ว่าด้วย กลบท (สำหรับผู้ที่อยากหาลูกเล่นเพิ่มเติมในการแต่งกลอนนะคะ)
ชุมชน บ้านกลอนไทย
20 กันยายน 2021, 05:51:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1] 2
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วย กลบท (สำหรับผู้ที่อยากหาลูกเล่นเพิ่มเติมในการแต่งกลอนนะคะ)  (อ่าน 45751 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
22 ธันวาคม 2007, 12:12:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:12:PM »
ชุมชนชุมชน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.๒๕๒๕  ให้ความหมายของคำว่า "กลบท" ไว้ดังนี้
     
         กลบท (กน-ละ-บด)  น.คำประพันธ์ที่บัญญัติให้ใช้คำหรือสัมผัสเป็นชั้นเชิงยิ่งกว่าธรรมดา เช่น
          อมรแมนแม่นแม้นเจ้างามโฉม(กลบทตรีประดับ)

     ในคำประพันธ์ร้อยกรองแต่โบราณของไทยเรานั้น เรามีกลบททั้งที่เป็น กลอนกล ร่ายกล โคลงกล กาพย์กล และฉันท์กล แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกลอนกล เท่านั้น

     กลอนกล ก็คือกลอนสุภาพนั่นเอง แต่มีการแต่งเพิ่มลักษณะบังคับให้วิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้น เช่นบังคับให้มีสัมผัสสระ สัมผัสอักษร คำเป็น คำตาย คำซ้ำ และรูปวรรณยุกต์ เป็นต้น ว่าจะต้องมีอยู่ในตำแหน่งคำใดของกลอน แล้วตั้งชื่อเรียกการกำหนดข้อบังคับนั้นว่าเป็นกลบทชื่ออะไรต่างๆออกไป โดยมากกลอนกลมักจะแต่งเป็นกลอนเก้า เพราะบรรจุคำได้มากกว่า ทั้งจังหวะการอ่านก็เป็น จังหวะละสามพยางค์ การกำหนดข้อบังคับพิเศษขึ้นมาจึงมีจังหวะเสียงที่ลงตัวได้ดีกว่า กลอนกลบทมีมากมายหลายชนิด แต่ในที่นี้จะยกตัวอย่างมาให้เห็นบางชนิด ที่เห็นว่าเป็นศิลปะในการเขียนกลอนชนิดหนึ่ง ที่เราอาจจะนำมาใช้ได้บ้างในบางครั้งหากเห็นว่าจะช่วยทำให้กลอนที่แต่งมีเสียงและจังหวะที่อ่านหรือฟังแล้วไพเราะ

     กลอนกลบทที่มีมาแต่โบราณนั้น มีอยู่หลายชนิดชื่อต่าง ๆ กันไป ได้แก่กลบทในชื่อต่อไปนี้   

- กลอนกลบทสะบัดสะบิ้ง
- กลอนกลบทตรีประดับ(ตรีเพชร)
- กลอนกลบทธงนำริ้ว
- กลอนกลบทอักษรสังวาส
- กลอนกลบทกินนรเก็บบัว
- กลอนกลบทพยัคฆ์ข้ามห้วย
- กลอนกลบทรักร้อย
- กลอนกลบทจักรวาล(ครอบจักรวาล)
- กลอนกลบทยัติภังค์
- กลอนกลบทอักษรกลอนตาย
- กลอนกลบทกวางเดินดง.... เป็นต้น

ที่มา http://www.st.ac.th/thaidepart/kolbot.php

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ♥หทัยกาญจน์♥, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา, อริญชย์, บัณฑิตเมืองสิงห์

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 12:14:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:14:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทกบเต้นต่อยหอย

คิดถึงน้อง ข้องถึงนวล ควรหรือหนอ
เคยสราญ ค้านสลัด เพราะขัดคอ
โอ้ใจเจ้า เอาใจจ่อ ต่อเพื่อนชาย
 
