พิมพ์หน้านี้ - "กลอนกานท์อาหารกิน"

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

จิปาถะ => เรื่องทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: อริญชย์ ที่ 05 พฤศจิกายน 2011, 09:48:PM



หัวข้อ: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 05 พฤศจิกายน 2011, 09:48:PM
    ๐บัวสายพรายพราว๐

๐บัวสายยาวเกิดตามบึงน้ำใส
หยั่งสายในใต้น้ำราวสามศอก
ลมพัดคลื่นไล้มาเป็นระลอก
ปลาว่ายเข้าว่ายออกตามซอกกอ

๐สายบัวยาวอาหารชาวบ้านทุ่ง
ผัดกับกุ้งรสหวานน่าทานหนอ
แกงกะทิหอมเกินคำเยินยอ
กากใยพอเพียงสารอาหารดี

๐ดอกบัวสายมักมีหลากสีสวย
ได้บุญด้วยบูชาพุทธชินสีห์
แดงขาวเหลืองเรืองรองท้องนที
บัวสายมีค่าล้ำกลางลำธาร

๐คนพายเรือเข้ามาเวลาเช้า
สองมือสาวบัวสายไปหลายก้าน
ส่งขายเป็นสินค้ามีมานาน
พอทำการเลี้ยงครอบครัวของตัวไป
 
๐บัวสายยาวพราวตายามหน้าฝน
งามน่ายลตามคลองบึงหนองใหญ่
เป็นพืชธรรมชาติดี ไม่มีภัย
คนชอบใจมากมายบัวสายเอย ฯ

                        อริญชย์
                    ๕/๑๑/๒๕๕๔




 emo_84 emo_95 emo_126 emo_95 emo_84


หัวข้อ: Re: อาหารการกิน ของ "บ้านปลายสวน"
เริ่มหัวข้อโดย: Prapacarn ❀ ที่ 06 พฤศจิกายน 2011, 10:34:AM
(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQdOVbg3CWsM3qM7UmovyH_OH6u5M3TQgJqGJYgDJlnsiuOzF_2)

ดอกโสน บานสะพรั่ง ฝั่งบ้านใต้
ล่องเรือพาย ผ่านท้องคุ้ง บ้าน”ลุงเฉย”
เหลืองอร่าม ระดาษตา น่าชื่นเชย
คนคุ้นเคย แบ่งปัน ไร้ฉันทา

เก็บผักบุ้ง หักกระถิน กินใบอ่อน
แกงปลาช่อน รสกล่อมนุ่ม ชุ่มชิวหา
เด็ดโสน ใส่กระบุง มุ่งกลับมา
ชวนแม่จ๋า แกงหรือผัด แม่จัดไป

สาวบ้านสวน หวนคำนึง ถึงท้องร่อง
ริมฝั่งคลอง มองสายน้ำ ชุ่มฉ่ำไฉน
ใช้ชีวิต พอเพียง ไม่เสี่ยงภัย
ไร้ท่อไอ ควันพิษ สุมจิตตรม

หน้าน้ำหลาก ท่วมทุ่ง ผักบุ้งเกลื่อน
ทั้งบัวเผื่อน บัวผัน หลากพันธ์ผสม
บัวกินสาย ชูช่อ ล้อเล่นลม
ถิ่นงามสม “บ้านปลายสวน” หวนรำพึง
(http://www.qzub.com/bar_126.gif) (http://www.qzub.com)
แซมอ่านกลอนของพี่อริญฯ แล้ว  ฝันเลยเถิดไปถึงบ้านสวนเลยค่ะ...
ขออภัยนะคะ  ไม่เกี่ยวกับ อาหารการกินซักนิด...ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ...
 emo_60 emo_60 emo_60
แซมค่ะ
(http://www.qzub.com/bar_138.gif) (http://www.qzub.com)


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 08 พฤศจิกายน 2011, 08:11:AM
        ๐มนต์รักผักกระเฉด๐

๐ผักกระเฉดเกิดตามธารน้ำใส
ก้านน้อยใหญ่ลอยล่องด้วยฟองน้ำ
ยอดอวดอิ่มลำเรียวสีเขียวงาม
ทุกโมงยามส่งกลิ่นรวยรินไกล

 ๐ เป็นพืชผัก ผลงาน ชาวบ้านป่า
ปลูกงามตาอยู่ตามคลองน้ำไส
เก็บกิน-ขาย ประจำ พอกำไร
แบ่งคนใกล้ในท้องถิ่น ให้กินฟรี

๐ แม้จะเป็นอาหารแห่งบ้านทุ่ง
แต่เมืองกรุงก็เด่นนัก เจ้าผักนี้
ทำอาหารต่างต่างหลายอย่างดี
ทั้งเศรษฐี ยากจน ล้วนสนใจ
 
๐ดั่งเทพโปรยทิพย์กรุ่นละมุนกลิ่น
บางท้องถิ่นแกงส้มนิยมใส่
หรือทานสดเคี้ยวกรอบตามชอบใจ
ลวกร้อนให้สุกมาล้วนน่าทาน

 ๐สรรพคุณมีฤทธิ์ถอนพิษไข้
โปรทีน ไขมันเยี่ยม แคลเซี่ยมสาร
เป็นผักไทยล้ำค่ามีมานาน
ใครได้ทานก็ปลื้มไม่ลืมเอย !ฯ

