พิมพ์หน้านี้ - บนนภา

ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน

บทประพันธ์กลอนและบทกวีเพราะๆ => กลอนธรรมะ+กลอนสอนใจ+กลอนธรรมชาติ+กลอนปรัชญา => ข้อความที่เริ่มโดย: BuaJantra ที่ 17 เมษายน 2010, 06:08:PM



หัวข้อ: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: BuaJantra ที่ 17 เมษายน 2010, 06:08:PM
คลี่เมฆาเบิกเนตรมองฟ้ารื่น
สีครามคลุมครองผืนนภากาศ
แผ่วล่องไล้ลิ่วลมวายุฆาต
นฤนาทฟ้าครวญคลอวสันต์

....หวังให้มวลมิตรบ้านกลอนต่อ.ทักอักษราด้วยค่ะ



หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: มังตรา ที่ 17 เมษายน 2010, 07:18:PM

(http://www.klonthaiclub.com/pic/cartoon_011.gif)



เบื้องบนฟ้า  ท้องนภา  เวหากาศ                   
ต้องประหลาด  เห็นเมืองใหญ่   ห่างไกลแสน
เหล่าทวยเทพ   เทวดา   ร่ายรำแพน               
ครุฑขุนแผน  แสนเสน่ห์  เหล่กากี

มียักษ์ใหญ่  ยักษ์น่ากลัว  ทั่วไปหมด             
เอ..โกหก   หรือฉัน   ฝันไปนี่
หยิกที่ตัว  รัวด้วยเล็บ    เจ็บเต็มที                 
เอาละสิ   เรื่องแบบนี้   หรือมีจริง
 
มองไกลนิด   สะกิดใจ     ให้ตระหนก             
นั่นโครตนก  มโหราญ  ปานผีสิง 
ปีกเท่ารถ  ตัวเท่าบ้าน  โอราฬจริง                 
เรายืนนิ่ง   มันบินใกล้   ตายละโว้ย

ปากมันงับ   ดังพลั๊วะ   กลิ้งตัวหลบ                 
เลือดก็กลบ  เจ็บจัง   นั่งตาโหย
หัวที่แตก  เลือดแดงโชติ  ร้องโอดโอย             
โธ่..เสือโหย  สิ้นลายรอน  นอนตกเตียง  55555555555
         

                                                                        emo_89
                                                                   

         


หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีอุดร ที่ 17 เมษายน 2010, 07:33:PM
บนนภาฟ้ากว้างกำลังดุ
ด้วยพายุพัดโถมโหมกระหน่ำ
เมฆเคลื่อนตัวรุกเข้าสีเทาดำ
ฟ้าก็ย้ำร้องลั่น...สะท้านสะเทือน

สกุณาโผขึ้นกลับคืนถิ่น
กระแสสินธุ์สั่นระลอกกระฉอกเคลื่อน
น้ำเม็ดใสจากฟ้าลงมาเยือน
กระจายสาดกลาดเกลื่อนเหมือนรุนแรง

บรรยากาศเกาะกลุ่มเย็นชุ่มฉ่ำ
ด้วยหยาดน้ำชื่อ"ฝน"ทุกหนแห่ง
วัฏจักรวนเวียนย่อมเปลี่ยนแปลง
สักครู่แสงหลังฟ้าจะมาเยือน.



หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: BuaJantra ที่ 17 เมษายน 2010, 09:13:PM
คลี่เมฆาเบิกเนตรมองฟ้ารื่น
สีครามคลุมครองผืนนภากาศ
แผ่วล่องไล้ลิ่วลมวายุฆาต
นฤนาทฟ้าครวญคลอวสันต์

....หวังให้มวลมิตรบ้านกลอนต่อ.ทักอักษราด้วยค่ะ



๐มวลนกสาร่าเริงเหิรเวหา
ถวิลล่าหากินโภคาภัณฑ์
ตราบอาทิตย์ดับรอทอแสงจันทร์
หวนคืนรังแบ่งปันเลี้ยงลูกน้อย


หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: มานพ ที่ 17 เมษายน 2010, 09:36:PM
คลี่เมฆาเบิกเนตรมองฟ้ารื่น
สีครามคลุมครองผืนนภากาศ
แผ่วล่องไล้ลิ่วลมวายุฆาต
นฤนาทฟ้าครวญคลอวสันต์

