พิมพ์หน้านี้ - ในวันที่กลอน(กลอนห้า)

ชุมชน บ้านกลอนไทย

จิปาถะ => เรื่องทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 17 มีนาคม 2021, 12:12:AM



หัวข้อ: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 17 มีนาคม 2021, 12:12:AM


ในวันที่กลอน

ในบรรดากลอนทั้งหลายนั้น(ใช้เครื่องเครื่องหมายดอกจันทร์แทนสัญลักษณดาว)

กลอนแปด *****
กลอนเก้า ****
กลอนเจ็ด ***
กลอนหก กลอนสี่ **
กลอนห้า *

การให้ดาว ให้โดยอาศัยหลักความถี่ที่ได้พบเห็นว่ามีผู้แต่ง
ในกลอนห้าชนิด. กลอนแปดเป็นกลอนที่มีผู้นิยมแต่งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
รองลงมาน่าจะเป็นกลอนเก้าและกลอนเจ็ดตามลำดับ
ส่วนกลอนที่มีผู้นิยมแต่งน้อย(เพราะพบเห็นได้น้อย) น่าจะได้แก่ กลอนหกและกลอนสี่
ที่นานๆจะพบเห็นมีผู้แต่งที  และกลอนที่พบเห็นแต่งน้อยที่สุด ได้แก่กลอนห้า


สำหรับหัวข้อในวันนี้   ในวันที่กลอน
ก็จะเป็นการแต่งกลอนให้สมกับข่ีอหัวข้อ. แต่กลอนที่จะแต่ง
จะเป็นกลอนที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแต่งกัน นั่นคือกลอนห้า

กลอนแปดมีมากผู้   ประพันธ์
มักปะได้ทุกวัน.       ยิ่งแล้ว
กลอนห้ากลับเสกสรรค์  น้อยกว่า น้อยแล
เหมือนก่องมณีแก้ว.  เลิศล้ำถูกพราง

แผ้วถางรกชัฎถ้วน.   ทีเผย
งามยิ่งควรชมเชย.     ทั่วหล้า
หวังสร้างเสพคุ้นเคย.  ชินทุก เหล่าแล
ทั้งหมดคือกลอนห้า.  จักได้นำเสนอฯ

จริงๆแล้วกลอนห้าก็มีดีไม่แพ้กลอนอื่นๆ. วันนี้จะแต่งกลอนห้า
ซึ่งปกติไมค่อยได้แต่ง


กลอนห้า

วันนี้แต่งกลอนห้า.   วันหน้าก็แต่งใหม่
จะเพียรแต่งเรื่อยไป.   หวังใจได้ใช้จริง
เพราะอยากให้โลกรู้    มีอยู่อีกหลายสิ่ง
ควรค่าใช้อ้างอิง.        ช่วงชิงฝึกศึกษา
อย่าปล่อยให้หลุดมือ.  มั่นถือในมรรคา
เชิญเถิดฝึกไว้หนา.      มีค่านับอนันต์

                   บูรพาทรนง

16 มีค. 64





หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 27 มีนาคม 2021, 04:55:AM
กลอนเอ๋ยกลอนห้า ห้า.      คุณค่าอยู่จุดไหน
เที่ยวถามกะใคร ใคร.         ทำไมทำนิ่งเฉย
ถามดาวบนท้องฟ้า.             ถามปลาวอนเอื้อนเอ่ย
ถามนกวิหคเผย.                  ถามเลยถึงขุนเขา
ถามเมฆและถามฝน.            ถามคนทุกถิ่นเนา
ถามลมถมใจเหงา.                ถามเสาสะพานลอย
ถามเรือที่ลอยลำ.                ถามถ้ำเถื่อนหินย้อย
ถามนาหย่าฝนปรอย.          ถามหอยใต้โคลนตม
ถามซ้ำน้ำประปา.                ถามหญ้ายับถุยถ่ม
ถามแอร์แลพัดลม.                ถามผมที่ถูกหวี
ถามดูกับกูเกิ้ล.                     ถามเพลินพันพาที
ถามถ้อยร้อยวจี                ถามนี้ถามเพื่อใคร


กลอนห้ามีแค่แม้                  ห้าคำ
ขอท่านโปรดจงจำ.             ชื่อไว้
ฉันทลักษณ์ก็ยิ่งสำ-            คัญยิ่ง
เขียนแค่เพียงห้าใช้              แค่ห้าพยางค์เสมอ

วอนเกลอจงอย่าใช้              เกินเบ็ญ-จะนา
เพราะนั่นก็ถือเป็น.                กฎด้วย
เขียนเถิดหากเกลอเห็น.         ประโยชน์-ยิ่งแล
ฟ้ามอดแผ่นดินม้วย.              กฎนี้ยืนยงฯ