                      อริญชย์
                  ๘/๑๑/๒๕๕๔






ผักกระเฉดสรรพคุณ และ ประโยชน์
วันนี้เราจะนำเรื่องผักกระเฉดสรรพคุณและประโยชน์ของผักกระเฉดมาให้คุณ ๆ ได้รู้จักกับ ผักกระเฉด มายิ่งขึ้นค่ะ ด้วยประโยชน์ของผักกระเฉดทำให้คุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้านได้ใช้ปรุงอาหารให้อร่อยได้ ส่วนใหญ่ที่มักนำ ผักกระเฉด มาประกอบอาหารเช่น ผัดผักกระเฉด หรือ ยำวุ้นเส้น ต่าง ๆ ความอร่อยของผักกระเฉดไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะขอบอกว่าอร่อยมาก อิอิอิ ใครที่ไม่ชอบผักกระเฉดคงต้องหันมารับประทานแล้วล่ะค่ะ เพราะ ผักกระเฉดสรรพคุณ มีฤทธิ์เป็นยาและจัดว่าเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรด้วยนะค่ะ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ ผักกระเฉดสรรพคุณ และ ประโยชน์ผักกระเฉด กันเลยดีกว่าค่ะ
 

 
ประโยชน์ / ผักกระเฉดสรรพคุณ

- ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้และพิษเบื่อเมา ในผักกระเฉดประกอบด้วย วิตามินเอ แคลเซียม และธาตุเหล็ก

- เป็นผักที่มีแร่ธาตุและวิตามินสูงที่สำคัญคือมี แคลเซียม ฟอรัส และแร่ธาตุเหล็กในปริมาณสูง นอกจากนั้นยังมีวิตามินซีและไนอะซิน (วิตามินบีชนิดหนึ่ง) ที่จำเป็นสำหรับกระบวนการเผาผลาญสารอาหารสร้างพลังงานในร่างกายเป็นอย่างดี  
 
http://www.n3k.in.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93 (http://www.n3k.in.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93)




<iframe title="YouTube video player" class="youtube-player" type="text/html" width="480" height="390"src=" http://www.youtube.com/watch?v=qoDPSbw0YD8#noexternalembed&autoplay=1 (http://www.youtube.com/watch?v=qoDPSbw0YD8#noexternalembed&autoplay=1)" frameborder="0"></iframe>
 



 
 emo_95 emo_84 emo_95
 



หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2011, 08:32:AM
     ๐ผักบุ้งมิโหรงเหรง๐

๐ผักบุ้งเขียวน่าชิมยอดอิ่มอวบ
เกิดประจวบเหมาะเจาะปะเหลาะฝน
เลื้อยไปตามสนามหญ้างามน่ายล
ยอดกรอบคนนิยมแกล้มส้มตำ   
         
๐ เป็นผักมีค่าสารอาหารมาก
คือมีกากใยให้เรา ถ่ายเช้า-ค่ำ
พร้อมบำรุงสายตาเป็นประจำ
หมอเน้นย้ำให้หาเอามาทาน
     
๐ทำอาหารไทยได้หลากหลายอย่าง
แกงส้มบ้าง ทานอยู่  หลายหมู่บ้าน
ผัดไฟแดงหอมกลิ่นรวยรินนาน
ลวกขึ้นจานจิ้มป่นน่าสนใจ

๐จัดเป็นพืชโภชนาเศรษฐกิจ
ผลผลิตจากบ้านนาบ้านไร่
คนซื้อจ่าย คนขายคล่องยื่นว่องไว
เอากำไร  แต่พอดี  เลี้ยงชีวา

๐ผักบุ้งงาม มีดาษดื่น พันธุ์พื้นบ้าน
ปลูกไม่ยาก  ริมธาร และลานหญ้า
ผักบุ้งแดง  แห่งท้องทุ่ง  ผักบุ้งนา
ล้วนเกิดมาเป็นอาหารเลี้ยงบ้านเมือง!ฯ

                             อริญชย์:
                         ๑๑/๑๐/๒๕๕๔



 emo_95 emo_84 emo_95


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2011, 07:36:PM
แกงไตปลาพื้นบ้านอาหารใต้  (ใต้=ต้าย)
เผ็ดมากมาย ไม่หลอก ลมออกหู
เครื่องแกง หน่อไม้หนา ชิ้นปลาทู
"หร๊อยจังฮู้ ลองแล" ชอบแน่นอน! ฯ

                     อริญชย์
                  ๑๒/๑๑/๒๕๕๔



 emo_95 emo_84 emo_95



ปล.คุณ สียะตรา  ทานเป็นไหม แกงไตปลา  แซบจังฮู้ก๋า


"หร๊อยจังฮู้ ลองแล"  = อร่อยมากนะ  ลองดู


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: รุ่งอรุณ ที่ 12 พฤศจิกายน 2011, 08:04:PM
(http://widget.sanook.com/static_content/full/diy_1/2620/944620/f6995159cec0e97ac2209f0b21a439c2_1276073408.gif)

ไข่เอ๋ยไข่ต้ม
ช่างแสนสุขสมนิยมเยี่ยม
เพราะเครื่องปรุงไม่ต้องยุ่งเตรียม
เรื่องไหม้เกรียมนี้ตัดออกไป

ปอกไข่คลุกกับข้าวสวยร้อน
น้ำปลาดีเหยาะหย่อนลงใส่
เพียงแค่นี้ก็ดีกระไร
ยามนี้มีไข่ไม่อดแล้วเอย

 emo_107

๐รุ่งอรุณ๐

(http://www.qzub.com/bar_007.gif) (http://www.qzub.com)












หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: กฤษการกลอน ที่ 12 พฤศจิกายน 2011, 09:04:PM
รสแรก

โอ้เนิ่นนานผ่านแล้วไม่แคร้วหวน
ยังรัญจวนนาสิกกระซิกหา
ภัตตาคารร้านดีที่ลือชา
ทุกหน้าตาเมนูดูน่ากิน

อิ่มอร่อยจัดหามาเสนอ
สุขเสมอทุกจานเหมือนงานศิลป์
อิ่มสบายคลายเครียดเป็นอาจิณ
ลืมถวิลกลิ่นเก่าครั้งเยาว์วัย

พอนานไปทำไมไร้รสชาติ
แปลกประหลาดแต่กลับไม่สงสัย
เมื่อกลับบ้านแม่เราจึงเข้าใจ
รสแรกไซร้ชิวหามันตราตรึง