เร่งเตือนเจ้า เร้าเตือนจิต คิดรักหนัก
กลับโกรธเลี้ยว เกรี้ยวโกรธรัก รานสลาย
ซนแต่งอน ซ่อนแต่เงื่อน แชเชือนกลาย
ลืมเพื่อนชู้ หลู่เพื่อนชาย หาใหม่ชม


จะเห็นว่า ลักษณะพิเศษของกลบทกบเต้นต่อยหอยก็คือ คำที่ ๑,๒,๓ กับ ๔,๕,๖ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกัน โดย

คำที่ ๑ จะสัมผัสอักษรกับคำที่ ๔
คำที่ ๒ จะสัมผัสอักษรกับคำที่ ๕
คำที่ ๓ จะสัมผัสอักษรกับคำที่ ๖

   ทั้งนี้แต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรตัวใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นอักษรเดียวกันในทุกวรรค ดังตัวอย่างวรรคที่ 6 สัมผัสอักษรดังนี้ ซ ต ง - ซ ต ง (ซนแต่งอน ซ่อนแต่เงื่อน) วรรคสุดท้ายสัมผัสอักษร ล พ ช - ล พ ช (ลืมเพื่อนชู้ หลู่เพื่อนชาย) เป็นต้น
เราสามารถนำกลเม็ดแบบนี้มาใช้กับกลอนที่เราแต่งได้ในบางวรรคที่เราต้องการ ช่วยให้กลอนของเราในวรรคนั้นดูมีศิลปะขึ้นมาทันที

ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ คำที่ ๓ จะสัมผัสสระกับคำที่ ๔ ในทุกวรรค

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 12:17:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:17:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทพยัคฆ์ข้ามห้วย

เสียแรงหวัง ใจมุ่ง ผดุงหวัง
ไม่ควรชัง ฤามาราน พาลชิงชัง
เออเป็นใจ ใครมั่ง ไม่น้อยใจ
 
สู้ถนอม แนบเนื้อ นี้เหลือถนอม
ก็เหตุไฉน ยังไม่ออม เสน่ห์ไฉน
เมื่ออาลัย ยังไม่ลืม ปลื้มอาลัย
ช่างเด็ดรอน รักได้ ไปรอนรอน

ในกลบทพยัคฆ์ข้ามห้วยนี้ ข้อบังคับอยู่ที่กำหนดให้ คำที่ ๓ ในแต่ละวรรคเป็นคำเดียวกันกับคำสุดท้ายในแต่ละวรรคนั้นๆ
 

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 12:19:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:19:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทละลอกแก้วกระทบฝั่ง

โอ้แสนรัก โอ้ศักดิ์เรา ไม่เท่าถึง
แสวงมาด สวาทหมาย ไม่วายคะนึง
ลงนอนอิง แล้วนิ่งอึ้ง รำพึงเพียร
 
ข้างทุกข์พี่ ขาดที่ผู้ เป็นคู่คิด
ก็เพราะมา กำพร้ามิตร คิดหันเหียน
ดั่งตกชล ดูตนชาย เหมือนว่ายเวียน
แสนทุพล สู้ทนเพียร เวียนตะกาย


กลบทละลอกแก้วกระทบฝั่งนี้ มีลักษณะคล้ายๆกับคลื่นที่ทะยอยตามกันเข้ามากระทบฝั่ง นั่นคือคำที่ 1,2 และ 3 ในแต่ละวรรคนั้น จะเล่นสัมผัสอักษรเรียงทะยอยตามกันเข้ามา คือ
          คำที่ ๑ สัมผัสอักษรกับคำที่ ๔
          คำที่ ๒ สัมผัสอักษรกับคำที่ ๕
          คำที่ ๓ สัมผัสอักษรกับคำที่ ๖
ตัวอย่างเช่น ในวรรคแรก ใช้คำว่า
          โอ้แสนรัก โอ้ศักดิ์เรา คือเสียงพยัญชนะ ว่า ออ สอ รอ - ออ สอ รอ
วรรคต่อมา แสวงมาด สวาทหมาย คือเสียงพยัญชนะ ว่า สอ วอ มอ - สอ วอ มอ เป็นต้น

