O วรรษาสมัย .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
11 ธันวาคม 2019, 08:50:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O วรรษาสมัย .. O  (อ่าน 285 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
16 กรกฎาคม 2019, 07:32:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 136



« เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2019, 07:32:AM »
ชุมชนชุมชน








O เจ้าพระยา .. วันนี้ยังรี่ไหล
เมื่อหัวใจบางดวง .. แสนห่วงหา
เอ็นดูความอาวรณ์แฝงซ่อนมา-
ร่ำรอการไขว่คว้า .. ด้วยอาลัย
O คลื่นน้ำ .. เคลื่อนระลอก .. ยั่วหยอกฝั่ง
เมื่อคล้ายดั่งอาวรณ์ .. เกินซ่อนไหว
ค่อยเคลื่อนความละห้อยห่วง .. ทุกห้วงใจ
ติดตรึงให้ปฎิพัทธ .. แนบทัดทรวง
O ปาริชาติหอมรื่น .. ในคืนค่ำ
คลายกลิ่นร่ำรมแถน .. ทั้งแดนสรวง
โอนเถิดกลิ่นหอมล้ำ .. ขอ-บำบวง-
ด้วยแหนหวง .. แนบไว้ข้างใจนั้น
O อินทร์ .. พรหม .. ปวงทิพแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดบัญชาชี้ให้ .. ความไหวหวั่น-
ที่เบิกบทแสนประณีต .. เกินกีดกัน
ช่วยแบ่งปันบริบท .. คืน-ทดแทน
O ถ้วนทั้งสิ้นทั้งปวง .. ความห่วงหา
ปรารถนา, ยินยอม .. และอ้อมแขน
แรงอาวรณ์, รอบถวิล .. ทั้งดินแดน
ฤๅ-อาจแม้นอาลัย .. หัวใจมี ?
O สร้อยเกสรพวงบุหงา คันธารส
ราวเริ่มบท .. แยกแย้มเติมแต้มสี
ให้โลกผู้ห่วงละห้อย .. เฝ้าคอยที-
คอยท่ารับใยดี .. แนบที่ใจ
O คืนความหมายหวานหอม .. ให้พร้อมสรรพ
ยามเนตรพรับพริ้มรอ .. พึงรอให้-
จุมพิตจบอ้อยอิ่ง .. เหนือสิ่งใด
แม้-นานสักปานไหน .. ยอมให้แล้ว
O อ้อยอิ่งการพร่ำพลอด ..แสนออดอ้อน
จนเว้าวอนด้วยเสียง .. แต่เพียงแผ่ว
เนตรครั้นโรยเหลือบชม้าย .. ย่อมฉายแวว-
ความผ่องแผ้วอาวรณ์ .. ทุกตอนตน
O ใชไหม .. จากนี่ .. ถึงที่นั่น
มีหัวใจจดกันนับพันหน
เป็นเช่นนี้ .. ใช่ไหมหัวใจคน
ที่จะขวนขวายไปตามไขว่คว้า
O ใช่ไหม .. จากนี่ถึงที่นั่น
เมื่อรับรู้ใจกัน .. ร่วมฟันฝ่า
ร่วมจับจูงก้าวผ่าน .. บ่วงมารยา
ด้วยทีท่าก้าวล่วง .. สู่บ่วงนั้น
O ใช่ไหม .. แผ่นดิน, น้ำ, ถิ่นฟ้า
ย่อมเกินกว่า .. เที่ยวทางจะขวางกั้น
สองใจที่จดจ่อ .. เฝ้ารอกัน
คือผูกพันถ้วนสิ้น .. จิตวิญญาณ
O เจ้าพระยา .. วันนี้ยังรี่ไหล
เมื่อหัวใจ .. อาวรณ์แสนอ่อนหวาน
ที่-กรุ่นหอมพร้อมสรรพ อยู่นับนาน-
จน-เกินต้านทานหอม .. คือ-ยอมแล้ว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=10-2013&date=03&group=11&gblog=485

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, เนิน จำราย

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
25 กรกฎาคม 2019, 07:02:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 136