KrittyHema
 emo_12


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 12 พฤศจิกายน 2011, 09:25:PM
([url]http://widget.sanook.com/static_content/full/diy_1/2620/944620/f6995159cec0e97ac2209f0b21a439c2_1276073408.gif[/url])

ไข่เอ๋ยไข่ต้ม
ช่างแสนสุขสมนิยมเยี่ยม
เพราะเครื่องปรุงไม่ต้องยุ่งเตรียม
เรื่องไหม้เกรียมนี้ตัดออกไป

ปอกไข่คลุกกับข้าวสวยร้อน
น้ำปลาดีเหยาะหย่อนลงใส่
เพียงแค่นี้ก็ดีกระไร
ยามนี้มีไข่ไม่อดแล้วเอย

 emo_107

๐รุ่งอรุณ๐

([url]http://www.qzub.com/bar_007.gif[/url]) ([url]http://www.qzub.com[/url])




กลอนแนวดอกสร้อยสุภาษิตที่ควรอนุรักษ์ไว้เน๊าะ


ร้องลำนกกระจอกทอง

 

     นกเอ๋ย นกกิ้งโครง
หลงเข้าโพรง นกเอี้ยง เถียงเจ้าของ
อ๋อยอี๋เอียง อ๋อยอี๋เอียง ส่งเสียงร้อง
เจ้าของ เขาว่า น่าไม่อาย

     แต่นก ยังรู้ ว่าผิดรัง
นักปราชญ์ รู้พลั้ง ไม่แม่นหมาย
แต่ผิด รับผิด พอผ่อนร้าย
ภายหลัง จงระวัง อย่าพลั้งเอย ฯ

รับข้อมูลจาก "http://th.wikisource.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87&oldid=35616"


http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99 (http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99)


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: ...สียะตรา.. ที่ 12 พฤศจิกายน 2011, 09:49:PM





แกงไตปลาพื้นบ้านอาหารใต้  (ใต้=ต้าย)
เผ็ดมากมาย ไม่หลอก ลมออกหู
เครื่องแกง หน่อไม้หนา ชิ้นปลาทู
"หร๊อยจังฮู้ ลองแล" ชอบแน่นอน! ฯ

                     อริญชย์
                  ๑๒/๑๑/๒๕๕๔


   



ปล.คุณ สียะตรา  ทานเป็นไหม แกงไตปลา  แซบจังฮู้ก๋า





......เป็นของโปรดประโยชน์เด็ด...แต่เผ็ดนัก

...แนมกับผัก...ปลาสลิด....แค่...คิดก็ให้น้ำลายสอ..........ซื้ดดดดดดดดดดดดดดดด

...ข้าวหมดจานต้องหุงใหม่...ก็อดใจรอ

...จะเริ่มท้อเมื่อน้ำหนักใกล้ยักษ์ขินี...เฮ้ออออ



......ชอบค่ะแกงไตปลาแต่ต้องบีบมะนาวใส่นิดนึง.....ที่หาทานยากหน่อยก็แกงเหลืองไข่ปลาริวกิว(เรียวเซียว)...ได้ทานครั้งแรกร้านอาหารใต้แถวโชคชัยสี่..อร่อยมากมาย....แล้วก็ได้ทานอีกหลายที่แต่ก็ไม่อร่อยเท่า....





หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2011, 01:37:PM
"แกงบอน” เป็นอาหารชาวบ้านทุ่ง
กลิ่นหอมฟุ้ง รสเลิศลอย ไม่ด้อยค่า
วิธีทำ   คือ ต้องลอกเปลือกออกมา
เคล็ดวิชาทำอย่างไร ทานไม่คัน!ฯ
                         
                       อริญชย์
                ๑๔/๑๑/๒๕๕๔


*แกงบอน ถ้าทำไม่เป็น จะทำให้คันมือ และเวลาทานก็คันคอด้วยนะ แต่ที่พิจิตร(บ้านหนองคล้า อำเภอโพธิ์ประทับช้าง) เขาทำฝีมือมาก ๆ อร่อยหลายเน้อ
*ไม่ได้ถามเลยไม่รู้สูตร อีกอย่าง ต้องท้องถิ่นจริง ๆ ถึงมีให้ทานนะ แกงบอน!



สนใจ เชิบดูตามนี้จ้ะ

http://thaifood.m-culture.go.th/food.php?id=1877&id_group=3 (http://thaifood.m-culture.go.th/food.php?id=1877&id_group=3)

บุคคลผู้รู้ด้านอาหารพื้นบ้าน
ชื่อ   นายจรูญศักดิ์   หรุ่นเลิศ    อายุ  ๖๔  ปี
อาชีพ เกษตรกร    มีประสบการณ์ในการทำอาหาร   ๒๒   ปี   
ที่อยู่ ๘๙/๑ หมู่ ๑ ต.ทุ่งท่าช้าง อ.สระโบสถ์   จ.ลพบุรี
(เป็นพ่อครัวประจำหมู่บ้าน)
เบอร์โทรศัพท์     ๐ ๓๖๖๔ ๗๒๖๐
ที่มาของอาหาร
แกงบอน ชาวบ้านนิยมทำรับประทานเพราะว่า สภาพพื้นที่ของอำเภอสระโบสถ์มีคลองและหนองน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งบอนจะเกิดขึ้นเอง โดยไม่ต้องไปซื้อหามารับประทาน
ถดูที่นิยมกิน
ได้ตลอดทั้งปี
รสชาติ
กลมกล่อมรสหวาน อมเปรี้ยว เค็มเล็กน้อย
คุณค่าโภชนาการ
๑. คาร์โบไฮเดรต
๒. ไขมัน
๓. วิตามิน และเกลือแร่ แกงบอน
เึีิ้ครื่องปรุง / ส่วนผสม
๑. ต้นบอน     ๕๐๐   กรัม
๒. พริกแกง   ๘๐      กรัม
๓. กากหมู     ๑๐๐    กรัม
๔. น้ำมันหมู/น้ำมันพืช     ๒    ช้อนโต๊ะ
๕. น้ำปลาร้า   ๒       ช้อนโต๊ะ
๖. ใบมะกรูดอ่อน   ๑๐    กรัม
๗. น้ำมะขาม   ๑        ช้อนโต๊ะ
๘.น้ำปลา         ๒        ช้อนโต๊ะ
๙. น้ำตาลปิ๊บ   ๑๐      กรัม

