O หนาวแรก .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
23 กันยายน 2018, 10:02:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O หนาวแรก .. O  (อ่าน 173 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
10 กันยายน 2018, 08:46:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 39



« เมื่อ: 10 กันยายน 2018, 08:46:AM »
ชุมชนชุมชน







O หนาวลมร่ำโลมริ้วผ่านผิวเนื้อ
เหมือนร่วมเชื้อเชิญอรุณให้หมุนหา
สูรย์ลอยช่วงโอภาสขึ้นสาดทา
พร้อมดวงตาพรับพริ้ม, เหมือนยิ้ม .. รอ
O นับคาบความคำนึง .. ส่งถึงอยู่
ก็ถึงรู้ .. บริบท-ความจดจ่อ
และถึงรู้ .. รุมเร้าพะเน้าพะนอ-
ของรูปผู้เพ็ญลออเฝ้ารอเคียง
O พร้อมลมหนาวแผ่ผ่าน .. อยู่นานนับ
ละห้อยหาค่อยผ่านศัพท์ขึ้นขับเสียง
ในเจตจินต์ถวิลเห็นเหมือนเต้นเรียง-
รายรอบมาเกินเลี่ยงหรือเบี่ยงพ้น
O กระซิบคำคำนั้นเสียงสั่นแว่ว
ยังเจื้อยแจ้วในจิตเกินปลิดป่น
แววในตาหวานซึ้งยังอึงอล-
กับความนัยหวามล้นที่ล้นใจ
O กระซิบคำคำนั้นยังสั่นอยู่
เหมือนสั่นให้รับรู้ .. ว่ารู้ไหม-
ที่ทำให้สั่นอยู่คือผู้ใด ?
และต้องคอยสั่นไว้ .. อย่าได้ลืม
O รู้หรือไม่ความคำที่ย้ำสู่
เพื่อรับรู้รับทราบแรงปลาบปลื้ม
แววสะท้อนวามระยิบขอหยิบยืม-
แกล้มฝันดื่มด่ำหาทั้งราตรี
O หอมอาวรณ์เยี่ยงกุสุมเร้ารุมกลิ่น
ยามร่ำโรยรสประทิ่นล้อมถิ่นที่
หวานเกสรภุมรินย่อมบินลี-
ลาศ .. หาทั้งกลิ่นสีในที่นั้น
O จักต่างฤาหอมเจ้ารูปเยาว์เอ๋ย
แต่รูปเผยสบนัยน์ .. ที่ไหวสั่น-
ใช่ภมรเร่งรุดดอมบุษบัน
แต่เป็นขวัญแห่งชายผู้หมายชม
O กระนั้นแล้วลมหนาวแห่งเช้านี้
พึงวาดวีหวานหอมเข้าล้อมห่ม-
ใจผู้ซึ่งละห้อยหา .. เฝ้าปรารมภ์-
หวานที่ถมทับทรวงอย่าล่วงเลือน
O เสียงกระซิบแผ่วค่อย .. เถิดคอยสดับ
ฝากลมแผ่วแทรกศัพท์เข้าขับเคลื่อน-
ความในอกห่วงละห้อยเพื่อคอยเตือน-
