มหาภรตะนิทาน เรื่องพระนลคำกลอน
ชุมชน บ้านกลอนไทย
13 ธันวาคม 2018, 02:33:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 [8] 9 10
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหาภรตะนิทาน เรื่องพระนลคำกลอน  (อ่าน 6031 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
02 พฤศจิกายน 2018, 01:02:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #140 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2018, 01:02:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                             หน้า  ๑๓๗
                                                               
     ๏ รู้ข่าวดีที่เวลากะทันหัน
มาเร็วพลันมิแวะวนแห่งหนไหน
วันเดียวบึ่งถึงวิทรรภ์พร้อมท้าวไท
ความเป็นไปทุกส่วนล้วนสัจจริง”
     ๏ ครานั้นนางเกศินีฟังที่เล่า
เริ่มซักเค้าความทั้งหลายไปทุกสิ่ง
“สารถีที่ตามมาน่าติติง
เขาเคยทิ้งพระนลหนีพ้นไกล”
     ๏ “พระนลผิดติดสกาเป็นบ้าคลั่ง
จะอินังการอาชาก็หาไม่
เขามีนามว่านายวาร์ษไณย
เคยรับใช้การอัศวพระนล”
     ๏ “เขารู้แหล่งแห่งหนพระนลหาย
หลีกเร้นกายจากไปกลางไพรสณฑ์
หรือรู้ที่แอบแฝงแหล่งตำบล
พระทรงพลซ่อนกายได้เนานาน”
     ๏ “เขามิรู้ความใดในสิ่งนี้
เมื่อพระนลมิมีการประสาน
คงอัดอั้นตันใจในการงาน
ฉะนั้นถึงไปพึ่งท่านฤตุบรรณ”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
02 พฤศจิกายน 2018, 01:03:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #141 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2018, 01:03:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                     หน้า  ๑๓๘

 
     ๏ “อยากจะถามความท่านถึงกาลย้อน
เคยพบพราหมณ์ร้องกลอนก่อนไหมนั่น
เนื้อเพลงกลอนซ่อนนัยไว้สำคัญ
เคยยินคำรำพันว่าฉันใด”
     ๏ ด้วยหม่นหมองวาหุกร้องกลอนขึ้นว่า
“พ่อยอดรักนักสกาข้าอยู่ไหน
แบ่งเอาผ้าคลุมกายแล้วหายไป
ช่างกระไรไม่หันมาเมตตากัน
      ๏ หรือหลงลืมสัญญาว่ารักแท้
มิเปลี่ยนแปรจนชีวาเราอาสัญ
โอ้หงส์เอ๋ยเคยพร่ำเทิดจำนรรจ์
คำที่บอกหลอกฉันหรือหงส์ทอง
     ๏ มาทิ้งเมียเสียได้กลางไพรสณฑ์
สุดจะทนหม่นไหม้ฤทัยหมอง
เหลือผ้าครึ่งผืนไว้ให้เมียครอง
เฝ้าร่ำร้องหาผัวทั่วอรัญ
      ๏ เมียดีต้องร่วมเรียงอยู่เคียงผัว
ใกล้ชิดตัวชิดใจไม่แปรผัน
ผัวดีรักเมียลูกผูกสัมพันธ์
ทั้งสองนั้นคือคู่ครองครรลองธรรม


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
03 พฤศจิกายน 2018, 12:06:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #142 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2018, 12:06:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๓๙
   
     ๏ ขอมีจิตคิดเมตตาถ้ายังรัก
เมียผู้ภักดิ์ไห้หวนคอยครวญคร่ำ
แม้กินข้าวลงคอได้ไม่เต็มคำ
ยามกินน้ำก็ยังแค้นแน่นในทรวง
     ๏ อันสมบัติพัสถานพิมานแก้ว
ล่มลงแล้วดวงจิตมิคิดหวง
สวามีที่บูชากว่าทั้งปวง
อย่าลาล่วงโปรดจงคืนให้ชื่นใจ”)
      ๏ ยามวาหุกร้องกลอนในตอนนั้น
อกตื้นตันอัสสุชลล้นรินไหล
จำสะอื้นฝืนว่าด้วยอาลัย
เกศินีเข้าใกล้จ้องไม่วาง
     ๏ เห็นโศกศัลย์นั้นยิ่งเหมือนจริงแท้
จากดวงแดมิแสร้งแกล้งหมองหมาง
จึงถามย้ำคำที่ว่าอย่าอำพราง
“อันความอย่างตอบพราหมณ์มาว่าฉันใด”
     ๏ (“ฉันเกลียดชังเจ้าผัวที่ชั่วช้า
ทิ้งภรรยาง่ายง่ายได้ไฉน
โอ้แม่นางช่างระกำช้ำฤทัย
แต่ทำไมมิโกรธผัวที่ชั่วนัก

