O โคลงฉันท์กาพย์กลอน .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
18 พฤศจิกายน 2018, 10:58:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O โคลงฉันท์กาพย์กลอน .. O  (อ่าน 333 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
21 ตุลาคม 2018, 06:32:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« เมื่อ: 21 ตุลาคม 2018, 06:32:PM »
ชุมชนชุมชน



๑. ภาพของพ่อ ..





O พระพายรื่นพลิ้วผ่าน - - - ผันขบวน
ปรนกรุ่นหอมลำดวน - - - ดอกแก้ว
พิณพาทย์แผ่วคร่ำครวญ - - - คลอโสต
เสียงขับเอื้อนฤๅแคล้ว - - - คลาดได้ฉันใด ๚ะ๛

O เรือน้อยผ่านคล้อยเคลื่อน - - - กลางชล
แสงแรกเอี่ยมอำพน - - - พาดฟ้า
สองมือวาดพายระคน - - - คัดแต่ง ทิศแล
เช้าชื่น, กาลเฉื่อยช้า - - - อยู่เชื้อเชิญประชัน ๚ะ๛

O วาดพาย, ตาเพ่งน้ำ - - - คัด, คะนึง
โศภิตแห่งภาพรึง - - - รัดไว้
แววตาวับ, เรือถึง - - - ท่าจอด
สายหยุดต้องลมไล้ - - - ผ่านล้อมประนอมถวิล ๚ะ๛

O มือกำดาบ, สืบก้าว - - - ขึ้นเรือน
นาเนกสุโนกเตือน - - - ตอบเช้า
นามรูป, เนตรเหลือบเบือน - - - บอกเลศ นัยแม่
แดดเรื่อ, ความรุมเร้า - - - ส่องหล้า, ปรารมภ์ ๚ะ๛

O ห้องบนเรือน-เงียบ, ไร้ - - - สรรพเสียง
เผยภาพผู้นอนเรียง - - - เลือดเยิ้ม
พ่อ, แม่, พี่, น้องเคียง - - - ร่างครบ ครันนา
ตาสบ, อกสั่นเทิ้ม - - - แทบม้วยมรณัง ๚ะ๛

O หยาดเลือดที่หยดย้อย - - - ปลายดาบ
หยดทับจนบุญบาป - - - บิดเบี้ยว
ชั่วอุทัยะขจ่างทาบ - - - ทอดบท
ถ้วนโลกทุกส่วนเสี้ยว - - - สืบสร้าง, สว่าง-สลัว ๚ะ๛

O หยาดเลือดที่หยดย้อย - - - หยุดลง
ปลายดาบปักพื้นปลง - - - ปล่อยเศร้า
ย่อมเพียงชั่วเหลื่อมวง - - - น้ำกระเพื่อม กระพือแล
อีกโลกกลับคลุกเคล้า - - - คลั่งแค้นอดสู ๚ะ๛
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O ภาพนั้น-ชายหนุ่มผู้ - - - ลอยลำ เรือเนอ
เหยียดย่างก้าว, มือกำ - - - ดาบพร้อม
นุ่งห่มเยี่ยงแกล้ว, สำ - - - คัญยศ ศักดิ์แล
ครุ่นคิด, สีหน้า-น้อม - - - นึกหน้าคะนึงหลัง ๚ะ๛

O ภาพนั้น-เรือนยกพื้น - - - ภูมิฐาน
สุคนธรสบริบาล - - - กลิ่นใกล้
น้ำล้อมเยี่ยงปราการ - - - บอกขอบ เขตแล
แปรงปาดสีเปลี่ยนให้ - - - ภาพนั้นเลือนสูญ ๚ะ๛
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
22 ตุลาคม 2018, 07:37:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2018, 07:37:PM »
ชุมชนชุมชน



๒. โลกอีกใบ ..






O โกสุมหอม, กับ, ข้าว - - - ถือรอ
เอื้อมใส่บาตรผู้ขอ - - - อ่อนน้อม
สำรวมจิตโน้มคอ - - - ค้อมต่ำ
รูปหนึ่ง, โสตหนึ่งพร้อม - - - กล่าวถ้อย, สดับธรรม ๚ะ๛

O เสร็จสิ้นโปรดสัตว์ผู้ - - - ยังเพลิน โลกแน
สาธุการจำเริญ - - - ร่ำอ้าง
ทางพระ, พระดำเนิน - - - ตรงแน่ว
ทางโลก, โลกจักล้าง - - - ทุกข์ร้อนฤาสลาย ๚ะ๛

O จีวรปลิวปัดล้อ - - - แรงลม
พร้อมปัดปลิวเส้นผม - - - หนึ่งผู้
ขันข้าวและเนตรคม - - - คอยอยู่
คอยพระ, คอยตารู้ - - - รูปเนื้อรอยนวล ๚ะ๛

