กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
ชุมชน บ้านกลอนไทย
21 กันยายน 2018, 08:53:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
 1 
 เมื่อ: 8 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย สุวรรณ - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ




 2 
 เมื่อ: 10 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย รพีกาญจน์ - กระทู้ล่าสุด โดย รพีกาญจน์

นับกี่ฟุตผุดโผล่โด่เด่ตั้ง
บันทึกครั้งพบที่กี่สมัย
กี่รุนแรงแซงซัดพิบัติภัย
เสื่อมกษัยกี่เกลาฤๅเบาบาง

รับไอแดดแผดร้อนตอนแสงจ้า
เวียนทิวาพวยพุ่งเที่ยงรุ่งสาง
ลูบชโลมโถมทวนฟ้าครวญคราง
ฝนถั่งท้างกลางกลายท้ายฤดู

ซับความเย็นยะเยือกเกลือกหมอกขาว
เหมยขาบพราวหนาวจัดลมพัดสู่
มืดมัวคลุมลุ่มต่ำล้ำเลยภู
ปรากฎคู่รูปทรงยังคงเดิม

สัญลักษณ์ปักพื้นยืนตระหง่าน
ตรงเนิ่นนานมิใช้อะไรเสริม
ปราศปูนทรายป้ายปิดอิฐแต่งเติม
พอกฐานเพิ่มเชื่อมดึงขึงเหล็กราว

นับผองเภทเหตุการณ์ผ่านมฤต
จบชีวิตลงสิ้นบนดินด้าว
ต้องพายุพลุเพลิงพ่นเถิงดาว
อื่นแตกร้าวเสาหลักประจักษ์ตา

อันผิวหนังมังสะกระดูกอ่อน
ถูกกัดกร่อนด้วยโศกโรคชันษา
เฝ้าปลอบใจใช่เฉื่อยอยู่เรื่อยมา
เทียบหินผาอดทนเถิดบ่นบอ

รพีกาญจน์


 3 
 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย toshare

..."พระปิยะ"ไท้โปรดให้.......เสรี
สยามสู่แวดวงวิถี.................จรัสล้ำ
ศึกษา ธ โปรดทวี...............โอกาส
สยามสุขพระปรีชาค้ำ............เหล่าข้าฯซ้องสดุดี

...ศรีขวัญ ธ โปรดให้...........สุขพลัน
สมเด็จพระอานันท์...............โอบอุ้ม
สังคมเปลี่ยนผ่านอัน.............เย็นยิ่ง
ขวัญมิ่งไทย ธ คุ้ม...............ราษฎร์ซ้องสรรเสริญ


 4 
 เมื่อ: 22 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย สดายุ - กระทู้ล่าสุด โดย สดายุ


