มหาภรตะนิทาน เรื่องพระนลคำกลอน
ชุมชน บ้านกลอนไทย
14 พฤศจิกายน 2018, 10:24:AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 [8]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหาภรตะนิทาน เรื่องพระนลคำกลอน  (อ่าน 4918 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
02 พฤศจิกายน 2018, 01:02:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #140 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2018, 01:02:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                             หน้า  ๑๓๗
                                                               
     ๏ รู้ข่าวดีที่เวลากะทันหัน
มาเร็วพลันมิแวะวนแห่งหนไหน
วันเดียวบึ่งถึงวิทรรภ์พร้อมท้าวไท
ความเป็นไปทุกส่วนล้วนสัจจริง”
     ๏ ครานั้นนางเกศินีฟังที่เล่า
เริ่มซักเค้าความทั้งหลายไปทุกสิ่ง
“สารถีที่ตามมาน่าติติง
เขาเคยทิ้งพระนลหนีพ้นไกล”
     ๏ “พระนลผิดติดสกาเป็นบ้าคลั่ง
จะอินังการอาชาก็หาไม่
เขามีนามว่านายวาร์ษไณย
เคยรับใช้การอัศวพระนล”
     ๏ “เขารู้แหล่งแห่งหนพระนลหาย
หลีกเร้นกายจากไปกลางไพรสณฑ์
หรือรู้ที่แอบแฝงแหล่งตำบล
พระทรงพลซ่อนกายได้เนานาน”
     ๏ “เขามิรู้ความใดในสิ่งนี้
เมื่อพระนลมิมีการประสาน
คงอัดอั้นตันใจในการงาน
ฉะนั้นถึงไปพึ่งท่านฤตุบรรณ”

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
02 พฤศจิกายน 2018, 01:03:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #141 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2018, 01:03:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                     หน้า  ๑๓๘

 
     ๏ “อยากจะถามความท่านถึงกาลย้อน
เคยพบพราหมณ์ร้องกลอนก่อนไหมนั่น
เนื้อเพลงกลอนซ่อนนัยไว้สำคัญ
เคยยินคำรำพันว่าฉันใด”
     ๏ ด้วยหม่นหมองวาหุกร้องกลอนขึ้นว่า
“พ่อยอดรักนักสกาข้าอยู่ไหน
แบ่งเอาผ้าคลุมกายแล้วหายไป
ช่างกระไรไม่หันมาเมตตากัน
      ๏ หรือหลงลืมสัญญาว่ารักแท้
มิเปลี่ยนแปรจนชีวาเราอาสัญ
โอ้หงส์เอ๋ยเคยพร่ำเทิดจำนรรจ์
คำที่บอกหลอกฉันหรือหงส์ทอง
     ๏ มาทิ้งเมียเสียได้กลางไพรสณฑ์
สุดจะทนหม่นไหม้ฤทัยหมอง
เหลือผ้าครึ่งผืนไว้ให้เมียครอง
เฝ้าร่ำร้องหาผัวทั่วอรัญ
      ๏ เมียดีต้องร่วมเรียงอยู่เคียงผัว
ใกล้ชิดตัวชิดใจไม่แปรผัน
ผัวดีรักเมียลูกผูกสัมพันธ์
ทั้งสองนั้นคือคู่ครองครรลองธรรม


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
03 พฤศจิกายน 2018, 12:06:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #142 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2018, 12:06:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๓๙
   
