O รูปนามเอย .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
23 มีนาคม 2019, 01:16:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O รูปนามเอย .. O  (อ่าน 173 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
06 กุมภาพันธ์ 2019, 06:28:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 98



« เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2019, 06:28:PM »
ชุมชนชุมชน







O ลมยามเย็นโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อความร้อนเพียบพูนค่อยสูญสลาย
ความมืดมัวหม่นดำเริ่มกล้ำกราย
เมื่อแสงปลายช่วงวัน .. ดับ-อันตรธาน
O แว่วสรรพเสียงนกค่ำ .. เริ่มร่ำร้อง
เมื่อคีตพร้องพร่ำศัพท์ขึ้นขับขาน
ลมอุสุมโลมลูบต้องรูปคราญ
เมื่อแก้วผ่านกรุ่นหอมมาล้อมรอ
O เหมือนหรีดหริ่งเรไร .. นั้น-ให้เสียง-
แทนสำเนียงพร่ำพร้องในห้องหอ
พร้อมภาพกาลโน้มแนบ .. ร่าง-แอบออ
เผยภาพขึ้นยั่วล้อ .. ให้ทรมาน
O จาก .. ไปวัดทำบุญเพื่อหนุนชาติ-
หวังป่นปราศ-โศกเศร้าคอยเผาผลาญ
ถึง .. คำข้าวคำบวง .. เมื่อช่วงวาน-
สุข-เอ่อซ่านอารมณ์ .. เกินข่มลง
O จน .. คำพระกล่อมเกล้า .. เมื่อเข้าสาย
ผ่านความหมายต่อเติมเข้าเสริมส่ง-
เรียงร้อยบทพุทธธรรมให้ธำรง-
อย่างมั่นคงแนบชิด .. กลางจิตใจ
O ตราบ .. คู้ค้อมศีรษะกราบพระเจ้า
หอมกลับเร้ารุม .. รม เกินข่มไหว
แว่วศัพท์เสียง, ความ, คำ .. พร้อมกำไล-
กรรทบให้ .. เงียบงัน .. สิ้น-อันตรธาน !
O รูปองค์พระสีทองงามผ่องใส
เมื่อหัวใจรายล้อมด้วยหอมหวาน
ธูป, เทียน, ช่อเสาวคนธ์ที่บนพาน
ก็เผยผ่านครบครัน .. ในสัญญา
O งดงามแห่งรูปเยาว์ในเช้าวัน-
เหมือนรอโอบอุ้มขวัญกลางพรรษา
แต่งรื่นรมย์โสมนัส .. ล่มศรัทธา-
ด้วยแววตาปลาบปลั่ง .. ทอ-สั่งการ
O หลัง..คำสอนความพระ .. เสียงจะแจ้ว
คือเสียงรับคำแผ่ว .. ดังแว่วหวาน
คล้าย-สะไบงามอะเคื้อ .. ห่มเนื้อคราญ-
เผยภาพผ่านทับซ้อน .. แต่ตอนนั้น
O สองมือเรียวกอบประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมรูปหน้า .. แววตาหวั่น-
จากอุทธัจขัดเขิน .. มอง .. เมิน .. กัน
จนอกใจระทึกสั่นแต่วันเพรง
O ภาพเยื้องย่างก้าวคอย .. ชม้อยตา-
พร้อมวงหน้างามพิสุทธิ์ - ค่อยรุดเร่ง-
ขึ้นวอให้ทาสหญิง .. น้อม-กริ่งเกรง
คอนขึ้นไหล่คร่ำเคร่ง .. รุดเร่งเดิน-
O -นั้น-ยังคงติดตามจนยามนี้
ท่วงท่าที-มองสบ .. แล้วหลบ .. เขิน-
หลัง .. แววตาโหมระลอก .. เฝ้าหยอกเอิน
แรงสะเทิ้นในทรวงก็ช่วงแวว
O มาบัดนี้ .. รูปองค์ที่ตรงหน้า,