O รื่นลมร่ำ .. O






O พร้อมเมฆหม่นครอบขัง .. อยู่ยังหน้า
คือครั่นครื้นมหิทธาแห่งฟ้าฝน
เส้นไฟเลื้อยวกต่ำ .. ก่อนคำรน-
กึกก้องทั้งภูวดล .. ให้ยล-ยิน
O พร้อมหยาดฝน-ลมร่ายรำบายโบก
ทอนทุกข์โศกข่มร้อน .. ให้ผ่อนสิ้น
เพื่อเม็ดฝนหมาดใหม่ .. กรุ่นไอดิน-
ได้อวลกลิ่น .. ตอกย้ำความธรรมดา
O ไฟบนสรวง .. วนวิ่ง .. งามยิ่งแล้ว
เนตรผ่องแผ้วเหลือบชม้าย .. ลอบชายหา-
ช่างวนวิ่งความหมาย .. สู่สายตา
หรือเพื่อกร่อนเหว่ว้า .. ด้วยอาวรณ์ ?
O แม้นแวบเดียว .. วูบดับจนลับล่วง
กลับโชนช่วงความหมาย .. เกินถ่ายถอน
ไฟเฟื้อยเส้นฟาดกระหน่ำทั้งอัมพร
เมื่อหัวใจสั่นคลอน .. ทั่วตอน-ตน
O เมื่อแววในสายตา .. เกินกว่าซ่อน
แฝงเว้าวอนรำบาย .. ฝ่าสายฝน
กลางลมร่ำเม็ดน้ำ .. ฟ้าคำรน
หัวใจคน .. ครวญคร่ำ-เฝ้าคำนึง
O สื่อความหมายอบอุ่น .. กลางฝุ่นฝน
ที่หลั่งบนหัวใจ .. ฝันใฝ่ถึง
แผ่รูปรอยปฏิพัทธ์ .. เข้ารัดรึง
หวาน, ซาบซึ้งวาบหวาม .. ด้วยความนัย
O หมดสิ้นแล้ว .. เมฆทึมเคยครึ้มฟ้า
เปิดเวหารับรอง .. ความผ่องใส
แทนฝุ่นฝนจากสรวง .. ด้วยห่วงใย-
จากรูปการณ์ภายใน .. แววนัยน์ตา
O จนอ่อนหวานผ่านสู่ .. ให้รู้สึก
นัยเร้นลึกแฝงรอยละห้อยหา
ค่อยโยกใจไหวสั่น ..แล้ว บัญชา-
ให้แรงอาวรณ์ช่วง .. เกินหน่วงแล้ว
O รูป, แววตา-อบอุ่นละมุนละม่อม
กลางแวดล้อมรื่นริ้ว .. ลมพลิ้วแผ่ว
เติมแต่งนัยน์ตาชาย .. ให้ฉายแวว-
วามผ่องแผ้วด้วยถวิล .. ที่-ดิ้นรน !
O โอ .. งามที่คุกคามลุกลามล้อม
หรือเพื่อหลอมรวมจิตเฝ้าคิด .. ขวน-
ขวาย .. ความครุ่นคำนึงในหนึ่งคน-
ให้แต่อลเวงอยู่ไม่รู้วาง
O เอกภพเคลื่อนผ่านสู่ด้านไหน
ย่อม-สดใสวับวาวทุกก้าวย่าง
ยิ่ง-ดวงวันเรื่อรองคอยส่องทาง
คือ-ร่วมสร้าง .. รติภพจนอบอวล
O แม้นว่าโลกทั้งโลก .. สุมโศกใส่
นอกจากไม่ครวญคร่ำ .. ไม่กำสรวล
จัก .. โรมรันบั่นคอด้วย .. ขอ-ทวน
ขอเพียงนวลหยัดร่าง .. เคียงข้างกาย
O เสน่หาฝ่าข้ามไปสามภพ
ดวงวันลบ .. จันทร์เลือน .. ดาวเคลื่อนหาย
ความอาลัยอาวรณ์ .. ฤา-คลอนคลาย
เมื่อเส้นสายใยนั้น .. ผูก-มั่นคง
O เกินวิญญาณเมื่ออุบัติ .. อาจทัดทาน
หรือต่อต้าน, ควบคุม-ความลุ่มหลง
แม้นจนเงื่อนเหตุกรรม .. เคยดำรง-
จัก .. ขาด-วง .. ด้วยซึ้งคำนึงนวล
O งามพิสุทธิ์น้อมนำ .. กรองคำถ้อย
สำหรับร้อยเรียงความ .. ให้งามถ้วน
เปล่งความหมายสื่อสู่ให้คู่ควร-
รักที่หวน .. โชนช่วงกลางห้วงใจ !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2016&date=21&group=11&gblog=667


 5 
 เมื่อ: 23 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย my smile - กระทู้ล่าสุด โดย ลายเมฆ





 6 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย พี.พูนสุข - กระทู้ล่าสุด โดย พี.พูนสุข
 ซึ้งจัง
ทางลัด

แม้ก้าวเท้าจะก้าวหนึ่งหรือครึ่งก้าว
จะก้าวสั้นก้าวยาวใช่เรื่องใหญ่
ขอให้รักเรื่องราวการก้าวไป
ไกลเท่าไกลก็จะถึงสักหนึ่งวัน

ระยะทางโค้งทอดตลอดลิบ
เคยหรือของมีให้หยิบระยะสั้น
แม้หยิบของหยิบได้ดังใจพลัน
ตีนของคนจะสำคัญได้ฉันใด

มีทางลัดเลี้ยวเลาะเฉพาะแห่ง
อาจมิต้องลงแรงให้เหงื่อไหล
แต่จะรู้ลู่ทางได้อย่างไร
ว่าทางไหนทางร้างหรือทางลัด

มีเสือสิงห์จิ้งจอกในซอกซ่อน
เนื้ออ่อนอ่อนจะถูกยำขย้ำกัด
เมื่อทางลัดเรื้อรกป่าปรกชัฏ
สารพัดย่อมสารพันอันตราย

ชีวิตวางความหวังเริ่มตั้งต้น
แต่ละครั้งแต่ละคนมีจุดหมาย
แต่ละหนแต่ละแห่งลงแรงกาย
ใช่เสี่ยงทายทุกสิ่งปวงเอาดวงวัด

ระยะทางเหยียดยาวต้องก้าวย่าง
สัจธรรมเส้นทางอย่าขืนขัด
สวยและสาวอาจสร้างหนทางลัด
หากเสี่ยงคมเขี้ยวกัดของสัตว์ร้าย

วาณิช  จรุงกิจอนันต์
เรียงร้อยถ้อยคำ  ภาคบทกวี  ความรัก



 7 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย toshare - กระทู้ล่าสุด โดย toshare
เพิ่มเติมครับ

@ คราเนื้อหา สาระ ประเด็นตรอง
เสียงวรรคสอง โทเอก เสกบ่พรั่น
วรรคสามสี่ เสียงตรี ก็เช่นนั้น
ปราชญ์ไป่ยั่น หยิบใช้ ไม่หลุดประเด็น

