O ความเปลี่ยนแปลง .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
16 มิถุนายน 2019, 08:19:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O ความเปลี่ยนแปลง .. O  (อ่าน 133 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
08 เมษายน 2019, 08:00:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 123



« เมื่อ: 08 เมษายน 2019, 08:00:PM »
ชุมชนชุมชน






-1-
O ลับเลือนดวงศศิน .. นกบินว่อน
ลมเหนื่อยอ่อนโรยตัวหยอกยั่วสมัย
หมอกหม่นคลุมแผ่นน้ำ อยู่รำไร
เมื่อแผ่นผืนกว้างไกล .. เริ่มไหวตัว
O ลมแรกวันโชยเอื่อยอย่างเหนื่อยอ่อน
พร้อมหมอกอ้อนออดบน .. ความหม่นหลัว
แสงรุ่งสางทอดตน .. ลบหม่นมัว
โลมแผ่นน้ำหยอกยั่วอยู่ในที
O ย่อมเป็นริ้วลมรื่นฝ่าคืนค่ำ
พาเย็นฉ่ำล้อมแหล่ง .. รับแสงสี
ยอปีกนกเหยียดรับ .. กระหยับ-วี-
วาดขึ้นฟ้าจรลี .. สืบชีวิน
O แว่วเสียงให้รับรู้ .. เพียงครู่เดียว-
เสียงกรูเกรียวถ้วนสรรพก็ลับสิ้น
หมอกขาวขุ่นชื้นชุ่ม ที่คลุมดิน-
ก็ล่มลาญจากถิ่นจนสิ้นรอย
O เริ่มดอกมาลย์เชิดช่อ ร่ำรออ้อน-
ให้ภู่ผึ้งแทรกซอน .. เกสร-สร้อย
อบร่ำหอมเคล้าคลอเพื่อรอคอย-
หวานจักย้อยกลิ่นรส .. ให้ทดลอง
O พอแผ่นพื้นเรียบกว้างที่ข้างหน้า-
ต้องลมถาโถมใส่จนไหลล่อง
เลื่อนระลอกโลดเต้นจนเป็นฟอง
แดดเรื่อส่องก็ปรากฎเมฆบดบัง !


-2-
O จาก-แรกเช้า .. นกร้องฟ้าผ่องใส
จน-เมฆไหลเกลื่อนกลุ้ม .. ลมคลุ้มคลั่ง
เสียงอึงอื้อเกรียวกรู .. หวิว - วู่ .. ดัง-
แข่งคลื่นน้ำฟาดฝั่ง อยู่โครมครืน
O พอแรงลมโถมถาเข้ามาเพิ่ม
แผ่นน้ำก็กระเหิมกระหึ่มคลื่น
กระเพื่อมผิวม้วนตระหลบลงกลบกลืน-
แตกฟองฟื้นตื่นฝนอยู่ .. อลเวง
O ลมกวนคลื่นน้ำขุ่นเคล้าฝุ่นฝน
เมื่อไฟบนฟ้าปลาบแสงวาบเปล่ง-
ก่อนเฟื้อยเส้นฟาดพื้น อยู่ครื้นเครง
แสงรุดเร่งแห่งวิชชุ .. ก็คุโชน
O โลกทั้งโลกก็ตื่นรับคลื่นเสียง-
ไม้ลู่เอียงด้วยลมก่อนล้ม .. โค่น
สายน้ำเคยออดอ้อนอย่างอ่อนโยน-
บัดนี้โตนตบฝั่ง .. เสียงดังนัก
O ปลดปล่อยความเกรียมกร้าน .. ชะลานดิน
อวลไอกลิ่นเถื่อนหอม .. เข้า-ล้อมกัก
ลมคร่ำครวญตระหลบตอนไม่ผ่อนพัก
เมื่อไร้รุ้งทอถักบนโค้งฟ้า
O ร้อนแดดแม้นแผดผ่านมานานคาบ
โลกที่ซาบซับร้อน .. กลับร้อนกว่า
เฝ้ารอฝนโซมทรามให้งามตา
จวบเบื้องหน้าเมฆฝน .. เห็น – หม่นครึ้ม
O เมื่อสองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำเจิ่ง
ไฟโลดเหลิงก็เริ่มเริ่มกระเหิมหึ่ม
เฟื้อยเส้นเข้าฟาดตีเมฆสีทึม
ขับความอึมครึมปวงจนล่วงลับ
O อีกไม่นาน .. คลื่นน้ำจะลามจบ
ร่วมสายลมสมทบตระหลบกลับ
เลื่อนเมฆหม่นบังแสง .. จวบแรงระยับ-
ยอมล่มลาญดวงดับ .. ไม่กลับย้อน !
O จบสิ้นความเรื่อเรื้องที่เบื้องหน้า
ที่แสงฟ้าแผดเผามาเก่าก่อน
บัดนี้เมฆทึมทาเหมือนอาทร-
บัง-แผดร้อนเผาผลาญ .. ที่ลานดิน
O คลื่นน้ำก็ล้อมเทเข้าเห่กล่อม
ทุกย่านหย่อมเรียวหญ้าทั่วหน้า - สิ้น
ฝุ่นฝนก็ปร่าโปรย .. ลมโรยริน
ชุ่มโลกกรรโชกถิ่นให้ยินดี
O ร้อนแดดนั้นเผาผลาญมานานนัก
ทั้งล้อมกักเร้ารุกไปทุกที่
ตราบลม, น้ำ - เลื่อนลำเข้าย่ำยี
แผ่นดินที่แผดร้อนก็ผ่อนแรง
O แทน-ร้อนรุ่มเผาผลาญมานานวัน
ด้วยครืนครั่นเลื้อยเต้นของเส้นแสง
วาบ-วกฉวัดเฉวียน เพื่อเปลี่ยนแปลง-
ร้อนที่แฝงฝากดินให้สิ้นรอย !


