มองเห็น
กาพย์ยานี๑๑
ตะวันแฝงส่องแสงฟ้า
ยังพื้นหล้าเมฆาลอย
เป็นฟองละอองฝอย
ทุกยามเช้าปลุกเย้าฉาย
ลมพัดสะบัดผ่าน
เกาะกิ่งก้านเบิกบานกาย
พฤกษ์พงเอวองค์ผาย
ทั้งเช้าสายแกว่งส่ายซอ
กาพย์วาสุกรี
ลมพลิ้วปัดพัดเพลงเป่า ป่าชายเขาลำเนาขอ
ให้ดับร้อนเว้าวอนรอ เรียกน้ำฟ้าลงห่าฝน
พืชร้อนมากใบตากไหม้ มาช่วยไล่ฤทธิ์ไฟลน
ให้ลุกตื่นมายืนต้น เพื่อหลุดพ้นได้ผลพวง
กาพย์โกสุม ๒๔
พื้นดินแล้ง เรี่ยวแรงล้า
การทำนา น่าเป็นห่วง
ทุกอย่างเป็น ทุกข์เข็ญปวง
จะตักจ้วง กลับร่วงจม
ร้อนอากาศ ขาดทางแก้
ร้อนมากแท้ มาทับถม
ทุกค่ำคืน ขื่นขมตรม
ชาวนาล้ม รอข้าวแพง
โคลงศิลป์โสฬส
แรงคนรากหญ้า ยากเข็ญ
จดค่ำจดเย็น ย่ำซ้ำ
เขาไม่แลเห็น หัวอก
เกินกว่าชอกช้ำ ชั่วฟ้าดินสลาย
กายแสนเหนื่อยท้อ ทำนา
รอพึ่งราคา ค่าข้าว
รัฐช่วยอาสา สักหน่อย
คงไม่เกินก้าว กี่แก้ปัญหา
โคลงสี่สุภาพ
ปลูกราคาเพิ่มขึ้น คิดขอ
กับเพื่อการเพียงพอ อยู่ได้
ไถนาไร่ทำหนอ หนักหน่อย
หากแต่ราคาให้ เหี่ยวแห้งพลันหาย
จะตายกันแน่แท้ ถดถอย
ยังนั่งหวังรอคอย ค่าข้าว
พอเก็บเกี่ยวรีบสอย ทรัพย์สู่
หดหู่ใจรวดร้าว เรื่องข้าวหมดหวัง
ยอดยรรยง เยี่ยมเยือน






ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
บันทึกการเข้า