O ของถวายจีบจับเอื้อม - - - เอาวาง
นาสิกเสี้ยวนวลปราง - - - โผล่เร้น
พระจำพรากสู่ทาง - - - ควรที่ พระนา
ตาหนึ่งจักพรากเว้น - - - ว่างพ้นรูปไฉน ๚ะ๛

O งามภาคงามพักตร์พ้น - - - พรรณนา
งามท่วงทีกิริยา - - - อ่อนช้อย
รูปเอยแทรกลงตา - - - สุดต่อ ต้านเนอ
สุดต่อต้านกับชม้อย - - - เนตรชม้ายเมียงเมิน ๚ะ๛

O รอคอยวันพระหน้า - - - คงนาน
คิดมาดหมายร่นกาล - - - กุดสั้น
ให้ธรรมวกล่มลาญ - - - ร้อนรุ่ม อกเนอ
ที่เนตรคมคู่นั้น - - - วาบน้ำผกายหนุน ๚ะ๛

O อกเอยอุโฆษครื้น - - - เกินควร
เหมือนรื่นรมย์เริงขบวน - - - บุกเร้า
ที่ถูกย่อมต้องทวน - - - ธรรมบท
ให้ผ่านรูปยั่วเย้า - - - ห่วงละห้อยคอยเห็น ๚ะ๛

O แรมหนึ่งรูปหนึ่งโน้ม - - - จินตนา
ดังโลกเหนี่ยวจันทรา - - - เคลื่อนห้อม
จันทร์ฤๅผลักวงพา - - - ผ่านหลุด พ้นเนอ
ใจจักหลุดวงล้อม - - - รูปนั้นทำไฉน ๚ะ๛

O ข้าว, ใจ, ช่อดอกไม้ - - - ล้วนหอม
รอบาตร, รอใครยอม - - - เยี่ยมหน้า
ข้าว, มาลย์มอบผู้ออม - - - อัตภาพ
มอบอีกใจวุ่นว้า - - - หว่างเงื้อมมือสมร ๚ะ๛

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
ทำอกใจริมทาง - - - ทุกข์ร้อน
เกรงบุญช่วยบังพราง - - - ผูกจิต ใครนา
หวั่นเนตรปลาบไม่ช้อน - - - ฉ่ำซึ้งขึ้นผสาน ๚ะ๛

O จีวรพระพลิกพลิ้ว - - - พะนอลม
เมื่ออกหนึ่งพะนอคม - - - เนตรอ้อน
ธรรมสัจจ์และรูปสม - - - รอสืบ เสาะนา
สืบบท, เสาะหวานย้อน - - - อยู่เลี้ยงอาลัย ๚ะ๛
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O ภาพนั้น-ชายหนุ่มผู้ - - - ลอบชม-
นามรูปนัยน์ตาคม - - - เหลือบค้อน
ยอรูปยกกรประนม - - - น้อมต่อ สงฆ์แล
แต้มแต่งแสงเหลื่อมย้อน - - - ฉาบย้อมนวลผิว ๚ะ๛

O ในภาพ-แววเนตรนั้น - - - น้อมนำ-
จิตสู่ยุคยุติธรรม - - - เทียบหล้า
กฎหมายทุกกฎบำ - - - รุงสุข ชนแล
จารีตครึ .. เลื่อนล้า - - - หลุดพ้นยุคสมัย ๚ะ๛
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
23 ตุลาคม 2018, 06:55:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2018, 06:55:AM »
ชุมชนชุมชน




๓. ตัวอย่างที่ข้างบ้าน ..






๑๔
O ขัดแย้ง ณ แหล่งธรรมะพระพุทธ
ก็ประดุจะตามเตือน
รอว่าจลาจละสะเทื้อน
จะเขยื้อนขยับตอน

O เมื่อสงฆะปลงจิตะประนัง
ชิวะทัง ฤ อาทร
มือเปล่าจะเข้ารณะสมร
ผิวะมรณะยังหมาย

O ร่วมจิตเพราะสิทธิอธิปัตย์
ปฏิบัติรำบาย-
ขุ่นข้องกะผองกฏะ ก็ หมาย-
จะสลาย .. จะรั้งลง

O เลือดชุ่ม ณ ลุ่มอิรวดี
กรณียะจำนง
แม้นชนมะป่น .. บ่ ละประสง-
คะจะคงจะขัดขืน

O ภาพฉาย .. ละม้ายอยุธยา
รณะฆ่า ณ ค่ำคืน
คล้ายเห็นจะเป็นอัคนิครื้น
ปะทุกลืนกะเวียงวัง