ขั้นตอน / วิธีทำ
๑. เตรียมต้นบอนปอกเปลือกออกแล้วหั่นพอคำล้างให้สะอาด
๒. เตรียมพริกแกงเผ็ดเพิ่มผิวมะกรูดเล็กน้อย
๓. นำบอนใส่หม้อตั้งไฟคั่วไฟอ่อนเหยาะน้ำเปล่าเล็กน้อย
๔. พอบอนอ่อนยุบตัวใส่น้ำมันนำพริกแกงลงผัดพอหอม
๕. ใส่น้ำพอประมาณให้ท่วมบอนใช้ไฟอ่อน
๖. บอนเริ่มนิ่มปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลาร้า,น้ำปลา
 ๗. พอเดือดอีกครั้งใส่กากหมู
๘. ใส่ใบมะกรูดอ่อนฉีกโรย ยกลง

เทคนิคในการทำ(เคล็ดลับ)
๑. คั่วบอนไฟอ่อน ๆ จะไม่คัน
๒. ขณะเคี่ยวแกงต้องใช้ไฟอ่อนตลอด



ส่วนอันนี้ก็สูตรเด็ด (ดูเขาทำเอาความรู้ ไม่เกี่ยวกับการเมืองจ้ะ)

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=285967 (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=285967)


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: รพีกาญจน์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2011, 03:29:PM

...แกงน้ำ...

๑ฝนตก สิบหกวัน จากดอยชัน ดั้นด้นมา
ไหลรวม ท่วมบ้านป่า สวนทุ่งนา จมบาดาล

๑จะไป ต้องใช้เรือ พายขึ้นเหนือ เฟือถึงบ้าน
น้ำกิน สิ้นอ้อยตาล ข้าวอาหาร ทานขาดแคลน

๑มองฟ้า อนาคต เคยใสสด สุดโศกแสน
เอ่ยอ้อน วอนถึงแมน กราบกรานแถน แล่นช่วยเรา

๑วันวาน นานเหลืออด ข้าวจะคด หมดว่างเปล่า
กินกลอย พลอยบรรเทา คนคลุกเคล้า กับแกงน้ำ

แกงน้ำ - พริก 1 เม็ด  เกลือ 1 เม็ด  ข่า 1 หัวแม่มือ  ปลาร้า 1 ช้อน
           โขกให้เข้ากัน  ใส่หม้อดินเผา  เติมน้ำ 1 กระบวย 
           ตั้งไฟอ่อนให้เดือด  เป็นเสร็จพิธี  ตักกินกับข้าวได้

           รพีกาญจน์ 59


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน" ๐หอมกลิ่นแกงผักหวาน๐
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2011, 01:17:PM
๐หอมกลิ่นแกงผักหวาน๐

๐ต้นผักหวานผลิใบรับไอหนาว
ยอดอวบยาวลมผ่านสะท้านไหว
เกิดอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร
คนเดินไปท่องป่าเสาะหาเอา

๐ แกงผักหวานหอมกรุ่นละมุนกลิ่น
อาหารถิ่นบ้านนาชาวป่าเขา
แบ่งเพื่อนบ้านเสริมศรีไมตรีเรา
คนรับเอายิ้มปลื้มไม่ลืมกัน

 ๐ชาผักหวานเดี๋ยวนี้ก็มีขาย
คนทำหลายแนวทางคิดสร้างสรรค์
เป็นสินค้าโอทอปซื้อชอบกัน
หลายคนหันมาดื่มต่างปลื้มใจ

๐มีสรรพคุณแก้กระสับกระส่าย
แก้กระหายคลายร้อนถอนพิษไข้
เป็นผักมีคุณค่าทางยาไทย
ชาวบ้านไพรเบิ่งภูก็รู้ยา

 ๐ตลาด ร้านอาหารแถวบ้านทุ่ง
คนต่างมุ่งซื้อขายกันหลายหน้า
ร้านอาหารในเมืองเลื่องลือชา
ผักหวานป่าคนทานมานานปี

๐ จึงเป็นอาหารยาจากป่าเขา
คนหมายเอาขึ้นจานทุกสถานที่
ยอดเขียวอ่อนกลางดงป่าพงพี
เสือไม่มี!!! เก็บได้สบายเอย ฯ

                    อริญชย์:วันนี้กลอนหวานที่สุด
                       ๑๖/๑๐/๒๕๕๔



ปล.มิอาจลืมความเป็นเรา



 emo_84 emo_95 emo_84



สรรพคุณ และ ประโยชน์ของผักหวานป่า
ผักหวานป่า อีกหนึ่งพืชผักสมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณมาก ๆ เลยค่ะ คนส่วนใหญ่ชอบนำ ผักหวานป่า มาจิ้มกับน้ำพริก แต่วันนี้เราก็มีเรื่องของ สรรพคุณของผักหวานป่า และ ประโยชน์ของผักหวานป่า มาฝากกันอีกเช่นเคย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ขึ้นสิ่งดี ๆ ที่ร่างกายของคนเราควรจะได้รับจากพืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ค่ะ ว่าแล้วเราก็มาทำความรู้จักกับ สรรพคุณของผักหวานป่า และ ประโยชน์ของผักหวานป่า กันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง และมีประโยชน์ต่อร่างกายเราอย่างไร และช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้างนะ มาดูกันเลยดีกว่ากับ สรรพคุณของผักหวานป่า และ ประโยชน์ของผักหวานป่า
 

 

 

 



 

 

