.*~หลงน้ำคำ~*.
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
29 มกราคม 2026, 11:41:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: .*~หลงน้ำคำ~*.  (อ่าน 1463 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
08 มกราคม 2026, 06:54:PM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« เมื่อ: 08 มกราคม 2026, 06:54:PM »
ชุมชนชุมชน



.*~หลงน้ำคำ~*.
รจนาโดย : กัลมลี*



พริ้มตาห่มผ้าบางร่างระหง
คลุมผ้าตรงปลายเท้าแผ่วเบาคลี่
พร้อมข่มความอาวรณ์ซ่อนธุลี-
ดวงฤดีร้าวแหลกคราแยกกัน

หากจะกล่าวโทษใครได้สักหน
ควรสาปตนสร้างโลกจนโศกศัลย์
เสมือนตกลึกหลุมขุมโลกันตร์
วางน้ำมันไว้ใกล้เชื้อไฟเพลิง

โอ้...ช่ออักษราในคราแรก
รสหวานแทรกทรวงในทำใจเหลิง
เดินล้ำเส้นสัมพันธ์ฝึกชั้นเชิง
ด้วยบรรเทิงดื่มด่ำหลงน้ำคำ

โลกทั้งสองใบสานผ่านปลายนิ้ว
ฝากรอยริ้วในอกดึงตกต่ำ
อยากจะย้อนกลับไป ~ ถ้าได้ทำ
ลบความจำวันที่เคยมี "เรา"

เพลิงอารมณ์รุกผ่านลานใจแล้ง
ประหนึ่งแกล้งไฟห้ามยิ่งลามเผา
โดยเชื้อเพลิงชั้นดีมิต้องเดา
เชิญเถิดเอาต่างฟืนทั่วผืนดิน

กลอนเธอเขียนถึงฉันในวันก่อน
ยังอ่านย้อนเพ-ลา คราถวิล
อ่านให้เจ็บให้จำซ้ำเคยชิน
ว่า ~ สูญสิ้นอย่างไม่เข้าใจกัน

ทั้งอยากถามทักทายเธอหลายหน
ดวงกมลคนไกล...ในใจฉัน
โกรธ-เกลียด-ชังคือภาพตราบนิรันดร์
ล่วงลุวันอภัยให้หรือยัง?

หลายปีข่มตานอนอาวรณ์หา
ยามพริ้มตาอาลัยในภาพหลัง
ก่อนอายุขัยช่วงล่วง ~ คืนรัง
เถิด...สักครั้งยังรอเธอต่อกลอน



ขอเรียนเชิญท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มีความหลัง
หรือตกอยู่ในวังวนแห่งน้ำคำร่วมต่อกลอนกันค่ะ
 เธอนั่นแหละจ้ะ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, M., มังตรา, พิมพ์กานท์, Msp.

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

09 มกราคม 2026, 06:47:AM
โซ...เซอะเซอ
Special Class LV4
นักกลอนผู้รอบรู้กวี

****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 120
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 836



« ตอบ #1 เมื่อ: 09 มกราคม 2026, 06:47:AM »
ชุมชนชุมชน




หยิบผ้าแพรเนื้อบางคลุมร่างระหง
แผ่วผจง ลงลักษณ์ไล้อักษร
สะกดข่มคลั่งไคล้ในอาวรณ์
จากร้าวรอนคราร้างเหินห่างนวล

ค่ำคืนนี้ ดาษดาวทั่วราวฟ้า
มารวมตัวส่องหล้าเต็มฟ้าถ้วน
เหมือนดั่งเป็นสักขีพยานจารรัญจวน
นำสองส่วนร้างรามาพบพาน

ครั้นเกจ์(Gauge)รักพุ่งสูงสุดเกินหยุดยั้ง
เหลือเหนี่ยวรั้งละเมอบ่นเพ้อพล่าน
ขจรขจายฟุ้งออกบอกประจาน
ว่าดวงมานโหยไห้อาลัยร้อง

