<กลอน> ซินเดอเรลล่า
ชุมชน บ้านกลอนไทย
25 สิงหาคม 2019, 04:07:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: <กลอน> ซินเดอเรลล่า  (อ่าน 4266 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
24 มีนาคม 2008, 02:33:AM
yui-yui
LV5 ศิลปินเอกแห่งตำบล
*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86



« เมื่อ: 24 มีนาคม 2008, 02:33:AM »
ชุมชนชุมชน

ซินเดอเรลล่า
ผู้แต่ง : จาวตาล  
จาก    : http://board.dserver.org/p/plearn/00000007.html
(ไม่ทราบว่าเคยอ่านรึยัง   เจอโดยบังเอิญตอนที่ไปหาเนื้อเรื่อง "ซินเดอเรลล่า"   เรื่องนี้แต่งตั้งแต่ ค.ศ.2001 -------- > 7 ปีที่แล้ว)




ซินเดอเรลล่า

ซินเดอเรลล่า เกิดมา แม่ตายไป
พ่อก็แต่ง งานใหม่ ไว้คลายเหงา
แม่เลี้ยงแสน เกียจคร้าน งานไม่เอา
ลูกติดไม่ ขัดเกลา เหลาดวงใจ

เวลาผ่าน ไม่นาน พ่อก็เสีย
แม่หนูจึง ถูกเขี่ย เป็นคนใช้
ต้องตื่นเช้า ทำงานหนัก อยู่ร่ำไป
เศษถ่านเป็น เช่นชื่อใหม่ ให้ซินเดอฯ

สามแม่ลูก งานไม่ทำ ซ้ำตื่นสาย
แม่หนูมัก ถูกทำร้าย ยามเธอเผลอ
ทั้งสามสาว ความทุกข์ ไม่เคยเจอ
หนูซินเดอฯ คอยบำเรอ คอยเปรอปรน

สาวซินเดอฯ โตขึ้น พร้อมความสวย
อีกร่ำรวย สามารถ น้ำใจล้น
ไปแห่งใด มีเพื่อน หลากหลายคน
แม้ยากจน ก็สุข ทุกทุกครา

ฝ่ายแม่เลี้ยง และลูกติด นั้นตรงข้าม
ไร้ความงาม ซ้ำยังไร้ น้ำใจหนา
มีวันหนึ่ง องครักษ์ เจ้าชายมา
ประกาศเชิญ ชาวพารา มาในวัง

เหตุก็เพราะ เจ้าชาย จะเลือกดู
จะเลือกคู่ กินข้าว คู่ดูหนัง
คู่ฟังเพลง คู่เคียงครอง คู่บัลลังก์
เป็นความหวัง ราชวัง สืบต่อไป

จึงประกาศ หาหญิงใด ไม่มีเหย้า
มาเข้าเฝ้า ให้เลือกว่า เป็นเช่นไหน
หากถูกใจ จะเต้นคู่ รอบวังใน
แล้วจะแต่ง ตั้งให้ เป็นคู่ครอง

สามแม่ลูก รับจดหมาย แสนดีใจ
เร่งรี่ไป ตามบัญชา เพื่อสนอง
หวังให้ลูก ทั้งสองได้ เป็นคู่ครอง
นางหมายปอง สองลูกยา เป็นราชินี

ว่าแล้วก็ เรียกใช้ แม่เศษถ่าน
อลหม่าน ช่วยแต่งตัว ขมันขมี
อีกแต่งหน้า และทำผม ให้ดูดี
สมศักดิ์ศรี สมหน้าตา สง่างาม

ซินเดอฯน้อย คอยท่า จะขอแม่
ให้เผื่อแผ่ พาเธอไป ใคร่ไต่ถาม
แม่ก็ว่า เหตุไฉน ใยลามปาม
แล้วส่อเสียด เหยียดหยาม ไม่ให้ไป

