ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์
ชุมชน บ้านกลอนไทย
19 กุมภาพันธ์ 2019, 07:43:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 2 3 4 [5]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ซาบซึ้งตรึงตรา..อักษรารังสรรค์  (อ่าน 10100 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
01 มกราคม 2019, 12:25:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #80 เมื่อ: 01 มกราคม 2019, 12:25:AM »
ชุมชนชุมชน



สวัสดีปีหมู.. ยิ้มสู้ไว้ !
..กลบทจตุรงคนายก..

               ๐ ปีโชคปีไชย ปีใหม่ปีหมู               
ต้องยิ้มต้องอยู่ ต้องสู้ต้องสร้าง
        เป็นเงินเป็นงาน  เป็นการเป็นกลาง       
 รู้ทำรู้ทาง รู้ต่างรู้ติง

๐ เลือกปลูกเลือกเป็น เลือกเข็นเลือกข้าม     
ถึงง่ายถึงงาม ถึงยามถึงยิ่ง
                             ใครรอใครรัก ใครพักใครพิง                             
อิ่มใจอิ่มจริง อิ่มนิ่งอิ่มนาน

          ๐ มุ่งสร้างมุ่งเสริม มุ่งเติมมุ่งไต่           
ตามคว้าตามไขว่ ตามใส่ตามสาน
            เต็มเหนี่ยวเต็มนิจ เต็มกิจเต็มการ             
กล้าให้กล้าหาญ กล้าทานกล้าทัน

    ๐ รู้ควรรู้ครอง รู้ตรองรู้แต่ง         
จักแบกจักแบ่ง จักแกร่งจักกลั่น 
             ไม่ใช่ไม่ชิด ไม่ติดไม่ตัน               
จึงผ่านจึงผัน จึงดั้นจึงดล   
     
            ๐ ปีหมูปีใหม่ ปีไทปีทอง               
ปีคุ้มปีคล่อง ปีผ่องปีผล
       เมืองแก้วเมืองโก้ เมืองโตเมืองตน       
สร้างคุณสร้างคน สร้างชนม์สร้างชัย

๐ สุขศรีสุขสันต์ สุขพลันสุขพร้อม     
ยิ่งนบยิ่งน้อม ยิ่งยอมยิ่งใหญ่ 
                      แจ่มคิดแจ่มคำ แจ่มจำแจ่มใจ                         
งามนอกงามใน งามวัยงามวงศ์ฯ

“โชคดีปีหมู อยู่ดีมีสุขตลอดปีและตลอดไปค่ะ”

  ..พี.พูนสุข..
 ๑  มกราคม  ๒๕๖๒


อู๊ดอู๊ด..อู๊ดอู๊ด..มาแล้วจ้า..




ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, ระนาดเอก, Mr.music, @free, masapaer, panthong.kh

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
16 มกราคม 2019, 05:48:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #81 เมื่อ: 16 มกราคม 2019, 05:48:AM »
ชุมชนชุมชน


                             เคารพรัก

            นมามิหํ
       (กลบทสิงหลวาท)

ปาเจราจริยาอาจารย์ก่อน     
โหนฺติย่อมสั่งสอนทุกสิ่งสรรพ์
คุณุตฺตราคุณานันต์               
นุสาสกามั่นบอกบ่มบุญ
ปญฺญาวุฑฺฒิผลิผลเลิศ           
กเรเตเตเกิดก่อเกื้อหนุน
ทินฺโนวาเทคำคอยค้ำจุน       
นมามิหํคุณขอบูชา
 

         ครูสอน ก. ข.
         (กลบทตรีเพชรพวง)

ครูสอนกอก่อก้อขอคอเขียน                  
เรารู้เรียนอักษรซ้อนซอนสอน
ผันกาก่าก้าก๊าก๋าอาทร                           
ออนอ่อนอ้อนอ๊อนอ๋อนยังย้อนจำ

