พิมพ์หน้านี้ - สวรรค์ชาวป่า

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนธรรมะ+กลอนสอนใจ+กลอนธรรมชาติ+กลอนปรัชญา => ข้อความที่เริ่มโดย: สะเลเต ที่ 22 เมษายน 2011, 05:39:PM



หัวข้อ: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 22 เมษายน 2011, 05:39:PM
นกแม่ลูกสองตัวมัวท่องป่า
ตะวันลาลับไปยังไกลถิ่น
สองแม่ลูกเคว้งคว้างต่างเร่งบิน
รีบผกผินเพื่อคืนสู่ผืนไพร

สองแม่ลูกหลงทางจึงห่างถิ่น
ปีกที่บินอ่อนแรงแห่งสดใส
สุริยาคราดับลับลาไป
มองจุดหมายยาวไกลใจอาวรณ์

ลูกจึงถามแม่ว่าพาไปไหน
เพราะที่นี่ มิใช่ไพรสิงขร
เห็นสี่เหลี่ยมรูปแท่งแบ่งเป็นตอน
บอกหนูก่อนเถิดนะจะรอฟัง

ที่ลูกเห็นสี่เหลี่ยมสูงเทียมฟ้า
เขาเรียกว่าตึกนะลูกปลูกเป็นหลัง
อยู่เฉพาะเศรษฐีคนมีตังค์
คนคับคั่งอยู่กันสวรรค์ชาวเมือง

สะกิตแม่ถามหน่อยที่ลอยอยู่
มันเหมือนหนูนะแม่แต่ตัวเขื่อง
บินไวจังหนีใครไยแค้นเคือง
บินต่อเนื่องไม่เหนื่อยเมื่อยหรือไร

ที่ลูกเห็นลอยนั้นมันเครื่องบิน
ไปทุกถิ่นธานีที่กว้างใหญ่
ข้ามประเทศมหาสมุทรสุดกว้างไกล
คนรวยนั้นที่ใช้สบายอุรา

เป็นคนรวยบรรเจิดแสนเลิศหรู
ตึกโอ่อ่าได้อยู่หนูอิจฉา
ขึ้นเครื่องบินลำโก้โอ้งามตา
ไม่ต้องมาลำบากหากเรารวย

สำหรับแม่สุขใจอยู่ไพรกว้าง
กิ่งต้นยางคือบ้านวิมานสวย
สัตว์น้อยใหญ่จุนเจือเอื้ออำนวย
ธรรมชาติช่วยเผื่อแผ่แม่สุขใจ

(http://www.ohzeed.com/bar_087.gif) (http://www.ohzeed.com)


หัวข้อ: Re: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: hort39 ที่ 23 เมษายน 2011, 12:31:AM
ทุกชีวิตเติบใหญ่จากไพรป่า
ล่วงเลยมาป่าลดไม่สดใส
เพราะมนุษย์ถางดงล้างพงไพร
สร้างเมืองใหญ่ไร้สำนึกคิดตรึกตรอง

ไม่มีป่าพาให้ไม่มีน้ำ
ความชื่นฉ่ำหายไปพาใจหมอง
ยามพายุฝนมาพาน้ำนอง
ไร้ป่าป้องโอบอุ้มคอยคุ้มกัน

เมื่อน้ำท่วมดินถล่มเมืองจมหาย
หมดความหมายชีวิตที่คิดฝัน
ทุกข์ระทมตรมเศร้าเฝ้ารำพัน
ไม่มีแล้วสวรรค์อันวิไล
     ............

กลับคืนสู่ผืนป่าหาคำตอบ
ป่าจะมอบความคิดชีวิตใหม่
ใช้ชีวิตติดดินถิ่นพงไพร
ดั่งอยู่ในสวรรค์อันเขียวขจี..











หัวข้อ: Re: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: สะเลเต ที่ 23 เมษายน 2011, 09:43:AM
กลับคืนสู่ผืนป่าหาคำตอบ
ป่าจะมอบความคิดชีวิตใหม่
ใช้ชีวิตติดดินถิ่นพงไพร
ดั่งอยู่ในสวรรค์อันเขียวขจี..

----------------------


ร่วมกันสร้างสวรรค์กันเถิดหนา
ทั่วผืนป่าขจัดแล้งทุกแหล่งที่
ร่วมปลูกป่าส่งคืนผืนปฐพี
ชุบชีวีขุนเขาลำเนาไพร

คนละต้นสองต้นบนที่ว่าง
ช่วยกันสร้างป่าสวยด้วยกันไหม
ทั่วธานีทุกแห่งแสดงน้ำใจ
ป่าผืนใหม่เขียวขจีอย่ารีรอ

ช่วยปลูกป่ากันก่อนเถิดตอนนี้
ไทยทุกถิ่นสามัคคีดีไหมหนอ
คนละไม้ละมือถือเป็นพอ
ผืนดินขอน้ำใจใคร่วิงวอน

