…ยามเมื่อลมพัดหวน… คืนวันนับเคลื่อนคล้อย…..นานปี มิอาจแม้นาที……………….กลับย้อน สูงต่ำสุขทุกข์ดี……………..เลวผ่าน เพียงหนึ่งทรวงสะท้อน……เก็บไว้ในคะนึง (โคลงสี่สุภาพ) เพรงกานท์ประเจกรุจิรพราย ผิว์ละม้ายมลายลาญ หวนคืนประหนึ่งกวะชวาล ชุติพร่างมิสร่างซา สังคีตประโคมประลุประลุง วจะฟุ้งตระการตา จวบสิ้นพิลาส(ะ)สุริยา มุติปลื้มมิลืมเลือน (วสันตดิลกฉันท์ ๑๔) คราลมหนาวยาวเยือน เหมือนวิโยค- ร่วมพัดโบกโยกคลอนอ่อนระโหย เมื่อหนาวลมช้าเชียบยะเยียบโชย เหมือนถูกโบยด้วยแส้ เบิกแผลฉกรรจ์ หยาดน้ำค้างกลางหาวพร่างพราวระยิบ ส่งกระซิบถึงใครที่ไหนนั่น หยาดน้ำตาขมขื่นรื้นจาบัลย์ ก็อยากย้อนส่งถึงพลัน ณ ทันใด เหมือนอดีตซีดจาง หว่างอรรณพ- ซัดกลืนกลบ ลบเลือน เชือนฝันใฝ่ ดุจห้วงกาลโหมหาย บั่นสายใย- จนขาดวิ่น แทบสิ้นใจในอาวรณ์ หากยังเหลือรูปรอยผูกร้อยรัด กานท์กระหวัด รจน์เรียงเสียงอักษร ใคร่ขอฝากถ้อยคิดถึงคะนึงจร- จากร้าวรอน สั่งสมขมปร่าเปรย อนาคตหวั่นหวาดไย ใครจะรู้- ยังชีพอยู่หรือไฉน ไม่อาจเผย รักจักชื่นสุขสม-ล่มก่ายเกย ใครเล่าเอยสืบรู้วาสน์ สุดคาดเดา ที่รับรู้คือวันนี้ทีละวัน หากมีเธอและฉัน ฝันใฝ่เฝ้า ร่วมปลอบปลุก ทุกข์ร้อน ทอนบรรเทา ปันสุขเศร้าซึ้งซาบ ตราบเท่านาน ฝากลมพัดหวนมาในครานี้ หว่างราตรีเหน็บหนาวยืดยาวผ่าน ขอฝากเพียงเสียงสรรค์จากวันวาน ช่วยสมานบาดแผลใจให้แก่กัน “…อาจเป็นเพราะรัก ที่ผ่านมากับลม ผ่านมาเชยชมเพียงแผ่วพริ้ว แล้วมันก็จางไป เก็บความทรงจำ เก็บงำในหัวใจ อยู่เพียงเดียวดาย ในเมื่อรักจากไปพร้อมสายลม เมื่อเป็นความรัก ที่ไม่อาจเผยใจ เก็บมันเอาไว้ เก็บมันเอาไว้ ไม่อาจยอมให้เธอรู้ เมื่อใดที่ลมพัด ให้ผ่านมาหน่อยได้ไหม อยากให้คืนวันที่ดีเหล่านั้น ได้หวนมา เมื่อใดที่ลมหวน ที่เธอจะกลับมาหา เฝ้ารอเวลาที่ลมแห่งรักนั้น จะพัดพามาอีกครั้ง…“ [ ยามเมื่อลมพัดหวน (2536): คำร้อง - มณฑวรรณ ศรีวิเชียร ทำนอง - กุลวัฒน์ พรหมสถิต ] Soul Searcher Inspired to write 12/1/2026 ป.ล. ขออภัยคุณมังตรา ที่กลอนไม่ได้เขียนต่อ เนื่องจากแต่งเอาไว้แล้วครับ |
| ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน |
|
29 มกราคม 2026, 01:29:PM
|
|||
|
|||
|
ผู้เขียน | หัวข้อ: ~*~ในเหมันต์~*~ (อ่าน 7921 ครั้ง) |
| ||||||||||
Email:






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า