วัสสาสมัย
เฝ้ารอคอยดวงมาส ที่คลาดแคล้ว
ไม่เห็นแววฉายส่อง บนท้องสรวง
ไม่มีเดือนประดับจิต นิมิตลวง
เจ็บเหมือนบ่วงแร้วบาด เจียนขาดใจ
ปลายพรรษาฟ้าคล้ำ ดูช้ำหม่น
เช่นอกคนมัวหมอง ไม่ผ่องใส
สิ้นฤดูฝนพรำ ฟ้าอำไพ
แต่ภายในจิตคน มืดมนนัก
จากเช้าสายบ่ายคล้อย ทยอยค่ำ
ฝนกระหน่ำรินร่วง อย่างหน่วงหนัก
ย่อมยากทนช้ำชอก แล้วดอกรัก
จึงลาขั้วหล่นหัก เกินจักทาน
เย็นเยียบเพียบอกแล้ว----รอนรอน
ยามย่ำพลบทินกร--------หลีกฟ้า
ใจสิยิ่งอาวรณ์-----------ยามห่าง
ยังห่วงเจ้าจักว้า---------เหว่ซ้ำกำศรวล
ลมครวญนภครั่นครื้น-----ครืนคราง
มวลเมฆปิดนภางค์-------หม่นคล้ำ
เพ็ญเดือนก็เลือนราง-----พรางซ่อน
ลอยหลบดวงดุจย้ำ------อย่าคว้าศศิน
พิรุณพรำค่ำคล้อย-------โปรยปราย
คงชะดอกไม้ราย--------ดื่นพื้น
วันพรุ่งเมื่อฟ้าพราย------ระเรื่อ
ฤๅอาจหยัดดอกฟื้น------ชีพพร้อมหอมหวน
อาลัยรักหักร้าง---------รากอ
ยังอยู่แต่โคนตอ--------ผุแห้ง
เคยชูช่อพะนอ---------ลมรื่น
มาบัดนี้ร้างแล้ง--------เหือดน้ำใจหาย
ฝนพรำผิฉ่ำฟ้า--------นองดิน
นองเอ่อจวนบ่าริน-----หลากล้น
นองในอกพังภินท์-----นับเนิ่นนานเนอ
คืออัสสุชลท้น--------ท่วมแม้ชีพสลาย
รอคอยรอยรูปร้าง-----แรมรา
คืนดับแรมจันทรา-----หลบเร้น
เวียนวันย่อมวนมา-----เพ็ญแจ่ม
ยังแต่เพ็ญใจเว้น------อกเรื้อเปลี่ยวเหงา
พันแสง
ที่มา
https://pagysunthon.blogspot.com/2026/09/blog-post.html
เฝ้ารอคอยดวงมาส ที่คลาดแคล้ว
ไม่เห็นแววฉายส่อง บนท้องสรวง
ไม่มีเดือนประดับจิต นิมิตลวง
เจ็บเหมือนบ่วงแร้วบาด เจียนขาดใจ
ปลายพรรษาฟ้าคล้ำ ดูช้ำหม่น
เช่นอกคนมัวหมอง ไม่ผ่องใส
สิ้นฤดูฝนพรำ ฟ้าอำไพ
แต่ภายในจิตคน มืดมนนัก
จากเช้าสายบ่ายคล้อย ทยอยค่ำ
ฝนกระหน่ำรินร่วง อย่างหน่วงหนัก
ย่อมยากทนช้ำชอก แล้วดอกรัก
จึงลาขั้วหล่นหัก เกินจักทาน
เย็นเยียบเพียบอกแล้ว----รอนรอน
ยามย่ำพลบทินกร--------หลีกฟ้า
ใจสิยิ่งอาวรณ์-----------ยามห่าง
ยังห่วงเจ้าจักว้า---------เหว่ซ้ำกำศรวล
ลมครวญนภครั่นครื้น-----ครืนคราง
มวลเมฆปิดนภางค์-------หม่นคล้ำ
เพ็ญเดือนก็เลือนราง-----พรางซ่อน
ลอยหลบดวงดุจย้ำ------อย่าคว้าศศิน
พิรุณพรำค่ำคล้อย-------โปรยปราย
คงชะดอกไม้ราย--------ดื่นพื้น
วันพรุ่งเมื่อฟ้าพราย------ระเรื่อ
ฤๅอาจหยัดดอกฟื้น------ชีพพร้อมหอมหวน
อาลัยรักหักร้าง---------รากอ
ยังอยู่แต่โคนตอ--------ผุแห้ง
เคยชูช่อพะนอ---------ลมรื่น
มาบัดนี้ร้างแล้ง--------เหือดน้ำใจหาย
ฝนพรำผิฉ่ำฟ้า--------นองดิน
นองเอ่อจวนบ่าริน-----หลากล้น
นองในอกพังภินท์-----นับเนิ่นนานเนอ
คืออัสสุชลท้น--------ท่วมแม้ชีพสลาย
รอคอยรอยรูปร้าง-----แรมรา
คืนดับแรมจันทรา-----หลบเร้น
เวียนวันย่อมวนมา-----เพ็ญแจ่ม
ยังแต่เพ็ญใจเว้น------อกเรื้อเปลี่ยวเหงา
พันแสง
ที่มา
https://pagysunthon.blogspot.com/2026/09/blog-post.html





ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า