เสียงว้านหวานหว่านเสียงสำเนียงใส     
ครูสอนให้ทุกคำค่ำค้ำขำ
จากก่อก้อกอกามาเป็นคำ                     
ยังยั้งยั่งยืนย้ำดื่มด่ำคุณ

อ่านกอไก่ไกไก๋เขียนให้ถูก                     
เฝ้าฝังปลูกปรานีนี่นี้หนุน
ไม่ลืมคุณคุ้นขุนในนาบุญ                       
ครูการุญสอนกอขอข้อคอ   
   
          วันเนาว์  ยูเด็น
  รอยทราย : ชุดวรรณกรรมนำสุขใจ
  (กวี  "รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์"  ปี ๒๕๖๑)

 


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : วลีลักษณา, ระนาดเอก, รพีกาญจน์, @free, masapaer, panthong.kh

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
16 มกราคม 2019, 05:56:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #82 เมื่อ: 16 มกราคม 2019, 05:56:PM »
ชุมชนชุมชน



             ครูศิษย์

      ครูรักศิษย์ศิษย์รู้ว่าครูรัก
จะคึกคักแข็งขยันหมั่นศึกษา
เติบโตไปได้ดีมีหน้าตา
ไม่ลืมว่ารักของครูชูชีวิต

ศิษย์รักครูครูรู้ว่าศิษย์รัก
จะคึกคักแข็งขยันด้วยมั่นจิต
เมตตาธรรมบำเพ็ญอยู่เป็นนิจ
ยามเห็นศิษย์ดีได้ชื่นใจแท้.

       ฐะปะนีย์  นาครทรรพ
       ศึกษาภาษิต และ ร้อยกรอง 
(กวี  "รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์"  ปี ๒๕๔๕)


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : วลีลักษณา, ระนาดเอก, รพีกาญจน์, @free, masapaer, panthong.kh

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 มกราคม 2019, 02:35:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #83 เมื่อ: 17 มกราคม 2019, 02:35:PM »
ชุมชนชุมชน



             สวัสดีครับคุณครู
          ..กลบทดวงเดือนประดับดาว..

๐ ครูครับ.. นับ "หนึ่ง"  จึงจดจ่อ
เติมต่อ คลอเคียง เสียงเซ็งแซ่
"สิบ" ไซร้ ใคร่ครวญ ถ้วนถ่องแท้
เหลียวแล แผ่พบ ลบเลือนราง

๐ ครูครับ.. ขับขานอ่านเอื้อนออก
ใบ้บอกพอกเพิ่มเติมแตกต่าง
กอ ไก่ ไล่เลียงเพียงพากย์พลาง
ออ อ่าง วางไว้ใส่เสียงซ้อม

๐ ครูครับ.. รับรู้สู้สอนศิษย์
กอปรกิจจิตแจ้งแหล่งหล่อหลอม
เสริมส่งจงใจในนอบน้อม
พรักพร้อมล้อมเรียนเพียรเพิ่มพูน

๐ แนะแนวแวววางสร้างสรรค์สุข
ปลอบปลุกทุกข์ท้อส่อสิ้นสูญ
ขันแข่งแต่งตนกลเกื้อกูล
ค้ำคูณทูนธรรมล้ำเรืองรอง

๐ ครูครับ... ขับเคี่ยวเชี่ยวเชิงชาญ
เบิกบานงานงามยามยกย่อง
ปรับแปลงแบ่งบั่นกลั่นกล่อมกรอง
ปกป้องผองภัยใจเจือจุน

๐ ครูครับ.. จับจิตศิษย์สรรเสริญ
ดั่งเดินเพลินแพร่งแสงสีสุนทร์
ครูครับ.. จับใจใบบ่มบุญ
โอบอุ่น ..คุณครู.. ชูเชิดชม ฯ

        "ด้วยจิตคารวะ"
                    เคารพรัก
                 พี.พูนสุข



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ระนาดเอก, รพีกาญจน์, @free, masapaer, panthong.kh