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
03 พฤศจิกายน 2018, 12:13:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #143 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2018, 12:13:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๔๐

 
    ๏ ผ้าเพียงกึ่งซึ่งให้ไว้ต่างหน้า
ต้องเอกากลางไพรทุกข์ใจหนัก
เมื่อผัวบ้าสการ้ายเหมือนคลายรัก
ใจเมียจักมิเคืองจิตนิดฤๅนา
     ๏ ทั้งที่ตกระกำชอกช้ำยิ่ง
แม่ยอดหญิงมิมีจิตคิดถือสา
ใจแม่นั้นเยี่ยงเทวัญบนชั้นฟ้า
ความดีแท้แลมาเป็นเกราะทอง”)
     ๏ ย้อนคิดย้ำซ้ำกล่าวเล่าหลายหน
เหมือนเร้ารุกทุกข์ทนเพิ่มหม่นหมอง
ผินหน้าพ้นชลนัยน์หลั่งไหลนอง
การจับจ้องเกศินีมิละตา
     ๏ น่าสงสัยใช่สะท้อนเพียงกลอนนั้น
ความจาบัลย์จากกมลตนมากกว่า
เหมือนพระนลตัวตนแท้แค่วาจา
แต่กายาต่างกันจนเกินการ
     ๏ ก่อนกลับหลังสั่งความคำยั่วเย้า
“จะโศกเศร้าเกินไปแล้วไหมท่าน
ตัวพระนลยังทนได้หายไปนาน
มิสงสารทมยันตีนี่กระไร

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:03:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #144 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:03:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                       หน้า  ๑๔๑

     ๏ ท่านหยุดยั้งรอฟังข่าวคราวตรงนี้
ฉันจักทูลทมยันตีที่ถามไถ่
หากพระนางยังต้องการความอันใด
รบกวนท่านขานไขให้อีกครา”
     ๏ ก่อนจะลาครานั้นนางเกศินี
ดูถ้วนถี่ไปทั้งปวงทุกท่วงท่า
ครบถ้วนคำจำจดพจนา
ทุกลีลาอารมณ์ทั้งชมชัง
     ๏ เมื่อมาถึงจึงบังคมก้มเกศี
กราบทูลทมยันตีตามที่สั่ง
เป็นความจริงทุกสิ่งไปไม่ปิดบัง
จึงสมดังพระนางไว้วางใจ
     ๏ เล่าความนั้นอันวาหุกตอบทุกถ้อย
“ช่างเรียงร้อยมิสะดุดหยุดตรงไหน
เช่นราชาพระนลภูวไนย
หม่อมฉันเคลิบเคลิ้มไปใช่จริงจัง
     ๏ ครั้นตอบความตามที่ให้พราหมณ์ไว้นั้น
มิผิดผันไปจากจิตที่คิดหวัง
อักขระวลีมิมีพลั้ง
แม้กระทั่งวรรคตอนแห่งกลอนเพลง


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:05:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #145 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:05:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                 หน้า  ๑๔๒
         
