O นามธรรม - หลอน...! O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
22 กันยายน 2018, 08:57:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: O นามธรรม - หลอน...! O  (อ่าน 121 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
05 กันยายน 2018, 06:42:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 37



« เมื่อ: 05 กันยายน 2018, 06:42:PM »
ชุมชนชุมชน






O อารามอร่ามเรื้อง - - - องค์พระ
กรรมพิธีวาทะ - - - ท่วมท้น
สนทนาวิสาสะ - - - เสนาะอยู่ พ่อเอย
ตาบอดคลำช้างด้น - - - ดุ่มหน้าสาธยาย ฯ
.
O เสียงบาลีเจื้อยแจ้ว .. ยังแว่วอยู่-
กล่อมใจผู้หลงโลก .. ทอนโศก-สลาย
ไพเราะความนัยคำท่านรำบาย-
เพื่อปัดป่ายทุกข์ร้อนให้ผ่อนแรง
O โอภาสแห่งดวงวันในชั้นฟ้า
ฤๅ-ช่วงกว่าธรรมพากย์ .. ท่านฝากแฝง
เมื่อแววตารื้นน้ำ .. คล้ายสำแดง-
ความซาบซึ้งเติมแต่ง .. ลงแฝงรอย ?
O ทองอร่ามองค์พระ .. ราวจะเตือน-
ความเลอะเลือนแห่งธรรม .. ผ่านคำ-ถ้อย
ดูเถิด .. แววตากระพริบนั้น-ปริบปรอย-
คล้ายเลื่อนลอยว่างเปล่า .. คล้ายเข้าใจ ?
O กลางโบสถ์หม่นมืดครึ้ม .. เสียงงึมงำ-
ก็ถูกคำคอยฉุด .. เกินหยุดไหว
เอ่ยเสียงตามเสียงอยู่ .. เหมือนรู้นัย-
ธรรมนั้น .. เอาโลมไล้หัวใจตน
O ครั้งเมื่อท่านละทิ้ง .. ทุกสิ่งนั่น
พรากฐานันดรศักดิ์จนหักป่น
ย่อมเพื่อความอัตคัด .. ในบัดดล
ใช่เพื่อขวนขวายสร้างแต่อย่างใด !
O มองดูเถิดรอยทาง .. ท่านย่างเหยียบ
แล้วลองเปรียบเทียบย่าง .. ทุกย่างให้-
เห็นถึงความล้าเลื่อน .. บิดเบือนไป-
จากแนวทางวางไว้ .. ของนัยพุทธ
O โอ นั่นยอดช่อฟ้า .. เฟื้อยฝ่าสวรรค์
จากมิจฉาเผ่าพันธุ์ช่วยกันฉุด
กระเบื้องแดงเขียวห่ม .. ด้วยสมมุติ
ต้านแสงวันดวงพิสุทธิ์ .. เพื่อหยุดร้อน