     ๏ ขอมีจิตคิดเมตตาถ้ายังรัก
เมียผู้ภักดิ์ไห้หวนคอยครวญคร่ำ
แม้กินข้าวลงคอได้ไม่เต็มคำ
ยามกินน้ำก็ยังแค้นแน่นในทรวง
     ๏ อันสมบัติพัสถานพิมานแก้ว
ล่มลงแล้วดวงจิตมิคิดหวง
สวามีที่บูชากว่าทั้งปวง
อย่าลาล่วงโปรดจงคืนให้ชื่นใจ”)
      ๏ ยามวาหุกร้องกลอนในตอนนั้น
อกตื้นตันอัสสุชลล้นรินไหล
จำสะอื้นฝืนว่าด้วยอาลัย
เกศินีเข้าใกล้จ้องไม่วาง
     ๏ เห็นโศกศัลย์นั้นยิ่งเหมือนจริงแท้
จากดวงแดมิแสร้งแกล้งหมองหมาง
จึงถามย้ำคำที่ว่าอย่าอำพราง
“อันความอย่างตอบพราหมณ์มาว่าฉันใด”
     ๏ (“ฉันเกลียดชังเจ้าผัวที่ชั่วช้า
ทิ้งภรรยาง่ายง่ายได้ไฉน
โอ้แม่นางช่างระกำช้ำฤทัย
แต่ทำไมมิโกรธผัวที่ชั่วนัก

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
03 พฤศจิกายน 2018, 12:13:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #143 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2018, 12:13:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๔๐

 
    ๏ ผ้าเพียงกึ่งซึ่งให้ไว้ต่างหน้า
ต้องเอกากลางไพรทุกข์ใจหนัก
เมื่อผัวบ้าสการ้ายเหมือนคลายรัก
ใจเมียจักมิเคืองจิตนิดฤๅนา
     ๏ ทั้งที่ตกระกำชอกช้ำยิ่ง
แม่ยอดหญิงมิมีจิตคิดถือสา
ใจแม่นั้นเยี่ยงเทวัญบนชั้นฟ้า
ความดีแท้แลมาเป็นเกราะทอง”)
     ๏ ย้อนคิดย้ำซ้ำกล่าวเล่าหลายหน
เหมือนเร้ารุกทุกข์ทนเพิ่มหม่นหมอง
ผินหน้าพ้นชลนัยน์หลั่งไหลนอง
การจับจ้องเกศินีมิละตา
     ๏ น่าสงสัยใช่สะท้อนเพียงกลอนนั้น
ความจาบัลย์จากกมลตนมากกว่า
เหมือนพระนลตัวตนแท้แค่วาจา
แต่กายาต่างกันจนเกินการ
     ๏ ก่อนกลับหลังสั่งความคำยั่วเย้า
“จะโศกเศร้าเกินไปแล้วไหมท่าน
ตัวพระนลยังทนได้หายไปนาน
มิสงสารทมยันตีนี่กระไร

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : รพีกาญจน์, พี.พูนสุข, สุวรรณ

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:03:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #144 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:03:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                       หน้า  ๑๔๑

     ๏ ท่านหยุดยั้งรอฟังข่าวคราวตรงนี้
ฉันจักทูลทมยันตีที่ถามไถ่
หากพระนางยังต้องการความอันใด
รบกวนท่านขานไขให้อีกครา”
     ๏ ก่อนจะลาครานั้นนางเกศินี
ดูถ้วนถี่ไปทั้งปวงทุกท่วงท่า
ครบถ้วนคำจำจดพจนา
ทุกลีลาอารมณ์ทั้งชมชัง
     ๏ เมื่อมาถึงจึงบังคมก้มเกศี
กราบทูลทมยันตีตามที่สั่ง
เป็นความจริงทุกสิ่งไปไม่ปิดบัง
จึงสมดังพระนางไว้วางใจ
     ๏ เล่าความนั้นอันวาหุกตอบทุกถ้อย
“ช่างเรียงร้อยมิสะดุดหยุดตรงไหน
เช่นราชาพระนลภูวไนย
หม่อมฉันเคลิบเคลิ้มไปใช่จริงจัง
     ๏ ครั้นตอบความตามที่ให้พราหมณ์ไว้นั้น
มิผิดผันไปจากจิตที่คิดหวัง
อักขระวลีมิมีพลั้ง
แม้กระทั่งวรรคตอนแห่งกลอนเพลง


ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:05:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #145 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:05:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                 หน้า  ๑๔๒
         
 
  ๏ เห็นหม่นหมองต้องหลบหน้ากลบเกลื่อน
หม่อมฉันเตือนด้วยคำถามความเร้าเร่ง
จี้ตอกย้ำว่าโศกคำร่ำบรรเลง
เพื่อตนเองหรือโศกแสนแทนพระนล
     ๏ เขามิได้ตอบคำอ้ำอึ้งอยู่
หม่อมฉันดูแล้วเห็นน่าเป็นผล
ผิดแปลกแท้แต่กายีที่พิกล
ด้านอื่นใดไม่น่าพ้นพระภูมินทร์
      ๏ ยังสำทับก่อนกลับหลังสั่งความไว้
สิ่งพะวงสงสัยยังไม่สิ้น
จะย้อนมาถ้ายังหมองข้องใจจินต์
ขออย่าลาจากธานินทร์สู่ถิ่นใด”
     ๏ ใคร่ครวญความตามเกศินีกล่าว
บางเรื่องราวหายคลุมเครือเชื่อว่าใช่
แต่หลายข้อที่ยังข้องหมองดวงใจ
จักชำระกระไรต่อไปดี
     ๏ คิดแนวทางได้อย่างหนึ่งจึงเอ่ยว่า
“เกศินีช่วยเถิดหนาอย่าหน่ายหนี
ไปอีกครั้งตั้งตาในครานี้
ให้แอบดูท่าทีใกล้ที่นั้น

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 3 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
09 พฤศจิกายน 2018, 05:06:PM
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #146 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2018, 05:06:PM »
ชุมชนชุมชน

                                                       หน้า  ๑๔๓
 
 
   ๏ สั่งข้าไทไม่อำนวยห้ามช่วยเหลือ
การโอบเอื้อทั้งหมดงดแข็งขัน
ปล่อยให้ช่วยตนเองทุกสิ่งอัน
การสำคัญนี้ย้ำเรื่องน้ำไฟ
     ๏ เจ้าจงมองให้มั่นมิหันห่าง
ทุกท่าทางกระทำต้องจำได้
เห็นพิกลต่างจากคนอื่นทั่วไป
ดุจเทพไทรีบมุ่งหน้ามารายงาน
     ๏ ครานั้นนางเกศินีหน้าที่อยู่
คอยเป็นผู้เฝ้าระวังดั่งบรรหาร
ตากำหนดจดจ้องมองอาการ
ระยะก็พอประมาณมิกวนใจ
     ๏ เห็นกระทำสิ่งสำคัญอันชอบกล
ต่างจากคนสามัญนั้นทำได้
รีบกลับมารายงานอย่างทันใด
ตามเป็นไปเห็นกับตากล้ายืนยัน
     ๏ “หม่อมฉันดูอยู่มิไกลมิใกล้มาก
และมิอยากจะให้ใครเห็นฉัน
จนได้สบภาวะอัศจรรย์
ดุจเทวัญท่านดลด้วยมนตรา

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ : สุวรรณ, toshare, รพีกาญจน์, พี.พูนสุข

ข้อความนี้ มี 4 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
20 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #147 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน

