
สุโขทัยเป็นราชธานีเก่าที่สุขสงบ เหมาะกับการหลีกหลบความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ไปพักผ่อน ชาวบ้านมีอัธยาศัย ไม่มีอิทธิพล อันธพาล รังควานใคร
จะมีก็เจ้าเอี้ยง ที่ทำให้ค่ำคืนแห่งความเงียบเปลี่ยนไป
ทันทีที่สิ้นแสงสุดท้ายของวัน ม่านแห่งราตรีคลี่ปกคลุม ภายในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ชาวเมืองที่มีกัน 12 ชุมชน ต่างรวมตัวตามจุดต่าง ๆ ในย่านธุรกิจ บนถนนหลักที่มีอยู่ 4 สาย พร้อมด้วยไม้ไผ่ยาวเมตรเศษที่ตัดผ่าให้แยกจากกันบางส่วนเพื่อให้เกิดเสียงเมื่อเขย่า บ้างก็ใช้ขวดน้ำอัดลมขนาด1-2 ลิตร ใส่กรวดสัก 4-5 ก้อน มีเสียงเวลาเขย่าและภาชนะประดามีที่จะทำให้ส่งเสียงก๊งเก๊งได้
พวกเขาแยกหน้าที่กันอยู่เป็นจุด ๆ จุดละ 4-5 คน ท่าทีจริงจังกับสิ่งที่ต้องทำ ถืออุปกรณ์ประจำกายทะมัดทะแมง
หลังจากซุ่มดูจนมั่นใจว่าไม่เสี่ยงแน่ ผมค่อยเลียบเคียงถามว่าทำอะไรกัน
“ตีเกราะ เคาะไม้ไล่นกเอี้ยง” คือคำอธิบายถึงกิจกรรมของพวกเขา และขยายความเพิ่มเติมว่า นกเอี้ยงนับพัน นับหมื่น ได้ยึดเกาะสายไฟฟ้าในย่านชุมชนกลางเมืองมานานแล้ว ชาวบ้านจะไม่รังเกียจ แต่ก็ทนปัญหาที่มากับนกไม่ไหว ทั้งเสียงที่ร้องระเบ็งเซ็งแซ่ไม่เกรงใจใคร ในช่วงหัวค่ำ และถ่ายมูลเรี่ย ราด ไม่สนใจว่าร้านค้า แผงลอย รถยนต์ใคร ถ้าอยู่ตรงกับจุดปลดปล่อยก็เปื้อนเปรอะกันถ้วนหน้า
ชาวบ้านทุกคนที่มา ไม่มีใครจ้าง ทำด้วยความสมัครใจ หลังจากเทศบาลขอร้อง
แม้คืนฝนตกก็ไม่หยุด
เป็นสปิริตของชาวสุโขทัยที่น่าชื่นชมน้ำใจอย่างยิ่ง
พิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี บอกว่า ผู้ใหญ่ของจังหวัดขอให้ช่วยแก้ไขปัดเป่าความเดือดร้อนรำคาญของประชาชน ทั้งเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์ที่อาจมาสู่คน จึงร่วมคิดกับปศุสัตว์จังหวัดหาวิธี ซึ่งต้องไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ทำร้าย ไม่เข่นฆ่า และสรุปว่าจะใช้ภาชนะที่ทำให้เกิดเสียงดัง เพื่อสร้างความรำคาญให้กับนก และทำพร้อมกันทั่วเมือง โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกไฟแดงใหญ่
ท่านนายกบอกว่าทำแล้วได้ผลดีระดับหนึ่ง คือนกหนีไปอยู่นอกเมือง แต่พอหยุดไล่ ก็กลับมาใหม่ ทำให้ท่านต้องคิดหาทางสร้างความรำคาญให้นกด้วยวิธีอื่น ซึ่งก็ยังนึกไม่ออก หากมีใครคิดได้ จะให้คำแนะนำก็น้อมรับฟัง โดยติดต่อได้ที่ 08-1533-4542
สอบถามไปที่นักดูนกที่คุ้นเคยกับเจ้าเอี้ยง บอกว่า นกชนิดนี้มีพฤติกรรมการรวมกลุ่มนอน และมักเลือกอยู่ใกล้กับบ้านเรือนหรือชุมชน จะส่งเสียงร้องเฉพาะช่วงหัวค่ำ ซึ่งถือเป็นการรบกวน ปัญหาที่มีคือการถ่ายมูลเลอะเทอะและส่งเสียงชวนรำคาญ การขับไล่ด้วยการตีเกราะ เคาะไม้ ไม่ใช่การทำร้ายถือเป็นวิธีที่ดี ส่วนเจ้าหน้าที่ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยอีกราย บอกว่าไม่มีรูปแบบวิธีจัดการ การใช้เสียงสร้างความรำคาญคงได้ผลสักระยะ แต่การที่นกหวนกลับมาเมื่อหยุดไล่ แสดงว่า ชอบอยู่ตรงนั้น
เขาบอกว่า ส่งเสียงขับไล่ ไม่ใช่การทำร้าย ก็คงไม่มีปัญหา แต่จะให้ดีก็ควรปรับยอมรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ตรงไหนที่นกถ่ายมูลก็ไม่ควรปล่อยเลอะเทอะ หมั่นทำความสะอาดซะ
เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับกระแสอนุรักษ์ ใส่ใจใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอยู่แล้ว
เมืองท่องเที่ยวที่สงบเงียบ ปลอดภัย ไร้ความวุ่นวาย มีเสียงนกสลับบ้างก็เข้าทีเหมือนกันนะ.
วีระพันธ์ โตมีบุญ
veeraphanT@Gmail.com
http://twitter.com / vp 2650
http://www.dailynews.co.th/article/725/137144
นึกว่าคนชอบเสียงนกเอี้ยงอ้อน
..................................
.................................
................................






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า