O ร้อนโอภาสดวงวัน .. แห่งวันนี้
จากรังสีทอดสู่ไม่รู้ผ่อน
ลมรื่นเย็นวาดวี .. ผ้าจีวร-
ฤๅ-อาจย้อนผ่านรื่นล้อมผืนใจ ?
O โอ รอยยิ้มแย้มอยู่ .. ท่านผู้ขอ-
เหมือนอยู่รอวัตถุธรรม .. ชี้นำให้-
ยกขึ้นประดับประดา .. เพื่อว่าใคร-
มองเห็นแล้วแจ่มใสแก่นัยน์ตา
O ครั้งเมื่อท่านละทิ้งทุกสิ่งนั่น
พรากฐานันดรศักดิ์อันหนักค่า
ก็เพื่อล่มภพชาติ .. จึงยาตรา-
เข้าห้ำหั่นอัตตา .. ให้ล้าตัว
O หากตรงหน้าเห็นหมู่ .. ท่านผู้ขอ-
เหมือนอยู่รอป่ายแต้ม .. รอยแย้มหัว
ให้ตัวตนทั้งนั้น .. คอยสั่นรัว-
เข้าเกลือกกลั้วโลกธรรม .. อยู่ค่ำเช้า
O ใช่แน่หรือ .. พรหมจรรย์ทางบั่นทอน-
ความอาดูรเร่าร้อน .. ทุกข์ก่อนเก่า
เห็นแม่ปูเดินส่าย .. คล้ายคล้ายเมา-
หะการณ์แห่งรูปเงา .. ทุกก้าวเดิน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. หยุด
แบกนัยพุทธสาธก .. อยู่งกเงิ่น
วิญญาณพราหมณ์เคลือบคำ .. ก็จำเริญ-
ขึ้นหยอกเอินปรารถนาในอารมณ์
O จึงเห็นความเลอะเลือน .. นั้นเกลื่อนนัยน์-
ตาซื่อใสสำหรับ .. เพื่อขับข่ม-
สัมมาการณ์สุจริตให้ติดตม
กลางห้วงหล่มถ้อยคำ .. ธารน้ำลาย
O เหนี่ยวสวรรค์ .. ดึงนรก .. ขึ้นปกป้อง-
ตรรกะของเดียรถีย์ .. เป็นที่หมาย
จึงล่มล้าง .. โลกพิสัยที่ในกาย-
แล้วเวียนว่ายวงวัฏฏ์ .. ในบัดดล
O มืดจริงหนอ .. ในวันที่พันแสง-
แม้นผ่านแรงร้อนช่วงโลมห้วงหน
ยังไม่อาจผ่านต้อง .. ตาของคน-
ที่มืดมัวหมองหม่น .. คลุมบนแวว
O โอ คล้ายเสียงในหัว .. ค่อยรัวดัง
เหมือนระฆังกังวานเสียงหวานแว่ว
พร้อมโอภาสพันแสง .. แต้มแต่งแนว
ล้อมทิวแถวผู้ขอ .. อย่างรอรี !
O แว่ว-คล้ายเสียงสั่นรัว .. ใจตัวเอง
ชวนพิศเพ่งเปล่งปลั่งแสงรังสี
ผู้ห่มจีวรเหลือง .. ท่านเยื้องลี-
ลาศฝ่าความเป็นมี .. สู่ที่ใด ?