ดุจช่อรักอักษราในคราแรก
ซุกซอนแทรกลานทรวงทุกหวงห้อง
ก่อนผลิดอกออกผลจนเรืองรอง
ผูกพันคล้องเกี่ยวรั้งหยั่งรากลึก

หรือดวงใจแห่งพี่หลบลี้ได้-
จากห่วงหาอาลัย ไหวตรองตรึก
จดรูปรอยถ้อยถวิลจินต์จารึก
เก็บบันทึกความในใจดวงนี้

อนาคตกว่ายาวไกลเกินใครรู้
หากพรั่งพรูลับหายร้อนคลายคลี่
หยัดยืนยงเลือนสลายกลายผงคลี
ขอจดจำ คำคำนี้พลีมอบไว้

เพียงคำเดียวคำนั้น รังสรรค์ฝาก
คัดมาจากข้นคั้นกลั่นกรองให้
ครั้งหนึ่งเคยปันปลูกฝังผูกใจ
ด้วยคำว่า“รัก”อย่างไร…ใจเจ้าเอย


   

     “…หรือ เจ้าลืมถ้อยคำคำนี้
     จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ดังไม่มี เยื่อใย
     แม้น เจ้าลืมเจ้าเลือนเคลื่อนคลาย
     พี่เตือนให้อีกก็ได้ ก็รักอย่างไร เจ้าเอย…”


     [ เพียงคำเดียว (2498)
     คำร้อง : สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
     ทำนอง : สมาน กาญจนะผลิน ]

Soul Searcher
Inspired to write 9/1/2026



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กัลมลี*, M., มังตรา, พิมพ์กานท์, Msp.

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

10 มกราคม 2026, 03:01:PM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #2 เมื่อ: 10 มกราคม 2026, 03:01:PM »
ชุมชนชุมชน



รสวลีตรึงตรากว่าใดหวาน
หวั่นลมปราณสะบั้นร้าวรานเอ๋ย
โอ้...ผกากลีบช้ำลมรำเพย
คนโน้มเชยช้ำดอกเพียงหลอกลวง

ควรหรือเทียมเทียบค่ามาลัยร้อย
หากลืมสร้อยกานท์หม่นแห่งคนหวง
และรักคล้องใจซึ้งเพียงหนึ่งดวง
หวิวหวาดทรวงหมดค่าเฉกมาลี

"เพียงคำเดียวคำนั้น รังสรรค์ฝาก"* (โซเซอะเซอ)
หยั่งลึกรากถอนต้องพบหมองศรี
สิ้นน้ำใจเมตตาเลิกพาที
แม้นมีกี่ชีวิตจิตย่อมตรม

ด้วยมาลัยลิขิตประดิษฐ์ถ้อย
ประหนึ่งสร้อยทองสูรย์ปูนแสงสม
ประหวั่นว่าฝันตื่นอาจคืนคม-
อุโฆษลมปากตัวแค่ชั่วคราว

หากเหลื่อมรอยมิตรของทั้งสองจิต-
เชื่อมโลกชิด...แหลกผงคงโพลนขาว-
ดุจน้ำแข็งปรกจินต์เป็นหินวาว
ครามองดาวจันทร์~เบียด...คงเสียดใจ

เสมือนคราวอดีตอกซีดหมอง
มิเปิดช่องพิสูจน์คำพูดไหน
กลับค้างคาถมเพียบแต่เงียบไว้
โชคดีไม่ชิงตัดภพขาดลง

หลงคำสาส์นไร้เสียงถึงเพียงนี้
ชุบชีวี ฤา ผลาญเป็นถ่านผง
มิอยากซ้ำวงวัฏกระหวัดปลง
โปรดซื่อตรงใจชั่ง "ชัง" หรือ "รัก"


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, M., มังตรา, พิมพ์กานท์, Msp.

