~*~ลมหนาว~*~
วันวารผันผ่านพ้น---------เนานาน
ยังแต่ร่องรอยกานท์-------ฝากไว้
เป็นปรากฏบทจาร---------จรดสู่
จินตภาพอันมิได้------------ผุดพ้นความฝัน
ลมหนาวโชยโบยโบกโลมโลกแล้ว
กลิ่นดอกแก้วรวยรื่นหอมชื่นฉ่ำ
บางดอกร่วงจากต้นกลีบหม่นดำ
ซบดินต่ำรอผุเป็นธุลี
น้ำค้าง ค้างบางช่อคล้ายรอหล่น
คราวล่วงพ้นสางรุ่งแต่งรุ้งสี
วาบพรายแสงพร่างพราวราวมณี
พลอดหมู่มวลมาลีด้วยปรีดา
ก่อนระเหยแห้งหายมลายสิ้น
ทิ้งลานดินแห้งกรัง ทั้งภูผา
ดอกพญาเสือโคร่งจรรโลงตา
เบ่งบานท้าแดดลมให้ชมเชย
หนาวก็หนาวเช่นนี้ดั่งปีก่อน
โลกคล้ายย้อนวนผลัดปรับทัศน์เผย
ความงดงามให้เห็นดั่งเช่นเคย
แต่บางสิ่งล่วงเลยยากเอ่ยทวง
ภาพอดีตซีดจางอำพรางรูป
คล้ายเงาวูบวาบผ่านให้พาลหวง
จะคว้าจับกลับคว้างเป็นร่างลวง
มิอาจช่วงชิงยื้อมาถือครอง
เหลือรอยจินตกานท์จรดจารไว้
แทนดอกไม้ช่อเก่าที่เศร้าหมอง
คำบรรยายแย้มยวนให้ชวนมอง
เพียงจำลองลงวางจากต่างกาล
โลกเหวี่ยงมาพบปะขณะหนึ่ง
ขณะซึ่งโศลกสร้อยได้ร้อยสาน
ได้ร้อยรจน์บทคำเป็นตำนาน
ฝากคำหวานกล่อมเห่ข้ามเวลา
จวบจนถึงวันนี้วันที่คล้าย
สิ่งที่หมายมารออยู่ต่อหน้า
ยังหยอกล้อดั่งเช่นที่เป็นมา
เหมือนดั่งว่าโลกนี้อยู่ที่เดิม
แต่ดอกไม้ดอกเก่านั้นเฉาหม่น
ทยอยหล่นจากช่อไม่ต่อเสริม
แม้น้ำค้างพร่างหยาดรดราดเติม
มิอาจเพิ่มช่วงชีพเมื่อลีบโรยฯ
วลีลักษณา
๑๑ มกราคม ๒๕๖๙
ที่มา






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า