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
29 มกราคม 2019, 02:18:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #84 เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 02:18:PM »
ชุมชนชุมชน

     
        ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                     เพลงโคราช

     ๏ พ่อมารำมาร่าย          แม่ก็รับก็ร้อง
ใช่สำหรับจะรับรอง           หรือว่าเล่นร่ำไร
รักแม่หน่อไม้อ่อน             นึกสะออนอยู่ไม่อิ่ม
เดินรำตามริม                    ได้แต่กระแอมกระไอ

     ๏ พี่อยากอยู่ร่วมวัง       เหมือนอย่างสังข์ทอง
น้องทำไมไม่มอง                เห็นเป็นมายาสาไถย
ดูแต่สำเภาทอง                   เขายังปองสร้างท่า
งามหมดจดรจนา               ขอเชิญเจ้าจาระไนฯ

      ๏ พรำพรำหน้าฝน        บนลานย่าโม
พ่อตอบแม่โต้                      ไชยะฉ่าไช
ยกมือป้องหู                        รู้จิตรู้ใจ
รำแต้แก้ไข                          ด้นคิดด้นคำ

      ๏ แสนเสนาะสำเนียง      น้ำเสียงโคราช
จังหวะฉะฉาด                      ช่างร้องช่างรำ
จำแลงใจลง                           ยืนยงคงคำ           
ครึ้มครึ้มพึมพำ                    บทเพลงแผ่นดิน ๚ะ๛
         (กลอนเพลงผสมกาพย์ : เขียนแผ่นดิน)

              เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์
                   พ.  ๒๓  ต.ค.  ๒๕๓๔
                        อ.เมือง  จ.นครราชสีมา

   (กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)

 

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, @free, masapaer

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
30 มกราคม 2019, 09:34:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #85 เมื่อ: 30 มกราคม 2019, 09:34:AM »
ชุมชนชุมชน

งง....

เสียงกวี

๏ ไม่มีกวีโลกนี้ก็อยู่ได้ 
จะอยู่กันอย่างไรนั่นน่ะหรือ 
ก็อยู่กันอย่างช้างม้าโคกระบือ 
อยู่กันอย่างกึ้งกือไส้เดือนดิน 

๏ อยู่กันอย่างมดแมงแมลงเม่า 
อยู่กันอย่างหอยเต่าหมดทั้งสิ้น 
อยู่กันอย่างยุงเหลือบเรือดริ้น 
จ้องเกาะกินดูดเลือดไปวันวัน 

๏ หากโลกนี้มีกวีเป็นศรีศักดิ์ 
ย่อมมีรักหว่านโรยโปรยสีสัน 
ห้ามสงครามนิวเคลียร์ได้ทันควัน 
สร้างสวรรค์บนแผ่นดินกินดาวเดือน 

๏ ห้ามมนุษย์ฉุดคร่าข่มขืนโลก 
ลบรอยทุกข์โศกที่เปรอะเปื้อน 
ปลุกสำนึกค่ำเช้าทุกเหย้าเรือน 
ดุด่าตักเตือนสัตว์เทคโนโลยีเอย ฯ

             ขุน รำยอง
นามปากกาของ "เสมอ  กลิ่นหอม"
(กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, @free

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
03 กุมภาพันธ์ 2019, 09:10:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #86 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2019, 09:10:AM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

            แม่

ดื่นดึกหนาวดาวเด่นเย็นยะเยียบ
เสียงความเงียบเสียดแทงในแท่งหิน
ล้อแห่งกาลผ่านเลื่อนเหมือนโบยบิน
เสียงแม่ดินรินร่ำคำห่วงใย

แม่โอบเอื้อเผื่อแผ่แก่ลูกสิ้น
อกแม่ดินตระหนี่เคยมีไหม
หากลูกรักรักคืนแม่ชื่นใจ
แม้ลูกไหนไม่รักไม่หักราน

