O ตราบชั่วนิรันดร .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
21 มกราคม 2020, 01:31:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O ตราบชั่วนิรันดร .. O  (อ่าน 466 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
08 มิถุนายน 2019, 09:52:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 170



« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2019, 09:52:AM »
ชุมชนชุมชน






O ยอมรับแล้วใช่ไหม .. หัวใจนั้น-
ว่าผูกพัน, อาวรณ์ .. เกินซ่อนไหว
ทุกการเต้นสั่นรัว .. ของหัวใจ
เหมือนมือใครบางคนคอยด้นดึง
O รู้แต่เมื่อหวานระยับพริ้มพรับ .. ตอบ
ที่การลอบเหลือบชม้าย ย่อมหมายถึง-
ใจที่ถูกเสน่หาเข้าตราตรึง-
แววหวานซึ้งลึกล้ำจึงรำบาย
O ใกล้กาล .. ฝนล่วงลาพรากฟ้าหม่น
เพื่อปลิดป่นมืดอับให้ลับหาย
ถึงเพ-ลาลมล่อง .. สูรย์ผ่องพราย-
แสงกำจายโลมโลก .. เลือนโศกตรม
O ทานตะวันช้อยช่อ .. ร่ำรอแดด-
ทอลงแวดล้อมอยู่ .. เพื่อสู่สม-
เมื่อผึ้งภู่รายล้อมลงจ่อมจม-
รสรื่นฉมฉ่ำหวานแห่งกาลนี้
O ต้อง-ลมหนาวล่องสายรำบายผ่าน
หอมดอกมาลย์, ภุมรินก็บินปรี่-
หมายเสพหวานเรณูอย่างรู้ที-
เกสรรูป .. กลีบสี .. อย่างที่เคย
O เมื่อปีกนกโบกบ่ายสู่ปลายฟ้า
แววนัยน์ตาห่วงละห้อยก็ค่อยเผย-
อิริยา .. รูป .. จริต .. ลงชิดเชย-
หยอก .. ยั่ว .. เย้ย - ปรารถนาแรงอาวรณ์
O คำนึงในอารมณ์ .. กลางลมร่ำ
ภาพแก้มก่ำ .. อ้อนออด, พาทอดถอน-
สะท้านห้วงหัวใจเหมือนไฟฟอน-
คอยรุมร้อนเร้าอยู่ ไม่รู้วาย
O ดูเถิด .. รูปผ่องแผ้วในแววตา-
นั้น-เกินกว่าพรับเบือนให้เลือนหาย
ล้อ-อารมณ์ .. อาลัย .. หัวใจชาย-
ให้แต่หมายมุ่งงาม .. อย่าคร้ามเกรง
O สกุณาป่าฝน .. บินพ้นผ่าน
เมื่อหอมหวานเร้ารุม .. เข้ากุมเหง
ขอบฟ้าเลื่อนล่มล้าง .. ความวังเวง
กอปรบทเพลงกล่อมเกล้า .. ผู้เยาว์วัย
O วันลอยดวงเลื่อนคว้างขึ้นกลางหาว
หากแสงวาววับนั้น .. กลับสั่นไหว
โดย-อารมณ์อาวรณ์ .. สุมซ้อนนัย
เผยออกให้รับรู้ .. ร่วมดูแล
O ปลายปีกนกบ่ายโบกสู่โลกไกล
หากที่ใกล้ชิดอยู่ .. ย่อมรู้แน่-
ว่า-สายใยผูกมัด .. ยากตัด .. แปร-
เปลี่ยน, แกะแก้คลายเคลื่อน .. บ่วงเงื่อนตาย
O ปีกนกกาง .. เสียงขรม .. เย้ยลมร่ำ
ยังคลาคล่ำรูปเงาจนเข้าสาย
พร้อมหวานซึ้งดื่มด่ำ .. ช่วยรำบาย-
ความมุ่งหมายด้านในหัวใจคน
O เมื่อฟ้าเปิด .. เมฆขาว .. ลมหนาวล่อง
ก็เมื่อต้องหวานประดังอีกครั้งหน
เบาบางปลายปีกนก .. ห้วงอกตน-
คล้ายวกวนเวียนอยู่ .. ไม่รู้วาง
O ฤดูนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ปีกบางเบา .. ก็ร่อนอยู่แต่ตรู่สาง
ลมเอย .. แว่วลมหวนเสียงครวญคราง
เหมือนใจบางเสี้ยวส่วน .. คร่ำครวญคอย
O โหยหาคอยบีบเค้นไม่เว้นว่าง
ในที่ทางเย็นเยียบ .. แสนเงียบหงอย
ในเที่ยวทางเหยียบย่ำ .. ซ้ำซ้ำรอย
เพียงละห้อยห่วงเห็น .. ที่-เป็น .. มี
O สายหยุด .. กลีบดอกบาน .. ย่อมลาญร่วง
ดั่งแสงช่วง .. กาลเวียน .. ย่อมเปลี่ยนสี
เหลืองแสดมาลย์หมดกลิ่น .. ก็สิ้นดี
เหลือไมตรีพี่นั้น .. ยังมั่นคอย
O ปีกบางยังลอยล่องเต็มท้องฟ้า
เมื่อเหว่ว้าแตกดับจนยับย่อย
หัวใจเคยมืดมน .. ก็หล่นลอย
กับร่องรอยนัยชู้ .. ฤดูลม
O ที่-เสพรับความคำ .. ตอกย้ำอยู่
พึงรับรู้ .. แรงหวัง .. ที่สั่งสม-
ความรู้สึกเสน่หาในอารมณ์
เบิกบทบ่มหวานหอม .. รายล้อมทรวง
O เสพรับความสื่อสู่ .. จงรู้ว่า-
มีคุณค่าสอดซุก .. ไปทุกช่วง-
เพียงร่ำรอ .. ความคำเคยบำบวง-
ให้เริ่มช่วงกำลัง .. เข้าสั่งการ
O เสพรับความนัยชู้ .. จงรู้ว่า-
เสน่หาพรั่งพร้อมรสหอมหวาน
มีไว้เพื่อโลมลูบ .. ใจรูปคราญ
จน-สุดต้านทานรส .. แม้-บทเดียว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=08-2014&date=30&group=11&gblog=576