เร่งมือทำช่วยปลูกเพื่อลูกหลาน
อีกไม่นานร่มเย็นเช่นวันก่อน
โลกสีเขียวกลับคืนผืนป่าดอน
ลดโลกร้อนร่วมใจปลูกไม้คืน

ป่าสวยสดงดงามยามต้องฝน
ทุกแห่งหนทั่วหล้าป่าทั้งผืน
ธรรมชาติวาดวางอย่างกลมกลืน
ความสดชื่นชุ่มฉ่ำอย่าทำลาย

---- สะเรเต ----


หัวข้อ: Re: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: บ้านริมโขง ที่ 23 เมษายน 2011, 11:19:AM
(http://www.ohzeed.com/nature_003.jpg)

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_179.gif)

ฉันปลูกป่า..พวกเขาเฝ้าปลูกหญ้า
กวาดซื้อมาที่ทางอย่างมั่นหมาย
ล้มป่าใหญ่ไถดะระเรียงราย
ปรับเส้นสายเป็นสนามตามต้องการ

กี่พันไร่ผู้ใหญ่ไม่เห็นค่า
กี่พันป่าแผ้วถางอย่างอาจหาญ
กี่นายทุนขุนเขาเจ้าแหลกลาญ
กี่นายด่านที่ค้อมน้อมรับเงิน

ที่โอดครวญคือไพร่ใช่ไหมท่าน
ที่กันดารไร้ฝนทนขัดเขิน
ที่ต่ำต้อยน้อยค่าพากันเมิน
ที่เผชิญภัยวิบัติใครจัดการ

ปลูกต้นไม้ฉันปลูกมันทุกอย่าง
ไม่เคยอ้างเป็นข่าวได้กล่าวขาน
ผิดกับท่านผู้ใหญ่ใจประธาน
ถ้าออกงานไม่เป็นข่าวช่างร้าวใจ !

ช่างเถอะนะช่างมันฉันยังสู้
รอบบ้านดูเขียวครึ้มปลื้มไฉน
ดินที่ว่างวางสุมรุมปลูกไป
ส่วนบ้านใครเห็นด้วยคงช่วยทำ

ปล่อยให้ไฟมาลนคนถึงรู้
ช่างอดสู “มนุษย์” สุดจะขำ
คนผู้น้อยคอยสร้างต่างคอยจำ
คนผู้นำทำลาย...หมายว่าดี.

"บ้านริมโขง"

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_182.gif)


หัวข้อ: Re: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: อัศจรรย์จิต ที่ 23 เมษายน 2011, 02:43:PM

ฟังแม่นกยกโยงเรื่องโค้งเหลี่ยม
คล้ายจะเตรียมตัวพร้อมความแปรผัน
หากเมื่อใดป่าหมดลดเร็วพลัน
อาจต้องหันสู่เบื้องเมืองวิไล

สอนลูกหัดเห็นห้องมองเมืองแปลก
เผื่อวันหน้าเมืองแทรกกลางดงใหญ่
จะไม่ตื่นตระหนกจนตกใจ
เมื่อเมืองรุกล้ำใกล้ไพรพนา

เขาใช้ดินบางส่วนเป็นสวนสร้าง
เขาเริ่มวางแบบแผนที่แน่นหนา
เขาเริ่มใช้ความรู้ปูทางมา
เขาเริ่มหาครอบครองสนองตน

สวรรค์ไพรใกล้พบจุดจบสิ้น
เมื่อมีกลิ่นมนุษย์มาผุดสณฑ์
เหล่าสัตว์ป่าพากันหวั่นกังวล
คงถูกปล้นคนปันสวรรค์แท้


หัวข้อ: Re: สวรรค์ชาวป่า
เริ่มหัวข้อโดย: พรายม่าน ที่ 23 เมษายน 2011, 03:13:PM

เป็นอย่างนั้นหรือนั่นชั้นมนุษย์
ที่สูงสุดรุดดั้นสวรรค์แผ่
ที่ต่ำเตี้ยเขี่ยดินสิ้นคนแล
เก็บความฝันบั่นแล่มาแถเกลือ

เบอร์มิวด้าบ้าบ่นก็ต้นหญ้า
เทียบเขียวใดใบกล้า ข้าวนาเหนือ
ที่หวดควับจับวงบรรจงเจือ
หรือจะกวัดควัดเครือ เท่าเคียวคราว

แต่สาแหรกแยกบ่มสังคมขัด
เศรษฐกิจบิดจัด วัดดำขาว
สั่งสมสัตว์นวัตรกรรมขยำดาว
ธรรมชาติขาดน้าว นิยมนาม

ปั้นกำไรใส่ร่ำความสะดวก
เป็นมดปลวกลวกไฟยิ่งไหลหลาม
หลงเหยื่อล่อต่อแทะเตาะแตะตาม
ทิ้งความงามง่ายง่ายให้ดายดิน ฯ

พรายม่าน
สันทราย
๒๓.๐๔.๕๔