:-* กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า:-*
กลอน ชุมชนชาวกวี บ้านกลอนไทย
20 ตุลาคม 2017, 06:52:am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Like เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: :-* กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า:-*  (อ่าน 2328 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
17 มกราคม 2016, 08:43:pm
ณดาอินทร์
Special Class LV1
นักกลอนผู้เร่ร่อน

*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 46
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 38



« เมื่อ: 17 มกราคม 2016, 08:43:pm »



กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า





บทที่ ๑

 วังเอ๋ยวังเวง  
หง่างเหง่ง!ย่ำระฆังขาน

ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล                
ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน        

ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ            
ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน

ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล                    
และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียว เอย.

บทที่ ๒

 ยามเอ๋ยยามนี้                                        
ปถพีมืดมัวทั่วสถาน

อากาศเย็นเยือกหนาวคราววิกาล      
สงัดปานป่าใหญ่ไร้สำเนียง

มีก็แต่เสียงจังหรีดกระกรีดกริ่ง!        
เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสียง

คอกควายวัวรัวเกราะเปาะแปะ!เพียง
รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่ว เอย.

บทที่ ๓
  
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร                    
ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต

แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท      
ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย

ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข                
เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย

ใครจะยอมละแดนแสนสบาย          
โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัย เอย.

บทที่ ๔
  
ต้นเอ๋ยต้นไทร                                
สูงใหญ่รากย้อยห้อยระย้า

และต้นโพธิ์พุ่มแจ้แผ่ฉายา              
มีเนินหญ้าใต้ต้นเกลื่อนกล่นไป

ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้                
ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้

แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ          
เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวัน เอย.

บทที่ ๕

ความเอ๋ยความรู้                        
เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว

หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป                
ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน

อันความยากหากให้ไร้ศึกษา            
ย่นปัญญาความรู้อยู่แค่ถิ่น

หมดทุกข์ขลุกแต่กิจคิดหากิน          
กระแสวิญญาณงันเพียงนั้น เอย

บทที่ ๖

 นกเอ๋ยนกแสก                                      
จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ

อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์      
มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา

เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู      
คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา                
ให้เสื่อมผาสุกสันต์ของมัน เอย




"กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้ามาจากบทกวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Writen in a Country Churchyard ของทอมมัส เกรย์ (Thormas Gray) กวีอังกฤษผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18

*Elegy หมายถึงโคลงที่กล่าวไว้อาลัย หรือคร่ำครวญถึงผู้ที่จากไป

โดยพระยาอุปกิตศิลปะสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้ประพันธ์จากต้นฉบับแปลของเสฐียรโกเศศ เป็นกลอนดอกสร้อยจำนวน 33 บท
แต่ขออนุญาตนำมาให้อ่านในบทที่
ตัวเองชอบนะค่ะ"




ณดาอินทร์

(ขอขอบคุณภาพสวยๆจากเน็ตค่ะ)

ยกนิ้วให้ ... โดย : รพีกาญจน์, Thammada, สุวรรณ, ย.ยักษ์เยอะแยะ, ลายเมฆ, เนิน จำราย, ชลนา ทิชากร

ข้อความนี้ มี 7 สมาชิก มาชื่นชม
หลักการแนะนำ,วิจารณ์บทกลอนของท่านอื่น
บันทึกการเข้า
08 มิถุนายน 2017, 03:03:pm
เนิน จำราย
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 616
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,077



« ตอบ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 03:03:pm »

หงอยเอ๋ยหงอยเหงา

เปลี่ยวเปล่าว้าวุ่นหมกมุ่นหา
โหยไห้ใคร่ครวญอบอวลอุรา
ล่ำลาไม่มีเร็วรี่จร
วาดหวังรั้งรอเคลียคลอคู่
อยากอยู่คลุกเคล้ากลิ่นเกล้าสมร
เพียงเพื่อเกื้อกิจชิดเชื้ออร
งามงอนห่างหายกลับกลายเอย

เนิน จำราย
[/b]

ยกนิ้วให้ ... โดย : ดอกกระเจียว, ชลนา ทิชากร, พี.พูนสุข, รพีกาญจน์, ลายเมฆ

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

คำคม    ทํานายฝัน    ดูดวง    กราฟชีวิต       กลอน วิธีลดน้ําหนัก ทำนายความฝัน คําคมโดนๆ

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s