O ชีพวอดและทอดศพะอนาถ
ขณะพาสนะภินท์พัง
มอดไหม้ บ่ ให้หทัยะหวัง
ระอุตั้งประคองตน

O เพลิงพลุ่ง ณ รุ่งอรุณะแรก
ขณะแปลก ก็ แทรกปน
เพลิงลาม ก็ ทรามภวะพระมณ-
ฑิระป่นทลายเป็น

O ภาพตอน ก็ ย้อน ณ นัยนา
ชิวะพร่า สิ เพียบเพ็ญ
วายวอดและทอดศพะ ก็ เห็น-
บทะเช่นอดีตฉาย

O ชีพป่น ณ บนอุระประเทศ
ดละเจตะกำจาย
แหลกป่นพระมณฑิระทลาย
ดุจะคล้ายจะคือกัน

O แกล้ว, ปืน และคลื่นชนะกระบวน
จิตะล้วนจะโรมรัน
ก่อนหล่นระคนชิพิตะบรร-
ลัยะนั้น .. อนาถหนอ

O กี่ใจจะไร้บุญะและบาป
คุณภาพะเพียงพอ
หยัดเงาคละเคล้ารุจะพะนอ
สัทะทอประเทียบถึง ?

O แว่วโมหะโทสะคละระคน
อนุสนธิคำนึง
ภาพสร้าง, พยางค์เสนาะเพราะ .. พึง-
ประลุซึ่งประโยชน์เพ็ญ

O เปรี้ยง, หมุน-กระสุน .. กษณะนั้น-
ทะลุขันธ์ ก็ ลำเค็ญ
แดงโร่ สิ โลหิตะกระเซ็น
ระกะเส้น บ เร้นสาย

O ภาพแทรก ณ แยก ปุระอมร
ดัสกระเผยกาย-
พร้อมบทและพจนะสยาย-
มุสะผ้ายเพราะหวังผล

O พร้อมสื่อกระพือมุสะประกอบ
มุ พินอบพิเทาคน
เชื่อเชื่อง ก็ เปลื้องพิสัยะปน-
กรรมะฉละชวนเชิญ

O ชาติพันธุอันสัจะละลาญ
อปการะก้ำเกิน
ชอบชัง ละครั้ง พิเคราะห์ประเมิน-
สรเสริญ ก็ เลือกสรรค์

O เมื่อทรามละลามระยะประเทศ
ทุระเภทะสัมพันธ์
จึง-ถ้อยเพราะถ่อยภพะถวัล-
ยะ ฤ บั่นนะบิดเบือน

O เสียงสู่ก็รู้มุสะประโยค
ระบุโลกะรางเลือน
เบ็ดขว้าง ณ กลางชละเขยื้อน-
ก็เสมือนจะเกี่ยวปลา

O แฉกลิ้น บ สิ้นนยะอสัตย์
ปฏิบัติบูชา
พ้องชาติและวาสนะสถา-
ปนะการณะกลับกลาย

O บิดเบือนเขยื้อนกรรมะขยับ
มุสะศัพทะบรรยาย
เรื่องแต่งยุแยงแสยะสยาย
อธิบายะเบี่ยงเบน
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O ภาพแจ้งแสดงกุธะจริต
เพาะวิกฤตกะกฎเกณฑ์-
พ้องเลศกะเภทอุตริ-เถร
ดละเวระอวดไว้

O ชายชาติเหมาะอาชญะสมรรถ
อัตคัต บ เห็นใคร
หรือจิตเหมาะคิด, สติพิสัย-
เหมาะเจาะไซร้จะเลือนสูญ ?
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
24 ตุลาคม 2018, 07:04:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #3 เมื่อ: 24 ตุลาคม 2018, 07:04:AM »
ชุมชนชุมชน



๔. โลกจริงแต่ปางบรรพ์ ..





O ฟ้าศรีเสาวภาคย์ขึ้น - - - ครองเมือง
ด้อยสมรรถภาพเปลือง - - - เปล่าแท้
ขุนนางอำมาตย์เคือง - - - ขุ่นอยู่ ทั่วเนอ
เกรงเสื่อมเกียรติเกินแก้ - - - จึ่งล้างชีวาตม์สูญ ๚ะ๛

O เชิญพระอินทราชขึ้น - - - บัลลังก์
สามัคคีชอบ, ชัง - - - เหล่าเชื้อ
ร่วมท่านรับฝากฝัง - - - ร่มฉัตร
อำมาตย์ขุนนางเอื้อ - - - อกน้อมใจประนัง ๚ะ๛

O จมื่นศรีผู้ชิดไท้ - - - พระทรง ธรรมนา
เป็นพระยาศรีวรวงศ์ - - - ว่านเชื้อ
ช่วยเหลือราชกิจบง- - - - การเหล่า พวกเนอ
เกียรติยศเติบใหญ่เอื้อ - - - เอ่ยอ้างบารมี ๚ะ๛

