O วิสาขะสมัย .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
20 พฤษภาคม 2019, 08:28:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O วิสาขะสมัย .. O  (อ่าน 127 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
27 เมษายน 2019, 05:19:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 115



« เมื่อ: 27 เมษายน 2019, 05:19:PM »
ชุมชนชุมชน








กลอน ๘
O บริบทตรู่เช้า .. หมอก-ขาวมัว
ลมโรยตัว .. ลูบไล้ก็ไหวสั่น
แถบผ้าขาวป่ายริ้ว-ห่มผิวพรรณ-
พร้อมด้วยข้าวในขัน .. มุ่งมั่นรอ
O แล้วพิมพ์ภาพงดงาม .. แห่งยามเช้า-
ค่อยทอดเงาเคียงหมู่ท่านผู้ขอ
ศรัทธาของรูปนาม ก็งามพอ-
สืบสาน-ต่อเติมธรรม .. ลงย้ำใจ
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธา .. เพื่ออาศัย-
สำหรับน้อมจิตนำ .. พากย์ธรรมนัย-
กำหนดให้อัตตานั้นล้าตัว
O ข้าวหอมกรุ่นในขัน .. คด .. บรรจง-
ใส่บาตรสงฆ์เบื้องหน้าแต่ฟ้าหลัว
จวบแสงทองอำไพส่องไล่มัว
สุขก็ซ่านเอ่อทั่วทั้งหัวใจ
O หากเช้านี้ .. ผิดแผกจนแตกต่าง
ชั่วพระย่างพ้น .. พลัน-ที่สั่นไหว-
คืออกผู้-เบือนหน้าสบตาใคร-
แล้ว-เลศนัยเชิงชู้ .. ก็จู่โจม !
O ด้วยเช้านี้มีชายที่หมายรู้-
ว่า-งามผู้แสงรุ้งช่วยปรุงโฉม
นั้น .. ฤๅ-เพื่อรอช่วงแข่งดวงโคม-
ผ่านรอบโสมนัสช่วงกลางห้วงใจ ?
O ดู .. สายตาจับจองความผ่องแผ้ว
ก็ล้วนแววเอ็นดูจนรู้ได้
ดู .. สายตาจับจองความยองใย
ความอ่อนไหวอ่อนโยนก็โชนแวว !
O เมื่อมีรูป, มีใจ-หวั่นไหวอยู่
อารมณ์ผู้จับจ้องก็ผ่องแผ้ว
พร้อมริ้วลมโรยตัวอยู่ทั่วแนว
การจับจองรูปแก้ว .. ฤๅ-แล้วเลือน ?
O แต่เมื่อตาสบรูป .. การวูบไหว-
ของดวงใจ .. คือ-งามเจ้าลามเลื่อน-
ยอรูปองค์ .. ล้อมชาติเกินอาจเบือน-
สายตาเคลื่อนจากงาม .. แม้ยามเดียว !
O ตาสบรูป .. จิตวูบด้วยรูปนั้น
ตั้งแต่หันมองตอบ .. เฝ้าลอบเหลียว
ตาต้องรูปร่ำล้อ .. ดั่งขอเคียว-
