O แรกอรุโณทัย .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
21 ตุลาคม 2018, 02:29:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O แรกอรุโณทัย .. O  (อ่าน 194 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
30 สิงหาคม 2018, 06:38:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 62



« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2018, 06:38:PM »
ชุมชนชุมชน






O เมื่อแสงเรื่อรองงามแห่งยามรุ่ง
ค่อยค่อยฟุ้งฟายอณูเพรียกตรู่สาง
คลี่ปลายปีกปักษินล้อมถิ่นทาง
โลกเบื้องล่างก็ค่อยฟื้นขึ้นตื่นตัว
O ดอกดวงมวลน้ำค้าง .. หยาดวางเม็ด
ดั่งพลอยเพชร-พรึบบน .. ความหม่นหลัว
ลมโรยริ้วเรียวใบ, ดอก-ไหวรัว
รับรื่นเย็นเกลือกกลั้วอยู่ทั่วใบ
O มัวหมอกค่อยค่อยจางลงกลางแดด
ร่ำรอแวดล้อมรับ .. การขับไข-
ของอำนาจพราวพริบจากลิบไกล
แห่งยามอรุโณทัยสมัยนั้น
O จึงเห็นปีกผีเสื้อบินเหนือพื้น
คลี่ปีกขืนลมร่ำ .. เมื่อน้ำกลั่น-
ค่อยหยาดรูปหล่นร่วง .. เมื่อดวงวัน-
ลอยดวงขึ้นบังจันทร์ในชั้นฟ้า
O พร้อมเหน็บหนาวอวลอณูล้อมตรู่สาง
คือหมอกพรางแทรกตัวอยู่ทั่วป่า
จนแสงแรกเบิกคาบลงทาบทา
ก็รู้ว่า .. วันเคลื่อนสู่เดือนปี
O หอมเมื่อดวงดอกไม้ .. แกว่งไกวช่อ-
หวานย่อมรอจบจีบแทรกกลีบสี
ปีก-ลายต้องลมโกรก .. ก็โบก .. วี
กลางหอมที่ .. รายล้อมให้ยอมตัว
O ตื่นหอม .. เข้าตฤปหวาน .. จนหวานหยด-
กลั่นรูปอวลกลิ่นรสคอยหยดยั่ว
โลกยามแรกเมื่อนั้นค่อยสั่นรัว-
ไปกับการเกลือกกลั้วของตัวตน
O ลมเหนื่อยอ่อนโรยตัวอยู่ทั่วแหล่ง
พารื่นล้ำแทรกแฝงทุกแห่งหน
พื้นหญ้าไหวเรียวลู่ .. ก็ลู่จน-
น้ำค้างหล่นร่วงดินจนสิ้นรอย
O ระบัดเรียวเขียวรอ .. แดดทอทาบ
ลงลบภาพเย็นเยียบแสนเงียบหงอย
เพื่อปลุกโลกให้ตื่นขึ้นยืนคอย-
การปลดปล่อยรังสี .. ให้ปรีดา
O แตะตื่นพื้นโลกเคยโชกชุ่ม
ด้วยแดดรุมรอบล้อมอยู่พร้อมท่า
จนสรรพเสียงรอบด้านแว่วผ่านมา
ปรารถนาทั้งปวงก็ช่วงแรง