                     บูรพาทรนง




     


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 29 มีนาคม 2021, 05:24:PM



เงื้อง่าห้าคำคลุก
อมทุกข์เพราะสับสน
กะพร่องกะแพร่งค้น
วุ่นวนพะวงคล้าย-

เก้กังเกรงพลั้งจิต
ลิขิตเผลอผิดง่าย
กระมิดกระเมี้ยนอาย
กระเส็นกระสายวรรค

พจน์เพลียละเหี่ยทั่ว
ลิ้นรัววัวพันหลัก
กลอนห้าท้าทายนัก
ครูพักลักจำแท้

ละม้ายคล้ายแค่นเขียน
ล้อเกวียนวกเวียนแช่
เลอะเลือนใช่เชือนแช
...(เฒ่า)ชแรแก่ชรา...

...ขอมาหัดเขียนกลอนห้า ด้วยคนนะครับ...
โซ...เซอะเซอ
29 มีนาคม 2564


 emo_126



หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 04 เมษายน 2021, 10:44:AM
[color=darkolivegreen]
เพื่อน...


มิ่งมิตรนั้นเหมือนแม่
ดูแลทั้งทุกข์สุข
ยืนเดินหรือนั่งลุก
ประจักษ์ตาทุกนาที

เพื่อนทุกข์ฉันสุขไฉน
ผูกพันไกลชั่วตาปี
ทั่วกายท่วมอินทรีย์
มากมีผูกและพัน

แต่เกิดทั้งไกลไกล้
ใครรู้ใคร่ถึงอาสัญ
วันนี้เรารักกัน
พรุ่งนั้นปลอ่ยตามกรรม

ผูกมิตรสนิทเพื่อน
ยอเดือนดาวช่วยค้ำ
ปล่อยกาลผ่านลำนำ
รู้กันเรารักแท้

เนิน จำราย
[/color]


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 07 เมษายน 2021, 04:02:AM


กลอน 9

วันที่กลอน. วอนที่เกลอ. เหวอที่กริ้ว
เดินตัวปลิว.  ลิ่วตัวเปล่า.  เล่าตัวเปลี่ยน
คิดไม่ออก.  บอกไม่จำ.   ย้ำไม่เจียร
ขาดคมเขียน.  เวียนคมขำ.  ย่ำคมคลาย

แต่งกลอนดี   มีกลอนเด่น.  เข็นกลอนดุ่ม
อวดสาวหนุ่ม  ทุ่มสาวงาม. คร้ามสาวหน่าย
มิตรไม่มอง.     ผองไม่แล.    แก้ไม่กลาย
หมดความหมาย. ขายความหม่น. บนความเมิน


กลอน 5

ยุคนี้ศิวิไลซ์      เมืองไทยจะก้าวหน้า
พระศรีอาริย์จะมา.  ยาตราจขัดทุกข์
พระธรรมิกราช.  ประกาศหาญเอกอุก
ดับเข็ญเข่นกลียุค. สร้างสุขสถาพร
โสสิโสสิเอ๋ย.    จักเผยพระธรรมสอน
เลิศล้ำงามบวร.   ตะลอนทั่วพาราฯ
ยุคนี้ศิวิไลซ์         เมืองไทยจะก้าวหน้า
พระศรีอาริย์จะมา.   ยาตราขจัดทุกข์ฯ

                     บูรพาทรนง





หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 27 เมษายน 2021, 10:07:PM



โรคจู่โจม โลกล่ม ระทมเศร้า
ใครหนอเล่า ใครกัน. ขวัญผวา
โควิดฯเอ๋ย โควิดฯ ฤทธิ์ลือชา
ทั่วพารา ทั่วไป. ภัยมากมี

เหมือนปีศาจ สิงสู่  อยู่ในอก
เหมือนนรก. เปิดปูด. ปล่อยภูติผี
เหมือนปอบเปรต. ชั่วช้า. ชั่งราวี
เหมือนกาลี กลียุค. รุกโรมรัน

เสียงผู้คน. ก่นร้อง. ก้องหวาดเสียง
ขวัญฤาเพียง โบยบิน สิ้นปีกขวัญ
วันลาลับ. ดับชนม์  พ้นผ่านวัน
ปานชีพนั่น. ลับไป. ก็ไม่ปาน

แสงแห่งความมุ่งหวัง ยังไร้แสง
สานเรี่ยวแรงเริงรุด. สุดจะสาน
การอันใด ไหนจะช่วย เห็นป่วยการ
รอวิมาน ความหวัง. ตั้งตารอ

จักผ่านพ้น ภัยวิกฤต. ผิดธรรมชาติ
พ้นจากความ เป็นทาส ที่เกาะก่อ
ความยากจน เข็ญใจ. ใดเอือมออ
ตราบกงล้อ สุขสวัสดิ์  พัดผันมา.