ห่วงที่เหมือนรอกระหวัดโอบรัดใจ
O แผ่วกระซิบพากย์พจีจักมีสู่
พร้อมห่วงหาเอ็นดู .. จนรู้ได้
ว่า .. อีกหนาวลมร่ำแสนร่ำไร
ด้วยว่าอีกอกใจเคยได้อิง
O กระนั้นแล้วลมหนาวแห่งหนาวแรก
อกเมื่อเหน็บหนาวแทรกกลับแปลกยิ่ง
อกที่เนื้ออุ่นอ่อนเคยผ่อนพิง-
ต้องเกลือกกลิ้งหนาวล้ำ .. เพียงลำพัง
O ถวิลความอาวรณ์ออดอ้อนเจ้า
จักแทรกโสตรุมเร้าให้เฝ้าหวัง
ด้วยอาวรณ์ลึกล้ำเป็นกำลัง
เข้าหลอมหลั่งลงจิตจนติดตรึง
O หวังถึงลมหนาวแรกจักแทรกอก
แล้วยอยกดวงจิตเฝ้าคิดถึง-
ละห้อยเห็นความคำพี่รำพึง
สัมผัสหอมหวานซึ้งที่ตรึงใจ
O กระซิบความอาวรณ์ออดอ้อนอยู่
ด้วยอารมณ์แรงชู้ร่วมสู่สมัย
ผ่านศัพท์เสียงเสน่หาแสนอาลัย
กระซิบให้พี่สดับคอยรับรอง
O แผ่วแผ่วสายวาโยเมื่อโผผ่าน
คันธารสหอมหวานพึงผ่านต้อง-
โลมนิ่มเนื้อละม่อมน้อยให้คอยตรอง-
ความกลั่นกรองเพรียกคะนึงทุกกึ่งยาม
O แทนอกแขนอ้อมกอด, ความพลอดพร่ำ
หวังโน้มนำจินตภาพให้วาบหวาม
กระทั่งแววเนตรระยับนั้นวับวาม
ร่วมหลอมรวมรูปนามเนื้อความเดียว !
O ฝาก .. ลมร่ำหวีดหวิวผ่านริ้วแก้ม
ให้เรื่อแต้มนวลเนื้อ .. ก็เพื่อเหลียว-
สบสัมผัสเปล่งปลั่งแล้วดั่งเคียว-
โน้มเข้าเหนี่ยวจิตใจ .. เฝ้าไขว่คว้า
O นับคาบคิดคำนึง .. ส่งถึงอยู่
ก็ถึงรู้ .. ผูกพันให้ฟันฝ่า
และถึงรู้ .. รูปธรรมที่ค้ำคา-
อกใจผู้เสน่หา แสนอาวรณ์
O อุ่นรูปกายจะแทรกหนาวจนร้าวร้าง
พร้อมความอ้างว้างโลกถูกโยกถอน
พาอกใจผ่านล่วงทุกช่วงตอน-
ด้วยเสียงอ้อนออดชู้ .. เกินรู้-กัน !
O กระนั้นแล้วคลื่นหนาวย่อมผ่าวร้อน
ด้วยอาวรณ์เพียบพร้อมรอกล่อมขวัญ
ลมหนาวร่ำผ่านอยู่ย่อมรู้ทัน-
ว่าหนาวนั่น - จะไกลลิบชั่วพริบตา !
.
.
ลมหนาวร่ำผ่านสู่ .. ย่อมรู้พลัน-
ว่าหนาวนั่น - จะย่อยยับอยู่กับทรวง !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=11-2017&date=26&group=11&gblog=686