เจ้าคล้องเกี่ยวเหนี่ยวใจ .. เอาไปครอง
O เช้านี้ .. จึงช่างแปลกจนแตกต่าง
ด้วยเรียวร่างงามที่ไม่มีสอง
ด้วยรูปพักตร์รูปเดียวเฝ้าเหลียวมอง
โลกทั้งผองก็เหมือนวาง .. ให้ย่างเท้า !
O ไร้ซึ่ง - ความเหงาเงียบให้เหยียบย่าง
สิ้นทั้งโลกผืนกว้าง .. เคยว่างเปล่า
มีแต่แววซ่อนยิ้ม, ความพริ้มเพรา-
ของรูปเงาเบื้องหน้า .. ให้ปรารมณ์ !
O พร้อม-ลมเอื่อยแผ่วผ่านอยู่นานเนิ่น,
แววขัดเขินเผยอยู่ .. สุดรู้ข่ม
สบ – สัมผัสหอมหวานอยู่นานนม-
ดวงใจที่จ่อมจมก็ .. สมยอม
O ช่อขาวเกสรปีบ .. รอบีบกลิ่น
ต้องลมรินโรยผ่าน .. รสหวานหอม-
ก็แฝงฝากลมร่ำให้ด่ำดอม-
รื่นรมย์ที่รายล้อม..อย่างพร้อมเพรียง
O ยิ่งปีกผีเสื้องาม, ตาวามนัย-
แฝงฝากให้อาวรณ์ออดอ้อนเสียง
เฉกลวดลายปีกบาง..ลอยร่างเพียง-
เพื่อเข้าเคียงหวานหอม..แนบน้อมรส
O เมฆขาวเวิ้งฟ้าใส .. ลมไหวแว่ว
วันผ่องแผ้วบังเดือนให้เลือนบท
หญ้าต้องลมโลมสู่ .. ยอดคู้คด
ภู่จ่อจดหวานหอมไม่ยอมลา
O นกโผเกาะกิ่งพฤกษ์ .. เมื่อนึกย้อน
ถึงช่วงตอนใจละห้อยแต่คอยหา
ดื่มด่ำด้วยรูปฝัน .. แรงฉันทา-
ต่อเรียวร่าง .. อิริยา .. ท่วงท่าที
O ทอดตามองที่นี่และที่นั่น
รูปรอยฝัน .. แทรกฝ่าเรื้องราศี
กลางลมอุ่นโอบไล้, รอบไมตรี-
ก็ค่อยคลี่โอบรับไว้กับทรวง
O เมื่อลำดวนฟุ้งกลิ่นรวยรินสู่
หอมก็จู่จบแทนความแหนหวง
แรงอาวรณ์ซาบซึ้ง .. ใจหนึ่งดวง-
หวัง-ผ่านหอมหวานล่วง .. อีกดวงใจ
O ปีกนกยังคลี่กาง .. ร่อนกลางฟ้า
กลางแววตา, อาวรณ์ .. แสนอ่อนไหว-
ที่ละห้อยแหนหวง .. พร้อมห่วงใย-
แต่เพียงผู้เยาว์วัย .. อยู่ในยาม
O ลมร่ำสายโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อเสียงอ้อนออดชู้ .. สุดรู้ห้าม-
คอยกระซิบเร้ารุก .. คอยคุกคาม
หลังสบแววตางาม .. วาบวามนัย
O ปีกนกกางโล้ลม, อารมณ์ถวิล-
ก็หลั่งรินรอชู้ .. ร่วมสู่สมัย-
การจับจูงเกี่ยวร้อยทุกรอยใจ
กำหนดให้ .. ร่วมย่างบนทางเดียว !