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ♥หทัยกาญจน์♥, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 12:22:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:22:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทครอบจักรวาล

ขามจิตคิด ข้อหมาง ระคางขาม
ความจริงใจ นี่ไฉน จึงแหนงความ
ควรจะถาม ก็ไม่ถาม กันตามควร
 
ที่นางแกล้ง แปลงเรื่อง ให้เคืองที่
สรวลซิกซี้ กันเสียได้ ไม่ไต่สวน
จวนจะชื่น ช่างมาคืน ให้รัญจวน
ออสำนวน พี่นาง อย่างนี้ออ

กลบทครอบจักรวาลนี้ โบราณกำหนดให้คำแรกและคำสุดท้ายในแต่ละวรรค เป็นเสียงเดียวกัน(ซ้ำเสียงกัน) โดยแต่ละวรรคขึ้นต้นด้วยคำใด ก็ต้องลงท้ายด้วยคำที่มีเสียงซ้ำกัน(หรือคำเดียวกัน)

เพิ่มเติมจาก http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

รู้สิ่งไร    ร้ายแรงยาก    อย่าอยากรู้
หวังแว่วหู    ปากจะนิ่ง    อย่ากริ่งหวัง
ดังหนึ่งฆ้อง    ก้องเสียง    สำเนียงดัง
ตีหยุดยั้ง    ยังกังวาล    นานกว่าตี
 
ผิดคำกล่าว    ราวกับพา    ให้หาผิด
ที่จะมิด    อย่าพึงหมาย     มิใช่ที่
ดีแลชั่ว    ตัวของใคร    นิ่งไว้ดี 
ควรต้องทำ    จะต้องชี้    แต่ที่ควร

ช้างตายเน่า    เอาใบบัว    ปิดตัวช้าง
สงวนบ้าง    มิใช่ข้อ    อย่าพอสงวน
ชวนเสียกิจ    ผิดระบอบ    อย่าชอบชวน 
เดาอย่าด่วน    ใจหวัง    ลำพังเดา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ♥หทัยกาญจน์♥, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 12:27:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 12:27:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทมังกรคายแก้ว

สารสงวน ควรมิตร สงวนสาร
นานคะนึง เสน่ห์น้อง คะนึงนาน
ทวีทุกข์ เหลือที่ทาน ทนทุกข์ทวี
 
โศกถวิล กินเทวษ ถวิลโศก
พี่ห่างน้อง ต้องวิโยค ด้วยห่างพี่
ปีกว่าปาน ประมาณไว้ ได้กว่าปี
แลสุดที่ จะพำนัก ที่สุดแล
 
ลักษณะพิเศษของกลบทมังกรคายแก้วก็คือ จะเอาคำที่ ๑,๒ ในแต่ละวรรคมาใช้ย้อนถอยหลังในตำแหน่งที่ ๗,๘ คล้ายๆ มังกรที่กลืนแก้วเข้าไป(ในคำที่ ๑,๒) แล้วคายแก้วออกมา (โดยคำที่ ๒ ต้องออกมาก่อนคำที่ ๑) ดังนั้นตำแหน่งที่ ๗,๘ ก็คือคำที่ ๒ และ ๑ ในวรรคนั้นนั่นเอง เช่น

สารสงวน จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สงวนสาร
นานคะนึง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น คะนึงนาน
ทวีทุกข์ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ทุกข์ทวี
โศกถวิล จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ถวิลโศก
พี่ห่าง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น ห่างพี่
ปีกว่า จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น กว่าปี
เป็นต้น

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 01:07:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 01:07:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทฉัตรสามชั้น

หวนสวาท โหยถวิล สวาทหวน
ครวญคะนึง คะเนนึก คะนึงครวญ
ใจเศร้าโศก แสนกำสรวล โศกเศร้าใจ
 
เอ๋ยอกโอ้ หวังวิตก โอ้อกเอ๋ย
ไฉนฤานี่ จึงเฉย นี่ฤาไฉน
ไกลสถาน ที่สถิตย์ สถานไกล
แค้นใจเจ็บ ด้วยอาลัย เจ็บใจแค้น
 