คำพูดจาอ่อนหวานที่ผ่านแว่ว-
ราวเผยรูปงามพิสุทธิ์ .. ยื้อยุดแวว-
ตา .. สบความผ่องแผ้ว .. ทุกแววตา
O ยังคงเป็นโบสถ์พระ .. วาระนั้น
จากแรกวันชาติภพ .. พานพบหน้า
ยังคงเป็นท่วงที .. เคยมีมา
งาม .. แจ่มจ้าในอกเกินยกพ้น
O ตาสบรูป .. มือเรียว-ราวเหนี่ยวหน่วง-
เอาความเงียบเหงาปวง .. พาร่วงป่น
ตาสบตา .. ในอกก็วก .. วน-
สั่นไหวอลเวงอยู่ .. ไม่รู้แล้ว
O แล้วงามก็ลุกลามขึ้นท่ามกลาง-
ความเวิ้งว้างล้อมห่มด้วยลมแผ่ว
ความหวานซึ้งอบอุ่น .. ก็หมุนแวว-
ตาผ่องแผ้วสบรู้ .. แรงชู้ชาย
.
.
O ราว .. หัตถ์ทิพจับวางลงขวางหน้า
ยั่วแววตาอ่อนโยนให้โชนฉาย-
ความอาลัยอาวรณ์เกินผ่อนคลาย
เผยรำบายสำหรับให้รับรู้
O เมื่อเผยรูปคอยล้อมไม่ยอมหลบ
ทุกตาสบตากัน .. ฤๅ-กั้นอยู่-
กับอ่อนหวานเพียบเพ็ญ .. ด้วยเอ็นดู
เฝ้าเวียนเผยความสู่ .. ถึงผู้เดียว
O เมื่อเผยรูปลักษณ์ล้ำ .. มาค้ำอก
ความหยิบยกย่อมต้อง .. ขอ-ข้องเกี่ยว
หวัง .. ถึงเนื้อเนียนผิวของนิ้วเรียว-
เอื้อมมาเหนี่ยวเด็ดใจ .. เอาไปครอง
O ด้วย-งามรูปรอยจริต .. ให้พิศเพ่ง,
แววตาเปล่งปลาบพรับให้จับจ้อง,
โลกก็เหมือนเลื่อนรับการจับจอง
หลังแววผ่องแผ้วหวาน .. วาบผ่านตา
O จีวรพระเหลืองลออ .. ปลิวล้อลม
เมื่อแววความรื่นรมย์ .. บัง .. บ่มหน้า
ทับซ้อนภาพ .. รูปคราญ .. ครั้งนานมา
ผู้คอยหาละห้อยเห็นไม่เว้นยาม
O สายลมยังโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อดวงตาเหลือบค้อน .. ราว-อ้อนถาม-
ว่า .. เวียนสบตาอยู่ .. ฤๅรู้ความ-
ว่า .. ตาวามวับอยู่ – คือ .. รู้แล้ว ?
O เมื่ออาวรณ์ในทรวง .. เริ่มช่วงฉาย
ก็เมื่อสายลมเร้า..อย่าง-เบาแผ่ว
ความอ่อนหวานในอก .. จึงยกแนว-
เผยผ่านแววตาสะทกสะเทิ้นนั้น-
O –ให้รับรองหวานหอมที่ล้อมอยู่
ทั้งรับรู้ .. ว่าใจที่ไหวสั่น-
จากคำบวงสืบสร้างแต่ปางบรรพ์
ครั้งร่วมขันคำข้าว .. ร่วมกล่าวคำ
O รอคอยเถิด .. อกใจผู้ใฝ่หา
พากย์พรรณนามอบสู่ .. ให้รู้สัม-
ผัส .. อารมณ์หมายปองเพื่อจองจำ-
เจ้า .. ให้คร่ำครวญหาด้วยอาลัย
O สุดหัวใจ .. ถ้อยคำตอกย้ำอยู่
เพื่อแรงชู้รัดพันโอบขวัญให้-
รับรองการฝ่างามเอาตามใจ
ด้วยอาลัยอุ่นร้อน .. ที่ย้อนรอย
O เมื่อหัวใจใฝ่หา .. รูปราศี
เส้นทางที่ดุ่มเดินก็เกินถอย
รูปแพงเอย .. ความพิไลที่ใฝ่คอย-
คือแสงพร้อยแห่งเพชรเพียงเม็ดเดียว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=09-2015&date=04&group=11&gblog=638&fbclid=IwAR0FujEGihy4CxJ9CRlk5gGVkvNWgLWKqKVa426uJ6617_b_T7ZeZCR4qVM