 
  ๏ เห็นหม่นหมองต้องหลบหน้ากลบเกลื่อน
หม่อมฉันเตือนด้วยคำถามความเร้าเร่ง
จี้ตอกย้ำว่าโศกคำร่ำบรรเลง
เพื่อตนเองหรือโศกแสนแทนพระนล
     ๏ เขามิได้ตอบคำอ้ำอึ้งอยู่
หม่อมฉันดูแล้วเห็นน่าเป็นผล
ผิดแปลกแท้แต่กายีที่พิกล
ด้านอื่นใดไม่น่าพ้นพระภูมินทร์
      ๏ ยังสำทับก่อนกลับหลังสั่งความไว้
สิ่งพะวงสงสัยยังไม่สิ้น
จะย้อนมาถ้ายังหมองข้องใจจินต์
ขออย่าลาจากธานินทร์สู่ถิ่นใด”
     ๏ ใคร่ครวญความตามเกศินีกล่าว
บางเรื่องราวหายคลุมเครือเชื่อว่าใช่
แต่หลายข้อที่ยังข้องหมองดวงใจ
จักชำระกระไรต่อไปดี
     ๏ คิดแนวทางได้อย่างหนึ่งจึงเอ่ยว่า
“เกศินีช่วยเถิดหนาอย่าหน่ายหนี
ไปอีกครั้งตั้งตาในครานี้
ให้แอบดูท่าทีใกล้ที่นั้น

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:06:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #146 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:06:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                       หน้า  ๑๔๓
 
 
   ๏ สั่งข้าไทไม่อำนวยห้ามช่วยเหลือ
การโอบเอื้อทั้งหมดงดแข็งขัน
ปล่อยให้ช่วยตนเองทุกสิ่งอัน
การสำคัญนี้ย้ำเรื่องน้ำไฟ
     ๏ เจ้าจงมองให้มั่นมิหันห่าง
ทุกท่าทางกระทำต้องจำได้
เห็นพิกลต่างจากคนอื่นทั่วไป
ดุจเทพไทรีบมุ่งหน้ามารายงาน
     ๏ ครานั้นนางเกศินีหน้าที่อยู่
คอยเป็นผู้เฝ้าระวังดั่งบรรหาร
ตากำหนดจดจ้องมองอาการ
ระยะก็พอประมาณมิกวนใจ
     ๏ เห็นกระทำสิ่งสำคัญอันชอบกล
ต่างจากคนสามัญนั้นทำได้
รีบกลับมารายงานอย่างทันใด
ตามเป็นไปเห็นกับตากล้ายืนยัน
     ๏ “หม่อมฉันดูอยู่มิไกลมิใกล้มาก
และมิอยากจะให้ใครเห็นฉัน
จนได้สบภาวะอัศจรรย์
ดุจเทวัญท่านดลด้วยมนตรา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, toshare, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
13 พฤศจิกายน 2018, 02:00:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #147 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2018, 02:00:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                            หน้า  ๑๔๔

     ๏ เขาทำการโภชนาอีกหน้าที่
ฝีมือดีปรุงเครื่องต้นรสเลิศหล้า
ต้องพระทัยเจ้ากรุงอโยธยา
เมื่อทำการโภชนาพาตะลึง
   ๏ ทั้งเนื้อปลาเนื้อสัตว์ที่คัดสรร
ใส่หม้อนั้นเหมาะสมแกงต้มนึ่ง
แค่ตาจ้องมองหม้อนึกคำนึง
ไยน้ำจึงเต็มหม้อขึ้นมาพลัน
      ๏ หยิบฟางแห้งกรอบแดงอยู่ชูขึ้นฟ้า
ไฟลุกมาให้เห็นกะทันหัน
ยื่นใส่เตาเป่าเปลวไฟจนไร้ควัน
ทำการฉันอัคคีเย็นดีจริง
     ๏ กองดอกไม้ใช้เก่าเฉาแห้งอยู่
เขาผ่านดูพลันดีสีสดยิ่ง
กลิ่นโชยฉมชวนดมมากจากที่ทิ้ง
เห็นหลายสิ่งอัศจรรย์พันลึกดี
     ๏ กระทำการอันใดฉับไวแสน
มิคลอนแคลนมั่นคงตรงหน้าที่
อันกิริยาทั้งหลายได้กล่าวนี้
ถ้วนวจีเป็นสัจจังดังรายงาน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, สุวรรณ, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
13 พฤศจิกายน 2018, 02:02:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #148 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2018, 02:02:PM »
ชุมชนชุมชน