กลบท "ฉัตรสามชั้น" มีลักษณะคล้ายกันกับมังกรคายแก้ว คือการนำคำในต้นวรรคมาสลับที่ในสุดวรรคของแต่ละวรรคนั้น ๆ แต่ต่างกันตรงที่ มังกรคายแก้วใช้เพียงสองคำ ส่วน "กลบทฉัตรสามชั้น" นั้น จะใช้คำสามคำของต้นวรรค มาสลับคำในท้ายวรรค เช่น

หวนสวาท จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สวาทหวน
ครวญคะนึง จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น คะนึงครวญ
ใจเศร้าโศก จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น โศกเศร้าใจ
เอ๋ยอกโอ้ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น โอ้อกเอ๋ย
ไฉนฤานี่ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น นี่ฤาไฉน
ไกลสถาน จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น สถานไกล
แค้นใจเจ็บ จะมาใช้ในท้ายวรรคเป็น เจ็บใจแค้น
เป็นต้น

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 01:12:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 01:12:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทเบญจวรรณห้าสี

แสนสุดโศก สั่งสาร เห็นนานหาย
คนข้างเคียง เคยคอย พลอยกลับกลาย
อกเอ๋ยโอ้ เอออาย เพราะหมายเกิน
 
หลงละเลิง ลมลิ้น ไม่กินแหนง
สายสนสื่อ เสกแสร้ง ช่วยเดินเหิน
โน่นนี่นั่น แนะนำ แล้วทำเมิน
ชักชวนเชิญ เชือนไช ไม่เหลียวแล

กลบท " เบญจวรรณห้าสี" มีลักษณะสำคัญอยู่ที่ คำที่ ๑ ถึง ๕ ในแต่ละวรรคจะสัมผัสอักษรกันทุกวรรคไป
แต่ละวรรคก็จะสัมผัสอักษรอย่างหนึ่งอย่างใด(คำว่าสัมผัสอักษร หมายถึงใช้เสียงพยัญชนะต้นเสียงเดียวกัน)เช่น
      แสนสุดโศกสั่งสาร.................สัมผัสอักษรเสียงพยัญชนะ สอ
     คนข้างเคียงเคยคอย................สัมผัสอักษรเสียงพยัญชนะ ขอ (ข ค ฆ.เป็นเสียงเดียวกัน) เป็นต้น

เพิ่มเติมจาก http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

อย่าหยิ่งเย่อยกย่อง    ลำพองพิษ
อาจโอ้อิทธิ์อวดอ้าง    อย่างข่มเหง
ขอดข้อนแข้นขู่ข่ม    ให้เขาเกรง
โฉดโฉงเฉงเฉาฉ่า    ชะล่าใจ

ทำท่วงทีท่าทาง    วางจังหวะ 
โกงเกะกะก้าวก่อ    ข้อคำไข
ล้วนเล่ห์ลิ้นลวงลอด    สอดกลไก
เหน็บแนมในนึกน่า    ระอาคำ

ถ้าถึงถ้อยถอยถด    สลดหลบ 
จับจริงจบเจิ่นเจน    ก็เอนถลำ
เหมือนไม้เมามูลมอด    ทอดทิ้งทำ
กลับกลอกกล้ำเกลื่อนกลาย  คลายกำลัง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ธันวาคม 2007, 01:16:PM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2007, 01:16:PM »
ชุมชนชุมชน

กลบทกบเต้นสามตอน

เจ็บคำ จำคิด จิตขวย
หลงเชย เลยชม ลมชวย
ดูรวย ด้วยรวน ด่วนร้าว

 
กลบท "กบเต้นสามตอน" นี้ มีช่วงจังหวะเป็นกลอนหก แต่แพรวพราวในการเล่นเสียงพยัญชนะและสระ ถือว่า ใช้ศิลปะในการประพันธ์ชั้นสูงมาก จะเห็นว่าเป็นการเล่นเสียงพยัญชนะทั้งสามจังหวะ เช่น