O แคล่วคล่องภารกิจย้ำ - - - เมื่อยิน
ควรคู่ต่อองค์นรินทร์ - - - เรียกใช้
กฎเกณฑ์ระเบียบระบิล - - - ระบบเชี่ยว ชาญเนอ
คอยปรึกษาชิดใกล้ - - - รับใช้พระบัญชา ๚ะ๛

O ฝากฝังโอรสไว้ - - - ในมือ ท่านนา
ทรงมาดมั่นเชื่อถือ - - - พวกพ้อง
ราชองค์ต่อไปคือ - - - พระเชษ ฐาแฮ
จึงจัดการให้ต้อง - - - ตรัสใช้-บัญชา ๚ะ๛

O เดือนอ้ายแรมเจ็ดคล้อย - - - ค่ำยาม
พระสู่สวรรคตตาม - - - เหตุต้อง
รุ่งเช้าท่านแจ้งความ - - - ตามรับ สั่งเนอ
เชิญพระเชษฐ์แซ่ซ้อง - - - สู่เบื้องบัลลังก์ ๚ะ๛

O ครั้งนั้นท่านสั่งให้ - - - จับกุม
ผู้คัดค้าน, ก่อทุม- - - - ะนัสไท้
พระยาศรีสั่งให้คุม - - - ไปประหัต สิ้นนา
ริบทรัพย์สมบัติไว้ - - - แจกผู้ร่วมการณ์ ๚ะ๛

O เกริกก้องเกียรติยศคล้าย - - - กลองประโคม
สมุหพระกลาโหม - - - อาชญ์ล้ำ
ดั่งระลอกคลื่นโถม - - - ทักฝั่ง
ดินอ่อนริมฝั่งน้ำ - - - จักต้านทานไฉน ๚ะ๛

O ครั้นราชผ่านภพได้ - - - ปีเศษ
หลงบทบาทเป็นเหตุ - - - ล่มล้าง
ราชันย์สำแดงเดช - - - โดยไม่ ตระหนักเนอ
ว่าร่มฉัตรนั้นสร้าง - - - เสกด้วยผู้ใด ๚ะ๛

O ถึงกาลมรณะม้วย - - - มารดา
งานศพเจ้าพระยา - - - จัดให้
ขุนนางอำมาตย์ดา- - - - หน้าร่วม งานเนอ
งดกิจเข้าเฝ้าไท้ - - - ธิราชกริ้วหนักหนา ๚ะ๛

O เจ้าพระยาขบถแล้ว - - - หรือไร
จึงเพิกเฉยเรื่องใน - - - ฝ่ายนี้
ส่งแกล้วสั่งความไป - - - บอกพระ ประสงค์นา
รับสั่งให้มาชี้ - - - กล่าวแก้ข้อหา ๚ะ๛

O ทอดตัวเข้ารับใช้ - - - ราชันย์
กลับเคลือบแคลงต่อกัน - - - เช่นนี้
จำกูจักขบถพลัน - - - ตามพระ ประสงค์เวย
ลืมเถิดเรื่องก่อนกี้ - - - แต่นี้คอยดู ๚ะ๛

O คุมพลยกพวกล้อม - - - เวียงวัง
บุกยึดราชบัลลังก์ - - - ล่มล้าง
ชีพพระเชษฐ์เด็ดฝัง - - - ฝากปัถ วีนา
ยกอนุชาธิราชอ้าง - - - ออกขึ้นนั่งเมือง ๚ะ๛

O ชีพเอยเคยปกป้อง - - - มาเปลือง
สำเหนียกฤๅนองเนือง - - - เลือดเนื้อ
มาหวาดระแวงเคือง - - - ใจขุ่น
จำจักป่นชีพเชื้อ - - - ชดใช้โอหัง ๚ะ๛

O ชำนะ-อำนาจน้อม - - - นำวาง
พันหมื่นแสนยอพยางค์ - - - ยกซ้อง
ใครเล่าจักคอยขวาง - - - ฝากคิด
เห็นแต่รู้ร่ำร้อง - - - ร่วมสร้างสรเสริญ ๚ะ๛

O อาทิตย์วงศ์หน่อเชื้อ - - - ราเชนทร์
สิบขวบปีคอยกระเวน - - - เล่น-ร้อง
พี่เลี้ยงช่วยกันเกณฑ์ - - - เข้ากล่อม เสวยนอ
จนทุกเสียงร่วมพ้อง - - - ฉุดพ้นบัลลังก์ ๚ะ๛