สรรพคุณ / ประโยชน์ของผักหวานป่า

คุณค่าทางอาหารของผักหวานป่า

ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรทีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควรช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรทีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) อย่างไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมา เป็นไข้ และอาเจียนได้ การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้วอาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้เช่นกัน


ประโยชน์ของผักหวานป่า

ผักหวานป่าเป็นเครื่องยาไทยจำพวกผักจะใช้ส่วนรากมาทำยา รากมีรสเย็นสรรพคุณ แก้ไข้ แก้ดีพิการ แก้เชื่อมมัว แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้กระสับกระส่าย พบว่าผักหวานป่าจัดเป็นทั้งอาหารและยาประจำฤดูร้อนแก้อาการของธาตุไฟได้ตามแพทย์แผนไทย ส่วนยอดก็นิยมนำมาปรุงอาหารมีรสหวานกรอบช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำและระบายความร้อนหรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดไข้ ลดความร้อน ปัจจุบันพบว่ามีการนำมาพัฒนาเป็นชาผักหวานป่าทำเป็นเครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระ


สรรพคุณของผักหวานป่า

ส่วนของลำต้นจะใช้แก่นผักหวานต้มรับประทานน้ำเป็นยาแก้ปวดตามข้อหรือปานดงหรือจะใช้ต้นผักหวานกับต้นนมสาวเป็นยาเพิ่มน้ำนมแม่หลังคลอดบุตร รากต้มรับประทานน้ำเป็นยาเย็นแก้พิษร้อนในแก้น้ำดีพิการและแก้ปวดมดลูก

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ : ลำต้น ใช้ประโยชน์ในทางเป็นพืชสมุนไพรอย่างหนึ่ง ยอดอ่อน ดอกอ่อน และ ผลอ่อนใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ต้ม ผัด แกง ทอด ส่วน ผลสุกนำมาต้มให้สุกและรับประทานเนื้อข้างใน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก the-than ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
http://www.n3k.in.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2 (http://www.n3k.in.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2)




<iframe title="YouTube video player" class="youtube-player" type="text/html" width="480" height="390"src=" http://www.youtube.com/watch?v=PoI4Sx8LrFM#noexternalembed&feature=related&autoplay=1 (http://www.youtube.com/watch?v=PoI4Sx8LrFM#noexternalembed&feature=related&autoplay=1)" frameborder="0"></iframe>



หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: Prapacarn ❀ ที่ 16 พฤศจิกายน 2011, 02:14:PM
(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcR6iG4AlGwdx8cytesNkSilvYDgTNGdeROKG0Dyp6sqtuayhk13mI2thHU)

แซมเป็นไข้ ตัวร้อน นอนไม่หลับ
กระส่าย กระสับ ปวดคอ พ่อหมอเอ๋ย
จะเดิน ยืน นอน นั่ง เมื่อยจังเลย
ไม่คุ้นเคย ยาหม้อ หมอช่วยที

เพราะอ่านกลอน อ่อนหวาน อาการหนัก
เที่ยวเก็บผัก เก็บหญ้า มาปิ้งจี่
ทั้งดอกแค ดอกมะรุม แก้กลุ้มดี
แต่วันนี้ ผักหวาน น้ำตาลเกิน
(http://www.qzub.com/bar_011.gif) (http://www.qzub.com)
แซมค่ะ
(http://www.qzub.com/bar_032.gif) (http://www.qzub.com)


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 08:29:AM
     ๐เห็ดระโงกขาว-เหลือง๐

๐เห็ดระโงกขาว-เหลืองประเทืองป่า
งอกขึ้นมาหน้าฝนน่ายลยิ่ง
ชาวบ้านทุ่งเดินไพรสุขใจจริง
ต่างตรงดิ่งเข้าหาเห็ดป่างาม

๐เห็ดหายากต้องหาตามป่าใหญ่
หน้าฝนไปตามป่าใครอย่าถาม
ตะขาบ กิ้งกือมาสวาปาม
คนบุ่มบ่ามจับเข้าอาจเศร้าใจ


๐ เห็ดพันธุ์หนึ่งอาจโศก “ระโงกหิน”
ใครแกงกินไม่พ้นต้องหม่นไหม้
อาจถูกปลิดชีวิตด้วยพิษภัย
ระวังไว้ หากว่าเดินหาเอง


    ๐เห็ดระโงกแกงเผ็ดรสเด็ดนัก
ชาวบ้านมักทำอาหารขึ้นจานเพ่ง
แกงกลิ่นหอมแบ่งปันคนกันเอง
ยิ้มครื้นเครงด้วยใจมิตรไมตรี

๐ เห็ดระโงกขาว-เหลืองประเทืองป่า
งอกดินมาหน้าฝนทุกหนที่-
ตราบมีมวลไม้ป่าเขียวขจี
คนโชคดี หากว่า มีป่าเอย! ฯ

                 อริญชย์
             ๖/๗/๒๕๕๓

           


หน้าตา “เห็ดระโงก”ที่กินได้ เป็นจังได๋ ดูตามนี้จ้ะ



http://images.google.co.th/images?hl=th&um=1&q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%87%E0%B8%81&sa=N&start=0&ndsp=18 (http://images.google.co.th/images?hl=th&um=1&q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%87%E0%B8%81&sa=N&start=0&ndsp=18)