     เจ็บคำ จำคิด จิตขวย .......เล่นเสียงพยัญชนะ จอ คอ จอ คอ จอ คอ
........คำ สัมผัสสระกับ จำ และคิด สัมผัสสระกับ จิต

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 ธันวาคม 2007, 11:11:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2007, 11:11:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทบัวบานกลีบขยาย
ที่มา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เจ้างามพักตร์ผ่องเพียงบุหลันฉาย
เจ้างามเนตร์ประหนึ่งนัยนาทราย
เจ้างามขนงก่งละม้ายคันศรทรง

เจ้างามนาสายลดังกลขอ
เจ้างามสอเหมือนคอสุวรรณหงส์
เจ้างามกรรณกลกลีบบุษบง
เจ้างามวงวิลาสเรียบระเบียบไร

เจ้างามปรางเปล่งปลั่งเปรมปราโมทย์
เจ้างามโอษฐแย้มยวนจิตร์น่าพิสมัย
เจ้างามทนต์กลนิลช่างเจียรไน
เจ้างามเกษดำประไพเพียงภุมริน

เจ้างามปีกตัดทรงมงกุฎกระษัตริย์
เจ้างามทัดกรรณเจียกผมสมพักตร์สิ้น
เจ้างามไรไม่แข็งคดหมดมลทิน
เจ้างามประทิ่นกลิ่นเกศขจายจร

เจ้างามเบื้องปฤษฎางค์พ่างพิศวง
เจ้างามทรวงสมทรงอนงค์สมร
เจ้างามถันเทียมเทพกินร
เจ้างามกรอ่อนดังงวงเอราวัณ

เจ้างามนิ้วนะขาน่ารักหนอ
เจ้างามลออเอวบางเหมือนนางสวรรค์
เจ้างามเพลากลกัทลีพรรณ
เจ้างามบาทจรจรัลจริตงาม

เจ้างามละม่อมพร้อมพริ้งยิ่งนางมนุษย์
เจ้างามดุจลอยฟ้ามาสู่สนาม
เจ้างามอุดมสมลักขณานาม
เจ้างามยามประจงจัดกรัชกาย

เจ้างามศักดิ์สมบูรณ์ประยูรยศ
เจ้างามหมดประมวญสวาทพี่มาดหมาย
เจ้างามจริงทุกสิ่งสรรพ์ดังบรรยาย
ชื่อบัวบานกลีบขยายหมายนามเอยฯ


เป็นกลอนแปด ใส่กลบท โดยการซ้ำ ๒ คำที่ต้นวรรคทุกวรรค และใช้กระทู้เดียวตลอดจนจบความ มีลักษณะเช่นเดียวกับ กลบทบัวบานกลีบ ในหนังสือกลบทศิริวิบุลกิตติ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า "ชื่อบัวบานกลีบขยายหมายนามเอยฯ" ในคำกลอนนั้น ต้องการระบุชื่อกลบทว่า กลบทบัวบานกลีบขยาย หรือเป็น กลบทบัวบานกลีบ ที่ทรงแต่งขยายเพิ่มเติมมาให้ศึกษาในชั้นหลัง

เพิ่มเติมจาก http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ไม่ควรคิด    ก็อย่าคิด    เข้าต่อล้อ
ไม่ควรข้อ    ขอดเขา    ด้วยโวหาร
ไม่ควรเป็น     ก็อย่าเป็น    เหมือนเช่นพาล
ไม่ควรสมาน    อย่าสมัคร    สมาคม

ไม่ควรรอ     ก็อย่าต่อ    เข้าต้านตัด
ไม่ควรทัด    ทานถ้อย    อย่าทับถม
ไม่ควรชิด     อย่าสนิท    สนมชม 
ไม่ควรข่ม    ก็อย่าข้อน    ให้เคืองคำ