« ตอบ #1 เมื่อ: 25 กรกฎาคม 2019, 07:02:PM »
ชุมชนชุมชน



O เมื่อลมเช้าโชยแผ่ว .. O







O ดูเถิด..รูปเรียวร่างคิ้วคางแก้ม-
ซับเลือดแต้ม, เนตรชม้อยก็คอยเหลียว-
เวียนสบเลศนัยชาย..ที่คลายเกลียว-
เข้ารัดเหนี่ยวโอบขวัญ..ลอบพันธนา
O ลมเช้าโชยแผ่วมา..ล้อมอารมณ์
เมื่อเนตรคมเหลือบชม้อย..เหมือนคอยท่า
สบ..ขัดเขิน..ยิ่งแล้ว..ในแววตา
รมยา..ก็วาบ-วกในอกชาย
O นัยน์ตาซึ้งโศกหวาน..นั้นซ่านแวว-
ความผ่องแผ้วอ่อนโยนออกโชนฉาย
มีรูปคราญบริสุทธิ์เป็นจุดปลาย-
การทอดสายตาล้อม..ไม่ยอมเบือน
O เอนไหวเรียวกิ่งก้าน..ดอกมาลย์สี-
ลมวาดวีโลมเลียบก็เปรียบเหมือน-
เลศในแววตาวาม..นั้นตามเตือน-
จนสุดเคลื่อนคล้อยผ่าน..หอมหวานนั้น
O เมื่อมีรูป..มีใจ..หวั่นไหวรูป
เช่นลมวูบวาบผ่าน..ช่อมาลย์..สั่น
งามเจ้าเอยโลมไล้..ดั่งไฟควัน-
แต่จะรุมล้อมขวัญ..ตราบวันวาย
O งามปีกผีเสื้อบิน..กลางถิ่นทุ่ง
ขณะรุ้งทินกรเริ่มชอนฉาย
ลม-ร่ำกลิ่นหอมนักมาทักทาย
ความเอียงอายก็อบร่ำในคำนึง
O งามปีกผีเสื้อลายบินว่าย-วน
เมื่อใจคนต้องพิษ..ความคิดถึง
แววแห่งความวุ่นว้า..คล้ายตราตรึง-
บนใจซึ้งทราบชู้..เช้าตรู่นั้น
O โอภาสแดดอบอุ่น..ล้อมฝุ่นดิน
ใจผู้ดิ้นรนอยู่..ฤๅ-รู้หวั่น-
กับการไขว่คว้าครอง..ที่พ้องกัน-
แต่เมื่อแววตานั้น..คล้าย..สั่นสะทก
O งดงามความนัยชู้..ในตรู่สาง-
ก็พรายพร่างโลมไล้อยู่ในอก
หวานเอย..สุดขับข่ม..เมื่อลมวก-
พาหวานปกคลุมครองทุกห้องใจ
O ปีกผีเสื้อโบยบิน..ล้อมกลิ่นหวาน
เมื่อแรกกาลเบิกบทความสดใส
เรณูเสียดช่อช้อย, รูปรอยใคร-
ก็เสียดรูปขับไข..ค้างนัยน์ตา
O ลืมได้ฤๅ-แววชม้อยชม้ายสู่
แฝงเลศนัยซ่อนอยู่..ให้รู้ว่า-
ความรู้สึกอ่อนหวาน..ส่งผ่านมา-
ให้ตอบรับคุณค่า..และท่าที
O คืนอบอุ่นอ่อนหวาน..ที่หวานกว่า-
หวานถ้วนทั้งบรรดา..รูปราศี
พร้องลำดับภพชาติ..ขึ้นวาดวี-
เยื่อใยดีสั่นพลิ้ว..กลางริ้วลม
O เหมือนรูปรอยคุณค่า..ค่อยตราตรึง-
ความซาบซึ้งแรงชู้..ลงสู่สม
พาอกใจละห้อยหาเฝ้าปรารมภ์-
แววเนตรคมเหลือบชม้อย..เฝ้าคอยรอ
O ริ้วลมร่ำโชยแล้วเพียงแผ่วค่อย
เมื่อจริตอ่อนน้อยเหมือนคอยล่อ-
ให้สายตาใฝ่เฝ้าพะเน้าพะนอ
ยั่ว..หยอกล้อเสน่หา..แต่ครานั้น
O พร้อม – แดดใส..ฟ้าคราม..แห่งยามสาย
คือ – เอียงอาย..วุ่นว้า..แววตาหวั่น
ชม้อยชม้ายเหลือบสบ..แล้วหลบพลัน-
ก่อนทรวงนั่นสั่นสะท้อน..เกินผ่อนเพลา
O พร้อม - แดดใสฟ้าครามแห่งยามสาย
คือ – ความหมายทอดทับความอับเฉา
รื่นเย็นสายลมลูบ..เมื่อรูปเงา-
แห่งยามเช้าทอดร่างลงกลางทรวง
O และแล้วก็มองเห็นความเป็นไป-
ของอกที่โหยไห้..อาลัย-หวง
แววอาวรณ์โลมไล้อยู่ในดวง-
ตาที่ห่วงใยอยู่แต่ผู้เดียว
O สายหยุดเจ้าหยุดกลิ่นแต่สิ้นสาย
เมื่อตาชายคอยแต่ชะแง้ - เหลียว
บนฟ้า..นกร่อนคว้าง.. เมื่อร่างเรียว-
เจ้ากอดเกี่ยวสายตา..ล้ออารมณ์
O โบกบินปีกนกกางร่อนกลางหาว
เมื่อเนตรวาววามชู้..เกินรู้ข่ม
โลมลูบแดดอุ่นอาย..ด้วยสายลม
กลิ่นชื่นฉมกุสุมาลย์..ก็หว่านล้อม
O อบอุ่นแดดยามสายโชนฉายสู่
เมื่อลมชู้พลิ้วผ่านทุกย่านหย่อม
โดยแววตาผ่านนัย..โดยใจยอม-
ร่วมหล่อหลอมนัยชู้..ร่วมดูแล
O ดูเถิด..รูปเรียวร่าง..คิ้วคาง..แกม-
ริ้วเลือดแต้มสองปราง..ดุจร่างแห-
เหวียงลงครอบคลุมใจ..เกินไหว-แปร-
เปลี่ยน-แกะแก้, ผูกพันจนมั่นคง
O ที่สถานศึกษา .. แววตาชาย-
สบ-แพ้พ่าย, เร้ารุม .. ด้วยลุ่มหลง
พร้อมกับความอ่อนหวาน .. แผ่ซ่านลง-
ซาบทรวงให้จำนง .. รูปองค์นั้น
O ราว-พิมพ์รูป .. พิมพ์ลักษณ์ .. พิมพ์พักตร์ผู้-
รอรูปธรรมย่างสู่ .. เช้าตรู่นั่น
อิริยา .. จับทำยิ่งสำคัญ-
เยี่ยงรูปในเบื้องบรรพ์ .. ในสัญญา !
O ภาพ-แพรขาวบางนุ่ม .. ห่มคลุมไหล่
กลีบดอกไม้แซมผม .. งามสมหน้า
กับ-เสื้อขาว .. กระโปรงดำ .. เห็นตำตา-
ก็เหมือนว่า .. ทับทาบเป็นภาพเดียว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=06-2017&date=04&group=11&gblog=679

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : เนิน จำราย, ไผ่เดียวดาย

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s