O หมุนโลก - พลิกบท .. พางดงาม-
ล้อม, คุกคามไม่เว้น .. ก่อนเร้นแฝง-
เป็นรูปพักตร์งามล้ำคอยสำแดง-
ล่มเงียบเหงาปรับแปลงให้แฝงรอย !
O จนเรียวหญ้าระบัดใบขึ้นไหวรับ-
แสงระยับผ่องแผ้วอย่างแผ่วค่อย
ปวงโลกอันแวดล้อม .. ก็พร้อมคอย-
รับรู้แรงห่วงละห้อยทุกรอยใจ
O ริ้วแห่งลมร่ำผ่านอยู่นานเนิ่น
ยั่วหยอกเอินอาวรณ์ผู้อ่อนไหว
ลมร่ำสายโอบเนื้อ .. สายเยื่อใย-
เหมือนคลี่ผูกพันไว้ .. ทั้งใจนี้ !
O เบื้องบน .. ปีกนกคลี่โบกบิน
เมื่อถวิลในคนเริ่มล้นปรี่
ผ่านรูปรอย, อิริยา ผ่านท่าที-
เยี่ยงปีกนกเหยียดคลี่ .. วาดวีลม
O โผผกวกร่าง .. อยู่กลางหาว
ให้แดดวาววับพร้อม .. ลงล้อมห่ม
เยี่ยงรูปรอยปรารถนา .. ล้อมอารมณ์-
ค่อยค่อยถมลงทับ .. เกินยับยั้ง !
O ปีกผีเสื้อลวดลายยังบ่ายบิน-
สืบเสาะกลิ่นมธุรสให้รด .. หลั่ง-
หอมหวานอวลอบใต้ .. ร่มใบบัง-
เพื่อแทรกหวานลงฝัง .. ลงฝากรส
O หอมหวานอีกผู้ที่จู่โจม-
ผ่านรูปโฉมเอี่ยมลออลงจ่อ .. จด
เห็นปีกบางเกาะเกี่ยวคลานเลี้ยวลด
เมื่องามชดช้อยร่างลงกลางคะนึง
O รูปรสจากไหนเล่าจะเข้าขวาง-
ปีกหรุบกลางเรณู ของภู่ผึ้ง
ลมโรยริ้ว, ปฏิพัทธก็รัดรึง-
รสหวานซึ้งลดาชาติ ฤๅอาจเทียม ?
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
สบตาวูบแววคล้ายจะอายเหนียม
อิริยารูปละม่อม .. ใช่-จ่อมเจียม
หากเต็มเปี่ยมจริตนวลให้ชวนชม
O จน-ท่ามกลางแสงช่วงแห่งดวงดาว
ริ้วลมหนาวเหน็บพร้อมก็ล้อมห่ม
ยิ้มรับท่าเอียงอาย, เมื่อสายลม-
ล้ออารมณ์ชายชาญ .. ว่าหวานนัก !
O ไม่มีปีกผึ้งภู่ .. เรณูหอม
เหลือเพียงรูปพักตร์ละม่อม .. เข้าล้อมกัก
อีกแววตาเหลือบอ้อน .. ไม่ผ่อนพัก
การณ์ก็ชักชวนงามเข้าล่ามตรึง
O เมื่อมีรูป .. เผยรอยให้คอยหา
ทั้งรูปหน้า, รูปจริต .. ให้คิดถึง
กลางสายลมโลมพัด .. ที่รัดรึง-
คือความซึ้งหวานซาบลงอาบทรวง !
O หมื่นแสนล้านดวงดาวย่อมพราวพร่าง
ส่องโลกต่ำเบื้องล่าง .. จากกลางสรวง
ที่เผยแววผุดผ่อง .. อีกสองดวง-
คล้ายโชนแววจนช่วง .. กว่า-ดวงดาว !

O หัวใจผู้ .. เฝ้าคอยละห้อยเห็น
จึงเหมือนเต้นแกว่งรับ .. เพื่อขับหนาว
ทั้งรออุ่นโอบคืนให้ยืนยาว
พร้อมรอก้าวย่างเดียว .. ก้อยเกี่ยว .. เดิน !


https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2012&date=28&group=11&gblog=401


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, รพีกาญจน์, ระนาดเอก, victoria's secret, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
10 ตุลาคม 2018, 07:19:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 62



« ตอบ #1 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2018, 07:19:PM »
ชุมชนชุมชน