ไม่ควรหาญ   อย่าราน    ให้ร้อนร้าว 
ไม่ควรกล่าว    พึงระวัง    อย่างพลั้งถลำ
ไม่ควรเปิด    ก็อย่าเชิด    ชูเงื่อนงำ
ไม่ควรทำ    ตรองท่า    พยุงจูง


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 ธันวาคม 2007, 11:19:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2007, 11:19:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทนาคเคี่ยวกระหวัด
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ผู้ใหญ่สอน    ผ่อนตาม    ให้งามเงื่อน
เงื่อนงาม     ความท่านเตือน    เหมือนมุ่งหมาย 
หมายมุ่ง ตรอง    มองให้เห็น    อย่าเว้นวาย 
วายเว้น เช่น    เชิงหมาย    ให้ควรการ 

การควร     อย่าเพ่อหวน    โกรธตอบต่อ   
ต่อตอบ เห็น    ชอบข้อ    จึงไขขาน 
ขานไข คำ    ถามทัด    ให้ชัดชาญ   
ชาญชัด     จัดวิจารณ์    ให้แจ้งใจ 

ใจแจ้ง     อย่าระแวง    แคลงคิดผิด   
ผิดคิด คัด    ดัดจริต    อย่าหลงไหล 
ไหลหลง ตาม    ความเชือน    กลับเกลื่อนไกล 
ไกลเกลื่อน กลับ    นับให้    ใจดาลดวง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 ธันวาคม 2007, 11:24:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2007, 11:24:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทนาคราชแผลงฤทธิ์
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

คำคารม     ลมลิ้นเล่ห์    อุบายบอก
ออกบทเบื้อง    เยื้องยอก    ใจห่วงหวง
จ้วงเหตุหา    ท่าช่องชี้     นี่ไยยวง
หน่วงยุดอย่าง    ต่างดวง    เมตตาใจ

ไม่ต่างจิต    คิดว่าจริง    ทุกสิ่งล้วน 
ถ้วนแสนหลาก    ยากประมวล    หมดสงสัย
ไม่สอดส่อง    ดูให้ต้อง    ตามเลศนัย
ไต่เล่ห์นึก    ตรึกไตร    ดูท่วงที

ดีทุกท่า    ทางมายา    มีหลายหลาก 
มากเหลือล้ำ    ตามยาก    แต้มสอดสี
ตีส่วนสอง    ให้เห็นช่อง    ชอบเชิงที
ชี้ชวนทาง    อย่างแต่มี    ล้วนอาการ

กลบทนี้ใช้พยัญชนะต้นของสามคำสุดท้ายของวรรคก่อนหน้า
มาเป็นพยัญชนะต้นของสามคำแรกในวรรคต่อมา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 ธันวาคม 2007, 11:26:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2007, 11:26:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทอักษรสลับล้วน
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

การก่อนกอบ    ชอบช่องเช่น    เห็นเหินห่าง
จำจากจาง    หมางเมินม่าย  ฝ่ายฝ่าฝูง
ยลเยี่ยงอย่าง    พ่างพื้นเพื่อ    เจือจานจูง 
สิ่งส่วนสูง    มุ่งเมียงมาด    คาดเคียงควร

เอื้อนออกอ้าง    อย่างยิ่งยาก    บากเบือนเบี่ยง
พูดพอเพียง    เอียงอ่อนโอษฐ์  โหดหวงหวน
เพราะพริ้งพร้อม    กล่อมกล่าวกลืน    ชื่นชอบชวน
โลมเล่ห์ล้วน    ยวนแย้มยั่ว    ทั่วถ้วนทาง

แถวถิ่นเถิน    เนินน่านน้ำ    ข้ามเขตโขด 
ห้วงหาดโหด    โฉดเชื้อชัก    ขวักไขว่ขวาง
แม้ไม่มี    ที่ทัดทัน    กั้นกีดกาง
แบ่งเบาบ้าง    ข้างข้อคำ    ร่ำรีรอ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ยามพระอาทิตย์อัสดง, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:17:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:17:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทมยุราฟ้อนหาง
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ดูดูท่า อย่าเลินเล่อ เผลอบ่อยบ่อย
คุมคุมใจ ไว้อย่าปล่อย ไปปร๋อปร๋อ
เหมือนเหมือนอย่าง ทางที่เป็น เช่นพอพอ
ตรองตรองใจ ที่ในข้อ ให้ควรควร