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

11 มกราคม 2026, 08:26:AM
มังตรา
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 144
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 389



« ตอบ #3 เมื่อ: 11 มกราคม 2026, 08:26:AM »
ชุมชนชุมชน



คำพี่เอ่ยเปรยความไปตามชอบ
มั่นหมายมอบเคียงคู่อยากรู้จัก
พยายามถามไถ่เปิดใจทัก
ผูกสมัครรับมั่นสู่ขวัญทรวง

ข้องุนงงสงสัย..ชอบไหมหนา ?
อยากบอกว่า..เวียนแวะ..รักและห่วง
แนบอุราหาแม่...เจ้าแด ดวง
ดั่งหินถ่วงจิตส่งจมลงพลัน

พี่มอบใจให้เจ้าบอกเล่าซื่อ
วาจาถือคำแท้มิแปรผัน
โลกหมุนคงตรงเคลื่อนเสมือนกัน
รักเธอนั้นคงมั่นนิรันดร์กาล

เรื่องมนุษย์ปุจฉาชะตาคล้อย
ดำเนินรอยเพิ่ม-สูญใช่คูณหาร
รักมากครั้ง..ยังขมนอนซมซาน
บ้างเลิกนานคืนเข้าเหมือนเก่าเคย

อันภาพงามความรักสลักศิลป์
เปรียบแมลงบินเวียนวกโอ้อกเอ๋ย
ดอกไม้วาดสาดสี วจีเปรย
แมลงเชยชมตอบชื่นชอบใจ

ดอกมัวหม่นหล่นกองด้วยหมองเศร้า
ทุกข์ลวงเล่า..ลาแล้งแมลงใกล้
เคยจำเพาะเกาะทีหลบหนีไกล
ปัญหาใหญ่..พี่เหงา และ เศร้าซึม


มังตรา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, พิมพ์กานท์, Msp., M., กัลมลี*

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
11 มกราคม 2026, 05:27:PM
โซ...เซอะเซอ
Special Class LV4
นักกลอนผู้รอบรู้กวี

****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 120
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 836



« ตอบ #4 เมื่อ: 11 มกราคม 2026, 05:27:PM »
ชุมชนชุมชน



…ยามรัก ยามชัง…

ขจรขจายปรายปรัดกระหวัดหวาม
เหลือสุดห้ามปรามเปรียบ ครั้งเงียบขรึม-
ลืมประหวั่นพรั่นฟ้า คราอึมครึม-
เมฆเทาทึม เพียรวาทพิลาสเลอ

เพียงคำเดียวคำนั้นที่สรรค์ฝาก
ใช่พลั้งปากพล่อยพร่ำคำเพ้อเจ้อ
จรดร้อยสร้อยศิลป์รินบำเรอ
บทละเมอแม้นมาตร ปลาตรัก

ผิว่าเจ้ากังวลประพนธ์พร้อย-
อาจเคลื่อนคล้อยนิยามคร้ามปรัก
ปากมิตรงกับใจ ให้ท้วงทัก
จึ่งชะงักงันงงจงเจตน์นี้

รักฤาชังฟังความยามตัดพ้อ
อาจทดท้อหัวใจไหวเต้นถี่
ด้วยสื่อสารมิกระจ่างอย่างพจี
ถามกลับที แล้วที่ทัก…รักหรือชัง


อาจวลีซาบซึ้ง………….…..เพียงลม
ชั่ววูบไหวอ่อนพรม………..แผ่วพลิ้ว
ยามรักหวาดอารมณ์………ผันเปลี่ยน
ชังปรี่แทรกฝากริ้ว…………หม่นม้างกลางใจ

จริงเท็จใครล่วงรู้……………โลมลวง
โปรยพร่างพริ้งเพราปวง….เปลี่ยวเพ้อ
ฤาพันผูกผลพวง…………….เพียงวาท-
ไหวอ่อนโอ้ล่ะเน้อ…………..แทรกซึ้งทรวงสมร




[ยามรัก (2503) :
คำร้อง - สุรพล โทณะวณิก
ทำนอง - เอื้อ สุนทรสนาน ]
[ยามชัง (2534) :
คำร้อง - ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง - สมาน กาญจนะผลิน ]


Soul Searcher
Inspired to write 11/1/2026



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Msp., M., พิมพ์กานท์, กัลมลี*