หนูน้อยถาม เนื้อความ ตามสงสัย
เพราะเหตุใด จึงไม่เคย ได้ไปไหน
แม่บอกเจ้า มีงานหนัก แสนยิ่งใหญ่
อีกเจ้าไซร้ คงไร้ ชุดดูดี

หนูน้อยบอก เรื่องงาน ไม่ต้องห่วง
จะลุล่วง เสร็จได้ ในเร็วนี้
ส่วนเรื่องชุด หรูหรู หนูพอมี
เป็นของเก่า พี่พี่ เคยให้มา

: ซินเดอฯว่า ก็รีบเร่ง ไปหยิบชุด
พี่คนหนึ่ง แกล้งสะดุด ไปโดนขา
ถ้วยกาแฟ ร้อนร้อนตก หกลงมา
แม่หนูน้อย น้ำตา พาร่วงริน

สามแม่ลูก แสนดีใจ ได้ไปงาน
สุขสราญ หน้าบาน สมถวิล
หัวเราะร่วน ดีใจ ได้แกล้งซินฯ
พลันได้ยิน เสียงรถม้า ก็ลาไป

แม่ลูกทั้ง สามไป กันหมดสิ้น
ทิ้งหนูซินฯ ร้องไห้ อย่างหวั่นไหว
อยู่ดีๆ ก็มีเหตุ อัศจรรย์ใจ
นางฟ้าใหญ่ ใจดี อยู่หน้าเธอ

อัปสรา ปลอบว่า อย่าร้องไห้
ฉันช่วยได้ จะทำให้ สุขเสมอ
เพียงเธอหา เจ้าหนู สามเพื่อนเกลอ
อีกเจ้าหมา หน้าเซ่อ มาหนึ่งตัว

  ขาดไม่ได้ คือฟักทอง หนึ่งผลใหญ่
เทวีวาด คฑาให้ ไฟสลัว
สาวซินเดอฯ ใจสั่น เต้นระรัว
เธอแสนกลัว ทั้งตื่นเต้น และตกใจ

ทันใดนั้น ฟักทองกลาย เป็นรถม้า
สองหนูเป็น อาชา สวยสดใส
อีกหนึ่งหนู เป็นสาร- ถีคู่ใจ
เจ้าหมาน้อย นั้นไซร้ นายประตู

แล้วเสกซินฯ ให้อยู่ใน ชุดสุดแพง
ก่อนจะแจ้ง แถลงไข ให้ได้รู้
บอกแม่หนู วางตัว ให้น่าดู
ที่สำคัญ ต้องรู้ เรื่องเวลา

ก่อนเที่ยงคืน เจ้าต้อง รีบกลับบ้าน
เป็นเศษถ่าน อย่างเดิมนะ แม่หนูจ๋า
จงจำไว้ ให้ดี ในวาจา
แล้วนางฟ้า อัปสรา ก็ลาไป

แม่หนูเป็น ดั่งเช่น เจ้าหญิงน้อย
หน้าตาพริ้ม ยิ้มชดช้อย พาสดใส
ค่อยค่อยก้าว ขึ้นรถม้า ก่อนคลาไคล
สั่งสารถี ขับรถไป ให้ถึงงาน

สารถี ขับไป ไม่รอช้า
เร่งรีบพา หนูน้อย น่าสงสาร
เพราะเกรงว่า จะชักช้า ไม่ทันการณ์
ขับทะยาน สู่งาน ในทันใด

เจ้าหญิงน้อย ค่อยก้าว ลงจากรถ
สุดจะอด กลั้นยิ้ม ไว้ไม่ไหว
นางค่อยค่อย เยื้องย่าง เดินเข้าไป
ทุกคนใน ราชวัง ต่างตะลึง

ซินเดอฯน้อย ค่อยยิ้ม พริ้มน่ารัก
ส่วนสาวอื่น นั้นชัก จะหน้าบึ้ง
เหตุเพราะทัก เจ้าชาย อยู่เลยจึง
อิจฉาซึ่ง เจ้าหญิงน้อย ที่เดินมา