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, @free, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
16 กันยายน 2018, 09:49:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 39



« ตอบ #1 เมื่อ: 16 กันยายน 2018, 09:49:AM »
ชุมชนชุมชน



O ฉันทาสมัย .. O






O ดูเถิด .. หมอก, น้ำค้าง .. ตอนสางตรู่
แดดทอดสู่โลมต้อง .. ก็มองเห็น-
หยดหยาดเพชรเรียงระเบียบ .. กลางเยียบเย็น
ย่อมจักเร้นเลือนสลาย .. กับสายลม
O เยี่ยงแววตาเขินอายชม้ายสบ
ยอชาติภพตอบตื่น .. ทิ้ง-ขื่นขม
รูปวัยเยาว์, ชม้อยหา, แววตาคม-
จึงผูกปมซ่อนเงื่อนเกินเคลื่อนคลาย
O ภาพ-บนฟ้าปีกนกเริ่มโบกบิน
แวดล้อมถิ่นโลกต่ำ .. ลมร่ำสาย
หยาดน้ำค้างระยับตอบอยู่รอบราย
อีกแววขัดเขินอาย .. ชม้ายคอย
O ดูเถิด .. แวววับวามเมื่อยามสาง
เหมือนน้ำค้างพรมโลก-ลบโศกสร้อย
พาหวานหอมเยือน-อกจนยกลอย
รอบละห้อยถวิลเห็น ฤา-เว้นวาง ?
O รูปธรรมวัยเยาว์แห่งเช้านี้-
จึงช่วงชี้บีบเค้นไม่เว้นว่าง
หยัดรูปนามโลมรุกไปทุกทาง
โถมทับความอ้างว้างจนร้างเลือน
O ชั่วตรู่สางล่มลับ, ระยับแดด-
ก็ค่อยแวดล้อมรับ เข้าขับเคลื่อน
หมุนโลกหมุนรูปนามคอยตามเตือน
ทุกเขยื้อนทุกขยับ – เฝ้าจับจอง
O สิ้นสาง .. เข้าสายแดดสายสว่าง
แววขนางในขนบยังสบต้อง
รูปธรรมอุ้มขวัญสู่ครรลอง-
แรงหมายปองกระอุฤทธิ์ในจิตคน
O และชั่วเพียงพยับแดดเริ่มแผดเผา
ความรุมเร้าก็เติบเต็มอย่างเข้มข้น
จวบหอมหวานเบิกบทปรากฎตน
จึงหวานล้นทั่วแล้วทั้งแววตา
O สวยปีกผีเสื้อบินในถิ่นที่
ลวดลายคลี่โบกลอย, ละห้อยหา-
ก็ส่งผ่านห้อมเห่กาลเวลา
เมื่อแสงฟ้าเคยระยับ .. คล้ายลับเลือน
O ด้วยแววตาแฝงเร้น .. สุดเร้นซ่อน
แววออดอ้อนรอคอย .. ก็คล้อยเคลื่อน-
ขึ้นแขวนรูปขวางรอย เพื่อคอยเตือน-
แรงสะเทื้อนระทึกทรวงในช่วงวัน
O หมอก .. น้ำค้างทุกหยาดบำราศแล้ว
เหลือเพียงแววตาคอยร่วมร้อยฝัน
นามธรรม, รูปภพ .. ก็ครบครัน-
ความผูกพันละห้อยห่วงฝ่าช่วงยาม
O ปีกนกคลี่ร่อนคว้างที่กลางหาว