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
O พื้นน้ำชอ่ำ-น-ภะ-ปฎล
ก็ระคนกะรูปเคียว
รองเรื่อ ก็ เมื่อ-นั-ย-นะ-เหลียว
ประลุเหนี่ยวคะนึงหา
O เนตรชายชม้าย-อุ-ระ-กระ-เพื่อม
รติเชื่อมและบัญชา-
จิตผู้เพราะรู้-นิ-ละ-จะหา-
ยะ-นะ-ภาวะทั่วพร้อม
O วังเวงประเลง-บ-ทะ-ประโลม
และโพยมประหนึ่งยอม-
พื้นสินธุ์และจิน-ต-นะ-ถนอม-
กระแหนะน้อมประนังนวล

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=05-2016&date=14&group=11&gblog=657

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : masapaer, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
29 เมษายน 2019, 09:26:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 115



« ตอบ #1 เมื่อ: 29 เมษายน 2019, 09:26:AM »
ชุมชนชุมชน



O กลาง .. วิสาขะมาส .. ! O





.. 1
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. หยุด
ราวรอฉุดความเถื่อนให้เลื่อนหาย
ก้าวย่างนั้นคืบเค้นความเป็นตาย
อันวิญญาณทั้งหลายเทียวว่าย .. วน
O เพียงผืนผ้าเหลืองส้ม .. ต้องลมปะ
ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน
พอสิ้นเสียงสาธุ บรรลุตน
ก็เหมือนป่นโมหะจนละลาย
O คล้ายคล้ายว่าจะเป็นดั่งเช่นนั้น
แต่ยังหวั่นใจอยู่ไม่รู้หาย
เมื่อรูปหนึ่งคล้ายคอย .. ชม้อยชาย
คอยสบสายตาผนึกแววลึกล้ำ
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อนรอ .. หยุด
คล้ายรอฉุดทุกข์โศก .. พ้นโลกต่ำ
สายตา, รูป-บรรจบ, ภูมิภพ .. ธรรม-
สร้างเวรกรรมให้อุบัติ .. ขึ้นบัดดล !
O ทุกครั้ง และทุกครานัยน์ตาสบ-
ก็ครันครบวัฏฏะกรรมอยู่ซ้ำหน
หลังทุกครั้งทุกครา .. นัยน์ตาคน
คอยวกวนสบรูป .. โลมลูบใจ
O แว่ว-เสียงธรรมพระให้อยู่ในโสต
แต่-ปราโมทย์สุมอยู่จนรู้ได้-
ว่า-นัยธรรมตรองอยู่ .. หรือผู้ใด
ลอยรูปให้หักฝ่า..อย่างท้าทาย
O เสียงพระ-แว่วให้ข่ม .. อารมณ์นี้
รูปราศีก็ล้อมลนให้ขวนขวาย
เสียงธรรมว่าอาวรณ์ .. ควรผ่อนคลาย
ภาพแววตาชม้อยชม้าย .. หรือคลายลง ?
O ดูเอาเถิด .. เนียนเนื้อ .. แก้มเรื่อนั้น
คอยบีบคั้นเร้ารุมให้ลุ่มหลง
หลังตา, รูป .. ตกกระทบ .. ย่อมจบวง-
วัฏฏะสงสารชู้ .. ไม่รู้แล้ว !
O พร้อมผืนผ้าเหลืองส้ม .. ต้องลมพลิ้ว,
ตาต้องผิวเนื้อเยาว์ .. ยิ่งเบาแผ่ว
เมื่อรูปหน้าเหลือบชม้าย .. ยิ่งคล้ายแวว-
ความผ่องแผ้ววาบอยู่ .. ไม่รู้วาง
O จีวรเหลือง .. แดดทอ .. เหมือนรออยู่
รอ-ใจผู้ .. ลำบากด้วยขวากขวาง-
ให้ก้าวสู่จุดหมายที่ปลายทาง
รอ-ก้าวย่างผ่านพ้น .. ด้วยตนเอง
O ตาดำขลับ .. เหลือบชม้อยชม้ายสบ-
เหมือน-ยอภพชาติรับ .. การพรับ .. เพ่ง
สบแล้วใจ-สั่นรัว .. ด้วยกลัวเกรง-
ผิวเนื้อเปล่งปลั่งพรับ .. แล้วจับใจ !
O รูปหน้าเนียนเนื้อลออ .. คล้ายรอขวาง
จะก้าวขายกย่างไปทางไหน
ก็ล้วนบ่วงผูกปลาย .. ด้วยสายใย
คอยเหนี่ยวให้ .. อาวรณ์เกินผ่อนดึง
O รูปหน้าเนียนพริ้มเพรา .. ทั้งเงาร่าง-
เหมือนผุดขวางหน่วงจิต .. แต่คิดถึง
รู้หรือไม่ลึกล้ำ .. แห่งคำนึง
เกินรำพึงได้หมด .. ด้วยบทกลอน
O แววในตาเปล่งประกาย .. ยามชายชม้อย
คล้ายเผยรอยตอบเต้น .. เคย-เร้น .. ซ่อน
แววอ่อนไหว, อ่อนหวาน .. เมื่อผ่านตอน-
ก็รุมร้อนถ้วนสิ้น..จิตวิญญาณ !