เปรียบเปรียบว่า บุตรภรรยา คนใช้ใช้
ปล่อยปล่อยปละ ละให้ ฮึกหวนหวน
เฉยเฉยเสีย ไม่สั่งสอน ข้อนชวนชวน
กล้ากล้านัก มักก่อกวน จะแรงแรง

มีมีแต่ ต่างจะดื้อ ถือปึ่งปึ่ง
ข้อนข้อนข้าง วางข้อขึง ขึ้นแข็งแข็ง
คล้ายคล้ายช้าง ห่างขอ มักแคลงแคลง
ชวนชวนชัก มักระแวง จงจำจำ

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ช่วงนี้ไม่ว่าง, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, บูรพาท่าพระจันทร์

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:19:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:19:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทยัติภังค์
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ครูสอน    สอนก็ได้    แต่ใจภัก
ภักดีต่อ    ต่อที่รัก    ทุกคำสำ
สำเหนียกกล่าว    กล่าวคิด    พินิจดำ 
ดำริห์ชอบรู้   รู้จำ    สุนทรภา

ภาษิตเปรียบ   เปรียบแม้น    เหมือนหนึ่งสัง
สังคีตดัด   ดัดประดัง    ทุกสิ่งสา
สามารถพร้อม   พร้อมเพราะ    เสนาะอา
 อาลัยชวน   ชวนกระบือร่า    ให้ฟังบรร

บรรเลงขับ   ขับก็ป่วย    เวลาปรา
ปรารภเรื่อง   เรื่องจะหา    หรือรู้ฉัน
ฉันใดเพราะ   เพราะจะเพียร    ก็ยากพรร
พรรณาสอน   สอนพาลนั้น   ย่อมยากแสดง


กลอนกลบทยัติภังค์เหมือนกลบทอื่น ๆ แต่ต้องให้คำที่สุดท้ายของวรรคเป็นคำที่ใช้ยัติภังค์เชื่อมไปยังวรรคต่อไปเสมอ
นอกนั้นเหมือนทั่วไป

ไม่น่าน่าจะประคองสนองมิตร-
ภาพคิดคิดถึงความหลังครั้งเคยสรวล-
เสเฮฮาแย้มแฉล้มอวล-
อบกลิ่นชวนชวนชื่นระรื่นจิน-

ตนานึกนึกในมโนพิศ-
วงอย่างยิ่งยิ่งพินิจจิตเจ้าหิน-
ชาติทำกรรมกรรมก่อให้เกิดภิน-
ทนาการลาญสิ้นสิ้นสุดนึก

ที่มา http://www.geocities.com/annenena/index4.htm

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ช่วงนี้ไม่ว่าง, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:23:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:23:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทละเวงวางกรวด
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ผู้พ่ายแพ้    ผ่อนหลบ    หลีกลับเลี่ยง
พึงพอเพียง    อย่าควร    ข่มขัดแข็ง
จวบเจียนจวน    จนท่า    รุกเร้าแรง
พล้ำพลาดแพลง    พลั้งตน    จักจนใจ

เหี้ยมฮึกเหิม    หาญนัก    มักมึนม่อย
น้ำหนองน้อย    แหนงเพลิง    สิ้นสงสัย
หมิ่นเมินมาก    หากกลับ    กลัวเกลื่อนไกล
เห็นเหตุให้   หวนแปร   แท้ทางที

ดูใดโดย    ให้ต้อง    ชันเชิงชอบ
รู้เรื่องรอบ    อย่าระแวง   หน่ายแหนงหนี
พึงเพ่งพิศ    คิดหา    ท่าท่วงที
โอบอ่อนเอื้อ    อารี    การเกื้อกูล

