๐ ครั้งหนึ่งในชีวิต ๐
กลอน ชุมชนชาวกวี บ้านกลอนไทย
20 ตุลาคม 2017, 06:50:am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Like เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 [7]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ๐ ครั้งหนึ่งในชีวิต ๐  (อ่าน 94302 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
13 กรกฎาคม 2015, 03:56:pm
ดารกะ
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 261
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 377


ขอขอบพระคุณทุกภาพ และ เพลงที่นำมาใช้ประกอบกลอนค่ะ


« ตอบ #120 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2015, 03:56:pm »


สาวน้อยเซย์ ฮาโหล

ทั้งไฮโลโปถั่วนั่งจั่วไพ่
เวียนตีไก่ คนลือชื่อกระฉ่อน
หวยใต้ดินรายวันพนันบอล
มวย ม้าร่อนตามเนตทั้งเฟซไลท์

ฉันมิเคยยี่หระฉะทุกอย่าง
อยากหาทางรวยลัดจึงจัดใหญ่
ตอนนี้ซึ้งอักษราพาห่างไกล
สบายใจเขียนกลอนเลิกบ่อนชัวร์

ดารกะ

 หัวเราะเยาะ

 บ๊าย บาย...เยี้ยกๆๆๆๆๆๆ

ยกนิ้วให้ ... โดย : รพีกาญจน์, ไพร พนาวัลย์, ชลนา ทิชากร, พี.พูนสุข, D, ย.ยักษ์เยอะแยะ, เนิน จำราย, สุวรรณ, Thammada, สะเลเต, บ้านกลอนไทย

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
หลักการแนะนำ,วิจารณ์บทกลอนของท่านอื่น
บันทึกการเข้า


อย่าหวังให้ใคร...มารักเรา
27 สิงหาคม 2015, 11:51:am
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #121 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2015, 11:51:am »


คิดขึ้นมาคราใดให้ขื่นขม
ดิ่งจ่อมจมหัวอกเติมตกผลึก
สู้มานะสะกดหมดความคึก
เศร้ารู้สึกมิจากยากละลาย

ทนห่อหู่อยู่ยินกินอย่างเขียม
ปลูกกระเทียมออกแรงแปลงขยาย
ยกกระสอบหอบบุงถุงกระชาย
ทำส่งขายนึ่งต้มขนมไทย

เช้าจดแลงสลับปรุงกับข้าว
คั่วเจียวจ่าวแบ่งตักผักเนื้อไข่
ซื้อวางกองของชำหวังกำไร
เก็บลำไยขนส่งล้งโกดัง

เหนื่อยแทบตายหายใจไอติดขัด
เมื่อยสลัดแขนขาเปลี่ยนท่านั่ง
มือบีบนวดปวดคอพอประทัง
ไข้เรื้อรังแพ้พิษดื้อฤทธิ์ยา

เวรตามซ้ำกรรมชินโชคบินหนี
ร้ายทวีเคราะห์พันสิ้นหรรษา
ออมทุกเม็ดเศษบาทแบงก์เงินตรา
รวมแสนห้าสหกรณ์ผ่อนจนลืม

หกสิบเดือนหน้าหดสดต้องจ่าย
ถึงงวดท้ายเดือนนี้สุดที่ปลื้ม
ละมันเรื่องอะไรไยอำอืม?
ใช้กู้ยืมช่วยลูกถูกเพื่อนโกง!