ในรวงข้าวแม่ผสมนมอร่อย
ในลำอ้อยแม่ผสมน้ำนมหวาน
กลีบดอกเอื้องแม่แต่งสีแบ่งบาน
ชูช่อก้านคลี่พวงยวงระย้า

เรียงลำไผ่แม่สอนให้อ่อนพลิ้ว
ขับเพลงผิวแผ่วกล่อมถนอมป่า
หยาดน้ำค้างพร่างแพรวแนววนา
คือน้ำตาเต็มตื้นแม่ชื่นชม

ขอลูกผอง ของแม่ แผ่ความรัก
ร่วมทอถัก แทนแพร ให้แม่ห่ม
คุ้มแรงร้อน ผ่อนแสง ร้อนแรงลม
หยุดเคืองข่มงอแงรังแกกัน

        มะเนาะ   ยูเด็น
ข้ามขอบฟ้า  :  พิมพ์เผยแพร่ปี ๒๕๔๒
(กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
04 กุมภาพันธ์ 2019, 08:31:AM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #87 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2019, 08:31:AM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

"วันที่ดอกไม้โรย"

"ดอกโสนโรยร้าว
ดอกคัดเค้าโรยรา
ดอกประดู่ร่วงนักหนา
ไม่มีวันกลับมาแล้วเอย"

ทุกทุกสิ่งแล้วล้วนชวนถวิล
ดูด่วนสิ้นโรยราผกาเอ๋ย
ขอมองไว้อีกสักนิดไว้ชิดเชย
เมื่อยามเลยลาลับไม่กลับคืน

จะเก็บภาพประทับใจไว้ถวิล
ไว้แอบรินน้ำตาแอบสะอื้น
ไว้เยือกเย็นกับน้ำค้างที่พร่างชื้น
เก็บไว้ตื่นตาฝันนิรันดร

นับแต่นี้น้ำตาจะหาง่าย
ขาดคนหมายซับมันเหมือนวันก่อน
มือเย็นเยียบเมื่อสายัณห์ตะวันรอน
ใครจะซ้อนมือนุ่มเกาะกุมมัน

จะเดินเปลี่ยวเดียวดายในสายแดด
ชีวิตแวดด้วยความหลังและความฝัน
ฝันถึงวันที่ผกานานาพันธุ์
ปลิดดอกอันเหลืองอร่ามท่ามกลางเรา

         นิภา  บางยี่ขัน
              24/01/2510
หรือ “บุษบาท่าพระจันทร์”  สมญาของ นิภา  อยู่ถาวร
     (กวี  “รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์”  ปี ๒๕๖๑)
   

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, รพีกาญจน์, panthong.kh

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:15:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #88 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2019, 03:15:PM »
ชุมชนชุมชน

 
ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                                   วิมานน้ำค้าง
                                   