เห็ดระโงกหิน มีพิษร้าย ถึงตาย

http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&prmd=imvns&tbnid=bUOOXv6-ngeCpM:&imgrefurl=http://science.sut.ac.th/gradbio/stupresent/2550/1_2550/gr4/mushroom_hot.htm&docid=h1yhWcptFCf5TM&imgurl=http://science.sut.ac.th/gradbio/stupresent/2550/1_2550/gr4/images/mush111.jpg&w=341&h=370&ei=TIjVTp3lHMHqrAfL9dG1Dg&zoom=1&iact=hc&vpx=583&vpy=118&dur=3032&hovh=234&hovw=216&tx=98&ty=127&sig=101643558687731773251&page=1&tbnh=116&tbnw=107&start=0&ndsp=21&ved=1t:429,r:3,s:0 (http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&prmd=imvns&tbnid=bUOOXv6-ngeCpM:&imgrefurl=http://science.sut.ac.th/gradbio/stupresent/2550/1_2550/gr4/mushroom_hot.htm&docid=h1yhWcptFCf5TM&imgurl=http://science.sut.ac.th/gradbio/stupresent/2550/1_2550/gr4/images/mush111.jpg&w=341&h=370&ei=TIjVTp3lHMHqrAfL9dG1Dg&zoom=1&iact=hc&vpx=583&vpy=118&dur=3032&hovh=234&hovw=216&tx=98&ty=127&sig=101643558687731773251&page=1&tbnh=116&tbnw=107&start=0&ndsp=21&ved=1t:429,r:3,s:0)

 emo_95 emo_84 emo_95




หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: ยามพระอาทิตย์อัสดง ที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 08:45:AM

อาหารแปลกแหวกแนวอยู่แถวไหน
กลับเมืองไทยขอชิมลิ้มสักหยด
แกงไตปลาแกงเห็ดเผ็ดแซ่บรส
อย่าพึ่งหมด-หดหายแกงสายบัว

พระอาทิตย์อัสดง

ไม่ไหวแล้วตื่นมาก็มีแต่กับข้าวลอยหน้า ขอตัวไปทานข้าวก่อนนะค่ะ emo_94


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 01 ธันวาคม 2011, 12:28:PM
      ๐หอมกลิ่นแกงเห็ดข่า๐

๐ “เห็ดข่า” สีขาวงามขึ้นตามป่า
กลิ่นคล้ายข่าจึงเด่นชื่อเช่นนั้น
คนเก็บมาทำอาหารพื้นบ้านกัน
รสชาติมันเฝื่อนขมขับลมดี

๐ป่าเหนือป่าภาคอีสานแถวบ้านทุ่ง
คนต่างมุ่งมั่นหมายป่าหลายที่
ยามฤดูหน้าฝนหลั่งชลธี
เห็ดมากมีงอกงามขึ้นตามไพร

๐"เห็ดข่า" ก็ผุดดอกขาวในราวป่า
ตระการตาทั้งดอกเล็กดอกใหญ่
กิ้งกือวนเวียนรอบกัดกรอบไป
ตะขาบไต่คล้ายจองเห็ดของตน

๐ “แกงเห็ดข่า” หลังต้มไล่ขมเฝื่อน*
แล้วแบ่งเพื่อนบ้านไปหากใครสน
กลิ่นละมุนเห็ดข่าหอมน่ายล
รสเผ็ดปนกลิ่นข่าคุณค่านำ


๐"เห็ดข่า" เป็นยาถ่ายระบายท้อง
หลายคนจ้องทำกับข้าวทุกเช้า-ค่ำ
ซดน้ำแกง แกงเห็ดข่าเป็นประจำ
ชิมเพียงคำต่างก็ปลื้มไม่ลืมเลย! ฯ

                        อริญชย์
                    ๙/๘/๒๕๕๔


*ต้มหนึ่งน้ำไล่ความขมของเห็ดข่าก่อนแล้ว เทน้ำขมทิ้ง แล้วเติมน้ำปรุงรสแกงอีกที

รูป “เห็ดข่า”

http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2&um=1&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&tbnid=pLPXyNr0bf7FcM:&imgrefurl=http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php%3Ftopic%3D40055.0&docid=UQDkabzujv2GeM&imgurl=http://i1232.photobucket.com/albums/ff370/kasetporpeang/DSCN5402.jpg&w=655&h=491&ei=Mw_XTsqfGqWniALx5_CPCg&zoom=1&iact=hc&vpx=170&vpy=264&dur=281&hovh=194&hovw=259&tx=145&ty=106&sig=112307027317998905141&page=1&tbnh=115&tbnw=163&start=0&ndsp=19&ved=1t:429,r:6,s:0 (http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2&um=1&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&tbnid=pLPXyNr0bf7FcM:&imgrefurl=http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php%3Ftopic%3D40055.0&docid=UQDkabzujv2GeM&imgurl=http://i1232.photobucket.com/albums/ff370/kasetporpeang/DSCN5402.jpg&w=655&h=491&ei=Mw_XTsqfGqWniALx5_CPCg&zoom=1&iact=hc&vpx=170&vpy=264&dur=281&hovh=194&hovw=259&tx=145&ty=106&sig=112307027317998905141&page=1&tbnh=115&tbnw=163&start=0&ndsp=19&ved=1t:429,r:6,s:0)






http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/ediblemushroom.htm (http://www.dnp.go.th/foremic/fmo/ediblemushroom.htm)

เห็ดข่า Lactarius piperatus (Scop. ex Fr.) S. F. Gray
รับประทานได้มีรสเผ็ดขม สรรพคุณใช้แก้ อาการปวดหลัง ปวดหลัง ปวดขา บำรุง เส้นเอ็น กระดูก และป้องกันการชักกระตุก


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 02 ธันวาคม 2011, 08:33:AM
         ๐เห็ดโคนอร่อยนัก๐

๐"เห็ดโคน" รากยื่นยาวสีขาวหยวก
ตามจอมปลวกงอกมาเมื่อหน้าฝน
เป็นเห็ดงามจากป่าที่น่ายล
อาหารคนบ้านไพรชอบใจกัน

๐หน้าฝนเห็ดงอกงามขึ้นตามป่า
เห็ดโคนก็เกิดมาในป่านั่น
ชาวบ้านไพรหมายตามุ่งหาพลัน
ช้าไม่ทัน คนอื่นเขา ก็เอาไป

๐ทำอาหารกินได้หลากหลายอย่าง
แกงเผ็ดบ้าง ผัดบ้าง คนต่างใฝ่
นึ่งก็หอมไม่จาง ปิ้งย่างไฟ
ตามชอบใจ อาหารคนบ้านนา