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

13 มกราคม 2026, 09:31:PM
M.
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 307


รักจริงใจ


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 13 มกราคม 2026, 09:31:PM »
ชุมชนชุมชน

เคลิ้มประพจน์บทกลอนเมื่อก่อนนั้น
เคลิ้มจำนรรจ์พาทีที่เธอเขียน
หลงน้ำคำต่อกลอนตอนพากเพียร
กาลจำเนียรล่วงเลยไม่เคยลืม

หลงลีลาพจนารถประกาศฝัน
คำรำพันโปรยกานท์หวานดูดดื่ม
หยิบน้ำค้างต่างฟ้าหวังว่ายืม
เก็บมาปลื้มก่อนนอนกลอนของเธอ

ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย
ดุจทิวสายดาวเด่นเพ็ญเสนอ
หลงน้ำคำหลงคนเขียนเพียรละเมอ
แอบพร่ำเพ้อบทความยามเธอลง


M.


 อายแบบน่ารัก

ไม่รู้จะต่อตรงไหนครับ เขียนโคลง ยิ้มกวน ล่อกๆ ไม่เป็นครับ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, กัลมลี*, Msp.

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

14 มกราคม 2026, 07:53:PM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #6 เมื่อ: 14 มกราคม 2026, 07:53:PM »
ชุมชนชุมชน

.
.
ดอกมัวหม่นหล่นกองด้วยหมองเศร้า
ทุกข์ลวงเล่า..ลาแล้งแมลงใกล้
เคยจำเพาะเกาะทีหลบหนีไกล
ปัญหาใหญ่..พี่เหงา และ เศร้าซึม

มังตรา




แม้นมาลีดอกหนอสีช่อหม่น
ดั่งเนตรคนมองเพ่งหน้าเคร่งขรึม
ด้วยอาลัยนัยน์เศร้าจินต์เทาทึม
ราวเมฆครึ้มคลุมฟ้าเพียบอาดูร

สลักศิลป์สร้างรักตระหนักรู้
หาใช่ดูดายนิ่งทุกสิ่งสูญ
ทั้งน้ำคำน้ำใจใช่หาร - คูณ
ทวีพูนตามกาลที่นานยาว

จึ่งคำรักสลักห้วงสู่ดวงขวัญ
ปวงเทวัญต่างอวยช่วยสืบสาว
ตราบสุดท้ายครบเครื่องแห่งเรื่องราว
พยานดาวพร้อมพรั่งกระทั่งจันทร์

คำน้องถามอาจพล่อยจนน้อยจิต
น้อมรับผิดเต็มอกแสนโศกศัลย์
แต่นี้จักหักห้ามยามจำนรรจ์
ปล่อยเป็นปัญหาใจน้องฝ่ายเดียว

เถิด...คิ้วคลายขมวดคลายปวดเจ็บ
ยื่นก้อยเก็บ...มือผายสอดปลายเกี่ยว
หากเมินนานมานน้องหมองซีดเซียว
เกรงค่ำเปลี่ยวคืนบาดน้องขาดใจ

ชอบบุปผาใดโรยหลังโชยชื่น
สองมือยื่นตระกองกอดป้องให้~
กระนั้นพี่มิหายคลายอาลัย
จักปลูกใหม่ให้คืนชื่นนิรันดร์

ดวงใจซื่อศรัทธาสง่าเอ๋ย
คนเปิดเผยแวะเวียนมิเปลี่ยนผัน
ยามดวงหน้าเฉยเรียบและเงียบงัน
โอ้...อกขวัญร้าวรอนเต้นอ่อนแล้ว


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Msp., มังตรา, โซ...เซอะเซอ, M.