-3-
O เริ่มคาบยาม-รำร่ายของสายน้ำ
ที่จะพลิกพื้นคว่ำความต่ำต้อย
ผิวจะโตนตอบลมที่พรมคอย
เป็นฝุ่นฝอยลอยคว้างอยู่กลางลม
O รอ-ลมลูบโลมชะ .. จังหวะคลื่น-
เพื่อโตนตื่น-ขึ้นตะล่อมเข้าล้อมห่ม-
ทั้งพรรณหญ้าพื้นถิ่น ทั้งดินตม
รอ-คลื่นถมแรงโถมเข้าโซมร้อน
O บทเพลงปะเลงร่ำผ่านค่ำคืน-
ย่อมไร้เสียงโอดอื้นเช่นคืนก่อน
แฝงสายลมเย็นฉ่ำ-จากอัมพร-
ว่าช่วงตอนร้อนร้ายเริ่มคลายตัว
O ชุ่มดินด้วยชื่นฉ่ำแห่งน้ำหลาก-
จวบสองฟากฝั่งน้ำ รื่นล้ำทั่ว
ทุกอณูฉ่ำเย็น .. นั้น-เต้นรัว
รอเกลือกกลั้วโซมสิ้นจิตวิญญาณ
O โลกจะพลิกฟื้นด้านสู่ด้านใหม่
ที่ดวงไฟดวงเก่าหยุดเผาผลาญ
ลมจะร่ำโรยระลอกโลมดอกมาลย์
ผึ้งภู่จะเบิกบานกับหวานรส
O ยอดหญ้าจะริกระรี้อ้อน-
ให้ลมซอนแทรกเรียวอันเขียวสด
ทั้งรูปก้านกิ่งกระโดงจะโค้งคด-
ด้วยคลื่นลดเลี้ยวแล่นบนแผ่นน้ำ
O หงิกงอเลื่อนลามไปตามคลื่น
ด้วยสุดขืนขัดลมที่พรมต่ำ
ริ้วคลื่นและริ้วลมแห่งคมคำ-
ล้วนต่างร่ำร้องรับสภาพการณ์ !


-4-
O มองเห็นไหม – หมอกควันแห่งวันเก่า
ที่แสบร้อนรุมเร้าคอยเผาผลาญ
อวลกลิ่นให้เสพรับอยู่นับนาน
กดวิญญาณยินยอมให้จ่อมจม
O ตราบ-เมฆครึ้มทึมทาที่ฟ้าบน
พร้อมไฟวนวาบรับร่วมขับข่ม
ลมตระหลบสรรพโลก .. ผู้โศกซม
และน้ำถมโถมล้อมมาพร้อมกัน
O ร้อนก็ย่อมลาญแรงจากแหล่งโลก
เปลี่ยนสร้อยโศกเข็ญขุกเป็นสุขสันต์
จน-เมฆหม่นแผ่ช่วงบังดวงวัน
ก็เมื่อนั้นโลกต่ำ..ล้วนฉ่ำเย็น
O เมื่อปีกนกว่อนฟ้าเพ-ลาค่ำ
สุขจะคร่ำครวญสู่ให้รู้เห็น
แผ่นผืนอุทกธารจะซ่านกระเซ็น
ร่ำ-ลาความลำเค็ญ .. ที่เร้นรอย !


-5-
O เห็นปีกนกคล่ำคลา เพ-ลาค่ำ
พร้อมลมร่ำสายโบกลบโศกสร้อย
ในแววตาพราวกระพริบ .. ก็ปริบปรอย-
คล้ายเฝ้าคอยสางรุ่ง .. ของพรุ่งนี้ !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2012&date=17&group=41&gblog=39

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : ระนาดเอก

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s