๐จัดเป็นเห็ดล้ำค่าเศรษฐกิจ
ผลผลิตส่วนมากมาจากป่า
เรื่องเพาะเชื้อยังเต่าไม่เข้าตา
คนต้องหาตามไพรจึงได้กิน

๐เห็ดโคนรากยื่นยาวสีขาวหยวก
ตามจอมปลวกบ้านทุ่งผดุงถิ่น
งอกขึ้นมาเพื่อให้คนได้กิน
หากป่าสิ้น  เห็ดอะไร  ก็ไม่มี! ฯ

                 อริญชย์
               ๗/๘/๒๕๕๓


หน้าตาเห็ดโคน




อาหารเป็นยา อายุยืนต้านโรค
ผักผลไม้ป้องกันโรค, อาหารเพื่อสุขภาพ
6 พฤศจิกายน, 2011
ป้ายกำกับ:ข้าวโอ๊ต, ป้องกันโรค, ฟอสฟอรัส, วิตามินบี, วิตามินเอ, สรรพคุณทางยา, หอยนางรมป้องกันโรค, เห็ดโคน
“อาหารเป็นยา อายุยืนต้านโรค”

1. เห็ดโคน

“เห็ดโคน” เป็นเห็ดที่เพาะไม่ได้ เพราะมันขึ้นเองตามธรรมชาติ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น ในบางปีก็มีน้อย ราคาจะสูง แต่บางทีก็มีมาก

เห็ดโคนมีฟอสฟอรัสสูง มีแคลเซียม วิตามินบี 1 บี 2  โปรทีน และเส้นใย

สรรพคุณทางยา ของเห็ดโคนคือ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ขจัดเสมหะ  แก้วิงเวียนศีรษะคลื่นไส้อาเจียน แก้โรคเบื่ออาหาร รักษาอาการท้องร่วง เป็นบิด น้ำเห็ดโคนต้านเชื้อไทฟอยด์ได้




http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%99&um=1&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&tbnid=6JzpBGjQIcpJgM:&imgrefurl=http://food4healthy.com/tag/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599/&docid=zYrYFNR-AxDD8M&imgurl=http://food4healthy.com/wp-content/uploads/2011/11/%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%2525AB%2525E0%2525B9%252587%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B9%252582%2525E0%2525B8%252584%2525E0%2525B8%252599.jpg&w=600&h=454&ei=FCrYTuyNLc7irAfsgtnJDQ&zoom=1&iact=hc&vpx=725&vpy=252&dur=844&hovh=195&hovw=258&tx=151&ty=125&sig=102980083756719683819&page=1&tbnh=164&tbnw=248&start=0&ndsp=8&ved=1t:429,r:6,s:0 (http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%99&um=1&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=578&tbm=isch&tbnid=6JzpBGjQIcpJgM:&imgrefurl=http://food4healthy.com/tag/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599/&docid=zYrYFNR-AxDD8M&imgurl=http://food4healthy.com/wp-content/uploads/2011/11/%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%2525AB%2525E0%2525B9%252587%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B9%252582%2525E0%2525B8%252584%2525E0%2525B8%252599.jpg&w=600&h=454&ei=FCrYTuyNLc7irAfsgtnJDQ&zoom=1&iact=hc&vpx=725&vpy=252&dur=844&hovh=195&hovw=258&tx=151&ty=125&sig=102980083756719683819&page=1&tbnh=164&tbnw=248&start=0&ndsp=8&ved=1t:429,r:6,s:0)

 emo_84 emo_95 emo_84


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 03 ธันวาคม 2011, 12:50:PM
       ๐เห็ดหำฟาน๐

๐ “เห็ดหำฟาน” มักมีผิวสีเหลือง
พบเนืองเนืองตามป่ายามหน้าฝน
เป็นเห็ดที่ถูกใจคนหลายคน
ปิ้งไฟจนสุกหอมก็พร้อมกิน

๐ทำลาบก้อยกินชุ่มคอ เห็ดบ่เหนียว
ลงทุนเคี้ยวซักหน่อยอร่อยลิ้น
ชาวบ้านทุ่งมุ่งหาเป็นอาจิณ
เดินจนชินป่าเขาลำเนาไพร

๐มักเกิดเบียดกันเป็นก้อนเป็นกลุ่ม
คนได้คุ้มกับการหาในป่าใหญ่
ทาเกลือปิ้งถ่านแดงมิแบ่งใคร
ทั้งผู้ใหญ่ เด็กน้อย ต่างคอยรอ

๐เห็ดหำฟานสีเหลืองประเทืองป่า
ชาวบ้านหาตามไพรสุขใจหนอ
ชื่อน่าขำ แต่มี สิ่งดีพอ
คนหัวร่อเย้ยมายังหาเอา

๐เห็ดมากมายเกิดดี หากมีป่า
ยามเมื่อหน้าฝนพรำกระหน่ำเข้า
หากไร้ป่าเขียวอุดมด้วยร่มเงา
คนคงเศร้าเพราะไร้เห็ดรสเด็ดกิน !ฯ

