กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
ชุมชน บ้านกลอนไทย
16 พฤศจิกายน 2018, 05:52:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
 1 
 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                                                         หน้า  ๑๕๒

 
   ๏ ครั้นพี่ได้หัวใจสกาขลัง
สิ้นพลังออกจากกายบุญให้ผล
แต่กลางทางที่มานี้พี่จึงพ้น
เป็นตัวตนเหมือนเกิดใหม่ได้อีกครา”
     ๏ “อย่าคิดไปว่าใจพี่นี้มิช้ำ
แสนระกำคั่งแค้นแน่นนักหนา
มิเคยจะลืมอนงค์องค์ชายา
ยิ่งแก้วตารักหวงดวงฤทัย
     ๏ และช้ำหนักยิ่งกว่าในครานี้
เมื่อทมยันตีคิดมีใหม่
ป่าวร้องให้ต้องอายกระจายไกล
ช่างกระไรสองหรือสมสยมพร
     ๏ พระมารดาแลราชาภีมราช
มิบังอาจต่อว่าแต่น่าสอน
มิให้น้องหมองมัวทั่วนาคร
ใดจะร้อนเท่าอกผัวผู้ชั่วช้า”
     ๏ ครานั้นทมยันตีฤดีร้าว
ฟังคำกล่าวขื่นขมนั่งก้มหน้า
เมื่อยินความตามพระพจนา
คำพ้อพากายสั่นสะท้านไป

 2 
 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                                                           หน้า  ๑๕๑

     ๏ จะตัดพ้อต่อไปมิไหวแน่
ปวดดวงแดทุกวจีที่เอื้อนเอ่ย
ชลนัยน์ไม่หยุดสุดเปรียบเปรย
จึงทรามเชยนิ่งสงบหลบสายตา
     ๏ พระฟังคำรำพันอัดอั้นจิต
ขืนปกปิดบังกายคล้ายมุสา
จึงกล่าวคำพร่ำเฉลยเผยวาจา
“ใจร้ายจริงทิ้งชายาทมยันตี
     ๏ เพราะมิรู้ตัวตนจนทำผิด
กลีร้ายแรงฤทธิ์สิงจิตพี่
ตั้งแต่การคลั่งสกาเสียธานี
สิ้นราศีสูญทรัพย์แทบอับปาง
   ๏ มันหมายให้เราสิ้นรักหักสวาท
จนตัดขาดแยกไกลใจหมองหมาง
ทมยันตีมีใจไม่ราร้าง
ตามมากลางพนาวันมันยิ่งแค้น
     ๏ คราเมื่อทมยันตีมีคำแช่ง
กลีเริ่มอ่อนแรงไม่โลดแล่น
พอนาคีกัดพี่ที่ดงแดน
พิษร้ายเผากลีแทนร้อนสุดทน

 3 
 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                       หน้า  ๑๕๐
     
     ๏ ครั้นเมื่อทมยันตีมีสติ
ตามดำริเริ่มตัดพ้อพร้อมต่อว่า
“ขอเถิดนะสารถีมีปัญญา
ตอบวาจาตามสัจจะอย่าประวิง
     ๏ อันชายใดได้ชื่อว่าซื่อนัก
แลถือหลักเที่ยงธรรมล้ำเลิศยิ่ง
สัญญาไว้ให้ประจักษ์ว่ารักจริง
แล้วทอดทิ้งเมียอ้างว้างอยู่กลางไพร
     ๏ คงเป็นคนใจดำทำเช่นนี้
ฤๅเมียที่อยู่ชิดผิดตรงไหน
ปล่อยเมียทุกข์ระทมตรมฤทัย
พร่ำเรียกผัวทั่วไพรพนาวัน
       ๏ เชื่อหรือไม่ชายใจดำที่พร่ำหา
คือพระนลราชาฟ้ารังสรรค์
พระลืมเลือนเหมือนไม่ใช่คู่กัน
เสียแรงฉันจงรักมั่นภักดี
     ๏ ต่อหน้าองค์เทวาสัญญาไว้
จะรักมั่นมิให้เมียเสียศรี
รักยืนนานตราบวันสิ้นชีวี
พระมิมีสัจจาดังว่าเลย”


 4 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย รพีกาญจน์ - กระทู้ล่าสุด โดย รพีกาญจน์

เมื่อให้สิทธิ์เสรีเต็มที่แล้ว
ออกกรายแกร่วเก้งก้างขวางถนน
ขุ่นแยกเขี้ยวเยี่ยวหยดยางรถยนต์
มิเลือกคนเคยปะเห่ากระจาย

เจอแปลกหน้าตาถึงทำขึงขัง
ยินเสียงดังเดินมุดหางหยุดส่าย
หลบโจมจับคับข้นอันตราย
เกรงกลัวตายตำเจ็บเหน็บฤายอม

เที่ยวระรานหาญเห่ากลุ้มเจ้าของ
กักขังห้องหับแคบจนแวบผอม
หมายปรับแปลงแต่งตัดปัดปนปลอม
โน้มจิตน้อมนำทางชะล้างใน

คุมกี่ครั้งยังพึมครางฮึ่มแฮ่
ตวัดแส้เชือกคอตะกร้อใส่
ล่วงวันคืนตื่นหลับนานนับใด
สิ้นบ้าใบ้บ่งบอกปล่อยนอกกรง

แรกดูเรียบเงียบขรึมท่าซึมเศร้า
เริ่มงอนเง้าหงุดหงิดผิดประสงค์
พอข้างบ้านร้านตึกคึกคักคง
ยือคอก่งกินลมประสม