 
                                                       หน้า๑๔๕

     ๏ ทมยันตียินคำพร่ำเฉลย
สิ่งที่คิดมิผิดเลยกับเล่าขาน
ยินคำพรเทวะแปดประการ
สิ่งบันดาลประสิทธิ์เทพฤทธา
     ๏ คือองค์อัคนีเทพนั้น
ให้พรแห่งเทวัญอันเลิศหล้า
ตรัสเรียกไฟได้ดังตั้งจินดา
ทัณฑธรเทวาให้รสล้ำ
     ๏ ผู้ใดกินอาหารท่านปรุงแล้ว
มิคลาดแคล้วปลาบปลื้มใจดื่มด่ำ
พระวรุณมอบพรให้ไว้เรียกน้ำ
แลอีกคำใกล้มาลีมิโรยรา”
     ๏ คิดข้อที่พิสูจน์ได้หวังให้ชัด
เกศินีรับปฏิบัติเหมือนดังว่า
ให้ไปจ้องมองจังหวะพระเผลอตา
หยิบชิ้นเนื้อหรือปลาหลังปรุงดี
     ๏ รีบเอามาข้าจักชิมลองลิ้มรส
เคยชินอยู่รู้หมดรสกลิ่นสี
ในครานั้นแลนางเกศินี
เริ่มทำงานทันทีไม่รอช้า


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, สุวรรณ, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
13 พฤศจิกายน 2018, 02:04:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #149 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2018, 02:04:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๔๖
 
 
   ๏ พระเผลอไผลจึงได้ฉวยเนื้อชิ้นน้อย
แล้วค่อยค่อยย่องหนีมิพบหน้า
อย่างเร็วไวไปถวายพระธิดา
ยังอุ่นอุ่นจึงชายาเสวยพลัน
     ๏ จึงเผลอจิตกรีดร้องก้องปราสาท
ใช่แน่พระนลนาถผู้เสกสรร
รสชาตินี้คุ้นนักหนามานานวัน
มิผิดผันเที่ยงแท้แน่จริงเจียว
     ๏ หลายหลายสิ่งจริงจังสมดังคิด
ค่อยทอนจิตเรรวนชวนเฉลียว
พระรักบุตรสุดชมอย่างกลมเกลียว
อีกสิ่งเดียวจักเกิดการณ์เป็นฉันใด
     ๏ ให้เรียกหาบุตราบุตรีเฝ้า
“เกศินีพาสองเจ้าทำงานใหญ่
นิ่งเฉยนะเขาจะว่ามาอย่างไร
ฤๅล่วงเกินกายใจให้พึงทน”
     ๏ “พร้อมแล้วนำลูกเราเจ้าทั้งสอง
ไปเพื่อลองใจดูคงรู้ผล
ถ้ารักลูกผูกพันนั้นพระนล
ใจดำจนหมางเมินก็เกินการ”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 พฤศจิกายน 2018, 01:37:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #150 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2018, 01:37:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                        หน้า  ๑๔๗
 
     ๏ เกศินีจึงนำราชนัดดา
ไปถึงหน้าวาหุกพลันตามบรรหาร
มิให้ทันเตรียมตนกมลมาน
ดันสองหลานเข้าไปหามิช้าที
     ๏ พระนลในร่างร้ายได้พบพักตร์ 
บุตรสุดรักอินทรเสนพระโฉมศรี
และอินทรเสนากุมารี
เกิดปรีดีปลาบปลื้มถึงลืมตน
     ๏ เข้าโอบกอดจุมพิตด้วยคิดถึง
สุชลจึงนองหน้ามาอีกหน
“โอ้ลูกจ๋าพ่อทำตัวชั่วเกินคน
หมางกมลลูกไกลแต่วัยเยาว์”
     ๏ เกศินีถาม “ความนั้นเป็นไฉน”
จึงตกใจว่า “โศกซึ้งถึงกาลเก่า
จำพรากบุตรธิดามานานเนา
ขอโทษเราเผลอใจไปจริงจริง”
     ๏ เกศินีจึงพานัดดากลับ
ทูลความกับทมยันตีสิ้นทุกสิ่ง
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยใดไม่มีทิ้ง
เหมือนกันยิ่งกิริยาทุกท่าที

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 พฤศจิกายน 2018, 01:39:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #151 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2018, 01:39:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                       หน้า  ๑๔๘