O ขุนนางอำมาตย์น้อม - - - ใจประนัง
เชิญท่านรับฝากฝัง - - - แว่นแคว้น
ยกขึ้นสู่บัลลังก์ - - - ร่มฉัตร
ร่วมจิตใจแน่นแฟ้น - - - ฝ่ายไท้ทังสถาน ๚ะ๛
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O ภาพนั้นคือ .. ภาพผู้ - - - นำฝูง
อำนาจอาชญะภาพจูง - - - จับให้-
สู่บทบาทเยี่ยงยูง - - - สูงศักดิ์
จิตเด็ดขาด, พร้อมใช้ - - - เล่ห์ชั้นเชิงเสมอ ๚ะ๛

O ในภาพ-แววเนตรนั้น - - - โน้มนำ-
จิตอ่อนแอเพื่อทำ - - - นุ-ใช้
กฎหมายทุกกฎบำ - - - รุงสุข พวกแล
ขีดกรอบจารีตให้ - - - ช่วยค้ำอาชญา ๚ะ๛
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
25 ตุลาคม 2018, 06:25:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #4 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2018, 06:25:PM »
ชุมชนชุมชน




๕. สมมุติที่อันตรธาน ..





O แล้ว .. เรื่องในโลกใหม่ก็ไหววาบ
ผุดเผยภาพต่อเนื่องอยู่เบื้องหน้า
เมื่อรัสเซียเปลี่ยนผ่าน .. ครั้งนานมา
มี-เข่นฆ่าล่มล้าง .. ชีพวางวาย

O ในเรื่องราวบันทึกเมื่อนึกย้อน
คือช่วงตอน .. สังคมเก่า-ล่มสลาย
ศักดินาถอดทิ้ง .. ชีพหญิงชาย-
ถูกเข่นฆ่าล้มตาย ที่ปลายวัน

O ครั้งเป็นหน่อราชนั้น .. เคยผ่านข้าม-
มาเยี่ยมเยือนเมืองสยาม, ในยามนั่น-
ไทย-รัสเซียก้าวล้ำ .. ผูกสัมพันธ์
ผ่านสององค์ราชันย์ .. แต่นั้นมา

O ด้วยไม่อาจปรับตนให้พ้นผ่าน
เมื่อช่วงกาล .. สืบเนื่องไปเบื้องหน้า
กรอบความคิดยุดยื้อ .. เยี่ยงขื่อคา
กระชากขา .. ครอบคิดให้ติดกรง

O ความเสื่อมแห่งอำนาจจึงพาดผ่าน
เมื่อสังขารในจิตแผ่พิษสง
มองว่าตนเยี่ยงหลักที่จักคง-
อยู่ดำรงคู่โลกยากโยกคลอน

O ไม่รับรู้รับฟังใครทั้งสิ้น
ว่าแผ่นดินทุกข์เข็ญเกินเร้นซ่อน
ผู้ลำบากตรากตรำ .. เคยพร่ำวอน-
บัดนี้ – ค้อน, เคียว พร้อม – มาล้อมวัง !

O ที่สุด .. ความขื่นขมระงมศัพท์
ก็โหมแรงลงทับเพื่อดับหวัง
ที่สุดแห่งอารมณ์ระทม .. ดัง
ใดเล่าอาจหยุดยั้ง .. การพังทลาย !

O แล้วอารมณ์แรงโกรธก็โลดเหลิง-
เป็นเปลวเพลิงลามล่วงขึ้นช่วงฉาย
แผดเผา .. พฤติ, วาทกรรมแห่งน้ำลาย,
ความบิดเบือนทั้งหลาย .. ที่ปลายวัน

O พ่อแม่ลูก .. วงศ์กษัตริย์ .. เพียงหยัดร่าง
เสียงปืนกลางห้องสลัว .. ก็รัวลั่น
พร้อมเลือดสาด .. ร่างทรุด .. ลมหยุด .. พลัน-
ที่ศักดินา .. ชนชั้น .. ล่ม – อันตรธาน !

O แล้ว .. สุดท้ายศักดิ์ศรีแห่งชีวิต-
ก็ถูกปลิดร่วงลงสู่สงสาร
อาจเหลือเพียง .. ความ, คำ .. เป็นตำนาน
ให้กล่าวขานถึงบ้างในบางครั้ง

O หากยอมรับปรับปรุง .. ก่อนยุ่งเหยิง
คาวเลือดเจิ่งเนืองนอง .. ฤๅต้องหลั่ง ?
เมื่ออัตตาปรุงตอบ .. ความชอบชัง-
จึงย่อมฝังลงจิต .. จนติดตาย

O ด้วยอำนาจจากไหน .. จึงได้สิทธิ์-
ให้ชีวิตอื่นพยุง .. ความมุ่งหมาย ?
กระนั้นสิทธิ์เดียวกันในบั้นปลาย-
ไย .. ถูกเหนี่ยวทำลายจนวายวาง ?