หลังได้สิทธิ์เสรีเต็มที่แล้ว
หวนซ่าแซ่วสร้างเหม็นเห็นระห่ำ
โฮ่งเห่าหอนจรจัดกัดประจำ
ตัดสินนำนอนกรงตรงที่เดิม

รพีกาญจน์


 5 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย สุวัฒน์ ไวจรรยา - กระทู้ล่าสุด โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา



 6 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย hort39
แม่เหลือเพียงร่างกายที่ผ่ายผอม
ฉันตรมตรอมอุราทกคราฝืน
ได้แต่มองหมองหม่นทนกล้ำกลืน
ทุกวันคืนนับถอยหลังอย่างเศร้าใจ

 ลาตายดีกว่าตู

 7 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                                                           หน้า   ๑๔๙

     ๏ ครั้นพระนลผู้ร่างร้ายได้มานั่ง
เหมือนจังงังเมื่อราชันประจันหน้า
พระพักตร์แม่หมองหม่นจนผิดตา
ห่มผ้ากาษายวัสตร์ตัดฤทัย
     ๏ ให้รู้เห็นเป็นหญิงหม้ายผัวหายสูญ
ดูอาดูรทุกข์ทนเหลือหม่นไหม้
คำนึงครวญหวนโศกวิโยคใจ
ชลนัยน์ไหลหลั่งลงพรั่งพรู
     ๏ ทมยันตีมีใจในส่วนลึก
ยิ่งรู้สึกกำสรดแสนหดหู่
เมื่อได้จ้องมองนัยนาดู
เหมือนหยั่งรู้วูบวาบปลาบฤดี
     ๏ โอ้พระองค์จำนงใดไม่เผยร่าง
เคืองระคางสยมพรก่อนมานี่
หรือมีเรื่องเคืองใดอยู่ในที
หรือกรรมมีให้กายร้ายทั้งปวง
     ๏ สุดจะกลั้นสุชลหล่นรินไหล
หัวอกสั่นหวั่นไหวอย่างใหญ่หลวง
ต่างคนต่างตื้นตันอัดอั้นทรวง
ทั้งสองดวงฤดีสิ้นปรีดา

 8 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                                                       หน้า  ๑๔๘

 
  ๏ การณ์ทั้งหลายได้กำหนดบทพิสูจน์
ทุกคำพูดกระทำใดไม่หลีกหนี
ตระหนักแน่แท้ตัวตนนลบดี
นำเรื่องนี้ทูลท่านพระมารดร
     ๏ ลำดับความตามเดิมแต่เริ่มต้น
วาหุกหรือคือพระนลอดิศร
พิสูจน์ได้ไม่คิดผิดแน่นอน
วานวิงวอนพระบิดาโปรดปรานี
     ๏ ขอพระอนุญาตให้ไปหา
หรือบัญชานำเขาเข้ามานี่
หม่อมฉันจะเจรจาวอนวจี
ขอภูมีเฉลยเผยพระองค์
     ๏ พระมารดาทูลราชาภีมราช
ทรงประกาศให้เข้าวังดังประสงค์
กองวังทำตามนั้นเป็นมั่นคง
เชิญดำรัสปิตุรงค์มุ่งตรงไป
     ๏ ให้วาหุกเข้ามายังเขตวังรัตน์
อันจะข้องจะขัดย่อมมิได้
ครานั้นนลราชาจึงคลาไคล
ต่อเยื่อใยอนงค์องค์ชายา


 9 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย ธนุ เสนสิงห์(ยกเลิก) - กระทู้ล่าสุด โดย ธนุ เสนสิงห์
                                                        หน้า  ๑๔๗
 
     ๏ เกศินีจึงนำราชนัดดา
ไปถึงหน้าวาหุกพลันตามบรรหาร
มิให้ทันเตรียมตนกมลมาน
ดันสองหลานเข้าไปหามิช้าที
     ๏ พระนลในร่างร้ายได้พบพักตร์ 
บุตรสุดรักอินทรเสนพระโฉมศรี
และอินทรเสนากุมารี
เกิดปรีดีปลาบปลื้มถึงลืมตน
     ๏ เข้าโอบกอดจุมพิตด้วยคิดถึง
สุชลจึงนองหน้ามาอีกหน
“โอ้ลูกจ๋าพ่อทำตัวชั่วเกินคน
หมางกมลลูกไกลแต่วัยเยาว์”
     ๏ เกศินีถาม “ความนั้นเป็นไฉน”
จึงตกใจว่า “โศกซึ้งถึงกาลเก่า
จำพรากบุตรธิดามานานเนา
ขอโทษเราเผลอใจไปจริงจริง”
     ๏ เกศินีจึงพานัดดากลับ
ทูลความกับทมยันตีสิ้นทุกสิ่ง
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยใดไม่มีทิ้ง
เหมือนกันยิ่งกิริยาทุกท่าที

 10 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ 
เริ่มโดย toshare - กระทู้ล่าสุด โดย toshare

@ ศัพท์สดับก้องโลก....วิปโยคโรยริน
โศกท่วมท้นสินธุ์..........ระทดระทวย
ซ่าสาดหลากล้น..........ยากทนจนรวย
สาวหนุ่มเฒ่าย้วย.........จักม้วยด้วยธาร
ศัพท์ท่วมธราดล..........เยาวชนไป่ชื่น
ยากยากกินกลืน...........พึงตื่นรู้กาล
โลกเปลี่ยนแปรแล้ว......ไม่แคล้วถูกผลาญ
“ตื่นรู้”กวีกานท์............สรรค์สาร”ง่าย”ลอง


ขอบคุณ ปรศุราม   
/pantip.com/topic/38253237/


หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s