 
  ๏ การณ์ทั้งหลายได้กำหนดบทพิสูจน์
ทุกคำพูดกระทำใดไม่หลีกหนี
ตระหนักแน่แท้ตัวตนนลบดี
นำเรื่องนี้ทูลท่านพระมารดร
     ๏ ลำดับความตามเดิมแต่เริ่มต้น
วาหุกหรือคือพระนลอดิศร
พิสูจน์ได้ไม่คิดผิดแน่นอน
วานวิงวอนพระบิดาโปรดปรานี
     ๏ ขอพระอนุญาตให้ไปหา
หรือบัญชานำเขาเข้ามานี่
หม่อมฉันจะเจรจาวอนวจี
ขอภูมีเฉลยเผยพระองค์
     ๏ พระมารดาทูลราชาภีมราช
ทรงประกาศให้เข้าวังดังประสงค์
กองวังทำตามนั้นเป็นมั่นคง
เชิญดำรัสปิตุรงค์มุ่งตรงไป
     ๏ ให้วาหุกเข้ามายังเขตวังรัตน์
อันจะข้องจะขัดย่อมมิได้
ครานั้นนลราชาจึงคลาไคล
ต่อเยื่อใยอนงค์องค์ชายา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 พฤศจิกายน 2018, 01:40:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #152 เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2018, 01:40:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                           หน้า   ๑๔๙

     ๏ ครั้นพระนลผู้ร่างร้ายได้มานั่ง
เหมือนจังงังเมื่อราชันประจันหน้า
พระพักตร์แม่หมองหม่นจนผิดตา
ห่มผ้ากาษายวัสตร์ตัดฤทัย
     ๏ ให้รู้เห็นเป็นหญิงหม้ายผัวหายสูญ
ดูอาดูรทุกข์ทนเหลือหม่นไหม้
คำนึงครวญหวนโศกวิโยคใจ
ชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพรู
     ๏ ทมยันตีมีใจในส่วนลึก
ยิ่งรู้สึกกำสรดแสนหดหู่
เมื่อได้จ้องมองนัยนาดู
เหมือนหยั่งรู้วูบวาบปลาบฤดี
     ๏ โอ้พระองค์จำนงใดไม่เผยร่าง
เคืองระคางสยมพรก่อนมานี่
หรือมีเรื่องเคืองใดอยู่ในที
หรือกรรมมีให้กายร้ายทั้งปวง
     ๏ สุดจะกลั้นสุชลหล่นรินไหล
หัวอกสั่นหวั่นไหวอย่างใหญ่หลวง
ต่างคนต่างตื้นตันอัดอั้นทรวง
ทั้งสองดวงฤดีสิ้นปรีดา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
15 พฤศจิกายน 2018, 09:38:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #153 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2018, 09:38:AM »
ชุมชนชุมชน

                       หน้า  ๑๕๐
     
     ๏ ครั้นเมื่อทมยันตีมีสติ
ตามดำริเริ่มตัดพ้อพร้อมต่อว่า
“ขอเถิดนะสารถีมีปัญญา
ตอบวาจาตามสัจจะอย่าประวิง
     ๏ อันชายใดได้ชื่อว่าซื่อนัก
แลถือหลักเที่ยงธรรมล้ำเลิศยิ่ง
สัญญาไว้ให้ประจักษ์ว่ารักจริง
แล้วทอดทิ้งเมียอ้างว้างอยู่กลางไพร
     ๏ คงเป็นคนใจดำทำเช่นนี้
ฤๅเมียที่อยู่ชิดผิดตรงไหน
ปล่อยเมียทุกข์ระทมตรมฤทัย
พร่ำเรียกผัวทั่วไพรพนาวัน
       ๏ เชื่อหรือไม่ชายใจดำที่พร่ำหา
คือพระนลราชาฟ้ารังสรรค์
พระลืมเลือนเหมือนไม่ใช่คู่กัน
เสียแรงฉันจงรักมั่นภักดี
     ๏ ต่อหน้าองค์เทวาสัญญาไว้
จะรักมั่นมิให้เมียเสียศรี
รักยืนนานตราบวันสิ้นชีวี
พระมิมีสัจจาดังว่าเลย”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
15 พฤศจิกายน 2018, 09:39:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #154 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2018, 09:39:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                           หน้า  ๑๕๑

