พิมพ์หน้านี้ - กลอนจบปริญญาโท

ชุมชน บ้านกลอนไทย

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนความสำเร็จ => ข้อความที่เริ่มโดย: benz87 ที่ 04 มกราคม 2011, 12:30:AM



หัวข้อ: กลอนจบปริญญาโท
เริ่มหัวข้อโดย: benz87 ที่ 04 มกราคม 2011, 12:30:AM
แต่งไว้ตอน Present สอบจบครับ เป็นกาพย์ยานี11 ลองอ่านดูครับ


ล่าช้ามานานปี   จบเสียทีดีใจหลาย
ทุกข์โศกพลันมลาย   แลร่างกายหายเหนื่อยพลัน

ทั้งเข้าเบญจเพส   เพิ่งไปเขตไม่กี่วัน (เพราะไม่ได้ทำมา 3 ปี แล้ว  emo_85)
พบสาวงามดั่งจันทร์   มาทักฉันหน้าเด็กจัง

วางแผนเที่ยวเตร่เตร็ด   งานมรึงเสร็จหมดหรือยัง
เที่ยวเล่นไว้ทีหลัง   จงรีบนั่งแก้งานไป

จบมาก็ตกงาน   ปวดกบาลเป็นไหนไหน
ปริญญาไปอยู่ไส   ช่วยได้ไหมใครตอบที

สิ่งเดียวที่คงอยู่   กับตัวกูผู้ยิ่งใหญ่
คือความ"มุ่งมั่น"ไซร้   จักนำชัยสู่ตัวเรา (แต่ไม่ใช่ตัวกูของกู  emo_107)

ลดละเลิกอัตตา   ที่นำมาซึ่งความเขลา
ชั่วดีอยู่ที่เรา   อย่านำเศร้ามาบดบัง

ลาภยศเสียงสรรเสริญ   ควรประเมินด้วยอนิจจัง
เป็นสิ่งไม่จีรัง   หากทลายพังทุกเพลา

ตั้งมั่นทางแห่งจิต   เพ่งพินิจพิจารณา
ปัดเป่าซึ่งมิจฉา(ทิฏฐิ) ส่องนำพาสู่ทางธรรม...


หัวข้อ: Re: กลอนจบปริญญาโท
เริ่มหัวข้อโดย: benz87 ที่ 05 มกราคม 2011, 12:26:AM
3 ปี (กับอีกครึ่งปี) เคลื่อนเลื่อนผ่านไปในวันวาน   ได้พบพานกัลยาณมิตรสนิทเชื้อ
คอยเคี่ยวเข็ญเป็นกำลังดังจุนเจือ         ความเอื้อเฟื้อเหลือล้นจนเปรมปรีดิ์

กราบขอบคุณท่านอาจารย์ประทานให้      ความตั้งใจในการสอนตอนเรียนรู้
เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู      คอยอุ้มชูปูทางสร้างค่าคน

ไม่เพียงเพิ่มเสริมความรู้คู่คุณธรรม                   แลชี้นำทำจิตใจให้สุขศานต์
สร้างความสุขอิ่มเอมเกษมสำราญ                   สนุกสนานขานขับไว้ไม่เสื่อมคลาย

มาบัดนี้ถึงคราต้องลาจาก         น้ำตาพรากหลั่งไหลไม่ขาดสาย
แสนโศกเศร้าเคล้าอาลัยทั้งใจกาย      น่าใจหายหากเป็นตามความอนิจจัง

ไม่มีแล้วเสียงเย้าหยอกบอกถึงสุข         ปลดเปลื้องทุกข์เติมรอยยิ้มเข้าสู่คลัง (สมอง)
ไม่มีแล้วเสียงอึกทึกครึกโครมดัง         ปานจะพังทั้งตึกไซร้ไร้ต้านทาน

ไม่มีแล้วเสียงรุ่นพี่ที่เคารพ         ไล่ให้จบจักได้ไปหางาน
ไม่มีแล้วเสียงดุด่าจากอาจารย์         อย่าเกียจคร้านงานวิจัยให้ทำมา

ขออำลาพาตนสู่สัมมาชีพ         ต้องเร่งรีบสะสมทรัพย์รับ (ความ) ก้าวหน้า
เพื่อครอบครัวที่รักยิ่งปานชีวา         ขอรักษามิให้ม้วยด้วยวิญญา

จักเตือนตนว่าเป็นคนสีเลือดหมู         พระเกี้ยวคู่อยู่รำลึกนึก (ถึง) ทุกครา
นำประสพการณ์ความรอบรู้คู่ตนมา                   จักพัฒนาแผ่นดินไทยให้รุ่งเรือง

ปิดท้ายด้วยกลอนคำสอนในตอนจบ      นำไปขบทบทวนคิดคงไม่เปลือง (สมอง)
เป็นคุณธรรมจำเป็นยิ่งต่อบ้านเมือง      โปรดอย่าเคืองฝากไปด้วยช่วยคิดที

...คือพลังอันยิ่งใหญ่            หากขาดไปไร้คำนึงซึ่งสิ่งนี้
ความแตกแยกความหม่นหมองต้องราคี      ทั้งอัปปรีย์จักกำเนิดเกิดขึ้นเอย...