      ๏ วิมานน้ำค้างสร้างด้วยธาตุฝัน                เอาไกวัลเป็นหอห้องแก้ว
อัจกลับระยับระย้าอยู่พรายแพรว                     คือแววรุ้งรัตนาดาราราย ฯ
      ๏ หาดทรายอ่อนฉะอ้อนดั่งบรรจถรณ์       หมอนท่อนไม้คือเขนยฟ้าถวาย
ธาราบ่าเซาะหินดินทราย                                  คือนางไม้ขับกล่อมอ้อมใจ ฯ
      ๏ ละเมอผวาหาเสี้ยวเดือนทอง                    คือน้องนางแก้วแววขวัญสมัย
อ่อนไท้โลมไล้ทิพย์ละมุนละไม                         แสงเสน่ห์ใสสุดสวาทบ่วาย ฯ
      ๏ น่านำน้องท่องหล้ามหาสมุทร                  สุดฝั่งฝันกว่าสวรรค์จะหาย
หมั้นเจ้าด้วยค่าฟ้าพรรณราย                            สุดสายใจบุรุษรัตน์รมณีย์ ฯ
      ๏ นั่นผาชะโงกโตรกชะง่อนง้ำเงื้อม             อาจเอื้อมเอาดาววาววิเศษศรี
หรือช่อปาริชาตสุดแสนดี                                  หรือวิถีมิติฝันอนันตกาล ฯ
      ๏ พู้นทางช้างเผือกผุดผ่องสกาว                  บางดวงดาวพุทธเจ้าประดิษฐาน
บางเอกภพคือทิพยนิรพาน                               คลื่นอดีตผ่านนานนับกัปป์กัลป์ ฯ
      ๏ ปุยเมฆหอมเกสรรังร่วง                           มาทวงมโนคติหล้าอาถรรพณ์
ดาวไถไถทุ่งฟ้าวิลาวัณย์                                    จะเกี่ยวข้าวขวัญค่าชีวาใด ฯ
      ๏ น้ำค้างดงดึกดื่นสะอื้นโศก                       ชลเนตรโลกวิปโยคหรือไฉน
หมู่มนุษย์น้อยอหังการ์ฆ่าใคร                           ฆ่าพิภพสบสมัยสุดสามานย์ ฯ     
      ๏ ไม่รักทะนุถนอมคุณค่าโลก                      จะทุกข์โศกไปตราบฟ้าอวสาน
ยุคมนุษย์จะสุดสิ้นมิช้ามินาน                            เป็นพยานเถอะสายธารที่จาบัลย์ ฯ
      ๏ น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง                           ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างฝัน
ฆ่าชีวาคือพร่าคืนวัน                                         จะกำนัลโลกนี้มีงานใด ๚ะ๛

                                      อังคาร  กัลยาณพงศ์
                     ลงพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือกวีนิพนธ์  ปณิธานกวี
                              โดยสำนักพิมพ์กะรัต  พ.ศ. ๒๕๒๙

                  

บันทึกการเข้า
17 กุมภาพันธ์ 2019, 04:31:PM
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #89 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2019, 04:31:PM »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                                          กาพย์กลอน
                                        

    ๏ กาพย์กลอนอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง           เจ้ารู้ซึ้งว่าคืออะไรไหม
ฤๅตามืดหูมิดไร้จิตใจ                                    ไม่รู้รสทิพย์ฝันวรรณคดี ฯ
    ๏ เพชรพลอยแห่งถ้อยคำทิพย์                   จิบดื่มดุจอำมฤตวิเศษศรี
พร้อมแง่ญาณปัญญาบารมี                            ลำนำดนตรีเพริศพริ้งพราย ฯ
    ๏ ลายสือขวัญอันหลั่งไหลหอม                  ย่อมเป็นกาพย์กลอนอันเฉิดฉาย
พร้อมคติธรรมลึกซึ้งคมคาย                          ซ่อนไว้ประเสริฐสวยด้วยอารมณ์ ฯ
    ๏ ดั่งดาริการะย้าระยับสวรรค์                     นั้นคือกาพย์กลอนสวยซึ้งสม
รจนาจากฟากฟ้ามหาพรหม                           ณ ครั้งปฐมกัปป์จับใจรัก ฯ
    ๏ กลอนกาพย์ซาบซึ้งไพเราะเลิศ                 เกิดจากวิญญาณอันสูงศักดิ์
เสียสละปัญญายิ่งยงนัก                                   ประณีตรักค่าวิสุทธิ์ยุติธรรม ฯ
    ๏ โลกนี้มีกาพย์กลอนซ่อนนิ่ง                       ในสรรพสิ่งสุนทรีย์ลึกล้ำ
ทุกดินน้ำลมไฟเก็บงำ                                       คติธรรมอมตะสะอาดงาม ฯ 
    ๏ อดีตมหากวีธรณีและฟ้า                            เคยรจนาภาษากล่อมโลกสาม
กาพย์โศลกขวัญอันนิรนาม                              ละลายลอยตามสวรรค์อนันตกาล ฯ
    ๏ หลายกาพย์กลอนฉะอ้อนลมบน                ปนลมหายใจชีพไหวสะท้าน
นฤมิตกุศลจิตรนานาประการ                           กว่าหว่านทานแก้วแหวนเงินทอง ฯ
    ๏ คืออดีตมหากวีมีมรดก                              ตกทอดหล้าเล่ห์ส่วยฟ้าฉลอง
แววตาใดคมรุ้งเรืองรอง                                    มองเห็นบ่ห่อนหมดบทกวี ฯ
    ๏ ในหฤทัยของใครบ้าง                                 ที่ไร้ร้างกาพย์แก้ววิสุทธิ์ศรี
ในใจสัตว์เศรษฐกิจไม่มี                                     แม้แต่ธุลีละอองของวรรณกรรม ฯ
    ๏ ชาติงกโลภหลงกอบโกยกิน                        ไม่สุดสิ้นกิเลสมารมากล้ำ
รังเกียจนักกักขฬะอธรรม                                 ทำโลกระยำอำมหิตนิจกาล ฯ
    ๏ ขอบทกวีมีขึ้นประดับโลก                          ช่วยดับโศกทั่วฟ้ามหาสถาน
นำสัตว์พ้นอาภัพสรรพภัยพาล                          เริ่มกาลพระศรีอาริย์เมตไตรย ฯ
    ๏ กระทั่งสัตว์กินเมืองเฟื่องฟู                         รู้ฉลาดกว่าสัตว์เลื้อยคลานใหญ่
นั่นแหละยุคทองของกวีไทย                              รอฟ้าใหม่ร้อยกัปป์นับเทอญ ๚ะ๛