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 กุมภาพันธ์ 2019, 06:47:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 12
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 98



« ตอบ #1 เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2019, 06:47:PM »
ชุมชนชุมชน



O เพียงเจ้า .. O





O เห็นไหมแสงอ่อนโยนแต่โพ้นภพ
ล้อมตระหลบโลมขวัญ .. ทำสั่นไหว
เผยผ่านรูป .. ความ, คำ .. เฝ้าร่ำไร
ยั่วเย้าให้ใจหนึ่ง .. คำนึง-คอย
O มองเห็นไหม .. ใครกัน .. ในฝันเจ้า
ช่วยทอนเปล่าเปลี่ยวบท .. จนลดถอย
แต้มแววตาผุดผ่อง .. ให้ล่องลอย-
ไปกับถ้อยความคำ .. แห่งน้ำใจ
O เห็นไหม .. เดือน - พร่างอยู่กลางหมู่ดาว
เปิดห้วงหาวน้อมรับ การขับไข
เช่นเดียวกับ .. ปรารถนาแห่งอาลัย
แนบสุมใส่ .. สำหรับ .. การจับจอง
O จึงแม้นอนหลับฝัน .. เถิด-ขวัญเจ้า
ถ้อย-รุมเร้าจักโหม .. เข้าโลม-ต้อง
ล้อมรัดใจอ่อนเจ้า .. เพื่อเข้าครอง-
การพร่ำพร้องละห้อยหา .. ทั้งราตรี
O ภาพ-ข่มยิ้มขัดเขิน .. ทำเมินหน้า
ก็-แทรกฝ่าแก้มเนื้อ .. เนียน .. เรื่อสี
จักเผลอเผยเลศชู้ .. ให้รู้ที-
รู้ท่า-ความใยดี .. ผู้มีใจ
O จากนั้น .. ลมแห่งโลกจะโบกบ่าย
โรยร่ำสายล้อมรับ .. การหลับใหล
จังหวะเต้นทุกช่วง จากทรวงใคร-
ย่อมสั่นไหวรอถนอม .. อย่างยอมตน
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
แสนอ่อนโยนสุมสั่ง .. เพื่อหวังผล-
ให้อาวรณ์อาลัย .. คอยไหววน-
พาใจนั้นลิ่วหล่น .. อยู่อลเวง !
O รู้ใช่ไหม .. ตากระพริบอยู่ปริบปรอย-
นั้น-จากถ้อยเร้ารุม .. เข้ากุมเหง
หวานหอมพร้อมมธุรส .. เยี่ยง-บทเพลง-
โหมบรรเลงปฏิพัทธ .. ลงรัดรึง !
O แต่เพียงเจ้าเท่านั้น .. เจ้าขวัญน้อย
หวังเคลิ้มคล้อยถ้อยความ .. จนลามถึง-
ใจ .. ต้องหวานดาลฤทธิ์ .. จนติดตรึง-
รสหวานซึ้งแห่งชู้ .. อย่ารู้คลาย
O หวังสื่อถึงใจเจ้า .. รูปเยาว์เอ๋ย
ผ่านรำเพยลมร่ำ .. พรมพร่ำ .. สาย
ว่า-ค่ำดึกคืนเปลี่ยว .. ผู้เดียวดาย-
ควร-แต่หนุนอุ่นอายไว้แอบอิง !
O กระซิบความสู่ขวัญ .. เช้ายันค่ำ
ว่า-ความ .. คำ จากใจ .. นี้-ใหญ่ยิ่ง
อ้อมอกเยี่ยงเสาหลัก .. รอพักพิง-
ให้แก้มเนียนเกลือกกลิ้ง .. รอยิ่งแล้ว !
O หวัง-อาวรณ์ย้อนย้ำ, ความคร่ำครวญ-
จักอบอวลสร้อยเสียงแต่เพียง .. แผ่ว
จันทร์ดาวทอแสงระยับ, ความวับแวว-
จากดวงตาผ่องแผ้ว .. อาจแล้วฤๅ ?
O งาม .. ยิ่งแสงบนสรวงทุกช่วงชั้น
แฝง-รูปฉันทาทิพย์ .. กระพริบ-สื่อ
แทรกอารมณ์กอดเกี่ยว .. ให้เรียวมือ-
ร่วม .. ยุดยื้อ .. โอบไว้กล่อมให้นอน
O งาม .. จะยิ่งวับวาวกว่าดาวดื่น
กับเสียงความโอดอื้น .. เกินฝืน-ซ่อน
งาม .. จะยิ่งลามล่วงทุกช่วงตอน-
ที่ที่ความออดอ้อน .. ยากผ่อนรอ
O สิ้นแล้ว .. แสงดาวจันทร์บนชั้นฟ้า
หลัง-แววตาปรอยปริบ .. กระพริบ .. ส่อ
จน-อบอุ่นเลี้ยวลอด .. ลงทอดทอ
การยั่วล้อทรมาน .. ย่อม-ผ่านใจ
O เพื่อว่าแสงอ่อนโยนแต่โพ้นภพ
จักฝ่าพลบฝ่าฝันถึงกันได้
เชื่อมรูปนามอ่อนละมุน .. แนบอุ่นไอ
รู้-อ่อนไหว .. อ่อนหวาน ทุกด้าน - พร้อม !
O สิ้นแล้วปวง - สังคีตประณีตศัพท์-
ที่เคยแว่วให้สดับเสียงขับกล่อม
เมื่อสร้อยเสียงกระซิบสู่ .. เกินรู้ออม-
ค่อย-รายล้อม .. สร้อยศัพท์ให้รับรู้
O ใช่ไหมว่า .. ตากระพริบอยู่ปริบปรอย
เหมือน-เฝ้าคอยอาวรณ์ให้ย้อนสู่
และเหมือนว่า .. รูปธรรม, ความดำรู-
เผยรูปอยู่สำทับ .. ให้รับรอง
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
อย่างอ่อนโยนพาใจ .. เจ้าไหลล่อง-
ฝ่าดาษดาวแสงระยับ .. หวัง-จับจอง-
ความผุดผ่องพร่างแพร้ว .. ทุกแววตา !
O รู้ใช่ไหม .. ความคำที่พร่ำสู่-
เพื่อ-รับรู้ .. เฝ้าคอยละห้อยหา
เพื่อ-อ่อนไหว .. ทรมานด้วยมารยา
และเพื่อว่า .. ถวิลอยู่ ไม่รู้วัน !
O รู้ใช่ไหม .. กระซิบคำในค่ำดึก
เพื่อ-ส่วนลึกห้วงใจ .. เมื่อ-ไหวสั่น
จักทอดวางรูปเงา .. เยี่ยงเถาวัลย์-
กอดกระหวัดรัดมั่น .. จวบวันตาย !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=08-2014&date=13&group=11&gblog=570

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s