.. 2
O นบนิ้วเพ่งไตร่ตรอง..ครรลองเหตุ
เมื่อต้องเลศรูปนาม .. ผูกล่าม .. ผลาญ-
จากตาสบ, โลมลูบด้วยรูปคราญ
แล้วต้องหวานรุมเร้า .. อยู่เช้าเย็น
O นิ้วองค์พระ .. เรียวงอน .. ดูอ่อนช้อย
เช่นเรียวก้อย .. รูปเอย .. ที่เคยเห็น
อ่อนช้อยในท่วงที .. อย่างที่เป็น
ให้คนเอ็นดูละห้อย .. แต่คอยรอ
O หวังปล่อยวางโลกเช่น .. ที่เป็นอยู่
จาก-ความนัยองค์รู้ .. ท่านผู้ขอ
กลับมาต้องรูปนาม .. ผู้งามลออ-
ขวาง, ยั่ว, ล้อคุกคาม .. อย่างย่ามใจ
O แทนเรียวนิ้วองค์พระ .. กลับคละเคล้า-
ด้วยเรียวร่างรูปเยาว์ .. ของเจ้าได้
แทนเนื้อปูนดินปั้น .. แล้ว-นั่นใคร-
ซ้อนรูปให้ห่วงหา .. ฤๅ-ฝ่าพ้น ?
O เพ่งดวงจิตครวญใคร่ .. หวังนัยธรรม-
จักล่มล้างรอบกรรม .. ซ้ำซ้ำหน
เพ่งรูปพระ .. แล้วภาพ กลับวาบ-วน
เป็นภาพใครงามล้น .. เกินป่นแล้ว
O แว่วเหมือนเสียงอาวรณ์ .. ออดอ้อนลม
ซ้อนภาพแววตาคม .. กลางลมแผ่ว
ใกล้เพียงเห็นเนตรชม้าย .. นั้นฉายแวว-
วาม .. ผ่องแผ้วราวประสงค์ .. แข่งองค์พระ
O ท่ามกลางเมียง, เมิน, ชม้าย .. เหลือบชายสู่
พรั่งพร้อมหมู่ – ชาติภพ .. ทุกสบ .. ผละ
ท่ามกลางหวานหอมจู่ .. ไม่รู้ละ
บ่วงพันธะก็ล่ามตรึง .. สุดดึงลง
O ตั้งขึ้นแล้วจำพราก .. นั้นยากนัก
ย่อมจำหลักลงทรวง ด้วย ห่วง หลง
พร้อมอาวรณ์รสประณีต .. เริ่มขีด-วง-
คอยหนุนส่งรูปธรรมเข้าบำเรอ
O นบจิตเพ่งไตร่ตรอง .. ครรลองพุทธ
เพื่อคอยฉุดฉวยใจ .. ทุกไพล่เผลอ
หากบรรจบ .. รูปคราญทุกผ่านเจอ
อย่าพร่ำเพ้อ .. ละห้อยเห็นอยู่เช่นนี้
O นบจิตเพ่งไตร่ตรอง .. ครรลองพุทธ
หาก-รูปผุดพร่างอยู่ไม่รู้หนี-
ราวยั่วล้อปรารถนา .. เฝ้าราวี-
จนสุดลี้เลือนหอม .. ที่ล้อมไว้ !
O นิ้วองค์พระเรียวงอน .. ดูอ่อนช้อย
เมื่อรูปเรียวอ่อนน้อย .. ค่อยค่อยไหว
แทรกรูปขึ้นยอช่วง .. พาห้วงใจ-
จมอาลัย .. หวามอยู่ .. ไม่รู้วัน !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=06-2015&date=01&group=11&gblog=623

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : masapaer, สุวรรณ, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
เมื่อวานนี้
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 115



