Re: O ปลายฝน .. ต้นหนาว .. O
ชุมชน บ้านกลอนไทย
27 กันยายน 2020, 01:07:PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กด Link เพื่อร่วมกิจกรรม ผ่านFacebook (หรือกดปุ่มสมัครสมาชิกด้านบน)
 
ผู้เขียน หัวข้อ: O ปลายฝน .. ต้นหนาว .. O  (อ่าน 1414 ครั้ง)
สดายุ
กิตติมศักดิ์
*

คะแนนกลอนของผู้นี้ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 185



« เมื่อ: 04 มกราคม 2020, 05:27:PM »



O หอมเสน่หา .. O





O โกสุมช้อยกลีบล้อ - - - ลมโรย
พากลิ่นหอมรื่นโชย - - - ผ่านเช้า
พร้อมภู่ว่อนล้อม-โหย - - - หารส นั้นนา
อีกรูปหอมกลับเร้า - - - เร่งให้ถวิลหอม ฯ

O ลมเหนื่อยอ่อนผ่านริ้ว .. ไม้พลิ้วรูป
เพียงแววตาเหม่อวูบ ก็รูปเจ้า-
ที่ผุดเผยเพรียกฝันจากวันเยาว์-
ค่ำจดเช้าพริ้มพรับแนบกับ .. ใจ
O จึงต้องมีช่วงตอน .. รูปอ่อนเนื้อ-
ผ่านมาเชื้อเชิญขวัญ .. ร่วมฝันใฝ่
ด้วยอารมณ์เสน่หา .. ด้วยอาลัย-
กอปรสุมใส่ไว้แล้ว ผ่านแววตา
O คิดถึง คะนึงหา ก็ถาโถม-
ลงจู่โจม เกื้อหนุน ตอบคุณค่า
แต้มหัวใจหวานซึ้ง ให้ตรึงตรา-
แต่รูปน้อยปรารถนา .. ผู้ปรารมภ์
O แต่ .. พระลบทอดทับผู้หลับใหล
จน .. อำไพภาสระยับค่อยทับถม
ยังรอคอยรูปละม่อม .. ไว้จ่อมจม-
อาวรณ์ที่เกินข่ม .. เกินล่มล้าง
O โกสุมหอม .. ลมรื่น .. ใจตื่นรู้-
ว่าแรงชู้ แรงชื่น เกินฝืน .. ห่าง
เรณูช่อช้อยงามอยู่ท่ามกลาง-
กลีบดอกพรางกลิ่นไว้ .. เปิดให้แล้ว
O ตฤปคันธารสล้ำ .. อบร่ำกลิ่น
เมื่อลมรินรุมเร้าอย่างเบาแผ่ว
ถ้วนรูปรอยในตา .. ก็บ่าแวว-
ความผ่องแผ้วรื่นล้ำ .. ออกกล้ำกราย
O เมื่อความรื่นรมยาในตานั้น
ค่อยร้อยรัดล่ามพันเกินบั่นสลาย
รูปละม่อม, เสน่หา, นัยน์ตาชาย-
ก็สืบสายใยรักเกินหักลง
O มีหรือวิหคใดที่ในหล้า
อาจเทียบค่าด้วยยูงอันสูงส่ง
อันขนเขียวเรียวปลายลวดลาย .. รงค์-
เหมือนบรรจงให้วิจิตร .. ด้วยฤทธา
O มองเห็นไหมวิหคเหิน .. จำเริญรูป
เพียงปีกวูบกรรพือก็ลือค่า
ปลายปีกคลี่กางอยู่ .. เย้ยหมู่กา
เพื่อโลกหล้ารู้ระหว่าง .. ความต่างกัน
O ยอคุณค่าเกื้อหนุนด้วยคุณค่า
ปรารถนา-เต็มพร้อม .. คอยกล่อมขวัญ
เพื่อจับจูงฝ่าช่วงแสงดวงวัน
ทั้งฝ่าจันทร์แสงช่วงในห้วงพลบ
O เพื่อเชื่อมใจสองดวงด้วยห่วงหา
เชื่อมสองปรารมภ์ขวัญให้บรรจบ
เชื่อมห่วงใย, ผูกพัน-ให้ครันครบ
แล้วซ้อนทบเป็นเท่าทวีคูณ
O ลมเหนื่อยอ่อนแผ่วพลิ้ว .. ผ่านริ้วลูบ-
เกสรรูปเหลืองแดง .. ล้อแสงสูรย์
ลมร่ำหอม, งันเงียบก็เพียบพูน-
รับจำรูญจำรัส .. โลมปัถวี
O คะเนนึกคะนึงหา .. เพ-ลานั้น
ย่อมเพียงขวัญกลางพุ่มโกสุมสี-
เบิกบานกลีบดอกอยู่ .. ให้รู้ที-
รู้ท่าความใยดี .. ผู้มีใจ
O จนรับรู้ช่วงตอน .. รูปอ่อนเนื้อ-
รออุ่นเอื้อโอบขวัญ .. รับหวั่นไหว
อ่อนโยนด้วยแววตา .. แสนอาลัย-
สำหรับให้ .. หทยางค์ได้วางลง

๑๔
O หอมนั้นนิรันดระสมัย
ขณะไหนก็จำนงค์
เพ็ญนันทินั้นก็จะผจง
กระแหนะลง ณ ดวงมาน
O ขวัญพี่ ฤดี ผิวะจะหมาย
จิตะชายจะเคียงคราญ
คำนึงและซึ้ง .. ฤ จะประมาณ
ขณะผ่านประโลมลง
O หนึ่งเดียวเพราะเหนี่ยวจิตะกระหวัด
ปฎิพัทธะจำนงค์
หนึ่งผู้เหมาะคู่ .. เฉพาะจะสง-
เคราะหะวงศะไพศาล
O รอคอยละห้อยถวิละถึง
รติซึ้งก็ตรึงมาน
เยี่ยงหอมพะยอมขณะประสาร-
รสะผ่านระรุมพร้อม !


https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2014&date=14&group=11&gblog=559

ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :

@free

ข้อความนี้ มี 1 สมาชิก มาชื่นชม
บันทึกการเข้า

Email:
Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
s s s s s