*** ตัวอย่าง

๏ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์
มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต (เอก)
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร (ตรี)
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ

ถึงบางพลูคิดถึงคู่เมื่ออยู่ครอง (สามัญ)
เคยใส่ซองส่งให้ล้วนใบเหลือง
ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคือง
ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน

๏ โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จพระบรมโกศ
มาผูกโบสถ์ก็ได้มาบูชาชื่น (โท)
ชมพระพิมพ์ริมผนังยังยั่งยืน
ทั้งแปดหมื่นสี่พันได้วันทา

นิราศภูเขาทอง

=====

บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว  
สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา  
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา
ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต (ตรี)

พระอภัยมณี

 8 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา


** วันเยาวชนแห่งชาติ **
------------------
วันเยาวชนแห่งชาติ เริ่มมีขึ้นในประเทศไทยเมื่อสหประชาชาติกำหนดให้ปี พ.ศ. 2528
เป็นปีเยาวชนสากล  คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 กำหนดให้
วันที่ 20 กันยายน ของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ
ของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีสองพระองค์ ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติในฐานะยุวกษัตริย์ คือ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  พระราชสมภพเมื่อ 20 กันยายน พ.ศ.2396
และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 พระราชสมภพเมื่อ 20 กันยายน  พ.ศ.2468

><><><><><><><

 9 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย สดายุ - กระทู้ล่าสุด โดย สดายุ


มหาภารตะยุทธ ..
เรื่องนี้เขียนด้วยฉันท์หลากหลายแบบทั้งเรื่อง
ซึ่งค่อนข้างยาวเกินกว่าจะเอามาลงได้หมด ..

ทำได้เพียงวาง link ไว้ให้ไปอ่านต่อกันเอง
(สำหรับผู้ที่ชอบอ่านคำฉันท์)







= ปณามคาถา =
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
000110101112 - - - 00102 - - - 13
1=ลหุ นอกนั้นครุ
เลขเดียวกัน = สัมผัสสระ

O กราบองค์พุทธจิตะน้อมประนอมธรรมะประสาร
อรรถาคณาจารย์ - - - ผจง

O ค้อมเศียรนบมรคาประดาอริยะสงฆ์
ฝึกจิตะปลิดปลง - - - ละปอง

O น้อมเศียรนอบบุพการิอาศัยะประคอง
ขันธ์จิตสถิต-รอง - - - ชิวา

O น้อมเศียรนอบคุณะครูเพาะรู้วิทยะพา-
ศิษย์ช่วยอำนวยสา- - - - ระเสริม

O นอบน้อมต่อนยะเธียระเพียรลิขิตะเติม
ห่อนว่าจะพาเหิม - - - ฤดี

O นอบน้อมต่อกวิภาษวยาสบุพะฤษี
จารบทภรตนี้ - - - ประทาน

O โอมอัญเชิญพิคเณศวิเศษะอุปการ
ศาสตร์ศิลป์ระบิลจาร - - - ผจง

O ร่วมรับรู้กวิชาติประกาศสุขุมะมง-
คลคันถะยรรยง - - - สยาย

O เพื่อโลกธาตุจะประสงค์ณรงค์ทุขะอบาย
โทษร้อนจะผ่อนคลาย - - - ระคาง

O คาบนี้ข้าวรบาทประกาศสุภะพยางค์
พากย์กรองสนองทาง - - - กระทำ

O ขอคุณเทพอุปการประทานพิริยะสัม-
ผัสใจไสวทำ- - - - นุเทอญ

.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=01-2009&date=25&group=168&gblog=14

 10 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์


                                                           หน้า  ๙๑

 
    ๏ พระนลเพ่งพินิจคิดฉงน
นาคพูดภาษาคนพ้นสงสัย
“ข้าทรมานนานช้าแล้วราชัย
ความเป็นไปทั้งหลายใคร่ชี้แจง”
     ๏ “ที่ผ่านมาข้านั้นสำคัญผิด
ตนเลอฤทธิไกรเกินใครแข่ง
เหลิงทะนงหลงตนจนรุนแรง
ถึงสำแดงเดชท้ามหามุนี
     ๏ พระองค์ทรงกำราบสาปแช่งไว้
โดนเผาไฟมิอาจพากายาหนี
ให้รอท่านเหมือนรู้การณ์ล่วงหน้าดี
จนวันนี้พระนลดั้นด้นมา
     ๏ วอนพระองค์ทรงชัยใจกุศล
ช่วยข้าพ้นทุกข์นี้ที่หนักหนา
ช่วยด้วยเถิดพระนลท่านขอวันทา
โปรดนำพาพ้นคำสาปสิ้นบาปร้าย
     ๏ จักตอบแทนพระคุณการุญท่าน
กระทำการกอบกู้สู่เป้าหมาย
หวนคืนสู่ไอศวรรย์ ณ บั้นปลาย
มิกลับกลายกล่าวนั้นสัญญาแท้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s