เมื่อวับวาวแววตาเกินฝ่าข้าม
ความอ่อนโยนอ่อนไหวเริ่มไหลลาม
เข้าแวดล้อมรูปนามที่งามพร้อม
O ปรารมภ์ว่า .. แววระยับยามพรับพริ้ม
จักซ่อนยิ้มตอบรับการขับกล่อม
หรือยังคงสืบบทการอดออม-
งำหวานหอม .. เผยสู่ให้รู้ชัด ?
O ปรารมภ์ว่า .. ยามชม้อยชม้ายสบ
การเสหลบ ควรพ้องหรือต้อง-ตัด ?
กับแววตาวับวามที่ล่ามรัด
การกำจัดให้สิ้น .. เกินยินยอม !
O สร้อยเกสรพวงบุหงา คันธามาศ
เริ่มบทบาทรวยรินด้วยกลิ่นหอม
ให้โลกผู้ห่วงรส .. สุดอดออม-
หวานแวดล้อมที่ประดังใจทั้งดวง
O ปาริชาติหอมรื่น .. ในคืนค่ำ
คลายกลิ่นร่ำรมแถน .. ทั้งแดนสรวง
โอนเถิดกลิ่นหอมล้ำ .. ขอ-บำบวง-
แนบทับทรวงข้างใจของใครนั้น
O อินทร์ .. พรหม .. ปวงทิพแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดบัญชาชี้ให้ .. ความไหวหวั่น-
ที่เบิกบทแสนประณีต .. เกินกีดกัน
ช่วยแบ่งปันบริบท .. คืน-ทดแทน
O ถ้วนทั้งสิ้นทั้งปวง .. ความห่วงหา
ปรารถนา, ยินยอม .. และอ้อมแขน
แรงอาวรณ์, รอบถวิล .. ทั้งดินแดน
ฤๅ-อาจแม้นอาลัย .. หัวใจมี ?
O ภาพ-ข่มยิ้มขัดเขิน .. ทำเมินหน้า
ก็-แทรกฝ่าแก้มเนื้อ .. เนียน .. เรื่อสี
คล้ายเผลอเผยเลศชู้ .. ให้รู้ที-
รู้ท่า-ความใยดี .. ว่า-มีใจ
O จากนั้น .. ลมแห่งโลกจึงโบกบ่าย
โรยร่ำสายล้อมรับ .. การหลับใหล
จังหวะเต้นทุกช่วง จากทรวงใคร-
ควรสั่นไหวรอถนอม .. อย่างยอมตน
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
แสนอ่อนโยนคอยประนัง .. เพื่อหวังผล-
ให้อาวรณ์อาลัย .. ค่อยไหววน-
พาใจหล่นลิ่วพัน .. บ่วงฉันทา !
O รู้บ้างไหม .. ความคำที่พร่ำสู่-
เพื่อ-รับรู้ .. เฝ้าคอยละห้อยหา
เพื่อ-อ่อนไหว .. ทรมานด้วยมารยา
และเพื่อว่า .. ถวิลอยู่ ไม่รู้วัน !
O จงรู้เถิด .. กระซิบคำในค่ำดึก
เพื่อ-ส่วนลึกห้วงใจ .. เมื่อ-ไหวสั่น
จักทอดวางรูปเงา .. เยี่ยงเถาวัลย์-
กอดกระหวัดรัดมั่น .. จวบวันตาย !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2016&date=14&group=11&gblog=665