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, ไผ่เดียวดาย

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
07 กรกฎาคม 2019, 11:18:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 170



« ตอบ #1 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2019, 11:18:AM »
ชุมชนชุมชน



O อาลัยที่ใฝ่เฝ้า .. O





O เจ้าอ่อนเอย .. คำกระซิบจากลิบโลก
เพื่อคอยโยกคลอนจิตให้คิดถึง
ในทุกทุกความคำ .. พี่-รำพึง-
แต้ม-หวานซึ้งตรึงอยู่ .. เกินรู้ล้าง
O เจ้าอ่อนน้อย .. ดวงใจ-ผู้ใดเล่า
คอยใฝ่เฝ้าถวิลอยู่ไม่รู้สร่าง
อิริยา, นัยคำ .. เหมือนนำทาง-
สบลายหางงามล้ำ .. ยูง-รำแพน
O ดวงใจพี่ .. ความวอน-ออดอ้อน, หรือ-
การยุดยื้อด้วยบ่วง .. ความหวงแหน
จักเริ่มกาลเบิกบทเข้าทดแทน-
อุ่นวงแขน, รูปเนื้อ .. โอบ, แอบอิง
O ที่รอคอย .. อยู่พร้อมละม่อมพักตร์
คือแรงรักอาลัยอันใหญ่ยิ่ง
จิตวิญญาณอาวรณ์ .. หวังผ่อนพิง-
เพื่อถ่ายทิ้งทรมาน .. ลบลาญลง
O สงสารกัน .. บ้างไหมดวงใจเจ้า
ฤๅ-เพียงเฝ้าเร้ารุมให้ลุ่มหลง
รู้บ้างไหม .. ลึกล้ำ-แห่งจำนง-
คือรูปองค์ .. รั้งเหนี่ยวด้วยเรี่ยวแรง !
O อาวรณ์และอาลัย .. หัวใจนั้น
เถิด .. ค่อยสั่นค่อยเต้นอย่างเร้น-แฝง-
รอช่วงเนตรพริ้มพรับ .. เพื่อปรับแปลง-
หวานเติมแต่งรุมเร้า .. พะเน้าพะนอ
O ถวิลถึงก็วิตกสะทกสะท้อน
ฑิฆัมพร .. จะคว้า-ได้ .. เยี่ยงไรหนอ
จมในฝันดื่มด่ำ .. เพียงร่ำรอ-
อยู่เคียงเงาเคล้าคลอ .. เปลื้องทรมาน
O ให้เว้าวอนสำทับ .. การรับรู้
จับจูง-สู่ฟากฝั่งแห่งสังสาร
หลอมรวมเอาเจตจินต์และวิญญาณ
ล่วงพ้นผ่านกรอบเกณฑ์แห่งเวรกรรม
O อาวรณ์และอาลัย .. หัวใจนี้
จักวาดวีทั่วส่วน .. การครวญคร่ำ
แผ่วโหยสังคีตบท .. พร้อมรสคำ-
จะแฝงฝากลมค่ำ .. พลอยร่ำไร
O เจ้าอ่อนเอย .. ถ้อยคำตอกย้ำอยู่
เพื่อแรงชู้โอบขวัญ .. จนสั่นไหว
รับรอง .. การฝ่างามเอาตามใจ
ที่อาลัยอุ่นร้อน .. จักย้อนรอย
O เพื่อหัวใจเร่งรุด .. จนสุดที่-
เส้นทางมีให้คืบเข้าสืบสอย
ทั่วทั้งใจพี่แล้ว .. ที่แน่วคอย-
ความพร่างพร้อยแห่งเพชร .. เพียงเม็ดเดียว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=04-2013&date=29&group=11&gblog=445