รพีกาญจน์

ยกนิ้วให้ ... โดย : D, ชลนา ทิชากร, ย.ยักษ์เยอะแยะ, เนิน จำราย, Thammada, สะเลเต, บ้านกลอนไทย, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 8 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

17 กันยายน 2015, 10:59:am
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #122 เมื่อ: 17 กันยายน 2015, 10:59:am »


เสียงดนตรีคีบอร์ดกีต้าร์เบส
แผดทรัมเป็ตทอมแท้กแซกโหยหวน
พิธีกรวอนเว้าว่าเชิญชวน
รับขบวนขันหมากยกแห่มา

สวมเสื้อดีสีเงินเดินยักคิ้ว
สวมลายริ้วดอกแดงแป้งประหน้า
สวมเทยิ่นซิ่นไหมไยยิบตา
โจงกระเบนเป็นท่าสง่างาม

ถือพานพุ่มพานทองพานของหมั้น
ผ้าแพรพรรณกล้วยกลอยอ้อยมะขาม
เมี่ยงหมากพลูมะพร้าวงาขาววาม
สิ่งต้องห้ามสางสาบหาบไม่มี

คำมงคลชื่อแซ่ร่วมแห่แหน
ชื่อหมื่นแสนล้านโกฏิยศศักดิ์ศรี
ชื่อจ้าวคุณบุญเมืองรุ่งเรืองดี
ชื่อมากมีเพชรนิลจินดาทอง

แขนโค้งอ่อนฟ้อนฟายส่ายสะโพก
ยักย้ายโยกหน้าเหินเดินยิ้มฉ่อง
จุดประทัดดังถี่กลบปี่กลอง
อ้าปากร้องไชโยโห่ทักทาย

เข้าเขตบ้านลานกว้างวางตั่งโต๊ะ
แตกดังโพละสามคราพาใจหาย
เศษขวดโหลโซดาแก้วกระจาย
ปักร่างกายเลือดแดงสาดกระเด็น


งานแต่งสิบปีที่แล้ว ขวดโซดารับแดดร้อน ระเบิด
งานบ้านใหม่ 14 ก.ย.58 ก็เกิดเหตุเช่นนั้น มีคนเจ็บ
พิธีกรทั้งสองงานไม่เป็นอะไร กระผมอยู่ไกลนี่ครับ อิอิ


รพีกาญจน์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กันยายน 2015, 05:18:pm โดย รพีกาญจน์ »

ยกนิ้วให้ ... โดย : ย.ยักษ์เยอะแยะ, ชลนา ทิชากร, ไพร พนาวัลย์, แสนเมือง, เนิน จำราย, สุวรรณ, D, Thammada, สะเลเต, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

19 พฤศจิกายน 2015, 10:41:pm
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #123 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2015, 10:41:pm »


ขันสะดึงขึงแน่นทอแผ่นผ้า
เปลือกมะค่าดิบตำย้อมน้ำสี
ออกแบบหลวมสวมทรงอ่าองค์ดี
เหมาะสมที่สรีระรูปพระนาย

กรรไกรจับฉับลงตรงแนวขีด
เนียนประณีตเนาวัดตัดตามหมาย
สนเข็มสอยร้อยเย็บตะเข็บราย
ขดเส้นด้ายปลายสุดกันหลุดปม

สำเร็จแล้วสลัดจัดผ้าผ่อน
ไตรจีวรสังฆาธิพาดห่อห่ม
คลี่สบงชงแป้งผึ่งแห้งลม
พ่นน้ำพรมลูบราบรีดเรียบงาม

บรรจงจีบกลีบก้อนกำซ้อนทับ
บนสำรับพานทองรองอร่าม
บริขารเครื่องครบจบทาบทาม
เถิงโมงยามยกวางกลางศาลา

ประโคมคนดนตรีฆ้องปี่พาทย์
ไล่ระนาดร่วมเรียงเสียงแผดจ้า
โฆษกเอิ้นเชิญชวนมวลศรัทธา
ทอดมหากฐินก่อนสิ้นเพล

ถวายวัดปัจจัยใช้ก่อสร้าง
เจดีย์ปรางค์กว้างยาวราวสูงเด่น
บรรจุธาตุ ญาติพร้อมน้อมประเคน
ภิกษุเณรโมทนาสาธุบุญ

รพีกาญจน์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤศจิกายน 2015, 07:27:pm โดย รพีกาญจน์ »

ยกนิ้วให้ ... โดย : แสนเมือง, ไพร พนาวัลย์, เนิน จำราย, D, Thammada, ย.ยักษ์เยอะแยะ, สุวรรณ, สะเลเต, ชลนา ทิชากร, บ้านกลอนไทย, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 11 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