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:25:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:25:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทกินนรรำ
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ขจัดจิต    ชนิดหน่าย    ระคายข้อง
ระเบียบเบื้อง    ตระเตื้องต้อง    สนองหนุน
คดีดู    จะชูช่อง    ประคองคุณ
จะลึกลับ    จะพับพูน    ประมูลมี

คะนึงนึก    ตริตรึกตรอง    ละบองแบ่ง
ระบิลเบื้อง    ยุเยื้องแย้ง    แขนงหนี
คะเนนับ    สดับดู      กระทู้ที
จะต้านต่อ    หรือรอรี    คดีดู

พินิจแหนง    ระแวงวน    ฉงนเงื่อง
จะค้านคัด    ประหยัดเยื้อง    ณเรื่องรู้
จะหมองหมาง    ระคางคิด    จะชิดชู
 กระแสศัพท์    สดับดู    จะรู้รา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:28:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:28:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทเจ้าเซ็นเต้นต้ำบุด
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

สุดจะค้น   สนข้อ    ส่อคำสอน
เห็นข้อน   ห่อนควร    หวนคิดหา
เรื่องต้อง   ร้องต่าง    ร้างตำรา
ยิ่งท่า   ยากทาง    อย่างที่ยล

สอนพาล   สารเพียง    เสียงภาษิต
สนคิด   สุดแค้น    แสนขัดสน
ยากพ้อ   ยอพา    อย่าพึ่งยล
เกียจปน   กลปอง    กองป่วยการ

แก้วเพชร   เก็จผ่อง    ก่องผิวก่ำ
หากล้ำ   ให้เหล่า    แห่งลิงหาญ
นึกไว้   ในว่า    น่าหวังนาน
แรงค้าน    รานคำ    ร่ำคนเรา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา, อ่อนค่อยๆวาง

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:30:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:30:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทนารายณ์ประลองศิลป
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

สำเนาเขา   สำนวนควร    สำเหนียกคิด
ประกิตชิด   ประกอบชอบ    ประกันเฉา
คนึงดึง   ขนัดดัด    คะเนเดา
มิเศร้าเหงา   มิส้อนงอน    มิสิ้นงาม

ระบิลสิ้น   ระบายสาย    ระเบียบเลศ
นิเทศเหตุ   นิทัศน์หัด   นิทานห้าม
ประจบนบ   ประจักษ์นัก    ประจงนาม
จะซามตาม   จะเสริมเติม    จะเสื่อมตน
 
ฉลาดปราชญ์   เฉลียวเปรียว    เฉลยเปรียบ
ประเทียบเพียบ   ประทับพับ    ประเทืองผล
ขนานการ    ขนอบกอบ    ขนบกล
จะยลบน   จะเยื้องเบื้อง   จะยากบัง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ♥หทัยกาญจน์♥, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
26 ธันวาคม 2007, 11:43:AM
Alpha
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2007, 11:43:AM »
ชุมชนชุมชน

กลบทพระจันทร์ทรงกรด
ที่มา http://www.baanjomyut.com/library/thai_literature/kollabot/index.html

ลำบากก่อน    ก่อนทำ     เห็นลำบาก
หวนเหียนคิด    คิดหาก    จักหวนเหียน
ผ่อนเพียรทำ    ทำไปก่อน    ค่อยผ่อนเพียร
ปลงใจนึก    นึกอย่าเวียน    เปลี่ยนปลงใจ

ประกอบการ    การอย่าละ    ที่ประกอบ
นิสัยผล    ผลก็ตอบ    ตามนิสัย
เป็นไปตาม    ตามเช่น    ที่เป็นไป
สำเนากล่าว    กล่าวไว้    ฟังสำเนา

จักกลิ้งครก    ครกหนัก    หากจักกลิ้ง
ภูเขาสูง    สูงก็จริง    แต่ภูเขา
ใจเราเพียร    เพียรให้เข้า    แน่ใจเรา
ตรึกตรองใจ    อย่าใจเบา    พึงตรึกตรอง

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ♥หทัยกาญจน์♥, บูรพาท่าพระจันทร์, สุนันยา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s