หยิบผ้าแพรเนื้อบางคลุมร่างระหง แผ่วผจง ลงลักษณ์ไล้อักษร สะกดข่มคลั่งไคล้ในอาวรณ์ จากร้าวรอนคราร้างเหินห่างนวล ค่ำคืนนี้ ดาษดาวทั่วราวฟ้า มารวมตัวส่องหล้าเต็มฟ้าถ้วน เหมือนดั่งเป็นสักขีพยานจารรัญจวน นำสองส่วนร้างรามาพบพาน ครั้นเกจ์(Gauge)รักพุ่งสูงสุดเกินหยุดยั้ง เหลือเหนี่ยวรั้งละเมอบ่นเพ้อพล่าน ขจรขจายฟุ้งออกบอกประจาน ว่าดวงมานโหยไห้อาลัยร้อง ดุจช่อรักอักษราในคราแรก ซุกซอนแทรกลานทรวงทุกหวงห้อง ก่อนผลิดอกออกผลจนเรืองรอง ผูกพันคล้องเกี่ยวรั้งหยั่งรากลึก หรือดวงใจแห่งพี่หลบลี้ได้- จากห่วงหาอาลัย ไหวตรองตรึก จดรูปรอยถ้อยถวิลจินต์จารึก เก็บบันทึกความในใจดวงนี้ อนาคตกว่ายาวไกลเกินใครรู้ หากพรั่งพรูลับหายร้อนคลายคลี่ หยัดยืนยงเลือนสลายกลายผงคลี ขอจดจำ คำคำนี้พลีมอบไว้ เพียงคำเดียวคำนั้น รังสรรค์ฝาก คัดมาจากข้นคั้นกลั่นกรองให้ ครั้งหนึ่งเคยปันปลูกฝังผูกใจ ด้วยคำว่า“รัก”อย่างไร…ใจเจ้าเอย “…หรือ เจ้าลืมถ้อยคำคำนี้ จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ดังไม่มี เยื่อใย แม้น เจ้าลืมเจ้าเลือนเคลื่อนคลาย พี่เตือนให้อีกก็ได้ ก็รักอย่างไร เจ้าเอย…” [ เพียงคำเดียว (2498) คำร้อง : สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ทำนอง : สมาน กาญจนะผลิน ] Soul Searcher Inspired to write 9/1/2026 |
| ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน |
|
29 มกราคม 2026, 01:28:PM
|
|||
|
|||
|
ผู้เขียน | หัวข้อ: .*~หลงน้ำคำ~*. (อ่าน 1471 ครั้ง) |
| ||||||||||
Email:






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า