13 มกราคม 2016, 08:11:pm
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #124 เมื่อ: 13 มกราคม 2016, 08:11:pm »


ปู่เคยเล่า...
ยุคปะเก่าเข้าศึกฝึกทหาร
แผนรบพุ่งมุ่งฟันประจัญบาน
หนีซมซานแพ้พ่ายค่ายพังภิน

ผ้าติดเนื้อเสื้อตัวหัวไร้หมวก
แบบสะดวกเดินป่าภูผาหิน
ค่ำที่ไหนนอนนั่นแบ่งปันกิน
ชีพไม่สิ้นดิ้นรนสู้ทนไป

เทข้าวสุกตากแห้งแจงใส่ปาก
อมกันอยากกลับกรอกกระบอกไผ่
เวรระวังค่ำคืนพรางฟืนไฟ
แสงบอกให้ศัตรูรู้เขตคาม

พ่อเคยเล่า...
ญี่ปุ่นเข้าขอผ่านดานสยาม
กราดปืนกลบนบินยินคำราม
บอมบ์ตูมตามฝรั่งชุลมุน

รุกเร็วคืบสืบไวไร้ต่อต้าน
ขาดอาหารเสบียงเกลี้ยงส่งหนุน
สุกสดแห้งแฟงฟักเก็บกักตุน
กินมื้ออุ่นบูดเย็นเหม็นขว้างปา

จ้างไม่อั้นทันทีตีกระป๋อง
เอาข้าวของบรรจุแจกแนวหน้า
โอกาสอวยรวยแท้แต่นั้นมา
คือผู้ค้ายิ่งใหญ่ไทยวันนี้

รพีกาญจน์


ได้ข้อคิดจากคอลัมน์"คนปลายซอย"
นสพ.ไทยโพสต์ 13 มกราคม 2016


ยกนิ้วให้ ... โดย : D, Thammada, แสนเมือง, ย.ยักษ์เยอะแยะ, สุวรรณ, สะเลเต, ชลนา ทิชากร, pinkepanter, บ้านกลอนไทย, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 10 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

13 กรกฎาคม 2016, 05:54:am
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #125 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2016, 05:54:am »


ทรุดโทรมเก่าเสาฝังหลังคาจาก
หุ้มฝาฟากกั้นห้องมองลอดเห็น
รอยซึมรั่วทั่วบนฝนกระเซ็น
ยอบหนาวเย็นดึกสงัดลมพัดพา

ซัดกรรโชกโยกไสไหวย่องแย่ง
โถมรุนแรงหลักลู่ประตูอ้า
เตี่ยวชุ่มเหงื่อเสื้อปลิวลิ่วหลายวา
ตุ่มปลาร้ากลิ้งหกตกลงคู

ระวังลื่นพื้นห่างระหว่างช่อง
เท้าหล่มร่องจ้ำมูลใต้ถุนหมู
ถ้วยพริกแดงแห้งคาหัวปลาทู
หม้อบุบบู้ก้นดำคว่ำติดเตา

น้ำขุ่นขลักตักคลองกรองถังสี
ข้างข้างมีง่ายฉวยกระบวยเปล่า
ผ้าขี้ริ้วแขวนขอมอหม่นเทา
ฝอยขัดเกลาลบคราบใช้กาบพร้าว

อิฐสามก้อนก่อเตาตั้งเส้ายื่น
ซุกดุ้นฟืนจุดไฟไหนึ่งผ่าว
ราถ่านดีจี่พริกหยิบฉีกยาว
บีบมะนาวจิ้มจ้ำน้ำปลาดอง

ก็อยู่กินดิ้นรนพ้นวันมื้อ
หลับทึดทือตื่นตัวหัวใจป่อง
เริ่มต่อสู้รู้งามตามครรลอง
กว่าแก่ม่องสูงวัยคงได้ดี

