล่ะ?

?เปล่านี่ บีไม่ได้งอนสักหน่อย?

?แน่ใจเหรอ ??

?ก็บีบอกแล้วไงว่าไม่ได้งอน เซ้าซี้อยู่ได้ อยากให้บีงอนหรือไง?

?อืม ก็ดีนะ รู้ตัวมั้ยเวลาบีทำหน้างอนน่ะ น่ารักดี?

?บ้า......?

ผมตอบไปอย่างเขินๆขณะที่รู้สึกว่าเลือดลมได้สูบฉีดขึ้นมาจนเต็มทั้ง 2 แก้ม

?ยิ่งเวลาอาย ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่เลย?

เมื่อเห็นผมหน้าแดง บาสก็ยิ่งล้อผมไม่ยอมหยุด

?เลิกล้อบีได้แล้ว ไม่งั้นบีไม่กินข้าวด้วยแล้วนะ?

ผมพยายามห้ามให้บาสหยุดเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเขินจนเก็บอาการไม่อยู่มากขึ้นทุกที

?โอเค โอเค ไม่ล้อแล้วก็ได้ ....อืม ถ้าวันหน้าบาสได้มีโอกาสมีครอบครัวกับเขาบ้าง บาสจะมีครอบครัวที่มีความสุขอย่างนี้มั้ยนะ?

หลังบาสพูดจบผมก็ได้ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นจ้องมองผู้ชายที่รักผมอย่างเต็มเปี่ยมคนนี้ด้วยความตั้งอกตั้งใจ จนผมรู้สึกได้ว่า....

....ผมไม่เคยมองผู้ชายคนนี้อย่างเต็มตาแบบนี้มาก่อน

?มองบาสทำไมน่ะ?

บาสพูดออกมาด้วยความเขินบ้างที่เห็นผมเอาแต่จ้องมองเขาไม่วางตา

?ปล่าว ไม่มีอะไรหรอก บีแค่คิดว่าบาสหน้าตาแบบนี้เองเหรอ บีคงไม่เคยได้มองบาสชัดๆ แบบนี้มาก่อน?

?งั้นเหรอ......บีเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าตั้งแต่รู้จักกันมา.....บีไม่เคยหันมามองบาสเลย !!!!?

หลังบาสพูดจบผมก็ได้แต่นิ่งเงียบโดยไม่รู้จะพูดอะไรออกมา แล้วก็ตัดสินใจชวนบาสเปลี่ยนไปคุยเรื่องราวสัพเพเหระ จนเราทั้งคู่ทานอาหารเช้าเสร็จ ผมก็จัดแจงให้บาสได้ทานยาแล้วก็พาเขาไปออกกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลตามที่หมอนัดไว้ และเมื่อกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายๆ ผมก็พาเขาเข้าไปนอนพักในห้องเพราะในระยะฟื้นตัวเช่นนี้บาสต้องการการพักผ่อนมากกว่าคนปกติ ส่วนผมก็ไปจัดการทำความสะอาดบ้านที่เริ่มจะมีฝุ่นเกาะบ้างแล้วจนตกเย็น ผมก็ปลุกบาสมาทานอาหารเย็นด้วยกัน จากนั้นเราก็อยู่ดูทีวีด้วยกันอีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน ซึ่งก่อนที่บาสจะหลับเขาก็ไม่ลืมที่จะมอบบันทึกอีกฉบับมาให้ผมอ่านเหมือนเช่นเคย

----------------------------

 
บันทึกการเข้า

........โดนแบนเรียบร้อยแล้ว.........
14 ธันวาคม 2008, 08:12:PM
มั่น แซลี้
Special Class LV4
นักกลอนรอบรู้กวี

****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 136
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,124


กินเพื่ออยู่ แต่อยู่เพื่อน้องหมวย


« ตอบ #1 เมื่อ: 14 ธันวาคม 2008, 08:12:PM »
ชุมชนชุมชน

เก่งมากๆ พิมเก่งมากเลยน่ะ
เป็นกำลังใจให้น่ะ
แล้วทำให้มันสั้นๆลงน่ะ
แล้วจะมาอ่านน่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s