     ๏ จะตัดพ้อต่อไปมิไหวแน่
ปวดดวงแดทุกวจีที่เอื้อนเอ่ย
ชลนัยน์ไม่หยุดสุดเปรียบเปรย
จึงทรามเชยนิ่งสงบหลบสายตา
     ๏ พระฟังคำรำพันอัดอั้นจิต
ขืนปกปิดบังกายคล้ายมุสา
จึงกล่าวคำพร่ำเฉลยเผยวาจา
“ใจร้ายจริงทิ้งชายาทมยันตี
     ๏ เพราะมิรู้ตัวตนจนทำผิด
กลีร้ายแรงฤทธิ์สิงจิตพี่
ตั้งแต่การคลั่งสกาเสียธานี
สิ้นราศีสูญทรัพย์แทบอับปาง
   ๏ มันหมายให้เราสิ้นรักหักสวาท
จนตัดขาดแยกไกลใจหมองหมาง
ทมยันตีมีใจไม่ราร้าง
ตามมากลางพนาวันมันยิ่งแค้น
     ๏ คราเมื่อทมยันตีมีคำแช่ง
กลีเริ่มอ่อนแรงไม่โลดแล่น
พอนาคีกัดพี่ที่ดงแดน
พิษร้ายเผากลีแทนร้อนสุดทน

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
15 พฤศจิกายน 2018, 09:41:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #155 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2018, 09:41:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                         หน้า  ๑๕๒

 
   ๏ ครั้นพี่ได้หัวใจสกาขลัง
สิ้นพลังออกจากกายบุญให้ผล
แต่กลางทางที่มานี้พี่จึงพ้น
เป็นตัวตนเหมือนเกิดใหม่ได้อีกครา”
     ๏ “อย่าคิดไปว่าใจพี่นี้มิช้ำ
แสนระกำคั่งแค้นแน่นนักหนา
มิเคยจะลืมอนงค์องค์ชายา
ยิ่งแก้วตารักหวงดวงฤทัย
     ๏ และช้ำหนักยิ่งกว่าในครานี้
เมื่อทมยันตีคิดมีใหม่
ป่าวร้องให้ต้องอายกระจายไกล
ช่างกระไรสองหรือสมสยมพร
     ๏ พระมารดาแลราชาภีมราช
มิบังอาจต่อว่าแต่น่าสอน
มิให้น้องหมองมัวทั่วนาคร
ใดจะร้อนเท่าอกผัวผู้ชั่วช้า”
     ๏ ครานั้นทมยันตีฤดีร้าว
ฟังคำกล่าวขื่นขมนั่งก้มหน้า
เมื่อยินความตามพระพจนา
คำพ้อพากายสั่นสะท้านไป

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
19 พฤศจิกายน 2018, 11:10:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #156 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2018, 11:10:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                     หน้า  ๑๕๓

 
  ๏ จำกล้ำกลืนยืนยันเสียงสั่นเครือ
“ฤๅพี่เชื่อว่าน้องชั่วเช่นนั้นได้
มิมีจิตคิดคดกบฏใจ
ตราบบรรลัยก็อย่าหวังเป็นดังนั้น
     ๏ อนาถเหลือพี่มาเชื่อว่าน้องชั่ว
กระทำตัวปานว่าหญิงก๋ากั่น
เสียแรงที่มิเลือกองค์วงศ์เทวัญ
มารักมั่นทุ่มใจให้พระนล
   ๏  ทิ้งให้น้องร้องให้ใจแทบขาด
อยู่ในป่ามิสามารถรู้แห่งหน
ถึงมรรคาพบพ่อค้าทุรชน
ก็รวมตนกันจะมาฆ่าให้ตาย
     ๏ จนเร่ร่อนลุนครธรรมเจที
พระชนนีมีเมตตามากล้นกลาย
ให้อยู่วังตั้งหลักพักผ่อนกาย
ช่วยตามหาพระฤๅสายอลวน
     ๏ กลับวิทรรภ์ผลักดันให้พราหมณ์ไปหา
ภัสดาที่หายกลางไพรสณฑ์
ฝากลำนำความนัยให้ทุกคน
เฝ้ารอจนพราหมณ์ปรรณาทมา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
19 พฤศจิกายน 2018, 11:12:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #157 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2018, 11:12:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                   หน้า  ๑๕๔
   