รพีกาญจน์


ประทับใจวาทะของนายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ปี 2545
"รอบ้านหลังสุดท้ายในชุมชนเป็นตึกเก่อน แล้วกระผมจะคิดสร้างสำนักงานหรู"
ขณะนั้น ใช้ห้องแถวไม้ชั้นเดียวเป็นที่ทำงาน ใช้รถซาเล้งเป็นรถประชาสัมพันธ์

ยกนิ้วให้ ... โดย : บ้านกลอนไทย, ไพร พนาวัลย์, D, Thammada, ชลนา ทิชากร, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 6 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

02 กุมภาพันธ์ 2017, 05:16:pm
Thammada
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 342
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 229


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


« ตอบ #126 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2017, 05:16:pm »


ครั้งหนึ่งในชีวิต..พระป่า

กราบเบื้องบาทบูชาตถาคต
พระทรงหมดเยื่อใยในสังสาร-
มโนน้อมวันทาครูอาจารย์
ผู้ห่างมารน้อยใหญ่ใจแจ้งมรรค
             …
สายน้ำสายหนึ่งซึ่งเคว้งคว้าง
หลงโลกกว้างทางไกลจนไร้หลัก
เส้นชีวิตผิดผลชอบกลนัก
คล้ายจมปลักยืดเยื้อเหลือกำลัง

เกิดคำถามมากมายอยู่รายล้อม
ใจจึงผอมเพียงใจในหวั่น หวัง
แสงสักนิดน้อมสู่ ก่อนผู้พัง
จะยิ่งหยั่งลึกล้าชะตาตน

จิตเมื่อป่วยด้วยดื้อผู้ถือทุกข์
ย่อมต้องปลุกด้วยธรรมคำเหตุผล
ปฏิบัติศรัทธายาแยบยล
ทิ้งทางหม่นมุ่งหาผู้อาจารย์

จะยากง่ายสายน้ำในยามนี้
สู่วิถีธรรมดามาสมาน
ใจร้าวหลงและหลับอยู่นับนาน
จะตื่นต้านต่อหนแห่งคนเป็น
             ...
เริ่มบวชนาคหนึ่งเดือนเตือนตนไว้
อัชฌาสัยสืบสู่การรู้เห็น
เปิดตานอกบอกตาในใจเช้าเย็น
พึงบำเพ็ญตนต่างเส้นทางเดิม

ขานนาคชัดศรัทธาเอสาหัง
ข้อวัตรตั้งตรวจทานการริเริ่ม
เหนื่อยหนักเบาไม่บ่นทนตามเติม
นิ่งนอกในใจเสริมสู่เดิมดี

วันละมื้อถือทานผ่านห้วงหิว
เดินตัวปลิวใจเย็นเช่นสุขี
สมาธิผลิผลดั่งมนต์มี
หลังพระพี่เพียรสอนอาทรธรรม
             …
ลงจากเขาเข้าโบสถ์บวชเบื้องหน้า
ตั้งใจใสศรัทธา ถ้าถลำ
ละโลกหลังลงหมดต้องจดจำ
เสร็จสวดย้ำอยู่นั้น บรรพชิต

แทนคุณบิดามารดรสะท้อนถึง
ลูกจะพึงตั้งตนฝึกฝนจิต
อยู่โดยธรรมโดยวินัยเนืองนิจ
น้อมในกิจสงฆ์สู่แต่ผู้เพียร

“อธิษฐานเถิดธรรมจำรัสโลก
ให้สัตว์โศกรู้รั้งใต้บังเหียน
ก่อกิเลสรัดล้นแล้ววนเวียน
ได้เห็นเทียนแห่งธรรมนำใจจร”
             …
กลับขึ้นเขาเข้าป่าสังฆาวาส
ไม่ข้องขาดข้อวัตรขัดคำสอน
บริขารควรนั้นตามขั้นตอน
พินทุก่อนการใช้ ให้รู้รักษ์