« ตอบ #2 เมื่อ: เมื่อวานนี้ »
ชุมชนชุมชน



O เลื่อมลายรุ้ง...O





O แล้วเลื่อมลายสีรุ้ง..บนคุ้งฟ้า-
ก็ทอดฝ่าเรื้องละออง..แต้มฟองฝน
เผยราศีล้ำล่วงให้สรวงบน-
รู้..อำพนพร่างพรายที่ปลายวัน
O แรงโอภาสงามลออทอดทอสู่
ให้โลกรู้บรรเจิด..ความเฉิดฉัน
สัตตรงค์เรื้องรอง, รูปผ่องพรรณ-
ก็ล้อมขวัญโดยรูป..โลมลูบใจ
O จึงเลื่อมลายสีรุ้ง..บนคุ้งฟ้า-
ก็คลุมครอบลงมา..เกินฝ่าไหว
กุสุมาหวานหอมแวดล้อมใบ-
ค่อยแกว่งไกวรสประทิ่น..ร่ำรินพร้อม
O ฝนทิ้งช่วง, ดวงวัน-ถวัลย์รูป
ลมผ่านลูบโลมถิ่นด้วยกลิ่นหอม
โดยรูปคราญ..จึงถวิลแต่ยินยอม-
การหว่านล้อมหวานรสเข้าบดเบียน
O สรวงเบื้องบนชลอลงก็คงใช่
เมื่อหัวใจต้องหวาน..จนผ่านเปลี่ยน
หลังรูปองค์..พักตร์ละม่อม..คอยล้อมเวียน
ตา..เนื้อเนียน..ปรารมภ์..อย่างสมยอม
O แต่สบรูปงามลออ..ก็รออยู่-
ว่านัยชู้รสละลานด้วยหวานหอม-
จะแผ่รอยรสล้ำให้ด่ำดอม
จนหลั่งหลอมแรงชู้..ซ่านสู่ใจ
O ปุยเมฆขาว, ฟ้าคราม..แห่งยามนี้
สายลมวีวาดพรรณ, ที่สั่นไหว-
คืออาวรณ์แหนหวงพร้อมห่วงใย-
พลุ่งเปลวขึ้นโลมไล้หัวใจคน
O จะรู้ฤๅ..ว่าอกสะทกสะท้อน-
จากอาวรณ์สุมสั่งกี่ครั้งหน ?
จะรู้ฤๅ..ว่าวิตกอันวกวน-
ด้วยอับจนถ้อยคำ..ร้อยรำพัน !
O ต้องเยี่ยงไรเล่าหนอ..จะพอเทียบ-
ความ, คำ เปรียบปรุงนัย..ดั่งใฝ่ฝัน
ทั้งอาวรณ์อาลัย..ยามไกลกัน-
อย่างลึกซึ้งผูกพัน..นะขวัญน้อย ?
O กี่ครั้งและกี่คราแววตานั้น-
คอยไหวสั่นวาบแล้ว..จากแผ่วค่อย-
จนวับวามแววผกาย..ดูคล้ายคอย-
เหลือบชม้อยชม้ายความ..ออกตามใจ
O ไม่มีความหม่นมัวแห่งตัวตน-
จักบันดลกำลังขึ้นตั้งได้
หรือส่วนเสี้ยวโศกสร้อย..สักรอยใด-
จะอาจไล้โลมอกให้ฟกช้ำ
O เพียง..บางการแทรกแฝงของแรงหวง-
อาจโชนช่วงโลมอก..พาวกต่ำ
เพียง..บางความโดดเดี่ยวคอยเคี่ยวกรำ-
ให้จิตคร่ำครวญหา..ด้วยอาวรณ์
O จึงบ่อยครั้ง..เฝ้าคอยรูปรอยชู้-
ราวผึ้งภู่ห้อมเห่รสเกสร
มีหวานหอมอาลัยดุจไฟฟอน-
คุ..โชนร้อนเร้ารุมคอยสุมทรวง
O จะ..หม่นเมฆทึมทาฟากฟ้าบน
หรืออำพนแจ่มแจ้ง..ทั้งแหล่งสรวง
ก็จะเพียงรูปพิไล..ที่ในดวง-
ตาคู่หวงแหนงามสุดห้ามใจ
O จึงว่ารุ้งรองเรืองที่เบื้องหน้า-
ทาบโค้งฟ้าเบิกบทความสดใส
ก็เช่นเมื่อรูปเงาแห่งเยาว์วัย
กั้นขวางให้รูปจริต..คอยติดตา
O สายหยุด..เจ้าหยุดกลิ่นแต่สิ้นสาย
เมื่อแดดฉาย..ลมเห่..ห้วงเวหา
ฝากรำพัน..ลมเอย-รำเพยพา-
ปรารถนาอาลัย..พร้อมใจนี้-
O –อยู่รายล้อมกล่อมเกล้าลบเปล่าเปลี่ยว
ทุกเหลือบเหลียวคอยเคียงแต่เพียงพี่
กระซิบฝากปรารถนาผ่านวาที-
ให้ลมวีวาดสายรำบายความ
O อ้อมกอดแห่งราตรีเมื่อคลี่คลุม-
จงโอบอุ้มนวลพรรณ..ให้-หวั่น..หวาม
แสงดาวจงกระพริบรับอยู่วับวาม
ให้อาวรณ์ลุกลามในท่ามกลาง-
O –ความอบอุ่นละมุนละไมห้วงใจนั้น
ที่จะสั่นระทึกอยู่..จนตรู่สาง
เฝ้ารอคอยแขนหนุน..อกอุ่น-วาง-
นิ่มนวลปรางแนบซบ..ผ่านพลบนั้น
O เอ็นดู..ความรุมเร้าแห่งเยาว์วัย
ดูเถิด..อกทรวงใครหนอ..ไหวสั่น ?
เสียงออดอ้อนแว่วอยู่..ฤๅ-รู้กัน-
การแทรกขวัญฝากรูป..ให้จูบประคอง !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=10-2010&date=11&group=11&gblog=283

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s