O เพียงเจ้า .. O






O กลางสายลมโรยละลอก .. กลางหมอกเช้า
เยียบเย็น-เหงา .. โลกสรรพ, รูปอัปสร-
ค่อยเผยผ่านรุมเร้า .. คอยเว้าวอน
ให้คำนึงช่วงตอน .. เจ้าย้อนคำ
O พี่-เช่นยอดหญ้าพลิ้วกลางริ้วลม
ที่ความชื่นฉ่ำ-ฉม .. คอยบ่มร่ำ
มีความหมายสุมซ้อน .. ออดอ้อนนำ
ผ่านให้สัมผัสทั่วทั้งหัวใจ
O ลู่ระเนนเอนล้ม .. ล้อลมร่าย
เรียวใบปลิวปัดป่าย .. ต้นส่ายไหว
เช้าชื่นเมื่อพรมผ่านด้วยหวานใคร
แม้น-เยียบเย็นเพียงไหน .. ก็ไม่รู้
O ด้วยอบอุ่นอ่อนหวาน .. ได้ผ่านล้อม-
เพื่อใจน้อมนอบหวานใครผ่านสู่
น้ำใจเช่นสายน้ำ .. ถ้อยคำตรู-
ย่อมดำรูรอยร่าง .. แนบกลางทรวง
O คืนสายลมบ่มโบกจากโลกหนาว
ผ่านฟากฟ้าเดือนดาว .. ส่งหนาวล่วง-
สู่โลกร้อนหญ้าเขียว .. พลิ้วเรียวรวง-
รับรู้ช่วงเหน็บหนาวอีกคราวครั้ง
O เรียวยอดหญ้าอ่อนพลิ้วด้วยริ้วลม
รอรับชื่นฉ่ำฉม .. สายลมหลั่ง
พลิ้วยอดเอนไหวลู่ .. เหมือนรู้ฟัง-
ความอ่อนหวานกระซิบสั่ง .. อีกครั้งครา
O รับรู้ความรื่นรมย์แห่งลมร่ำ
อ่อนละมุนหนุนนำ .. ราวย้ำว่า-
รื่นที่หวนห้อมเห่ห้วงเวลา
จนเฝ้าคอยไขว่คว้า-จากฟ้าไกล
O ลมลูบเรียวซัดส่ายปัดป่ายยอด
นัยพร่ำพลอดสื่อหมาย .. ก็ส่ายไหว-
ย่อมด้วยโดยดุษฎี .. ก็ที่ใจ-
จะล่องไหลระลอกหวังอีกครั้งคราว
O ระยิบเอยเนตรคมกลางลมร่ำ
ผ่องผกายร่ายรำในค่ำหนาว
ดูเถิด .. แววปลดเปลื้องแฝงเรื่องราว-
แทนคำกล่าวสั่นรัว .. จากหัวใจ
O งามเอยแววเนตรวับให้นับเนื่อง
รอปลงเปลื้องหวานซึ้งติดตรึงให้-
รุมเร้าด้วยเสน่หาแรงอาลัย-
เพรียกอ่อนไหวเหนี่ยวหน่วงเข้าพ่วงพัน
O บ่ายโบกผ่านลมร่ำแห่งค่ำหนาว
ฝ่าเดือนดาวโอบล้อมเข้ากล่อมขวัญ
เพื่อโอนอุ่นแอบแฝงเข้าแบ่งปัน
ให้เหน็บหนาวทั้งนั้น .. ต้องบั่นทอน
O ผ่านมาเถิด .. เกรียวกรู .. ฤดูลม
อุ่นจะห่มหนาวร้ายให้ถ่ายถอน
ยอดหญ้าเรียว .. ลมร่ำ .. ถ้อยคำวอน-
จะร่วมฟ้อนฝากช่วง .. บำบวงฟ้า !
O เพื่อหอมหวานต่างตอนจักย้อนสู่-
ร่วมรับรู้ใฝ่ฝันร่วมฟันฝ่า-
ฝาก-อบอุ่นอ่อนหวานพลิ้วผ่านมา
แทนอ้อมแขนปรารถนา .. ผู้อาลัย
O ชื่น .. สายลมบ่ายโบกจากโลกหนาว
เมื่อสองดาวดวงนั้น .. คล้ายสั่นไหว-
ตอบรับความหอมกรุ่น .. แห่งอุ่นไอ-
ที่หลั่งไหลซ่านซึ้งเข้าตรึงตน
O คล้าย-ความคิดถึงกันในวันนี้
นับครั้งที่ .. มีนั้น .. นับพันหน
คล้าย-ความนัยอกชาย .. ที่ว่าย-วน
ทุกครั้งวนถวิลอยู่ .. แต่ผู้เดียว
O เมื่อ .. บทเพลงปฏิพัทธ์ระบัดบ่ม
ย่อมปรารมภ์ .. เฝ้าแต่ชะแง้เหลียว
เมื่อ .. อ่อนหวานรำร่าย-ที่คลายเกลียว-
พันโน้มเหนี่ยวร่วมหมาย .. ย่อม-สายใย
O เมื่อสายลมบ่ายโบกผ่านโลกหนาว
คืนเรื่องราวตอกย้ำ .. ถ้อยคำไข
ก็ด้วยความซาบซึ้งของหนึ่งใจ
ที่อ่อนไหวรับรู้ .. ฤดูลม
O เกสรมาลย์, ลมเรื่อยพัดเฉื่อยโชย
หอมย่อมโปรยปรายสู่ให้รู้ฉม
ต่างฤๅหอมเสน่หา .. ห้วงอารมณ์-
ที่จ่อมจมหอมอยู่ .. ฤๅรู้พอ ?

