คำขวัญห้องสมุด

คำขวัญห้องสมุด

<< < (2/2)

toshare:
ขออนุญาตเพิ่มเติมครับ

....ห้องสมุดพึงแนะให้..............รู้รอบ
กอปรกิจโดยรอบคอบ...............ถี่ถ้วน
ทุกผู้ร่วมส่วนประกอบ...............ปันแบ่ง
เคารพสิทธิ์เสมอล้วน................เพื่อนผู้แสวงหา

- ห้องสมุดควรเน้นให้บริการแบบหลากหลายรูปแบบ ในความรู้ทุกๆ ด้าน ด้วยคนเรานั้นรสนิยมไม่เหมือนกัน
- การให้บริการต้องกระทำโดยรอบคอบ อะไรควรให้ผู้ใดได้รู้ หรือใครยังไม่สมควรรู้ ต้องให้เหมาะกับวุฒิภาวะ
เช่น การจะให้รู้ถึงแหล่งจัดหาอาวุธ ยาเสพติด โดยทั่วไป ย่อมไม่สมควร
- ควรให้ผู้เข้าใช้บริการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ร่วมจัดบอร์ดถามตอบ (รวมแบบ web board) มีมุมสอนศิลปะ มุมนิทาน
- การให้บริการ ควรยึดหลักเท่าเทียมกัน ถ้าจะมีพิเศษ (เช่น เป็นอาจารย์ให้ยืมได้นานหน่อย) ก็อย่าได้ต่างจากปกติจนเกินไป

....บรรณารักษ์กระตุ้นแหล่ง.........สนใจ
สืบเสาะ สำเนาไว.....................น่าใช้
แนะ ลอง ฝึก แก้ไข.................ประเด็นติด- ขัดนา
วงแวดล้อมพึงไร้......................พิษเร้นแอบแฝง

- บรรณารักษ์ควรเสนอแนะสิ่งน่าสนใจ หรือเรื่องอันบันดาลใจ โดยตั้งคำถามให้ค้นคว้า (อาจมีตัวช่วยเป็นระยะ ๆ)
เช่น บทประพันธ์ ของนักเขียนไทยคนใดที่ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนต์ (เขียนเมื่ออายุน้อยกว่า ๑๕ ปี)
- เอกสารที่ค้นคว้า (ควรสืบค้นได้ลึกกว่าระดับ ชื่อหนังสือหรือผู้แต่ง) ควรพิมพ์สำเนาได้ (หากต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ค่าบริการ ก็แจ้งให้ชัดเจน)
- จัดให้มีมุมทดลอง ฝึกฝน หากมีปัญหาติดขัดก็ทิ้งคำถามไว้ได้ แล้วจัดให้มีผู้ตอบหรือผู้ถก
- การเปิดให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ แม้เป็นสิ่งดี
แต่บรรณารักษ์ก็ต้องถี่ถ้วน สังเกตตรวจสอบ ระวังอย่าให้เกิดการหาประโยชน์โดยมิชอบ

....แต่ละแห่งจัดให้.................เหมาะสม
สภาพ เพศ วัย แหลมคม............ระดับใช้
อำนวยสิ่งแก้ปม......................แห่งเหตุ
ปรับเปลี่ยนอย่าหยุดไว้...............โลกนี้เร็วจี๋

- การจัดห้องสมุดต้องคำนึงถึงผู้เข้าใช้บริการเป็นสำคัญ ต้องจัดให้สอดคล้องเหมาะแก่สภาพ (ลักษณะในตัวเอง) ของแต่ละบุคคล
เช่น ผู้พิการ เด็กเล็ก (ซึ่งอาจทำเสียงดัง)
และต้องเหมาะแก่ระดับและประเภทผู้ใช้ เช่น ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นผู้ใฝ่รู้วิชาการ อาชีพ ศาสนา
ก็มีเอกสารด้านนั้น ๆ ให้ลุ่มลึก
- การตบแต่ง เปลี่ยนบรรยากาศควรอย่าให้ดูจำเจ
การแลกเปลี่ยน หนังสือ วัตถุ เอกสารระหว่างห้องสมุดด้วยกันก็ควรทำเป็นระยะ ๆ