เจ้าชายแสน ถูกใจ จึงเรียกร้อง
ตะโกนก้อง เมียงมอง เดินมาหา
โปรดเต้นรำ กับฉันเถิด เทพธิดา
ผู้มาจาก ฟากฟ้า นภาลัย

องค์หญิงโปรด ให้เกียรติ ฉันสักนิด
ขอจงคิด เต้นรำกัน จะได้ไหม
แม่ซินเดอฯ ตอบรับ ในทันใด
มอบรอยยิ้ม สดใส ให้เจ้าชาย

ทั้งสองนั้น เต้นรำกัน จนดึกดื่น
เกือบเที่ยงคืน ซินเดอฯนึก ถึงคำหมาย
ว่าต้องกลับ ก่อนเที่ยงคืน เป็นเส้นตาย
ก่อนจะกลาย เป็นเศษถ่าน เช่นวานวัน

ทูลเจ้าชาย บอกว่า ขอลาแล้ว
เจ้าชายบอก อย่าคลาดแคล้ว เลยจอมขวัญ
ซินเดอฯวิ่ง หุนหัน ออกไปพลัน
เจ้าชายนั้น วิ่งห้าม ตามเธอไป
 
 ถึงหน้าวัง บันไดชัน เธอสะดุด
รองเท้าแก้ว ก็หลุด ลื่นไถล
ซินเดอฯจะ วิ่งเก็บ ในทันใด
แต่เจ้าชาย นั้นไซร้ ไล่ตามมา

ซินเดอฯจึง รีบเร่ง ขึ้นรถม้า
ไม่ชักช้า เร็วรี่ รีบก้าวขา
ก่อนเจ้าชาย จะสั่งปิด ทวารา
ราชรถ ก็พา นางลับไป

ฝ่ายเจ้าชาย ก้มลง เก็บรองเท้า
แสงสีขาว ส่องแวววาว พราวสดใส
จึงร้องเรียก มหาดเล็ก มาทันใด
แล้วบอกว่า ธิดาไซร้ ลืมในงาน

ทรงสั่งให้ มหาดเล็ก ออกตามหา
โอ้แม่เทพ ธิดา แม่หน้าหวาน
หาสตรี เท้าเท่า สาววันวาน
มาแต่งงาน รักชั่วกาล ชั่วกัปกัลป์

: มหาดเล็ก ถือรองเท้า ไปตามบ้าน
ให้นงคราญ ลองสวมใส่ ว่าใครนั่น
สวมรองเท้า แก้วคู่งาม พอดีกัน
เที่ยวเดินหา ตลอดวัน ไม่เห็นใคร

มาถึงบ้าน สุดท้าย ปลายนคร
สองบังอร เปิดประตู หน้าสดใส
มหาดเล็ก เดินเข้ามา ประกาศไป
บ้านนี้มี หญิงใด ไม่แต่งงาน

สองพี่น้อง เสนอตัว รีบจ๊ะจ๋า
พูดคะขา เจรจา ดูอ่อนหวาน
ว่าหนูเอง ลืมรองเท้า เมื่อวันวาน
กาลเวลา ผ่านเนิ่นนาน ไม่เอาคืน

มหาดเล็ก เชิญให้ เธอใส่สวม
หากมันหลวม หรือคับ จนสุดฝืน
อย่าเพียรใส่ โปรดถอด ส่งให้คืน
ว่าแล้วพูด พลางยื่นของ ให้น้องนาง

สองพี่น้อง ร้องแย่ง ซิงรองเท้า
ทหารที่ ยืนเฝ้า ทำตาขวาง
ฉันตัดสิน ยุติธรรม ให้เป็นกลาง
ให้แม่นาง คนน้อง รองหลังเธอ

คนพี่จึง กระหยิ่มย่อง แล้วลองก่อน
ค่อยค่อยหย่อน เท้าตาม ทหารเสนอ
อำมาตย์บอก เท้าเจ้าใหญ่ ไปนะเออ
แล้วบอกเธอ ถอดรองเท้า ให้น้องนาง