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

15 มกราคม 2026, 01:03:AM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #7 เมื่อ: 15 มกราคม 2026, 01:03:AM »
ชุมชนชุมชน



…ยามรัก ยามชัง…
.
.
รักฤาชังฟังความยามตัดพ้อ
อาจทดท้อหัวใจไหวเต้นถี่
ด้วยสื่อสารมิกระจ่างอย่างพจี
ถามกลับที แล้วที่ทัก…รักหรือชัง


Soul Searcher
Inspired to write 11/1/2026




ยามรักแม้นดาราสรรค์หาฝาก
ภิรมย์หลากลุ่มหลงพะวงหวัง
ตรวนสัญญามัดยิ่งรักจริงจัง
คืนคำดั่งแล้งไร้สายธาริน

แล้วเธอรู้หรือเปล่าคราวรักจาก~
นั้นฝังฝากลึกห้วงห่วงถวิล
ซึ่งแม้นมาตรกายาลับฟ้าดิน
กลับมิสิ้นวิญญาณ์สาบานคำ

เปรยปรารภด้วยขาดวาสนา
ครวญด้วยอาวรณ์เอย...เคยดื่มด่ำ
หากลับแล้วมนตร์เวทเทวษ~จำ
เพลี่ยงถลำรานรอนอุทธรณ์ใคร

ถนอมปรางละมุนเนื้ออุ่นนี้
พร้อมฤดีคงมั่นมิหวั่นไหว~
มิตอบรับคำเค้นหลบเร้นใจ
โปรดจงใช้รักแท้แก้ทุกทาง

คว้าอากาศได้ใดไตร่ตรองเถิด
กุญแจเปิดใจหรือคือคำสร้าง
รักหรือชัง "เชือก" เฟ้นหรือ "เส้นฟาง"~
จักมองอย่างไรล้วนจงครวญดู

เช่นนี้แล้ว...ถ้อยถามความสงสัย
แถลงไขใจใช้ใช่ฟังหู
ดำเนินผ่านการทำและค้ำชู
จนเหลือผู้สุดท้ายมิคลายคำ


ลุงอ่านทำนองเสนาะเป็นป่ะ
ลองอ่านกลอนลุงเป็นทำเสนาะสิ ไพเราะเชียว

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : มังตรา, Msp., โซ...เซอะเซอ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

15 มกราคม 2026, 12:40:PM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #8 เมื่อ: 15 มกราคม 2026, 12:40:PM »
ชุมชนชุมชน

ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย
ดุจทิวสายดาวเด่นเพ็ญเสนอ
หลงน้ำคำหลงคนเขียนเพียรละเมอ
แอบพร่ำเพ้อบทความยามเธอลง

M.
 อายแบบน่ารัก
ไม่รู้จะต่อตรงไหนครับ เขียนโคลง ยิ้มกวน ล่อกๆ ไม่เป็นครับ



เจ้าสำนวนกลอนฉ่ำเพชรน้ำค้าง
คัดคำวางจารเจียดละเมียดส่ง
เขียนแล้วลบหลายรอบตอบบรรจง
ด้วยลุ่มหลงสร้อยคำห้วงน้ำใจ

ถักอาภรณ์อักษราชายคาฝัน
สื่ออนันต์สรรพเสียงถึงเพียงไหน~
ก็มิอาจเทียบเห็นที่เป็นไป
ซึ่งกรุ่นในอารมณ์อุดมการณ์

ตลอดทางสร้างรุ้งเฟื่องฟุ้งแล้ว
สะพานแก้วเชื่อมฟ้าดินสมาน
เสมือนพจน์หยาดยอดทอดสะพาน
สองดวงมานข้ามฟ้าชิดหากัน

ปรากฏเป็นรูปลักษณ์ตัวอักษร
คืออาทรโอบเอื้อเมื่อเสียขวัญ
คือสายลมแผ่วต้องผิวผ่องพรรณ
คือสีสันแต้มตอกดอกไม้บาน

"ละมุนนักงามคำยามเธอร่าย" (เอ็ม กวิน)
บนทางสายดาวระดะสวยประสาน
แต่ละดวงโชติวาวพราวตระการ
เถิด ~ ขับขานคำเสกเอกลักษณ์

เพราะฉะนั้นฉันจึงมาถึงนี่
ดีดนิ้วคีย์ลำนำคำจำหลัก~
ไปตามเส้นสำเนียงเสียงใจภักดิ์
กระซิบทักเบาแผ่วแก้วกวิน


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เปลวเทียนเปลี่ยนสี, Msp., โซ...เซอะเซอ, M.