                          อริญชย์
                       ๗/๘/๒๕๕๓




ชื่อที่เรียก   เห็ดหำฟาน
ชื่ออื่นๆ   เห็ดหำฟาน
หมวดหมู่ทรัพยากร   พืช
ลักษณะ   ลักษณะ มีขนาด2 - 3เซนติเมตรสีเหลืองอมส้มรูปร่างค่อนข้างกลมโคนมีเส้นใยสีเหลืองอ่อนคล้ายเชือกผิวดอกเห็ดบาง;เมื่อแก่จะปริแตกหลุดปลิวไปภายในดอกเห็ดเมื่อยังอ่อนสีขาวมองก้านเป็นรัศมีออกจากโคนเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มดอกเห็ดทั้งอ่อนและแก่มีลักษณะนิ่มยืด หยุ่นคล้ายยางลบสปอร์รูปดอกบัวตูมปลายมนผิวเรียบผนังบางมีก้านเล็กๆยื่นออกมา ลักษณะพิเศษ เนื้อหนานุ่ม นิเวศวิทยา บริเวณที่เก็บตัวอย่างเป็นพื้นที่ที่มีไม้พุ่มหรือบริเวณที่มีใบไม้ทับถม
ประโยชน์   นำมาประกอบอาหารรับประทานได้ นิยมนำมาทำก้อย และแกง
แหล่งที่พบ   ตามพื้นที่ป่าทั่วไป
ตำบล   เขื่อนอุบลรัตน์
อำเภอ   อุบลรัตน์
จังหวัด   ขอนแก่น
ฤดูกาลใช้ประโยชน์   ฤดูฝน
ชื่อวิทยาศาสตร์   HYMENOGASTERACEAE
ชื่อวงศ์    Mycoamaranthus cambodgensis
แหล่งที่มาของข้อมูล   www.uttaradit.uru.ac.th (http://www.uttaradit.uru.ac.th)

http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=9937&id=112057 (http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=9937&id=112057)

ปล.หั่นทาเกลือ แล้วปิ้งไฟ ก็อร่อยนะ




รูป:เห็ดหำฟาน เหลืองแค่ผิวภายนอก  ข้างในสีดำเหนียวหนืดนุ่มคล้ายกาละแม  นิยมผ่าทาเกลือปิ้งไฟจนสุกกรอบแล้วกินกับข้าวเหนียว

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.redbullspirit.org/2008/forum/download/file.php%3Fid%3D5835&imgrefurl=http://www.redbullspirit.org/2008/forum/viewtopic.php%3Ff%3D40%26t%3D800%26p%3D6754&usg=___yg_3qCVbI9JP23S7sFGOsRT2rE=&h=481&w=720&sz=99&hl=th&start=2&um=1&tbnid=hBLYGiNG47id9M:&tbnh=94&tbnw=140&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%26hl%3Dth%26sa%3DG%26um%3D1 (http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.redbullspirit.org/2008/forum/download/file.php%3Fid%3D5835&imgrefurl=http://www.redbullspirit.org/2008/forum/viewtopic.php%3Ff%3D40%26t%3D800%26p%3D6754&usg=___yg_3qCVbI9JP23S7sFGOsRT2rE=&h=481&w=720&sz=99&hl=th&start=2&um=1&tbnid=hBLYGiNG47id9M:&tbnh=94&tbnw=140&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%26hl%3Dth%26sa%3DG%26um%3D1)



 emo_95 emo_84 emo_95


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: อริญชย์ ที่ 24 ธันวาคม 2011, 12:07:PM
“กลอย” เป็นพืชหัวใหญ่พันธุ์ไม้เถา
คนขุดเอามาแช่ตามสายน้ำไหล
เพื่อกำจัดพิษกลอยล่องลอยไป,
ขนมไทยทำจากกลอยอร่อยจริง! ฯ

                                  อริญชย์




(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/240/29240/images/kloy/1.jpg)


ขอบคุณภาพประกอบจาก www.google.com (http://www.google.com)

กลอยเป็นพรรณไม้ที่มีประโยชน์มากอีกชนิดหนึ่ง ชื่อวิทยา ศาสตร์ว่า Dioscorea hispida Dennst เป็นไม้เถาที่พันต้นไม้อื่น ไม่มีมือเกาะ ลำต้นมีหนามเล็กๆ กระจายทั่วไป และมีขนนุ่มๆ สีขาวปกคลุม มีหัวอยู่ใต้ดินลักษณะทรงกลมรี มีรากเล็กๆ กระจายทั่วทั้งหัว 3-5 หัวต่อต้น เปลือกบางสีน้ำตาลออกเหลือง

หลายคนรู้จักในชื่อ มันกลอย กลอยข้าวเหนียว กลอยหัวเหนียว กลอยนก ใบเป็นใบประกอบ ก้านใบยาว 10-15 ซ.ม. มีใบย่อย 3 ใบ รูปรีปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เส้นใบนูน ผิวใบสากมือ มีขนนุ่มปกคลุม ความกว้างของใบ 3-5 ซ.ม. ยาว 8-10 ซ.ม. ดอกออกเป็นช่อ ออกตามซอกใบ ก้านดอกเดี่ยวยาวห้อยย้อยลงมา มีดอกเล็กๆ ติดบนก้านดอกจำนวน 30-50 ดอก ผลคล้ายผลมะเฟือง มี 3 พู แต่ละพูมี 1 เม็ด เมื่อแก่แตกได้เอง


ประโยชน์ทางอาหาร นำหัวกลอยมานึ่งกับข้าวเหนียว แกง บวด ก่อนนำหัวกลอยมาทำอาหารต้องล้างพิษออกให้หมดก่อน โดยปอกเปลือกล้างกับน้ำไหล และแช่น้ำไว้ 1 คืน จึงนำมานึ่งได้ ประโยชน์ทางยา นำหัวกลอยมาต้มแก้อาการเมา อาการแน่นท้อง ถ้าต้มผสมน้ำมันนำมาใส่แผลและแก้ฝ้าได้



http://www.food4change.in.th/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2.html (http://www.food4change.in.th/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2.html)





 emo_95 emo_107 emo_84  emo_107 emo_95


หัวข้อ: Re: "กลอนกานท์อาหารกิน"
เริ่มหัวข้อโดย: บูรพาท่าพระจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม 2011, 02:07:PM












พิษของ " กลอย "  น้อยนิด ผิด " กลอยใจ "
หากชายใด ต้องฤทธิ์ พิษผู้หญิง
ถึงแข็งแกร่ง แรงเร้น เช่นกระทิง
มิผิดลิง โซ่ล่าม ห้ามซุกซน.../

บูรพาท่าพระจันทร์