นวกะพระผู้ยังรู้น้อย
สำรวมรอยตามผู้ท่านรู้จัก
ภาวนานอกในใจมั่นมรรค
น้อมในหลักสัทธรรมพระสัมมาฯ

องค์หลวงปู่ท่านสอนให้นอนดึก
รู้ให้ลึกเชิงชั้นแห่งปัญหา
ฝึกฝนตนตามปฏิปทา
และรักษาอารมณ์ให้สมดุล

หลายรู้สึก-นึกคิดในจิตนั้น
วนเวียนกันเกิด-ดับนับว่าวุ่น
อาศัยสติธรรมคอยค้ำจุน
จึงรู้หมุนทวนทางวางอารมณ์

คิดเท่าที่จะคิด ทั้งผิดถูก
เพื่อจะปลูกปัญญาให้สาสม
ล่วงหลายเดือนดั่งคิดจิตไม่จม
แม้หลงลมโลกลู่ ก็รู้ลด
             …
สายน้ำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
เรื่อยไหลใกล้วันลาสิกขาบท
เก้าเดือนดังได้รู้ ผู้พยศ
น้อมในกฎจดจำทุกดำเนิน

กราบลาแล้วหลวงปู่ครูอาจารย์
ศิษย์ซึ่งผ่านอบรมก้มสรรเสริญ
วาสนาน้อยน้าวไม่ก้าวเกิน
ให้ต้องเดินดุ่มดั้นสามัญชน.

            ธรรมดา
        ๓๑/๑/๒๕๖๐

ยกนิ้วให้ ... โดย : รพีกาญจน์, ย.ยักษ์เยอะแยะ, ชลนา ทิชากร, พี.พูนสุข, (ฟ้า) มารสุรา

ข้อความนี้ มี 5 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า
18 กันยายน 2017, 09:19:pm
รพีกาญจน์
Special Class LV6
นักกลอนเอกแห่งวังหลวง

******

คะแนนกลอนของผู้นี้ 3467
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,606


ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก


« ตอบ #127 เมื่อ: 18 กันยายน 2017, 09:19:pm »


เพียงพาซื่อมือไวไร้เฉลียว
พลาดหนเดียวสติวิปริต
มากถึงกับกริยาคราครุ่นคิด
วุ่นวายจิตแวดวงคงเห็นเรา

ท่องตามตรอกซอกซอยเคยลอยร่า
เอ่ยวาจาขวาซ้ายทักทายเขา
ป้องปากเอิ้นอู้แอ่วดังแผ่วเบา
ยอหยอกเย้ายิ้มแหย่ให้แก่กัน

ยามนี้ย่อคอหดหมดสภาพ
เดินสูบสาบมองทางเอียงข้างหัน
ก้าวรีบเร่งเกรงพบหลบพัลวัน
หลีกนี่นั่นชุมชนคนไปมา

เพื่อนแลบลิ้นปลิ้นตาว่าเย้ยเยาะ
เพื่อนหัวเราะว่าย้ำสมน้ำหน้า
เพื่อนซุบซิบหยิบยินว่านินทา
เพื่อนเฮฮาว่าถ่อยคอยเติมร้าย

หวาดกังวลบนเตียงเที่ยงคืนค่อน
คอยหลอกหลอนนอนหลับกระสับกระส่าย
ทะลึ่งลุกทุกข์โจมเหงื่อโซมกาย
อยากจะตายอายคนพ้นเสียที

หากเผลอผิดพลั้งชั่วตัวย่อมรู้
ถูกเผยสู่สื่อสับสิ้นอับศรี
หากเม้มมิดปิดฝังยังโชคดี
จงเป็นที่สุดท้ายเถิดหมายทำ

รพีกาญจน์

ยกนิ้วให้ ... โดย : (ฟ้า) มารสุรา, ย.ยักษ์เยอะแยะ

ข้อความนี้ มี 2 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 3 4 5 6 [7]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 

คำคม    ทํานายฝัน    ดูดวง    กราฟชีวิต       กลอน วิธีลดน้ําหนัก ทำนายความฝัน คําคมโดนๆ

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s