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=06-2010&date=14&group=41&gblog=8

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, @free, พี.พูนสุข, yotaga

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
10 กันยายน 2018, 07:03:PM
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 37



« ตอบ #1 เมื่อ: 10 กันยายน 2018, 07:03:PM »
ชุมชนชุมชน


O ลมยามเช้า....O





O คือลมอันเหน็บหนาวแห่งเช้าตรู่
พลิ้วผ่านอยู่ยั่วหยอกม่านหมอกขาว
เม็ดน้ำค้างดารดาษวางหยาดพราว
เกลื่อนอยู่ราวเพชรรุ้งบนรุ่งวัน
O พลิ้วรอบร่ำผ่านหมอกโลมดอกไม้
วูบฝ่าไอหมอกเช้า, ความหนาวสั่น-
ก็-โอบรัดร่างไว้กลางไพรวัลย์
พารูปฝันในอก..ขึ้นยกตัว
O คือฝันในคืนมืด..อันยืดยาว
ทั้งร้อนหนาวเย็นยะเยือก..รอเกลือกกลั้ว
เหตุและผลสืบมา..นั้น-พร่ามัว
เอาหยอกยั่วเดียงสา-ให้ปรารมภ์
O แต่ละรอบราวเรื่องที่เบื้องหน้า
พจน์, พรรณนา-ผ่านรู้..เข้าสู่สม
ภาพเขาสร้างงามล้ำ, ถ้อยคำคม-
ก็ห้อมห่มปัญญาจนล้าแรง
O เก็บรับโดยเดียงสา..อันล้าเลื่อน
ความเขาเปื้อนนัยป้ายรำบายแฝง
ความเป็น..มี..เก็บงำ..รอสำแดง
ค่อยเติมแต่งม่านมัวสุมตัวตน
O ซึมซับพากย์, ถ้อย, รูป-คอยวูบเร้า
แทรกรูปเขลาฝากแฝงทุกแห่งหน
โอ - วงรอบภาพพจน์กำหนดคน
พาวก-วนเวียนอยู่ไม่รู้วาง
O เมื่อดวงวันลอยดวงโชนช่วงแสง
จึง-กำแหงอวดโอ่..ค่อยโผล่หาง
อยู่กับความสับสนในหนทาง
โอบความอ้างว้างแอบอยู่แนบกาย
O ดุ่มเดินเข้าตอบรับความอับจน
ด้วย-หัวใจสับสนเที่ยววนว่าย
อยู่ท่ามกลางโลกธรรม-ล้อมรำบาย
ตอบความหมายด้านในหัวใจตน
O หมอกขุ่นขาวลอยแซม..ลงแต้มภาพ
จนกำซาบ..รื่น-สุข..ไปทุกหน
ใบไม้พลิกร่อนวาง, ใจบางคน-
ยังคงอลวนอยู่ไม่รู้วาง
O โดยภาพและโดยพจน์..คือบทบาท
ความเป็นชาติภพเปลี่ยน-เฝ้าเวียนสร้าง
สายลมหวนระลอก, ม่านหมอกพราง-
เช่นน้ำค้างคล้อยเคลื่อนจนเลือนลับ
O มัวหม่นก็ว่างามไปตามเห็น
มี..อยู่..เป็น..แทรกซ้ำเป็นลำดับ
คุณค่าอันดีงามก็ตามรับ
ส่วนเลวทรามก็จู่จับเกินนับทัน
O ภาพมัวยังมองเห็นอยู่เช่นเดิม
หากคอยเพิ่มพูนอยู่ เกินรู้กั้น
ม่านขาวขุ่นพร่าไหวเหมือนไฟควัน
ลมผ่านก็ฉับพลัน..สูญสิ้นรอย
O รำร่ายในปรารมภ์ล้อลมร่ำ
สับสนในพฤติกรรม, ความต่ำต้อย-
ก็ร่ายรำแฝงฝ่า..แววตา-คอย
เพียงแววความเลื่อนลอย ที่คอยรอ
O บอกโลก, ชน เบื้องหน้าผ่านท่าที-
ของความดี, ความรู้..เอาชูล่อ
สุมซ้อนอยู่เต็มหัว..จนตัวงอ-
นั้น-มากพอกอบกินแทนข้าวปลา
O ลมเช้าพอเข้าสายก็คลายหนาว
เหลือเพียงทรวงร้อนผ่าว..ยังก้าวหา
เหยียบย่ำโลกทั้งผองผ่านสองตา
ด้วยรู้ว่าทางยาว..รอก้าวเดิน
O ลมเช้าโผผ่านล่วงฝ่าช่วงแดด
ที่คอยแวดล้อมกาลอยู่นานเนิ่น
รับรู้ว่ามืดดำ..ยังดำเนิน-
รอบ-จำเริญรุมเร้า..ใต้เงาวัน
O ลมสายผ่านอบอุ่น..ลงหนุนเสริม
ใจเคลิบเคลิ้มอ่อนโยน..เฝ้าโชน-ฝัน
โลกหล้าใต้ฝ่าเท้า..เหมือนเมามัน-
เลื่อนแล่นรับรองขวัญ..อยู่อลเวง
O หอมหวานกรองกลิ่นฉม, สายลมร่ำ-
ล้อมโลกต่ำคอยฉุดให้รุดเร่ง
ไร้สิ้นม่านหมอกมัว, ยังกลัวเกรง-
ดวงวันเปล่งปลาบแสงเข้าแยงตา
O ใบไม้ปลิดปลิว..พลิกพลิ้วหล่น
ต้องลมวนลอยล้อ..อยู่ต่อหน้า
คือภาพและคือบทกำหนดมา
เพื่อรอฝ่าเท้าต่ำ..เหยียบย่ำลง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=17-04-2011&group=41&gblog=25

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s