O ครั้งนั้นรูปโสภิตเจ้าคิดนึก
ว่า-ตื้นลึกเรื่องราวที่กล่าวอ้าง
มักเผยความจริงแท้ลงแผ่กาง
เมื่ออำนาจขัดขวาง .. ถูกล้าง .. ลบ

O เมื่ออำนาจคลุมแดน .. อย่างแน่นหนา
แรงศรัทธาเชิดชู .. สุดรู้กลบ
เสียงยกยอชื่นชมคอยสมทบ
ย่อมตระหลบล้อมถิ่นทั้งดินแดน

O กระทั่งเสียงทุกข์ทนของคนยาก
เริ่มผ่านปากเงียบเฉย .. ที่เงยแหงน-
ร่วมกับปวงภพชาติผู้ขาดแคลน-
จากหมื่นแสนเป็นล้าน .. เหยียบผ่านเมือง

O เสียงไพเราะดึงดีด .. สังคีตขับ
ก็ล่มลับบริบท .. ถูกปลดเปลื้อง-
ด้วยเสียงปืนแผดหนุน .. ความขุ่นเคือง-
ของเชื่อเชื่อง .. ทั้งปวงกลางช่วงยาม

O ทั้งน้ำตา .. หยาดเลือด .. ยากเหือดสาย
เมื่อความตายเร่งรุด .. เกินหยุด-ห้าม
กายยากแค้น, จิตทุกข์ .. ย่อมลุกลาม-
เป็นไฟความโกรธแค้น .. ลวก - แผ่นดิน !

O เสียงไพเราะดึงดีด .. สังคีตกล่อม-
ก็ล่มพร้อมทุรยศจนหมดสิ้น
ลับล่มถ้วนราศี .. แห่งชีวิน-
ด้วยเลือดรินหลั่งหยด .. จน – หมดตัว !
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O ภาพนั้น – พ่อแม่ลูกที่ถูกคุม
แววประหวั่นกลัดกลุ้ม .. เร้ารุมทั่ว
ราศีสรวงร่วงหล่น, ความหม่นมัว-
ก็เกลือกกลั้วหัวใจและนัยน์ตา

O ภาพปืน-ในมือแกล้วเข้าแถวยิง
กระสุนวิ่งวาบเป็น-การเข่นฆ่า
ร่างทรุด, เลือดวงศ์ราช-ก็สาดทา-
ทั้งพื้น, ฝา, ฝ้าผนัง .. แต่ครั้งนั้น !
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
27 ตุลาคม 2018, 06:46:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #5 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2018, 06:46:PM »
ชุมชนชุมชน



๖. โลกที่ถูกฆาตกรควบคุม ..





O บ้านเมืองในเบื้องหน้า .. เผย - ปรากฏ
พร้อม -โวหารภาพพจน์ .. เผยบทให้-
สบ .. รับรู้ .. รับทราบ .. พร้อมคราบไคล-
ของเลศนัยเสแสร้ง .. สำแดง-ปน

O ภาพผู้คนเรือนแสน .. เนืองแน่น .. พร้อม-
ชุดเขียว, ปืนตั้งป้อม .. รายล้อมถนน
ตรงยกพื้นเวที .. ย่อมมีคน-
พูดแจกแจงเหตุผลให้คนฟัง

O พอภาพเปลวไฟแปลบ .. นั้นแลบรัว,
ควันขุ่นมัวล้อมถิ่น .. ก็สิ้นหวัง
สองข้างที่ริมถนน .. ชีพป่นพัง
พร้อมแววตาชิงชัง ก็ปลั่งเรือง

O คำบรรยายเรื่องราว .. ข้อข่าวแจง-
ว่า-อำนาจแอบแฝงปั้นแต่งเรื่อง
วาทกรรมกล่อมเขลา .. ฤๅ-เปล่าเปลือง
หากต่อเนื่องกล่อมมัน .. ทุกวันไป

O คำบรรยายพร้อมภาพ .. ทุกภาพนั้น
เพรียกสำนึกพร้อมกัน .. ร่วมฝันใฝ่
กับแนวทางเหตุผล, เพื่อคนไทย-
จักเป็นใหญ่ในถิ่นแผ่นดินตน

O การชุมนุมเยี่ยงไร .. จึงใหญ่ยิ่ง
พาชายหญิงรวมตัวอยู่ทั่วถนน
ความตื่นตาตื่นใจก็ไหววน-
ทั้งสับสนอลเวง .. ยามเพ่งพิศ

O ภาพชายร่างผอมเกร็ง-เสียงเปล่งร้อง
สองมือกำไม้พลอง .. ยก-ป้องสิทธิ์
รอฟาดสู้ดินปืน .. ขัดขืนฤทธิ์-
ด้วยหัวจิตหัวใจ ที่ไม่กลัว !