อริญชย์:
เชิญทุกท่านแวะนั่งอ่านหนังสือ
เพราะนี่คือแหล่งศึกษาวิชาสาร
ห้องสมุดเปี่ยมล้นด้วยผลงาน
หลากหลายด้านเฉิดฉันทางปัญญา!ฯ

                           อริญชย์
                        ๘/๒/๒๕๕๖

ที่มาของคำว่า “ห้องสมุด” ตามลิงค์นี้เน้อ

http://km.lib.kmutt.ac.th/index.php/chic-in-library/383-qq

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าทำไมห้องสมุดถึงเรียกว่าห้องสมุด
 ทำไมถึงเรียกว่าห้องสมุดทั้งที่มีแต่หนังสือ???        ก็เพราะห้องสมุดเคยเก็บสมุดมาก่อนจริงๆ

คนในสมัยโบราณจดบันทึกเรื่องราวและความรู้ต่างๆ ด้วยมือลงในสมุดไทยแล้วนำมาเก็บรวบรวมไว้เป็นห้องๆจึงเรียกว่าห้องสมุด

เมื่อเวลาผ่านไปมเทคโนโลยีกับความทันสมัยเข้ามา วิธีการทำบันทึกก็เปลี่ยนไป มีการนำการพิมพ์เข้ามา ความรู้ทั้งหลายได้จัดพิมพ์
เป็นหนังสือแทนการเขียนลงสมุดไทย และเก็บไว้ในห้องสมุดเช่นกัน หนังสือจึงเข้ามาแทนที่สมุด
และยังคง เรียกว่า " ห้องสมุด " เหมือน เดิม

สมุดไทยเป็นสมุดโบราณเล่มสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ ทำด้วยกระดาษข่อยพับทางขวางกลับไปกลับมา สมุดไทยมี ๒ ชนิด

๑.กระดาษขาว เรียก สมุดขาว

๒.กระดาษดำ เรียก สมุดดำ

ห้องสมุดแห่งแรกของโลกนั้น ตั้งอยู่ที่ เมืองอเล็กซานเดรีย ในประเทศอียิปต์ ก่อตั้งมาแล้วกว่า 2,000 กว่าปีเลยทีเดียว นานมากๆ
ห้องสมุดแห่งนี้มีกฎว่าทุกคน ที่เข้ามาใช้บริการต้องบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดด้วย 1 เล่ม ที่นี้จึงมีหนังสือมากถึง 7 แสนเล่ม ก่อนจะ
ล่มสลายไป ส่วนห้องสมุดแห่งแรกของไทยในสมัยกรุงรัตนโดสินทร์ คือ “หอพระมณเทียรธรรม” ตังอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
หรือ วัดพระแก้ว

ส่วนหนังสือเล่มแรกของไทยคือ   จินดามณี  ของศรีปราชญ์  กับพระโหราธิบดี อยู่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
แห่งกรุงศรีอยุธยา จินดามณี (มีความหมายว่า แก้วสารพัดนึก)เป็นแบบเรียนภาษาไทย เนื้อหาครอบคลุมเรื่องการใช้สระ พยัญชนะ
วรรณยุกต์ การผันอักษร อักษรศัพท์ อักษรเลข การสะกดการันต์ การแต่งคำประพันธ์  และกลบท มีอยู่ 60 ชนิด  มีทั้ง กลอักษร
กลแบบ
จินดามณี แต่งขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง โดยพระโหราธิบดี ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เป็นแบบเรียนเล่มแรกของ
ไทยด้วย  จนทำให้หนังสือแบบเรียนไทยในยุคต่อมาหลายเล่มใช้ชื่อตามว่า จินดามณี เช่น จินดามณีครั้งแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ
เป็นต้น




 emo_107

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว