ลิขิตมิคิดคาด.................กวิวาทประโลมเรียง ปักถ้อยร้อยประเดียง.........เสียงตัดพ้อหยอกล้อลม [กาพย์ยานี ๑๑] ลิขิตพิชญ์ตัดพ้อ...............รำพึง หวนอดีตตราตรึง..............พร่างพร้อย สัมผัสเร่ารัดรึง.................ปานวาท- มิลบเลือนเคลื่อนคล้อย........จากห้วงหทัยสอง [โคลงสี่สุภาพ] อาจแม้รื่นรจน์เรียงเพี้ยงภาพฝัน ผูกโน้มน้าวจำนรรจ์รังสรรค์ร่วม อาจถ่ายทอดถ้อยคำได้กำกวม แต่ท้นท่วมล้นหลากล้วนจากใจ แต่ละวรรคทักเขียนจำเนียรนึก กว่าจะตรึกกว่าจะตรองคล้องจองใส่ เหมือนสื่อหมายปลายทางช่างห่างไกล สื่อเช่นไรให้ปักลงตรงทรวงนั้น เฝ้าเพ้อพร่ำคำหวานสานพจี เคล้าสังคีตดนตรีแต้มสีสัน หลากถ้อยศิลป์จินตกานท์งานประพันธ์ ร้อยรังสรรค์อำรุงจนฟุ้งเฟื้อย ผกโลดโผน โจนทะยาน ผ่านทุกข์โศก ผิว์ผินโลกเวิ้งว้าง อย่างเรื่อยเปื่อย บนเส้นทางรักสีดำ ช้ำหน่ายเนือย มิเชือนเฉื่อย เฉิดฉันพรรณนา หากเพี้ยงพิสูจน์พิเราะพิราม ผิวะงามเพราะความนัย น้ำคำสะกิด ณ หฤทัย รติไซร้มิไคลคลา [วสันตดิลกฉันท์ ๑๔] อยากจะเขียนกลอนรักอีกสักบท ให้งามงดหยดย้อยละห้อยหา อาจมีวันฝันค้างบางเวลา แต่มีราลดซึ่งคะนึงคิด ภาพรอยยิ้ม ริมปราง น้องนางแก้ว ทอดมองแล้ว ลืมทุกข์ขั้นอุกฤษฏ์ จะเช้า สาย บ่าย จันทร์ ยันอาทิตย์ แรกจุมพิต กรุ่นกลิ่นนั้น..ยังรัญจวญ เพียงสานสบเนตรน้อง....นรี อยากพร่ำเพ้อพจี…….……หยดย้อย รังสรรค์บทกวี……………..หมายแม่ สะดุดใจเคลื่อนคล้อย…...เคลิบเคลิ้มตามเสียง [โคลงสี่สุภาพ] ใคร่จักเขียนกลอนเกี้ยว…เกี่ยวใจสอง ตราบเหลียวมอง ตรึงจิต ให้คิดหวน ใคร่ขีดเขียนเจียรวรรค เอ่ยชักชวน ช่วยทบทวนหวามไหว ในใจอนงค์ ร้อยเรียงบทรจเรข เสกประสิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ดลใจ ปลื้มใหลหลง จวบเคลือบแคลงปรุงคิด แล้ปลิดปลง หลอมใจลงสู่ฝัน…นิรันดร Soul Searcher Inspired to write 29/7/2026 |
| ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน |
|
31 กรกฎาคม 2026, 04:51:AM
|
|||
|
|||
|
ผู้เขียน | หัวข้อ: ~*~ในเหมันต์~*~ (อ่าน 13737 ครั้ง) |
| ||||||||||
Email:






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า