 
    ๏ แล้วเล่าความตามนัยสารถี
โศกโศกีตอบคำที่พร่ำว่า
เมื่อน้องได้ครวญคิดพิจารณา
ความนั้นพาเชื่อถือคือพระองค์
     ๏ ออกอุบายให้เน้นเป็นความลับ
พระบิดามิสดับกับเสริมส่ง
ทั้งสิ้นนี้ที่ทำเจตจำนง
มุ่งประสงค์พบหน้านลราชัย
     ๏ ซักซ้อมพราหมณ์ยามแสดงต้องแข็งขัน
มิให้ท้าวฤตุบรรณนั้นสงสัย
สุเทพพราหมณ์ทำดังที่ตั้งใจ
คิดตามกลคนทั่วไปได้รู้กัน
     ๏ ด้วยสำแดงว่าแจ้งข่าวเล่าขานทั่ว
มาบอกให้รู้ตัวกะทันหัน
รู้ร้อยโยชน์ระยะทางที่ห่างนั้น
ชั่วหนึ่งวันมาทันเพียงพระทรงพล”
     ๏ “ชีวิตนี้มีรักหนึ่งตราตรึงจิต
มิมีคิดกักขฬะอกุศล
ไม่จริงจังดังแถลงแจ้งยุบล
ขอให้กายมลายป่นในพริบตา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
19 พฤศจิกายน 2018, 11:13:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #158 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2018, 11:13:AM »
ชุมชนชุมชน

                                                            หน้า  ๑๕๕ 

 
    ๏ ไหว้วิงวอนปวงเทวัญอันสูงส่ง
ขอโปรดจงเป็นพยานเถิดท่านขา
หากคิดคดกบฏรักภัสดา
ขอสายฟ้าฟาดลงปลงชีวัน
     ๏ ไหว้วอนองค์เทวินทร์พระอินทร์ท่าน
เป็นพยานวาจากระหม่อมฉัน
โอมสาธุถ้ามุสาใจอาธรรม์
จงสาปให้อาสัญเทพบันดล”
     ๏ เมื่อยลยินถึงอินทราเทวราช
คำประกาศทมยันตีก็มีผล
เสียงแห่งฟ้าเทวาพร้องก้องสกล
จากเวหนบรรหารกังวานไกล
     ๏ “ดูราพระนลวิมลรัตน์
เป็นคำสัจทุกอย่างนางขานไข
คงจงรักภักดีมิปันใจ
มิเคยได้ทำตนเปื้อนมลทิน
     ๏ ทั้งสามปีที่กาลผ่านมานี้
กรรมอันมีทุกบทจบหมดสิ้น
เลิกกังขาอย่าสับสนนลบดินทร์
วางชีวินสุขสราญสืบสานไป”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 พฤศจิกายน 2018, 08:53:AM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 189



« ตอบ #159 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2018, 08:53:AM »
ชุมชนชุมชน


                                                             หน้า  ๑๕๖

      ๏ คำยืนยันด้านกุศลโลกยลยิน
อันองค์อินทราธิราชประสาทให้
จบลงแล้วเทพทั่วฟ้าเทวาลัย
โปรยดอกไม้บุปผาสุมามาลย์
     ๏ เสียงบรรเลงเพลงสวรรค์สนั่นก้อง
ท่วงทำนองเสนาะไพเราะหวาน
ชาวประชาพาชื่นรื่นสราญ
จัดพุ่มพานสักการะถวายพระพร
      ๏ ทั้งสององค์ก้มลงกราบปลาบปลื้มจิต
พระมหินท์มหิทธิอดิศร
ทมยันตีก้มพนมกร
วางอาวรณ์เริ่มชีวีมีชีวา
      ๏ ขอบพระคุณเทวาฟ้าสวรรค์
ผู้สร้างสรรค์สุกใสให้โลกหล้า
ทรงปกปักษ์รักษ์คนดีมีเมตตา
ลิขิตฟ้ามิเอนเอียงคงเที่ยงธรรม
     ๏ ผู้สร้างสรรค์กุศลผลกรรมดี
หนุนชีวีมีชัยไม่ตกต่ำ
เมื่อทำผิดพลาดไปชดใช้กรรม
ชนพึงพร้อมน้อมนำคำพระพุทธ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 [8] 9 10
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s