O เมื่อร่ำเรียน .. รับรู้ .. ย่อมรู้ว่า
เดช, ศักดาเคยข่มให้ก้มหัว
ต้องแรงมือโยกสั่น .. ย่อมสั่นรัว
เสพรับการเย้ยยั่ว .. ในชั่วยาม !

O เมื่อใคร่ครวญ .. ไตร่ตรอง .. ย่อมมองเห็น
ความลำเค็ญ, ขื่นขม-สุดข่มข้าม
จากศักดาฤทธิ์เดชครองเขตคาม
ปวง-ชั่วร้ายเลวทราม .. ฤๅข้ามพ้น ?

O คนถือหอกถือดาบเคยฉาบฉุด-
เอาคมกุดชีพอรินทร์จนสิ้น .. ป่น
มาบัดนี้ .. ปืนถือในมือพล-
รอคำรนเสียงลั่น .. ฆ่ากันเอง !

O เป็นเพียงแกล้วเชี่ยวชาญในการฆ่า
กลับถูกบ้าบอดงำ .. จนคร่ำเคร่ง-
กับยศศักดิ์, อำนาจ ไม่หวาดเกรง-
การพิศเพ่ง-จากชนชั้น .. ใช้ปัญญา

O จมปลักกับนักรบ .. ที่ครบเครื่อง-
การโกงกินทุกเรื่องที่เบื้องหน้า
เพื่อสังคมผู้ดีได้ตีตรา-
รสนิยมสูงค่า – เมียหาซื้อ !

O โอ .. วิญญาณนักรบบนภพพื้น
โอบกอดปืน ให้เห็น - แล้วเซ็นชื่อ-
อนุมัติโครงการ, เงินผ่านมือ-
แย่ง, ยุดยื้อ, เม้ม, ครอง-เป็นของตน

O สะสมเงินแฝงฝากจนมากยิ่ง
กระทั่งหยิ่งจองหองทำพองขน
ลืมกำพืดเงินเดือน – ว่าเปื้อนปน-
กับเงินทองฉ้อฉล .. เงินคนไทย !

O บ้านเมืองในเบื้องหน้า .. ยัง - ปรากฏ
ถ้อยคำมดเท็จแฝงเลศแต่งให้-
ผู้ด้อยการขบคิด .. วางจิตใจ-
ลงบนคำปราศรัย .. สาไถยนั้น
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O จะขับไล่อวดโอ้อันโสมม
ต้องเริ่มด้วยถุยถ่ม"คำคม"นั่น
"สุภาษิต", "โวหาร" จากวานวัน
แต่ล้วนกลั่นความศัพท์ขึ้นรับใช้-

O ความเป็นเทพเป็นทิพ .. เพื่อหยิบยื่น-
เอาความตื้นเขินกั้น ความฝันใฝ่
เอาความมดเท็จปั้นความจัญไร
เหยียบยืนบนหัวใจ ผู้ใฝ่ยอม !
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
28 ตุลาคม 2018, 08:01:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #6 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2018, 08:01:AM »
ชุมชนชุมชน




๗. ม้าใช้ที่ตายก่อน ..







O แล้วเลือดที่เดือดชุ่ม
เริ่มร้อนรุมดั่งสุมไฟ
ดาบกำก้าวย่ำไป
วาบคมใส่ร่างไพรินทร์

O คมแทรกชำแรกเนื้อ
พร้อมเลือดเรื่อที่หลั่งริน
ร่างซบลงกลบดิน
และชีวินก็สิ้นลม

O ย่ำเหยียบเข้าเปรียบมือ
ดาบวาดหวือบันลือคม
ชีพยับลงทับถม
ให้รู้ขมให้รู้เค็ม

O ว่ามือเมื่อถือดาบ
เลือดจักซาบและอาบเต็ม-
หน้าคนให้ทนเล็ม
ว่าแดงเข้มนั้นเค็มขม

O ย่ำเหยียบเข้าเหยียบชีพ
ให้จมลีบใต้ดาบคม
เหยียบหน้าให้สาสม
กับขื่นขมอันยาวนาน

O กู-มากับอารมณ์
หมายขับข่มเข้าล่มลาญ
ใจคอเฝ้ารอผลาญ-
มึง-พวกม่าน .. นับนานคอย

O กู-มาพร้อมคมดาบ
เพื่อกำราบให้สิ้นรอย
ดาบเถือก็เพื่อสอย-
ชีพลิ่วลอยลงกลบดิน

O เลือดคาวมึงคาวเหลือ
ดาบกูเถือก็หลั่งริน
ร่วงรายดุจลายศิลป์
รับชีวินที่ร่วงตาม

O อัดแน่นด้วยแค้นเคือง
หวังรอเปลื้องรอปลิดทราม
ให้ดาบที่วาบวาม
ได้วาบข้ามเข้าบั่นคอ !