                                                            หน้า  ๑๔๔

     ๏ เขาทำการโภชนาอีกหน้าที่
ฝีมือดีปรุงเครื่องต้นรสเลิศหล้า
ต้องพระทัยเจ้ากรุงอโยธยา
เมื่อทำการโภชนาพาตะลึง
   ๏ ทั้งเนื้อปลาเนื้อสัตว์ที่คัดสรร
ใส่หม้อนั้นเหมาะสมแกงต้มนึ่ง
แค่ตาจ้องมองหม้อนึกคำนึง
ไยน้ำจึงเต็มหม้อขึ้นมาพลัน
      ๏ หยิบฟางแห้งกรอบแดงอยู่ชูขึ้นฟ้า
ไฟลุกมาให้เห็นกะทันหัน
ยื่นใส่เตาเป่าเปลวไฟจนไร้ควัน
ทำการฉันอัคคีเย็นดีจริง
     ๏ กองดอกไม้ใช้เก่าเฉาแห้งอยู่
เขาผ่านดูพลันดีสีสดยิ่ง
กลิ่นโชยฉมชวนดมมากจากที่ทิ้ง
เห็นหลายสิ่งอัศจรรย์พันลึกดี
     ๏ กระทำการอันใดฉับไวแสน
มิคลอนแคลนมั่นคงตรงหน้าที่
อันกิริยาทั้งหลายได้กล่าวนี้
ถ้วนวจีเป็นสัจจังดังรายงาน

บันทึกการเข้า
20 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #148 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน

 
                                                       หน้า๑๔๕

     ๏ ทมยันตียินคำพร่ำเฉลย
สิ่งที่คิดมิผิดเลยกับเล่าขาน
ยินคำพรเทวะแปดประการ
สิ่งบันดาลประสิทธิ์เทพฤทธา
     ๏ คือองค์อัคนีเทพนั้น
ให้พรแห่งเทวัญอันเลิศหล้า
ตรัสเรียกไฟได้ดังตั้งจินดา
ทัณฑธรเทวาให้รสล้ำ
     ๏ ผู้ใดกินอาหารท่านปรุงแล้ว
มิคลาดแคล้วปลาบปลื้มใจดื่มด่ำ
พระวรุณมอบพรให้ไว้เรียกน้ำ
แลอีกคำใกล้มาลีมิโรยรา”
     ๏ คิดข้อที่พิสูจน์ได้หวังให้ชัด
เกศินีรับปฏิบัติเหมือนดังว่า
ให้ไปจ้องมองจังหวะพระเผลอตา
หยิบชิ้นเนื้อหรือปลาหลังปรุงดี
     ๏ รีบเอามาข้าจักชิมลองลิ้มรส
เคยชินอยู่รู้หมดรสกลิ่นสี
ในครานั้นแลนางเกศินี
เริ่มทำงานทันทีไม่รอช้า


บันทึกการเข้า
20 ชั่วโมงที่แล้ว
ธนุ เสนสิงห์
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151



« ตอบ #149 เมื่อ: 20 ชั่วโมงที่แล้ว »
ชุมชนชุมชน

                                                      หน้า  ๑๔๖
 
 
   ๏ พระเผลอไผลจึงได้ฉวยเนื้อชิ้นน้อย
แล้วค่อยค่อยย่องหนีมิพบหน้า
อย่างเร็วไวไปถวายพระธิดา
ยังอุ่นอุ่นจึงชายาเสวยพลัน
     ๏ จึงเผลอจิตกรีดร้องก้องปราสาท
ใช่แน่พระนลนาถผู้เสกสรร
รสชาตินี้คุ้นนักหนามานานวัน
มิผิดผันเที่ยงแท้แน่จริงเจียว
     ๏ หลายหลายสิ่งจริงจังสมดังคิด
ค่อยทอนจิตเรรวนชวนเฉลียว
พระรักบุตรสุดชมอย่างกลมเกลียว
อีกสิ่งเดียวจักเกิดการณ์เป็นฉันใด
     ๏ ให้เรียกหาบุตราบุตรีเฝ้า
“เกศินีพาสองเจ้าทำงานใหญ่
นิ่งเฉยนะเขาจะว่ามาอย่างไร
ฤๅล่วงเกินกายใจให้พึงทน”
     ๏ “พร้อมแล้วนำลูกเราเจ้าทั้งสอง
ไปเพื่อลองใจดูคงรู้ผล
ถ้ารักลูกผูกพันนั้นพระนล
ใจดำจนหมางเมินก็เกินการ”

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 6 7 [8]
  ชุมชน  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s