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, @free

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
17 กันยายน 2018, 06:37:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 39



« ตอบ #2 เมื่อ: 17 กันยายน 2018, 06:37:AM »
ชุมชนชุมชน



O ตราบชั่วนิรันดร .. O





O ยอมรับแล้วใช่ไหม .. หัวใจนั้น-
ว่าผูกพัน, อาวรณ์ .. เกินซ่อนไหว
ทุกการเต้นสั่นรัว .. ของหัวใจ
เหมือนมือใครบางคนคอยด้นดึง
O รู้แต่เมื่อหวานระยับพริ้มพรับ .. ตอบ
ที่การลอบเหลือบชม้าย ย่อมหมายถึง-
ใจที่ถูกเสน่หาเข้าตราตรึง-
แววหวานซึ้งลึกล้ำจึงรำบาย
O ใกล้กาล .. ฝนล่วงลาพรากฟ้าหม่น
เพื่อปลิดป่นมืดอับให้ลับหาย
ถึงเพ-ลาลมล่อง .. สูรย์ผ่องพราย-
แสงกำจายโลมโลก .. เลือนโศกตรม
O ทานตะวันช้อยช่อ .. ร่ำรอแดด-
ทอลงแวดล้อมอยู่ .. เพื่อสู่สม-
เมื่อผึ้งภู่รายล้อมลงจ่อมจม-
รสรื่นฉมฉ่ำหวานแห่งกาลนี้
O ต้อง-ลมหนาวล่องสายรำบายผ่าน
หอมดอกมาลย์, ภุมรินก็บินปรี่-
หมายเสพหวานเรณูอย่างรู้ที-
เกสรรูป .. กลีบสี .. อย่างที่เคย
O เมื่อปีกนกโบกบ่ายสู่ปลายฟ้า
แววนัยน์ตาห่วงละห้อยก็ค่อยเผย-
อิริยา .. รูป .. จริต .. ลงชิดเชย-
หยอก .. ยั่ว .. เย้ย - ปรารถนาแรงอาวรณ์
O คำนึงในอารมณ์ .. กลางลมร่ำ
ภาพแก้มก่ำ .. อ้อนออด, พาทอดถอน-
สะท้านห้วงหัวใจเหมือนไฟฟอน-
คอยรุมร้อนเร้าอยู่ ไม่รู้วาย
O ดูเถิด .. รูปผ่องแผ้วในแววตา-
นั้น-เกินกว่าพรับเบือนให้เลือนหาย
ล้อ-อารมณ์ .. อาลัย .. หัวใจชาย-
ให้แต่หมายมุ่งงาม .. อย่าคร้ามเกรง
O สกุณาป่าฝน .. บินพ้นผ่าน
เมื่อหอมหวานเร้ารุม .. เข้ากุมเหง
ขอบฟ้าเลื่อนล่มล้าง .. ความวังเวง
กอปรบทเพลงกล่อมเกล้า .. ผู้เยาว์วัย
O วันลอยดวงเลื่อนคว้างขึ้นกลางหาว
หากแสงวาววับนั้น .. กลับสั่นไหว
โดย-อารมณ์อาวรณ์ .. สุมซ้อนนัย
เผยออกให้รับรู้ .. ร่วมดูแล
O ปลายปีกนกบ่ายโบกสู่โลกไกล
หากที่ใกล้ชิดอยู่ .. ย่อมรู้แน่-
ว่า-สายใยผูกมัด .. ยากตัด .. แปร-
เปลี่ยน, แกะแก้คลายเคลื่อน .. บ่วงเงื่อนตาย
O ปีกนกกาง .. เสียงขรม .. เย้ยลมร่ำ
ยังคลาคล่ำรูปเงาจนเข้าสาย
พร้อมหวานซึ้งดื่มด่ำ .. ช่วยรำบาย-
ความมุ่งหมายด้านในหัวใจคน
O เมื่อฟ้าเปิด .. เมฆขาว .. ลมหนาวล่อง
ก็เมื่อต้องหวานประดังอีกครั้งหน
เบาบางปลายปีกนก .. ห้วงอกตน-
คล้ายวกวนเวียนอยู่ .. ไม่รู้วาง
O ฤดูนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ปีกบางเบา .. ก็ร่อนอยู่แต่ตรู่สาง
ลมเอย .. แว่วลมหวนเสียงครวญคราง
เหมือนใจบางเสี้ยวส่วน .. คร่ำครวญคอย
O โหยหาคอยบีบเค้นไม่เว้นว่าง
ในที่ทางเย็นเยียบ .. แสนเงียบหงอย
ในเที่ยวทางเหยียบย่ำ .. ซ้ำซ้ำรอย
เพียงละห้อยห่วงเห็น .. ที่-เป็น .. มี
O สายหยุด .. กลีบดอกบาน .. ย่อมลาญร่วง
ดั่งแสงช่วง .. กาลเวียน .. ย่อมเปลี่ยนสี
เหลืองแสดมาลย์หมดกลิ่น .. ก็สิ้นดี
เหลือไมตรีพี่นั้น .. ยังมั่นคอย
O ปีกบางยังลอยล่องเต็มท้องฟ้า
เมื่อเหว่ว้าแตกดับจนยับย่อย
หัวใจเคยมืดมน .. ก็หล่นลอย
กับร่องรอยนัยชู้ .. ฤดูลม
O ที่-เสพรับความคำ .. ตอกย้ำอยู่
พึงรับรู้ .. แรงหวัง .. ที่สั่งสม-
ความรู้สึกเสน่หาในอารมณ์
เบิกบทบ่มหวานหอม .. รายล้อมทรวง
O เสพรับความสื่อสู่ .. จงรู้ว่า-
มีคุณค่าสอดซุก .. ไปทุกช่วง-
เพียงร่ำรอ .. ความคำเคยบำบวง-
ให้เริ่มช่วงกำลัง .. เข้าสั่งการ
O เสพรับความนัยชู้ .. จงรู้ว่า-
เสน่หาพรั่งพร้อมรสหอมหวาน
มีไว้เพื่อโลมลูบ .. ใจรูปคราญ
จน-สุดต้านทานรส .. แม้-บทเดียว !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=08-2014&date=30&group=11&gblog=576

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, @free

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
20 กันยายน 2018, 10:47:AM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 39