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

15 มกราคม 2026, 02:57:PM
Msp.
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 484
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 701


ร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณคือรางวัลอันยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 15 มกราคม 2026, 02:57:PM »
ชุมชนชุมชน

หลากลํานำคําหวานปานน้ำผึ้ง
เพชรน้ำหนึ่งตรึงตราพาถวิล
ประดิษฐ์สร้อยร้อยเสียงสำเนียงพิณ
จินตนาโบยบินถวิลนาน

ประหนึ่งคำลีลาสปราชญ์รังสรรค์
โปรยประพันธ์ขวัญศัพท์ประดับฐาน
นคเรศเมืองแมนแดนวิมาน
ประทินกานท์ทาบทาทั่วธาตรี

ดั่งคนธรรพ์บรรจงดำรงพจน์
บริบทร่ายมนต์ดลวิถี
สู่ลานดินถิ่นราษฎร์ปฐพี
มนต์กวีคลี่บานบนลานใจ

เคลิ้มรสรินศิลป์กาพย์กำซาบซึ้ง
ด้วยตราตรึงถึงสถานกาลสมัย
หลงน้ำคำมธุรสพจน์ละไม
หวามฤทัยทุกช่วงห้วงวิญญาณ์

ฤาจะสิ้นมนต์หลงองค์กลอนกาพย์
ศิโรราบกับใจให้ครวญหา
สุดดื่มด่ำยามถักอักษรา
หลงมนตรากวี..ที่งดงาม


Msp.


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : กัลมลี*, โซ...เซอะเซอ, M.

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

16 มกราคม 2026, 08:27:AM
มังตรา
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 144
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 389



« ตอบ #10 เมื่อ: 16 มกราคม 2026, 08:27:AM »
ชุมชนชุมชน

ดวงใจซื่อศรัทธาสง่าเอ๋ย
คนเปิดเผยแวะเวียนมิเปลี่ยนผัน
ยามดวงหน้าเฉยเรียบและเงียบงัน
โอ้...อกขวัญร้าวรอนเต้นอ่อนแล้ว

กัลมลี


โอ้ประโลมโถมถาในคราเหงา
รุกเร่งเร้าลอยล่องบนฟองแก้ว
เอื้อมมือรับจับหยิบวิบวามแวว
จะคลาดแคล้วหรือร้าง..ฝ่าทางไป

อันคำหญิงจริงมั่น ณ.วันนี้
ผ่านเดือนปีเงียบหายกลับกลายไหม
สัญญาเรียงเคียงร้อยคล้องถ้อยใจ
เจอคนใหม่ถลำอ้างคำลืม

พี่กล่าวสัตยวาจามิหาเรื่อง
หากขุ่นเคือง..หลังคล้อยยังคอยปลื้ม
กัลมลีฤดีหนอจะขอยืม
คงหวานดื่มคู่สุขในทุกวัน


มังตรา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, กัลมลี*, M., Msp.

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
16 มกราคม 2026, 02:30:PM
กัลมลี*
Special Class LV5
นักกลอนแห่งเมืองหลวง

*****

คะแนนกลอนของผู้นี้ 175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 561


รักคือแรงบันดาลใจ


« ตอบ #11 เมื่อ: 16 มกราคม 2026, 02:30:PM »
ชุมชนชุมชน

.
.
ฤาจะสิ้นมนต์หลงองค์กลอนกาพย์
ศิโรราบกับใจให้ครวญหา
สุดดื่มด่ำยามถักอักษรา
หลงมนตรากวี..ที่งดงาม

Msp.