....หวังให้มวลมิตรบ้านกลอนต่อ.ทักอักษราด้วยค่ะ




๐มวลนกสาร่าเริงเหิรเวหา
ถวิลล่าหากินโภคาภัณฑ์
ตราบอาทิตย์ดับรอทอแสงจันทร์
หวนคืนรังแบ่งปันเลี้ยงลูกน้อย


(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_078.gif)

๐บนนภาฟ้ากว้างอย่างที่เห็น
พอยามเย็นวิหกนกเป็นร้อย
บินกลับรังเป็นฝูงสูงเลยลอย
เห็นแล้วพลอยสุขใจที่ได้เจอ

(http://www.klonthaiclub.com/pic/bar_078.gif)



หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: BuaJantra ที่ 17 เมษายน 2010, 10:26:PM
คลี่เมฆาเบิกเนตรมองฟ้ารื่น
สีครามคลุมครองผืนนภากาศ
แผ่วล่องไล้ลิ่วลมวายุฆาต
นฤนาทฟ้าครวญคลอวสันต์

....หวังให้มวลมิตรบ้านกลอนต่อ.ทักอักษราด้วยค่ะ



๐มวลนกสาร่าเริงเหิรเวหา
ถวิลล่าหากินโภคาภัณฑ์
ตราบอาทิตย์ดับรอทอแสงจันทร์
หวนคืนรังแบ่งปันเลี้ยงลูกน้อย

รามสูรพึงรักเมขลา
หมายตัวนางไล่ล่าตาละห้อย
จนโมโหโกรธาขว้างขวานลอย
เมขลามิถอยล่อแก้วทัน

เจ้ายักษา ดวงตาพร่าเลือนลาง
ด้วยอับปางร้างชัยนัยแสงนั้น
จึ่งอาเภทฟ้าร้องคะนองลั่น
ให้วสันต์ร่วงหล่นพสุธา


หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: สุวรรณ ที่ 17 เมษายน 2010, 10:40:PM
คลี่เมฆาเบิกเนตรมองฟ้ารื่น
สีครามคลุมครองผืนนภากาศ
แผ่วล่องไล้ลิ่วลมวายุฆาต
นฤนาทฟ้าครวญคลอวสันต์

....หวังให้มวลมิตรบ้านกลอนต่อ.ทักอักษราด้วยค่ะ



๐มวลนกสาร่าเริงเหิรเวหา
ถวิลล่าหากินโภคาภัณฑ์
ตราบอาทิตย์ดับรอทอแสงจันทร์
หวนคืนรังแบ่งปันเลี้ยงลูกน้อย

รามสูรพึงรักเมขลา
หมายตัวนางไล่ล่าตาละห้อย
จนโมโหโกรธาขว้างขวานลอย
เมขลามิถอยล่อแก้วทัน

เจ้ายักษา ดวงตาพร่าเลือนลาง
ด้วยอับปางร้างชัยนัยแสงนั้น
จึ่งอาเภทฟ้าร้องคะนองลั่น
ให้วสันต์ร่วงหล่นพสุธา

แสนสงสารรามสูรเสียสูญแล้ว
หายใจแผ่วแววช้ำย้ำเกศา
เฝ้าหลงรักนางสวรรค์หวั่นอุรา
โดนแก้วตาขว้างขวานใส่ให้สิ้นลม[/color]


หัวข้อ: Re: บนนภา
เริ่มหัวข้อโดย: kradan ที่ 17 เมษายน 2010, 11:41:PM
บนนภา ดาราราย หมายอวดแสง
พากันแข่ง แต่งแต้มสี ในฟ้ากว้าง
มีเพียงฉัน เป็นเมฆหมอก ควันจางจาง
ถูกเมินหมาง เพราะรูปลักษณ์ ไม่สวยงาม

ต้องเงียบเหงา เฝ้าลอยล่อง กลางท้องฟ้า
มองจันทรา ใจเต็มไป ด้วยคำถาม
ว่าเมื่อไหร่ จะโดดเด่น ในฟ้าคราม
เฝ้าติดตาม จันทรา ได้ดังใจ

เพราะรู้ตัว และกลัวรูป ที่ไม่สวย
จึงจำป่วย ด้วยรักที่ ไม่สดใส
มองดวงดาว รายล้อมจันทร์ อย่างห่วงใย
ด้วยหวังใกล้ จันทร์สักนิด เหมือนดั่งดาว