ผ่านเวลา
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน
24 มีนาคม 2026, 03:06:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผ่านเวลา  (อ่าน 92 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
22 ชั่วโมงที่แล้ว
ขอบฟ้าเหตุการณ์
Special Class LV1
นักกลอนผู้เร่ร่อน

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 104
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


ผ่ า น เ ว ล า..


« เมื่อ: 22 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน


ผ่ า น เ ว ล า




ลมมลายู

ฟังเสียงสวดอาซาน กังวานก้อง
ท่วงทำนองไพเราะ เสนาะ หวาน
ฉันหยุดทำทุกสิ่ง สงบ นิ่ง นาน
กังสดาลผ่านสถานที่ หลากชีวิต

ผ่านที่มีเรื่องเล่าจากเงาหม่น
ผู้ท่วมท้นพันผูกทั้งถูกผิด
กับความรักลึกซึ้งคำนึงนิจ
พี่สาวผู้ใกล้ชิดมิตรชีวา

ยามลมสายพรั่งพรูสู่ด้ามขวาน
ขับเพลงกลอนเศร้า, หวาน กังวานหา
จากคนทางทิศอยู่บูรพา
“ลมมลายูฉันหวังยังสุขดี”

ทั้งคุณพ่อ, หลานสาว - ข่าวคราวเงียบ
รอฟังเรียบเรียงเล่าเรื่องราวพี่
ทะเลดาว, ทรายล่องคลื่นฟองตี
บรรเลงคีย์ที่เก่าอย่างเปล่าดาย

นาทีแล้วนาทีเล่า ฉันเฝ้าฟัง
ตื่นภวังค์ยินเพียงเสียงตามสาย
พายุฤดูร้อน ผ่อนร้อนคลาย
มองเม็ดฝนแตกกระจายเป็นสายน้ำ.




ใบไม้แห่งขุนเขา

ยามฝนพร่างพรมแดนแผ่นดินหอม
ไอชื้นย้อมดินชุ่มพุ่มไม้ฉ่ำ
น้ำหลายสายไหลรวมร่วมลำนำ
เรือใบไม้หลายลำล่องน้ำมา

ใบไม้แห่งขุนเขาผู้เศร้าสร้อย
พร้อยริ้วรอยไหม้แดดที่แผดจ้า
จวบอาทิตย์แสงใสทักทายฟ้า
วางใจพักใบล้าสักนาที

หากลื่นล้มดินนุ่มจะอุ้มรับ
อย่ากลัวการแตกดับกับวิถี
หยาดมา ยังหยาดมา ทุกราตรี
ความห่วงหาที่มี อยู่ที่เดิม.




ซ่อน - หา

แดดอัสดงหลงทอดลอดร่องตึก
คล้อยแดด, ดึก ดาวจันทร์ผันผายเพิ่ม
มืดสลัวมัวสุมครอบคลุมเติม
บางสิ่งเริ่มหายไปจากสายตา

ไกลหนึ่งก้าว สองก้าว ไกลยาวนาน
ไกลเกินยินเรียกขาน จินตนาการหา
จุดที่เคยเวียนพักหว่างมรรคา
น้องสาว-ชาย ใบหน้า เริ่มพร่าเลือน

ราวกับเล่นซ่อนหาแล้วมาหาย
อาจฉันกลับมาสายจึงคลายเคลื่อน
การรอไร้สัญญาณการมาเยือน
ฤา เสมือนสืบเนื่อง เรื่องเล่าโบราณ-

ว่า - เล่นซ่อนหาจัก โดนลักซ่อน
อาจซับซ้อนเกินเพรียกยินเรียกขาน
จึงน้องสาวน้องชายในวันวาน
นานแล้ว.. นาน ผียังคงบังตา!




แดดผีตากผ้าอ้อม

ฉันอยู่แบบหลบตนจนช่ำชอง
ในห้องหมองไร้คนสนใจหา
กับตัวฉันในตนย่างสนธยา
ในแดดผีตากผ้าอ้อมพร้อมมืดมิด

พูดคุยกับตัวฉันย้อนวันหนึ่ง
ฉันผู้ซึ่งบางนามยังตามติด
ความสุขเพียงนิดน้อยยังปล่อยคิด
หลอมรวมห้วงดวงจิตจนติดตรึง

เพื่อโยงเชื่อมถักสานธารเวลา
เป็นสมบัติล้ำค่า ว่า “คิดถึง”
ดำรงเหนือห้วงกาล ในลานคำนึง
แม้รอบขึงเส้นขอบแสนบอบบาง

ระลึกถึงทุกเรื่องอยู่เนืองนิตย์
กับชีวิตผิดพลาดจนบาดหมาง
แม้ตาเห็นดาวเดือนเพียงเลือนราง
ย่อมกระจ่างชัดรู้อยู่ในที

ว่า - รักเอยบอบบาง ถึงอย่างนั้น
ในห้องเงียบนิ่งงัน ฝันไร้สี
เกิดและดับคับข้องทั้งผองมี
อยู่ในบทกวีนี้แล้วเธอ.


ว่า - หากไร้ลำนำคำกวี
คือราตรีนิรันดร์ฉันนิทรา.



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : โซ...เซอะเซอ, PIKuL

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

แค่รู้ว่า ที่ นี่ มี ฉั น แ ล ะ มี เ ธ อ เ ป็ น จุ ด ห ม า ย ข อ ง ค ว า ม ผู ก พั น ก็พอ  ยิ้มแบบรักนะ..
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s