O ดาลเดือดเข้าเชือดเนื้อ
เลือดแดงเรื่อก็หยาดรอ-
ใจผู้ไม่รู้พอ
ดาบบั่นคอไม่รอใคร

O วันนี้เลือดผีนอง-
เนือง .. ทั่วท้องแผ่นดินไทย
ดาบวาดป้องชาติไว้
ด้วยหัวใจที่เจ็บจำ

O แผ่นน้ำทั้งสามสาย
ที่รอบรายจะร่ายรำ
บวง-เทพให้เสพ, สัม-
ผัส .. ชีพต่ำผู้วางตน

O ผืนน้ำทั้งสามสาย
จักรำบายความตายบน-
ศักดิ์ศรีเสรีชน
ให้งามล้นให้งามล้ำ

O เจ็บจำเอาเป็นโจทก์
คืนทัณฑ์โทษที่เคยทำ
ทุกบทเป็นกฎบำ-
รุงชอกช้ำให้ยำเกรง
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O สิ้นชาติก็ขาดชื่อ
เสียงอึงอื้อต้องร้องเอง
ภาพพจน์ทั้งบทเพลง
มีไว้เปล่งให้นายกอง

O ชีพลาญถูกกาลลบ
งามครันครบก็ถูกครอง
นอนเน่าทั้งเลือดหนอง
ที่ปกป้อง .. ย่อมเปล่าเปลือง
.
.
.

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, toshare

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
29 ตุลาคม 2018, 06:54:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 76



« ตอบ #7 เมื่อ: 29 ตุลาคม 2018, 06:54:AM »
ชุมชนชุมชน




๘. เสียงเร่งเร้าจาก'ปรมาตมัน' ..







O ชาติชายะคล้ายจิตะละมุน
อรชุนะอาดูร
เพ่งผาดก็ญาติกุละประยูร
ทุขะพูนพลังเผา

O นั่น- องคะภีษมะพระผู้-
เฉพาะรู้กรุณเรา
ครูโทรณา, สกุละเกา-
รพะเหล่าก็ร่วมเชื้อ

O หดหู่บ่รู้จะละจะล้าง
ทิฐิขวางบ่จุนเจือ-
จำนง, ประสงค์รณะจะเพื่อ-
ปุระหัสดินทร

O ช่วงชี้พิถีพิสัยะชน
จะผจญกะม้วยมรณ์
ด้วยเดชะเจตนะสะท้อน
อัตะซ้อนผสานเสริม

O เพียงเพื่อจะเอื้อจิตะประนัง
คุณะตั้งและต่อเติม
คือ"ตน"กระวนจิตะกระเหิม
ขณะเคลิ้มเพราะเต็มเขลา

O มากล้นระคนชิพิตะเพียง
นยะเรียงก็แต่"เรา"
น้อยนิดจะพิศบทะเฉลา
คุณะ"เขา"และช่วยขาน

O เพ่งพิศพระกฤษณะก็ตรอง
มิตระหมองคระลองมาน
ด้วยญาติวงศะจะประหาร
ชิวะลาญะแหลกลง

O ดาลเหตุเทวษะอรชุน
นิระหนุนกะจำนง
จึงภาษประกาศสัทะประสง-
คะณรงคะด้วยฉล-

O -เพียงเพื่อจะเอื้อกะกิจะวัตร
ทะนุรัฐะมณฑล
หน้าที่พิถีรณะผจญ
เฉพาะผละนำพา

O จำเข่น บ่ เว้นสกุละวงศ์
เพราะประสงคะกิจจา
บันดลพิมลจิตะประชา
คุณะค่าจะควรขาน

O สมศักดิอัครกษัต-
ริยะรัฐจะรำบาญ-
ศัตรูและรู้จะบริหาร
บริการประชาชน

O คือธรรมจะย่ำจะเยาะจะหยัน
ทุรพันธุอับจน
คือธรรมจะย่ำประทุษะฉล
ทุพพละล้างผลาญ

O สองทัพกระหยับอัศวะแกล้ว
คชะแถวประจัญบาน
สังข์กลองเกราะก้องเสนาะผสาน
ก็สะท้านสะเทือนแดน
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
O แปรงปาดจะวาดชิพิตะบรร-
ลัยะ-กัน บ เกรงแกลน
ปากอิ่ม ก็ ยิ้ม, รหัสะแผน-
หัตะแล่นระเริงรอ

O ศพทับกะศัพท์, มธุระบท
พิเราะพจน์ ฤ เพียงพอ-
ชู-เชิด .. ประเสริฐคุณะ ณ ม-
รณะหนอ จะมากไฉน ?

O พร้อมคีตประณีตบทะผสาน
อุปการะเกริกไกร
แววยิ้มจะปริ่มนยะ ณ นัย-
ะนะใคร สิ ใคร่ครวญ !


https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2017&date=11&group=212&gblog=1

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s