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2016&date=27&group=11&gblog=669


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
6 ชั่วโมงที่แล้ว
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 62



« ตอบ #2 เมื่อ: 6 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน



O กลางฝุ่นฝน .. O






-1-
O คือ-ภาพความใฝ่ฝัน .. ของวันผ่าน
ยังคงกล่อมวิญญาณให้หวานหอม
คืออ่อนโยนล้อถวิลจนยินยอม-
ร่วมหล่อหลอมคำนึง .. ติดตรึงใจ
O คือ-ภาพแสนงดงามในความคิด
เมื่อใกล้ชิดเมื่อนั้น-ความสั่นไหว-
แห่งตัวตนอัตตาต้องลาไกล
เหนี่ยวอาลัยเผยตอน .. กลับย้อนคืน
O แต่ละครั้งแต่ละคราวยามหนาวสั่น
ห้อมห่มขวัญดวงสุดาเข้าฝ่าฝืน
อบอุ่นรอยสัมพันธ์ผ่านวันคืน
เอาเข้าขืนขัดหนาวให้ร้าวรอน
O นึก-ตักนิ่มเนื้ออุ่นให้หนุนอิง
พาดตัวกลิ้งเกลือกแม้นว่า .. แทนหมอน
แล้วสดับความกล่าวแผ่วเว้าวอน
เพื่อ-สุมซ้อนเสน่หาสู่อารมณ์
O ว่า-ครั้งหนึ่งครั้งนั้นเมื่อขวัญเจ้า-
เผยรูปเงาผ่านสู่ .. ให้รู้สม
ครั้งแล้วและครั้งเล่ารอเฝ้าชม
ย่อมปรารมภ์นัยถ้อยที่คอยรอ
O วันแล้วและวันเล่าใฝ่เฝ้าอยู่
หวังนัยชู้แทรกทรวง .. เฝ้าบวงขอ
เพื่อแววตายามชม้าย .. จักฉายทอ-
เลศนัยล้อแรงถวิลให้ดิ้นรน
O อาลัยด้วยรูปนาม .. แม้น-ยามหนึ่ง-
คิดหน่วงรอบหวานซึ้งสักครึ่งหน
ยังดูคล้ายยุ่งยากลำบากจน-
ผ่านหลุดพ้นจำพราก .. แสนยากเย็น
O ทุกช่วงสบแววตา, ที่บ่าเชี่ยว-
คือ-อาวรณ์กราดเกรี้ยว .. โหมเคี่ยวเข็ญ
ละห้อยหาถวิลชู้ .. ราวอยู่เป็น-
ทัณฑ์บีบเค้นแฝงอยู่ให้รู้รส
O รอเถิด .. รูปพิไล-รอไขว่คว้า
เมื่อกุมกอปรคุณค่า .. เผย-ปรากฎ
ยกความหวานหอมล้ำ .. เทียบคำพจน์
รอ จ-รด .. รูป, จริต-ให้ติดคา
O รูปนามเอย .. อ่อนโยนเมื่อโผนผก
วงแขน, อกอุ่นพร้อมจักน้อมหา
เมื่อสนิทในฝันนะขวัญตา
แรงฉันทาจักล้อมเข้ากล่อมใจ
O รูปเอย .. รูปแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดช่วยมารายล้อม .. เห่กล่อมให้-
ผู้รื่นในนิทรา .. รับอาลัย-
ตรึงฝันใฝ่แทรกทั่วทั้งตัวตน
O คือภาพความใฝ่ฝัน .. ตราบวันนี้
แต่ละครั้งแต่ละที .. หรือกี่หน-
จักยังเพรียกแรงถวิลให้ดิ้นรน
พาใจคนละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวาง !

-2-
O เยี่ยงดาว .. แสงกระพริบอยู่ลิบพู้น
เรื้องจำรูญรุมเร้าจนเข้าสาง
เผยช่วงแสนงดงามในท่ามกลาง-
เวิ้งฟ้ากว้างรองรับ .. ความวับวาว
O รุ่งเรื้องเริงผกาย .. รำบายสู่
ให้โลกรู้รอบพิมลกลางหนหาว
เช่นน้ำใจหนุนเนื่องต่อเรื่องราว
ย่อมคู่ควรคำกล่าวทุกคราวไป
O งามผกายดาวเรื่อ .. อยู่เหนือฟ้า
ฤๅเท่างามเบื้องหน้า .. เมื่อปราศัย
เพียงจะหลอมโลกต่ำด้วยน้ำใจ
หนุนส่งให้คุณค่า .. แนบปรารมภ์
O ระยิบเอย .. แววตาใต้ฟ้าต่ำ
คอยแต่น้ำใจหลั่ง .. เข้าสั่งสม
เพื่อเสพแสงเรื้องสล้างที่พร่างพรม-
ลงห้อมห่มจิตไว้ .. ด้วยไมตรี
O ค่ำคืนฝันยาวนาน .. แห่งกาลก่อน
เหมือนกลับย้อนแจ่มจ้า .. ด้วยราศี-
รูปนามผู้-เร้าถวิลให้ยินดี-
ต่อความ .. มี .. เป็น .. อยู่ .. อันคู่ควร
O เปล่งผกาย .. สำหรับให้นับเนื่อง
ก่อนรุ่งเรื้องดวงตะวันจะทันหวน
แว่วคล้ายเสียงนกค่ำ .. นั้นคร่ำครวญ
เมื่อคล้ายส่วนเสี้ยวใจ .. เริ่มไหวตัว
O ในคาบยามรัตติภพ .. พระลบล้อม
คล้ายเพียบพร้อมแสงระยับ .. พริ้มพรับ-ยั่ว
เมื่องดงามปลาบปน .. ด้วยหม่นมัว
งามถ้วนทั่ว .. ก็ผุดเผยให้เงยมอง
O สู่คาบยามรัตติภพ .. คำรบนี้
เช่นลมวีวาดโบก .. โลมโลกผอง
อำรุงรื่นรมย์สรรพ .. ให้จับจอง-
ความผุดผ่องเบื้องหน้า .. ต่อตาชาย
O จนดาว .. ลอยดวงในทรวงหนึ่ง
เนตรหวานซึ้งวับวามด้วยความหมาย
แผ่วผ่านด้วยศัพท์เสียงความเอียงอาย-
ค่อย-รำบายให้สดับ .. รู้-รับรอง
O ดูเถิด .. ดาวโรจน์เรื้อง ที่เบื้องหน้า-
งาม, แจ่มจ้า .. สำทับให้จับจ้อง
ชั่วพริ้มพรับรับตอบ .. ก็ครอบครอง-
ใจทุกห้องให้สุดสิ้นการดิ้นรน !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2013&date=29&group=11&gblog=462

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s