*** พระนางสามาวดีคำกลอน บทเกริ่นนำ***
ชุมชน บ้านกลอนไทย
27 มิถุนายน 2019, 08:02:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: *** พระนางสามาวดีคำกลอน บทเกริ่นนำ***  (อ่าน 977 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
22 มีนาคม 2014, 12:22:PM
สมพงศ์ ชูสุวรรณ
Special Class LV1
นักกลอนผู้เร่ร่อน

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 26



« เมื่อ: 22 มีนาคม 2014, 12:22:PM »
ชุมชนชุมชน


เล่าเรื่องพระนางสามาวดีคำกลอน
โดย  สมพงศ์  ชูสุวรรณ
***************************

ตอน  บทเกริ่นนำ

** ขอนอบน้อมบูชาพระไตรรัตน์
น้อมมนัสตั้งจิตมั่นไม่หวั่นไหว
กราบบูชาระลึกคุณเทิดทูนไว้
ที่กลางใจเป็นสำคัญอย่างมั่นคง

** กราบพระพุทธสุดประเสริฐเลิศล้ำโลก
ไม่มีทุกข์ ไม่มีโศก โลภ โกรธ หลง
พระผู้ตื่นผู้รู้แจ้งด้วยพระองค์
เป็นผู้ทรงปัญญาเหนือกว่าใคร

** กราบพระธรรมคำสอนพระศาสดา
น้อมนำมาปฏิบัติด้วยเลื่อมใส
ชำระกายวาจาและจิตใจ
ขอจงได้นำส่งสู่นิพพาน

** กราบพระสงฆ์องค์สืบต่อพระศาสนา
ทรงคุณค่ายิ่งใหญ่ในสงสาร
ประพฤติดีประพฤติชอบตลอดกาล
เป็นวงศ์วานพุทธองค์พระทรงธรรม์

** กราบพระคุณแม่พ่อผู้ก่อเกิด
ให้กำเนิดชีวิตจิตคิดสร้างสรรค์
เป็นพระพรหมและอาจารย์พร้อมพร้อมกัน
พระอรหันต์สอนลูกเป็นคนดี

** เฝ้าถนอมดูแลและกล่อมเกลี้ยง
แม้ทุกข์ยากเต็มใจเลี้ยงไม่หน่ายหนี
เสียสละทุกอย่างได้แม้ชีวี
เพื่อลูกมีความสุขปลอดทุกข์ภัย

** กราบแทบเท้าคุณครูและอาจารย์
ผู้ให้การอบรมบ่มนิสัย
และสั่งสอนวิชาการให้ตามวัย
งานวิจัยวิทยานิพนธ์สืบค้นเรียน

** ในวันนี้จะทำงานอย่าสับสน
จงช่วยดลเกิดปัญญาขณะเขียน
ท่านผู้อ่านประทับใจไม่ติเตียน
หากผิดเพี้ยนก็ว่าดีมีเมตตา


add complete
by klonthaiclub fb
ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

สมพงศ์  ชูสุวรรณ
23 มีนาคม 2014, 06:27:PM
สมพงศ์ ชูสุวรรณ
Special Class LV1
นักกลอนผู้เร่ร่อน

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 26



« ตอบ #1 เมื่อ: 23 มีนาคม 2014, 06:27:PM »
ชุมชนชุมชน


เล่าเรื่องพระนางสามาวดีคำกลอน
โดย  สมพงศ์  ชูสุวรรณ
***************************

ตอน  กษัตริย์ ๒ สหาย

** ๑. จะขอกล่าวเล่าเรื่องแต่เบื้องหลัง
เมื่อคราวครั้งพุทธกาลนานนักหนา
องค์สมเด็จพระบรมศาสดา
ทรงประทับ ณ พาราโกสัมพี

** ๒. ทรงปรารภการตายของหญิงสาว
เป็นเรื่องราวในอดีตของโฉมศรี
มาคันทิยา และ สามาวดี
จึงทรงมีพระธรรมเทศนา

** ๓. ในครานั้นยังมีสองกษัตริย์
ครองสมบัติเริงรื่นชื่นหรรษา
เป็นสหายรักกันเนิ่นนานมา
ตั้งแต่เรียนวิชาครั้งยังเยาว์

** ๔. องค์หนึ่งชื่อว่า "อัลลกัปปะ"
สถานะยิ่งใหญ่ไม่อับเฉา
ตั้งมั่นอยู่ในธรรมไม่มัวเมา
ทรงเป็นที่เคารพของทุกคน

** ๕. อีกองค์หนึ่ง "เวฏฐทีปกะ"
ทรงยึดมั่นธรรมะไม่หมองหม่น
ทรงปกครองไพร่ฟ้ามหาชน
ไร้กังวลเกิดสุขทุกข์ห่างไกล

** ๖. ครั้นเวลาผ่านไปจึงได้คิด
แสนอนาถชีวิตเสียไฉน
มาปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป
มัจจุราชเป็นใหญ่เฝ้ารังควาญ

** ๗. ทุกคนที่เกิดมาในหล้าโลก
วิปโยคชีวิตไร้แก่นสาร
ขาดที่พึ่งใดใดไม่เบิกบาน
มีแต่ทุกข์อันธกาลสุดเศร้าใจ
                               
** ๘. จึงชวนกันออกบวชเป็นฤๅษี
ด้วยความหวังจะมีธรรมใหม่ใหม่
มาชำระสะสางกายข้างใน
จะเกิดความสดใสที่แท้จริง

** ๙. เพื่อเป็นการปฏิบัติที่ยิ่งใหญ่
จึงตั้งใจแยกกันไม่สุงสิง
อยู่ห่างกันคนละทิศจิตประวิง
บำเพ็ญเพียรอย่าประวิงเข้าใจกัน

** ๑๐. ตกลงกันไว้ว่าจะจุดไฟ
ถ้าเมื่อใดไฟดับต้องคับขัน
หากไม่ป่วยก็ตายลงไปพลัน
เป็นสัญญาณผูกพันเพียงสองคน 

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

สมพงศ์  ชูสุวรรณ
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s