                           บูรพาทรนง

                         


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: เนิน จำราย ที่ 28 เมษายน 2021, 12:30:PM


คงอีกนานผ่านปีรู้ดีชั่ว
รัฐฯยังมัวงมเข็มและเล็มหา
ต่อเมื่อไรหายข้องเห็นต้องตา
รู้แล้วว่าโรคขยับพลันกลับกลาย

ทุกวันเพิ่มเริ่มใหม่ยังไม่สร่าง
ขยายกว้างทั้งแดนทั่วแคว้นหมาย
ขยับเพิ่มเริ่มมาเมษาฯกระจาย
จนถึงตายทุกวันกระนั้นแล

จงทำใจใสสดเว้นงดเศร้า
หมอบอกเล่าเดี๋ยวเพี้ยนทำเสี้ยนแส
ฝากคนข้างล่างบนทนดูแล
รอเพียงแค่ถึงหมอร้อนพอทน

เนิน จำราย


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 28 เมษายน 2021, 09:01:PM

สมานะฉันท์ 
(ชื่อฉันท์ แนะนำโดย
คุณ พี พูนสุข klonthaiclub.com)

สมานะฉันท์ ๕

พักใจทุกกาล
ทำงานเพื่อผอง

@ พัก ฤ ทำ มิต่าง
ใจ สว่าง สิสรรค์
ทุก กระทำ ลุธรรม์
กาล สะบั้น "ผยอง"

@ ทำ ประโยชน์ ประจักษ์
งาน มุหนัก สนอง
เพื่อ ประชา ลุปอง
ผอง พิสุทธิ์ นิรันดร์

ฉันท์ ชุด สมานะฉันท์
ฉันทลักษณ์ : ปรับ กานท์กลอน กลอน ๔ - ๘
โดย เพิ่มตำแหน่ง ลหุ ๒-๓ คำในทุกวรรค

เน้น เสียงท้ายวรรค แบบกลอน

แต่คง ขนบฉันท์ คือ สัมผัสระหว่างวรรค
ที่ว่า วรรค ๓ ส่ง วรรค ๔ รับ จะมีหรือไม่ ก็ได่


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 28 เมษายน 2021, 09:16:PM
สมานะฉันท์ ๔

@ ณ กาล สถาน
จะขาน มุขอ
พระพร ลุพอ
สว่าง ณ ใจ

@ "กระทำ" ประจักษ์
ผลิ"รัก" ไสว
สกล พิชัย
ละได้ สิ!"กู"



สมานะฉันท์ ๖

@ ลุรุ่ง ตะวัน สว่าง
กระจ่าง สิใจ ไสว
พระพร "กระทำ" ผลิใบ
"ระทม" ละไห้ ณ กาล

@ ประจักษ์ พระคุณ "สงบ"
กิเลส สยบ มิฉาน
ประเจิด ตระหนัก พิชาน
มุหาญ ประคอง "ระทม


สวัสดีครับ คุณ บูรพาทรนง
แหลมคมเช่นเดิม

ขอบคุณที่จุดประกายเสมอครับ


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 04 พฤษภาคม 2021, 09:56:AM


บทกลอนอธิษฐานต้านโควิดฯ

"ขอสัจจะอธิษฐานต้านโควิดฯ
บุญฤทธิ์หนหลังแต่ครั้งไหน
เคยสั่งสมบ่มสร้างจากปางใด
บันดาลให้ชีพรอดปลอดโรคาฯ"

                   บูรพาทรนง



หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 08 พฤษภาคม 2021, 11:54:PM


https://youtu.be/P7gVVPF3gYw


เทพนาคาธิบดินทร์สินธุ์สมุทร
ไม่สิ้นสุดฤทธาอาณาสรวง
ปกป้องแคว้นบาดาลสราญทรวง
ข้าฯบำบวงนบน้อมค้อมวันทาฯ

           บูรพาทรนง

ปีนี้รู้สึกนาคให้น้ำเยอะมั้ง  ขนาดเดือนเมษา-พฤษภา ยังรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในหน้าฝน



หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: พิณจันทร์ ที่ 09 พฤษภาคม 2021, 04:51:PM
นาคให้น้ำ ยินคำย้ำแต่เด็ก
เมื่อยังเล็ก ผู้เฒ่า ท่านเล่าว่า
นาคให้น้ำ น้อยมากฝนบางตา
จริงดังว่า ทำนาย ได้แม่นแท้
 emo_95
พิณจันทร์


หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 11 มิถุนายน 2021, 08:16:PM
 


emo_89
บทกลอนสิ้นมนตร์ขลัง   เกรอะกรังคราบขับขาน
จำนงแค่ตำนาน                 แว่วหวานเริงระวี
เหลือไว้เพียงทรงจำ          คมขำถ้อยพาที
มองเห็นเช่นซากผี             เกลื่อนมีทั่วพารา
ไร้รื่นชื่นริมหาด                เวียนวาดร้อยบุพผา
มืดทนมนตร์มายา             ร้องหามิเห็นไย
ใยเยื่อเถือขาดวิ่น              จบสิ้นอจินไตย์
นานคงอสงไขย                 หมื่นภพจบคดี
บทกลอนสิ้นมนตร์ขลัง           รุงรังไร้แสงสี
นับแสนแท่นพาที                  แผ่นป้ายจารึกนาม.

                                     บูรพารนง




หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 13 มิถุนายน 2021, 04:25:PM


เลขอันตราย บุคคลไม่ควรกระทำการ ในวันเวลา หรือสิ่งอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับเลข สามตัวนี้  เพราะเป็นเลขแห่งการผันแปร ไม่แน่นอน. การหักหลัง หลอกลวงฯลฯ

อันเลขที่ 13 มีนามขาน
ว่าเป็นเลขซาตานการหลอกหลอน
มิมีความจริงแท้ที่แน่นอน
ย่อมซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมเปียมมายา

พบเห็นเลข 13 จงคร้ามไหว
สู้หลีกหลบให้ไกล ไร้ปัญหา
ด้วยใจห่วง ผองเพื่อนสู้เตือนมา
เป็นวิชาทักทายการร้ายดี

อีกเลขหนึ่งตำราท่านว่าไว้
22 นั้นไซร้ ให้หลีกหนี
มิควรจะข้องเกี่ยวเทียววาที
การหลอกลวงมักมีมากแฝงมา

29 นี้หนาอย่าประมาท
จะพลังพลาดพาเพลียเพราะเสียท่า
ถูกหลอกลวงฉ้อฉลกลมารยา
เพียรรักษาตัวรอดให้ปลอดภัย

สามตัวเลขหลอกลวงทั้งปวงนี้
เร่งหลีกหนีดีกว่าอย่ากรายใกล้
ยึดถือเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจ
เพื่อประสบโชคชัยไกลศัตรู.

                       บูรพาทรนง






หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 20 มิถุนายน 2021, 11:14:PM


อันดวงจันทร์มั่นแม้นอยู่แดนฟ้า
บางเพลาก็เพลาอับเฉาแสง
กี่ค่ำคืนฝืนผ่านกาลเปลี่ยนแปลง
ย่อมแจ่มแจ้งประจักษ์หลักความจริง

เหมือนกับชีวิตคนบนต่อสู้
เมื่อเป็นอยู่เริงรุดมิหยุดนิ่ง
ต้องไขว่คว้าฝ่าฟันฝันช่วงชิง
กับหลายสิ่งหลายอบ่างเมื่อย่างไป

หรือจะรอแรงใจไฟแห่งฝัน
สิ่งสำคัญอนาคตต้องสดใส
เหมือนพฤกษาพันธุ์เผ่าที่เฉาใบ
ต้องอดใจรอฝนล่วงหล่นริน

                       บูรพาทรนง





หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: อ่อนค่อยๆวาง ที่ 29 มิถุนายน 2021, 11:33:AM


ยุคโควิดฯระบาดชาติย่ำแย่
หนทางแก้มีเชียวหนึ่งเดียวนั่น
ฉีดวัคซีนล็อตใหญ่เร่งให้ทัน
จักป้องกันโรคร้ายทำลายคนฯ

อย่าชักช้าเร็วไวไปฉีดด่วน
หากคร่ำครวญรีรอส่อไร้ผล
อาจจะสายเกินแก้แย่สุดทน
ชาติปี้ป่นเกินกู้อย่าดูดาย.

                     บูรพาทรนง




หัวข้อ: Re: ในวันที่กลอน(กลอนห้า)
เริ่มหัวข้อโดย: toshare ที่ 30 มิถุนายน 2021, 09:28:AM

@ จง มิหยุด กระทำ
หมั่น ผลิคำ ริหาญ
สร้าง สว่าง ณ กาล
สุข สราญ ประชา