« ตอบ #3 เมื่อ: 20 กันยายน 2018, 10:47:AM »
ชุมชนชุมชน



O รื่นลมร่ำ .. O






O พร้อมเมฆหม่นครอบขัง .. อยู่ยังหน้า
คือครั่นครื้นมหิทธาแห่งฟ้าฝน
เส้นไฟเลื้อยวกต่ำ .. ก่อนคำรน-
กึกก้องทั้งภูวดล .. ให้ยล-ยิน
O พร้อมหยาดฝน-ลมร่ายรำบายโบก
ทอนทุกข์โศกข่มร้อน .. ให้ผ่อนสิ้น
เพื่อเม็ดฝนหมาดใหม่ .. กรุ่นไอดิน-
ได้อวลกลิ่น .. ตอกย้ำความธรรมดา
O ไฟบนสรวง .. วนวิ่ง .. งามยิ่งแล้ว
เนตรผ่องแผ้วเหลือบชม้าย .. ลอบชายหา-
ช่างวนวิ่งความหมาย .. สู่สายตา
หรือเพื่อกร่อนเหว่ว้า .. ด้วยอาวรณ์ ?
O แม้นแวบเดียว .. วูบดับจนลับล่วง
กลับโชนช่วงความหมาย .. เกินถ่ายถอน
ไฟเฟื้อยเส้นฟาดกระหน่ำทั้งอัมพร
เมื่อหัวใจสั่นคลอน .. ทั่วตอน-ตน
O เมื่อแววในสายตา .. เกินกว่าซ่อน
แฝงเว้าวอนรำบาย .. ฝ่าสายฝน
กลางลมร่ำเม็ดน้ำ .. ฟ้าคำรน
หัวใจคน .. ครวญคร่ำ-เฝ้าคำนึง
O สื่อความหมายอบอุ่น .. กลางฝุ่นฝน
ที่หลั่งบนหัวใจ .. ฝันใฝ่ถึง
แผ่รูปรอยปฏิพัทธ์ .. เข้ารัดรึง
หวาน, ซาบซึ้งวาบหวาม .. ด้วยความนัย
O หมดสิ้นแล้ว .. เมฆทึมเคยครึ้มฟ้า
เปิดเวหารับรอง .. ความผ่องใส
แทนฝุ่นฝนจากสรวง .. ด้วยห่วงใย-
จากรูปการณ์ภายใน .. แววนัยน์ตา
O จนอ่อนหวานผ่านสู่ .. ให้รู้สึก
นัยเร้นลึกแฝงรอยละห้อยหา
ค่อยโยกใจไหวสั่น ..แล้ว บัญชา-
ให้แรงอาวรณ์ช่วง .. เกินหน่วงแล้ว
O รูป, แววตา-อบอุ่นละมุนละม่อม
กลางแวดล้อมรื่นริ้ว .. ลมพลิ้วแผ่ว
เติมแต่งนัยน์ตาชาย .. ให้ฉายแวว-
วามผ่องแผ้วด้วยถวิล .. ที่-ดิ้นรน !
O โอ .. งามที่คุกคามลุกลามล้อม
หรือเพื่อหลอมรวมจิตเฝ้าคิด .. ขวน-
ขวาย .. ความครุ่นคำนึงในหนึ่งคน-
ให้แต่อลเวงอยู่ไม่รู้วาง
O เอกภพเคลื่อนผ่านสู่ด้านไหน
ย่อม-สดใสวับวาวทุกก้าวย่าง
ยิ่ง-ดวงวันเรื่อรองคอยส่องทาง
คือ-ร่วมสร้าง .. รติภพจนอบอวล
O แม้นว่าโลกทั้งโลก .. สุมโศกใส่
นอกจากไม่ครวญคร่ำ .. ไม่กำสรวล
จัก .. โรมรันบั่นคอด้วย .. ขอ-ทวน
ขอเพียงนวลหยัดร่าง .. เคียงข้างกาย
O เสน่หาฝ่าข้ามไปสามภพ
ดวงวันลบ .. จันทร์เลือน .. ดาวเคลื่อนหาย
ความอาลัยอาวรณ์ .. ฤา-คลอนคลาย
เมื่อเส้นสายใยนั้น .. ผูก-มั่นคง
O เกินวิญญาณเมื่ออุบัติ .. อาจทัดทาน
หรือต่อต้าน, ควบคุม-ความลุ่มหลง
แม้นจนเงื่อนเหตุกรรม .. เคยดำรง-
จัก .. ขาด-วง .. ด้วยซึ้งคำนึงนวล
O งามพิสุทธิ์น้อมนำ .. กรองคำถ้อย
สำหรับร้อยเรียงความ .. ให้งามถ้วน
เปล่งความหมายสื่อสู่ให้คู่ควร-
รักที่หวน .. โชนช่วงกลางห้วงใจ !

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2016&date=21&group=11&gblog=667

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : @free, รพีกาญจน์

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s