คำประพันธ์แม้นมาตรสร้อยหยาดฝน
คำประพนธ์อ่อนช้อยถ้อยทักถาม
เจรียงศัพท์ลิขิตชวนติดตาม
จำเริญความงามพิศชวนติดตา

ดั่งช่อสายมธุรสหวานหยดห้วง
ดั่งช่อสรวงโน้มหยาดพิลาศหา
เพชรน้ำร้อยปรานเปรียบเพียบโสภา
ล้ำเลอค่าใดเทียบเพียบโสภี

มิสิ้นมนต์บรรเลงเบลงสาน
มิสิ้นมานกานท์ดลกลสร้อยศรี
ผลิมาลัยร้อยกรองคล้องกวี
แทนมาลีร้อยกองคล้องกวินท์

มาร่วมเรียงเคียงข้างเสกสร้างเสริม
มาร่วมเริ่มเคียงข้างเสกสร้างศิลป์
เชวงวรรณบรรโลมชโลมดิน
เรืองระบิลประโคมชโลมดาว

จึ่งประดับห้วงแล้วทุกแววหวัง
จึ่งประดังประเทืองฟุ้งเฟื่องหาว
จรัสฟ้าดินผืนอย่างยืนยาว
จรดวาวรสรื่นอย่างยืนยง


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, M., Msp.

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

18 มกราคม 2026, 06:09:AM
M.
Special Class LV2
นักกลอนผู้ก้าวสู่โลกอักษร

**

คะแนนกลอนของผู้นี้ 66
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 307


รักจริงใจ


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 18 มกราคม 2026, 06:09:AM »
ชุมชนชุมชน


ถ้อยน้ำเสียงประกาศชัดกลางหาว
ตามองดาวดวงใจให้ลุ่มหลง
เคลิ้มภวังค์มนตราคราบรรจง
ที่ดำรงภาษาอันละไม

กานท์รำพันคำหวานประสานสร้อย
ที่เรียงร้อยคมคำทำหวามไหว
รับสัมผัสลึกซึ้งตรึงละไม
งามไฉไลนึกคิดประดิษฐ์ตาม

หากความงามลีลาคราเธอกล่าว
เป็นเรื่องราวหัวใจให้ไต่ถาม
รอคำตอบจากใจขยายความ
มีนิยามอะไรส่งให้กัน

หลงละเมอเพ้อคร่ำคำเอื้อนเอ่ย
อกใดเลยจะต้านรั้นแรงฝัน
หลงลีลาภาษาครารำพัน
ยามเธอสรรคำร้อยถ้อยความใน

เกินจะหยุดคร่ำครวญรัญจวนหา
เสน่ห์พาดวงมานพลันหลงใหล
ทุกประพจน์คารมเกินข่มใจ
ปักฤทัยหลงคำทำรัญจวน


M.




ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : Msp., โซ...เซอะเซอ, กัลมลี*

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

18 มกราคม 2026, 11:14:AM
Msp.
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 484
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 701


ร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณคือรางวัลอันยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 18 มกราคม 2026, 11:14:AM »
ชุมชนชุมชน

ดุริยางคศิลป์กวินท์ส่ง
ร้อยบรรจงกวีที่หอมหวล
ประณีตศัพท์จับวางอย่างอบอวล
ดุจดั่งมวลมาลีคลี่กลีบบาน

ดั่งนิมิตเมืองแมนแดนสวรรค์
กินรีคนธรรพ์คัดสรรสาส์น
เสกบุหลันคำถ้อยร้อยตระการ
โปรยยังลานมธุรสบทกวี

วจีหวานร่ำกลิ่นระรินหอม
ปานพยอมคำปราชญ์แผ่รัศมี
ประกาศกล้าเบ่งบานลานพาที
เผยพจีความงามยามประพันธ์

เรืองระบัดประกายในกลอนบท
แสนงามงดยศถ้อยเทิดร้อยขวัญ
เคลิ้มภวังค์หลงศัพท์นับอนันต์
ณ ถิ่นฝันกวีนี้ฉันใด

หลงอำนาจเสน่ห์เล่ห์กลศัพท์
หรือประทับผู้สร้างกันอย่างไหน
ผู้หลงทางอย่างเราเฝ้าเคลิ้มไป
หลงน้ำคำเหล่าไท้ในนี้แล้ว


Msp.







ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : M., โซ...เซอะเซอ, กัลมลี*

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s