อำมาตย์ยื่น รองเท้า ให้น้องใส่
เธอดีใจ ได้ลองใส่ สวมดูบ้าง
แต่ว่าเท้า เธอเล็กไป ช่างบอบบาง
จึงต้องถอด รองเท้าวาง แล้วคืนไป

: คนพี่บอก ว่าเมื่อคืน เต้นรำหนัก
เท้าก็ชัก บวมขึ้น ไปกันใหญ่
เท้าบวมเอง จะให้ฉัน ทำอย่างไร
ฝ่ายอำมาตย์ นั้นไซร้ ไม่เชื่อเธอ

อำมาตย์มอง เธอด้วย สายตาขวาง
โอ้แม่นาง ช่างโกหก และเพ้อเจ้อ
พูดอะไร ไม่อาย เลยนะเออ
ช่างพูดเว่อร์ เป็นของเธอ ได้อย่างไร

จึงถามว่า บ้านนี้ มีหญิงอื่น
ซึ่งเมื่อคืน ไปเต้นรำ อยู่อีกไหม
สองบังอร ตอบไม่มี ในทันใด
มีก็แต่ สาวใช้ ในครัวเรา

อำมาตย์ขอ ดูตัว แม่สาวนั่น
พี่สาวยื่น คำมั่น ไม่ใช่เขา
ท่านดูไป จะเสีย เวลาเอา
อีกเสียแรง เปล่าเปล่า จงอย่าไป

อำมาตย์ว่า ขอฉัน ดูตัวก่อน
อย่าใจร้อน กล่าววาจา ว่าไม่ใช่
ให้ลองสวม ดูสักนิด จะเป็นไร
คงไม่ใช้ เวลา นานเกินการณ์

แม่เลี้ยงจึง เออออ ว่าก็ได้
แล้วเรียกใช้ พี่สาว ช่างขับขาน
ให้ไปเรียก โฉมยง แม่นงคราญ
ซึ่งถูกขัง อยู่หลังบ้าน ให้ออกมา

พี่สาวเรียก นางเศษถ่าน วานมานี่
แม่ตัวดี มาตรงนี้ เร็วรี่หนา
ให้อำมาตย์ ได้ยล ซึ่งพักตรา
เพื่อจะหา นงพงา ที่มางาน

ทหารยื่น รองเท้า ให้โฉมยง
สามแม่ลูก มองอนงค์ แม่หน้าหวาน
สองพี่น้อง แกล้งสะดุด เอาผ้าม่าน
พุ่งทะยาน ทับทหาร น่าตกใจ

เสียงดังเพล้ง รองเท้าแก้ว กระทบพื้น
ทุกคนสี หน้าตื่น แทบร้องไห้
แต่ซินเดอฯ ปลอบว่า ไม่เป็นไร
ยังคงมี อีกข้างไซร้ อยู่ในครัว

อำมาตย์แสน สุขถวิล ยินนงคราญ
เยาวมาลย์ เจ้าแน่ใจ ว่าไม่มั่ว
ด้วยบัดนี้ ใจข้านั้น สั่นระรัว
ก็เพราะกลัว เจ้าเหนือหัว จะลงทัณฑ์

: นางแม่เลี้ยง นิ่งอึ้ง คะนึงคิด
แล้วเพ่งพิศ ถึงงาน วันวานนั่น
แม่เศษถ่าน เราก็ไม่ ได้พบกัน
เจ้าไปเอา รองเท้านั้น มาจากใคร

ซินเดอฯน้อย ยิ้มตอบ มอบความไข
อัปสรา วิไล ร่ายมนต์ให้
บังเกิดเป็น รองเท้าแก้ว แสนสุขใจ
ไว้สวมใส่ ไปงาน สราญครัน

แม่เลี้ยงบอก นางฟ้านั้น มันหลอกเด็ก
เจ้าไม่ใช่ เด็กเล็ก อย่าเฟื่องฝัน
ไปขโมย รองเท้า จากใครกัน
ซินเดอฯเถียง ทันควัน เปล่าเอามา