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, เนิน จำราย, พี.พูนสุข, ไผ่เดียวดาย

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
14 มกราคม 2020, 05:39:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 170



« ตอบ #2 เมื่อ: 14 มกราคม 2020, 05:39:PM »
ชุมชนชุมชน



O จันทร์เอย .. O





O ที่เรียงร้อยความคำ..เจ้านำสื่อ
ราวเอื้อมมือเหนี่ยวใจ..พาไห้หวน
ด้วยอ่อนหวานหยอกเอิน..คล้ายเชิญชวน-
ให้อารมณ์ทุกส่วน..คร่ำครวญคอย
O จันทร์เอย..จันทร์เจ้า-แต่เข้าสาง
จำต้องร้างเลิกบท..แล้วถดถอย-
ให้ขอบฟ้า..ดวงสูรย์จำรูญ..รอย
ผลักเจ้าคล้อยเคลื่อนยังอีกฝั่งฟ้า
O เพื่อทอดแสงอ่อนละมุน..อบอุ่นผ่าน-
ความตระการตระกลพาด..บนปรารถนา-
ของทุกห้องหัวใจผู้ไกลตา
กล่อมนิทรารูปคะนึง..ซาบซึ้งทรวง
O รอบละมุน..อุ่นล้ำแห่งค่ำหนาว
ค่อยผ่านล้อมใจสาว..พร้อมดาวสรวง
พร-ทิพแถนพรมพรำ..เช่นบำบวง-
กล่อมขวัญดวงสุดาพี่..ในที่นอน
O อ่อนไหวทั้งอ่อนหวาน..เมื่อผ่านรู้-
ก็เมื่ออาวรณ์ชู้..สุดรู้ซ่อน
อ่อนหวานด้วยวัยเยาว์..เมื่อเว้าวอน-
ย่อมสุดจรจากกันแล้ววันนี้
O กุสุมารสประทิ่น..ยอกลิ่นล้อม
ยั่วภู่ดอมด่ำกลิ่น..แล้วบินปรี่-
เข้าอบร่ำหอมหวานช่อมาลย์มี
ทรวงหนึ่งที่..เสพหวานก็ปานกัน
O รวยรินรสหวานหอมให้น้อมรับ
สืบความหมายทอดทับ..ผู้หลับ-ฝัน
หนาวไหนแทรก..หวานหอมจักล้อมกัน-
ด้วยอุ่นอ้อมแขนขวัญ...อย่าหวั่นเลย
O ขวัญเจ้าเอย..จงสนิท..ในนิทรา
เสน่หาอาลัย..ที่ใคร่เผย-
พึงส่งผ่านดวงจิต..ให้ชิดเชย-
เหมือนที่เคยส่งผ่านมานานวัน
O ใจดวงนี้จะละห้อย...เฝ้าคอยรับ-
นัยตอบกลับทั้งปวงจากทรวงขวัญ
ความหมายเจ้าร้อยแต่ง..จงแบ่งปัน-
ฝากแสงจันทร์ในดิถี..ให้พี่ชม
O แม้นว่าใคร..ทิวาวารเผยผ่าน-ต้อง
ยังยากพร้องความสู่ให้รู้สม
ถึงราตรี..ปรารถนาในอารมณ์-
จะห้อมห่มชิดเชย...ให้เผยความ
O และแม้นว่า..ทิวาวาร..นั้นหวานหอม-
ยังไม่ยอมอารมณ์..คอยข่ม-ห้าม
ถึงราตรี..อ่อนไหวจะไหลลาม-
ในช่วงยามดึกนั้น...จะกั้นฤๅ ?
O ฟังเถิดหนา..รูปละม่อมในอ้อมกอด
จะอ้อนออดความสู่..ให้รู้, หรือ-
จะให้แก้มนั้นตระกอง..ด้วยสองมือ
จากนั้นคือ..จบทราบรสซาบทรวง ?
O จันทร์เอย..ที่ใฝ่เฝ้าก็เท่านี้
จะร้อยร่วมด้วยฤดี..ราศีสรวง
ร่วมเถิดจันทร์..ผ่านคำที่บำบวง-
อวยฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวใจผู้ไกลตา
O จันทร์เอย..แววนัยน์ตาเกินกว่าซ่อน-
เมื่อเผยเลศนัยสะท้อน..ออดอ้อนหา
เช่นสายใยม้วน-วนด้วยมนตรา-
พันธนาล้อมรัด..ในบัดดล
O จันทร์เอย..แววนัยน์ตานั้นพร่า..สั่น
คล้ายแฝงรอยจำนรรจ์นับพันหน
แรงอาวรณ์ซ่อนพรางของบางคน-
คล้ายเผลอเผยเคล้าปน..อยู่บนแวว !


https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=10-2014&date=13&group=11&gblog=591

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s