                                       อังคาร    กัลยาณพงศ์     
                  จากหนังสือ  “ปานมณีรุ้ง”  บทกวีนิพนธ์คัดสรร   
                         ของศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์   
 

              

"อ่านยามอากาศร้อนอบอ้าว.. ตื่นใจนักแล.." เคารพรัก


บันทึกการเข้า
1 ชั่วโมงที่แล้ว
พี.พูนสุข
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 1266
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,049


ทิวาฉาย ณ ปลายผา


« ตอบ #90 เมื่อ: 1 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน

ซึ้งจัง ซึ้งจัง

                                    เราชุบด้วยใด?
                                   

      ฉันใคร่เห็นเธอก้าวไป               กลางไพรเกลื่อนพฤกษ์ลึกหนา
กลางแดดแผดลวกมรรคา               กลางฟ้าปริปรวนครวญครืน
      กลางน้ำกรรชากกรากเชี่ยว       กลางเกลียวฝนกราดฟาดฝืน
กลางโคลนคลุกครูดดูดกลืน           กลางคืนครอบคิดมิดมูล
      ก้าวไปแม้ไฟล่มโลก                  ก้าวไปแม้โชคดับสูญ
ก้าวไปแม้ไร้คนทูน                          ก้าวไปแม้พูนคนชัง
      สัจจะอาจถูกถมทับ                   ความดีแหลกยับคับคั่ง
อธรรมอาจเปรื่องประดัง                 ความชั่วฉายชั่งนั่งเมือง
      น้ำตาฟายฟกตกดิน                   รวยรินยิ้มกร้าวเข้าเปลื้อง
ปวดเหน็บเจ็บหายรายเรือง             พิศเฟื่องแสงลิบขลิบฟ้า
      คนแพ้คือคนชนะ                       แม้จะถูกเข็ญเข่นฆ่า
คนล้มเพื่อลุกทุกครา                        เหล็กกล้าเราชุบด้วยใด?

                                        อุชเชนี
                                         (๒๔๙๖) 
                 จากหนังสือ  “ปานมณีรุ้ง”  บทกวีนิพนธ์คัดสรร   
                       ของศิลปินแห่งชาติ   สาขาวรรณศิลป์   

             

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 [5]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s