อำมาตย์บอก เจ้าทั้งสอง อย่าทุ่มเถียง
แล้วส่งเสียง บอกทหาร ทางด้านหน้า
ตามแม่หนู ไปเอา รองเท้ามา
เพื่อดูว่า ไม่ได้มา แกล้งหลอกกัน

ทหารตาม แม่หนูไป ถึงหน้าห้อง
แล้วมองจ้อง หารองเท้า ที่ว่านั่น
แม่หนูไป หยิบรองเท้า ขึ้นเร็วพลัน
แล้วส่งมัน เข้าไปให้ ได้ชมดู

นางแม่เลี้ยง ตกใจแทบ สิ้นสติ
อำมาตย์จึง ดำริ บอกแม่หนู
ขอเธอได้ รีบเร่ง สวมใส่ดู
จะได้รู้ เธอคือคู่ เจ้าชายจริง

สาวน้อยเดิน ไปนั่ง ที่เก้าอี้
ไม่รอรี สวมรองเท้า พราวเพริศพริ้ง
สามแม่ลูก จ้องมอง ไม่ไหวติง
ทันใดนั้น เสียงปิ๊ง!! ดังขึ้นมา

: ปรากฏร่าง เจ้าสาว สุดแสนสวย
รื่นระรวย ด้วยกลิ่น ของพฤกษา
รองเท้าแก้ว กระทบแสง สุริยา
เครื่องภูษา ก็จำแลง แปลงเปลี่ยนไป

อำมาตย์อึ้ง นึกไม่ถึง ตะลึงเงียบ
สุดจะเปรียบ เจ้าหญิงน้อย กับใครไหน
งามเพริศแพร้ว พิศพักตร์ พริ้มพิไล
สวยสดใส ยิ่งบุปผา คราแย้มบาน

อำมาตย์จึง ทูลเชิญ องค์หญิงน้อย
เธอค่อยค่อย ยิ้มรับ อย่างอ่อนหวาน
ทหารต่าง อวยชัย ให้สราญ
แล้วประทับ ราชยาน เข้าในวัง

ถึงจุดหมาย ได้เวลา เกือบจะบ่าย
ทูลเจ้าชาย ว่าได้พบ ดังที่หวัง
เจ้าชายยิน ทั้งกายใจ มีพลัง
เสด็จจาก บัลลังก์ เดินเข้าไป

เจ้าชายแสน ดีใจ ที่ได้พบ
เมื่อประสบ ก็ถามความ ตามสงสัย
แม่นางนั้น มีนาม ว่าอย่างไร
เพราะเหตุใด ทิ้งข้าไป ให้เฝ้าคอย

เจ้ารู้ไหม ทิ้งให้ ใครเป็นห่วง
เจ้ารู้ไหม ใจทั้งดวง ใครเหงาหงอย
เจ้ารู้ไหม เจ้าหายไป ไร้ร่องรอย
เจ้ารู้ไหม ตัวข้าพลอย ทุกข์ใจกาย

ซินเดอฯทูล เจ้าชายว่า อย่าตัดพ้อ
ข้าก็รอ พบท่านอยู่ ด้วยใจหมาย
ข้าไม่อาจ หมายปอง ครองเจ้าชาย
ซินเดอฯเป็น เพียงทราย อยู่ปลายภู

โอ้ซินเดอฯ แม่ยอดรัก ยอดยาหยี
ใยเจ้าจึง กล่าววจี ระคายหู
หากเป็นทราย คงอยู่ยอด นะโฉมตรู
เพื่อเคียงคู่ บนยอดภู ตลอดกาล

ราชาและ ราชินี จึงแต่งตั้ง
ทั้งสองคู่ บัลลังก์ ช่วยสืบสาน
ครองรักกัน ยิ่งใหญ่ นานเท่านาน
ปกครองบ้าน คุ้มประชา พาร่มเย็น

______________________
ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s